เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 868 จะให้อีกฝ่ายเกลียดข้าเลยรึ?

Chapter 868 จะให้อีกฝ่ายเกลียดข้าเลยรึ?

Chapter 868 จะให้อีกฝ่ายเกลียดข้าเลยรึ?


ครึ่งเดือนหลังจากนั้น.

การทดสอบสายนอกของนิกายไท่เสวียนเซิ่งก็เริ่มขึ้น.

“กึก ซี่.”

ซูเซียวโม่ที่เปิดประตูออกมา สวมชุดสายนอกชุดใหม่ก้าวออกมา.

“เจ้านิกาย.”

เขาเงยหน้าหันไปมองดวงตะวันที่เพิ่งขึ้น ลอบคิดในใจ“ศิษย์จะเริ่มสร้างคลื่นแล้ว!”

“เซียวโม่.”ภายในนิกายนิรันดร จุนซ่างเซียวที่นำศิษย์ทำกายบริหาร ยืนอยู่ด้านหน้าห้องโถง มือขัดหลังเอ่ยออกมาว่า“วันนี้งานตรวจสอบศิษย์นิกายไท่เสวียนเซิ่ง ถึงเวลาแสดงความสามารถแล้ว.”

แม้นว่าดวงตะวันเพิ่งขึ้นก็ตาม ทว่าลานด้านนอกของนิกายไท่เสวียนเซิงนั้นราวกับมีปราณเซียน ปรากฏหมอกสีขาวบริสุทธ์ปกคลุมไม่จางหาย แสงที่ตัดผ่านจึงดูเป็นประกายวับวาว ราวกับดินแดนฝัน.

การทดสอบของศิษย์นิกายใหญ่ ที่มีมานาน กว่าการประลองภายในนิกายนิรันดรซะอีก.

คนแล้วคนเล่า.

ศิษย์สายนอกที่ปรากฏขึ้นที่ลานยุทธ์ด้านนอก ออกมาเตรียมตัวกันแล้ว.

นอกจากนี้ยังมีเหล่าศิษย์สายนอกหลายคนที่ เฝ้าคอยชมอยู่ทางฝังตะวันออก.

เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่สวมชุดเข้ารูปดูทะมัดทะแมง ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

สำหรับนิกายใหญ่ในทวีปชิงหยุน การรับศิษย์ย่อมเปี่ยมล้นด้วยคนที่มีพรวรรค์ แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างแน่นอน.

อย่างไรก็ตาม.

ศิษย์ที่จะเข้าร่วมทดสอบแววตาที่ลุกโชน เปี่ยมล้นด้วยพลังที่แผ่ออกมา.

การทดสอบศิษย์สายนอกนั้นมีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนในทุก ๆ ปี แม้นว่าจะไม่ใช่งานประลองที่ใหญ่นัก ทว่ากับเป็นงานแข่งขันที่ศิษย์ทุกคนต่างก็ให้ความสำคัญ.

คนที่ทำผลงานดีในการทดสอบครั้งนี้ นอกจากจะได้รับแต้มสมนาคุณแล้ว ยังได้รับความสำคัญจากเหล่าคนระดับสูงอีกด้วย.

ไม่แปลกใจว่าหลายคนที่รู้สึกตื่นเต้นประหม่าเป็นธรรมดา.

ซูเซียวโม่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ใบหน้าท่าทางที่ดูสุขุม ราวกับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลยแม้แต่น้อย.

หากก่อนที่จะเข้าร่วมนิกายนิรันดร์ การทดสอบเช่นนี้เป็นธรรมดาที่เขาต้องตื่นเต้น ทว่าตอนนี้เขาคือกษัตริย์ยุทธ์แล้ว และยังใช้ชีวิตเก็บประสบการเป็นตายกับนิกายมานับไม่ถ้วน ทำให้จิตใจของเขามั่นคงอย่างแน่นอน.

“เจ้าหนู.”

เหอจงหยิงที่เอ่ยกล่าวออกมาท่ามกลางต่อหน้าศิษย์หลายคน“เจ้ากล้ามาจริง ๆ.”

“ลงทะเบียนแล้ว แน่นอนว่าต้องมา”ใบหน้าของซูเซียวโม่ที่ดูไม่สนเหนือสนใต้ เผยยิ้มอย่างนุ่มนวลไร้พิษภัย.

ท่าทางและรอยยิ้มดังกล่าวนั้นทำให้แววตาของเหอจงหยินกลายเป็นเย็นยะเยือบขึ้นมาช้า ๆ.

ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ที่เห็นก็ตระหนักได้ในทันที ว่าศิษย์พี่เหอนั้นกำลังโกรธอยู่ หากว่าพบเจอในการทดสอบ เกรงว่าพวกเขาคงสลดอย่างไม่ต้องสงสัย.

“ศิษย์น้อง.”

เซี่ยซุยอวิ๋นที่อยู่ไกลออกไป ทั้งที่ปรกติแล้วเต็มไปด้วยความเย็นชา แต่กับเอ่ยออกมาว่า“อย่าแพ้เขาล่ะ.”

“สตรีผู้นี้....”ซูเซียวโม่แทบทรุดไปกับที่คิดในใจ“จะเติมฟื้นไปถึงใหน จะให้อีกฝ่ายเกลียดข้าขนาดใหนกัน!”

เป็นความจริง.

แววตาของเหอจงหยิงที่เปี่ยมล้นด้วยความเย็นชามากขึ้นและก็มากขึ้น.

เหล่าศิษย์ที่เข้าร่วมทดสอบวันนี้ลอบคิดในใจ“หลานของอาวุโสเซี่ยถึงกับเอ่ยกับเจ้าคนนั้นก่อน หากใครบอกว่าทั้งสองไม่มีอะไรกัน ใครจะเชื่อ.”

“แค๊ก แค๊ก......”

ในเวลานั้น ผู้รับผิดชอบการทดสองก็คืออาวุโสสาม ที่เวลานี้ก้าวออกมาจากห้องโถงนิกาย ขณะเอ่ยกล่าวประกาศเสียงดัง“ศิษย์สายนอกที่จะเข้าทดสอบ ขอให้มาจับฉลากเลือกคู่ต่อสู้ได้.”

เพราะว่ามีการจัดขึ้นทุกปี ดังนั้นพิธีการอะไรก็เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีอะไรติดขัด.

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

ผู้เข้าแข่งขันหลายร้อยคนที่ก้าวเข้ามาบนเวทีลานยุทธ์ซึ่งใช้เป็นสนามการแข่งขันชั่วคราว ก่อนที่ทุกคนจะเข้าไปหยิบฉลากเลือกคู่.

ซูเซียวโม่ที่ก้าวขึ้นเวทีไป ขณะเตรียมที่จะก้าวไปหยิบฉลาก.

“อาวุโส!”

เหอจงหยิงเอ่ย“ข้าต้องการต่อสู้กับศิษย์น้องโกว ไม่รู้ว่าสามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้เลยหรือไม่?”

“ตกลง.”

อาวุโสสามที่อนุญาต.

นิกายไท่เสวียนเซิ่งไม่อนุญาตให้ศิษย์ต่อสู้กันเอง หากแต่สามารถที่จะประลองสลายความขัดแย้งกันได้.

ใครบางคนที่เอ่ยเสียงเบา“ศิษย์พี่เหอคงกังวล ว่าศิษย์น้องโกวจะตกรอบไปก่อนที่จะเจอตัวเองสินะ.”

“ศิษย์น้องโกวคงจบสิ้นแล้ว.”

ศิษย์มากมายที่จ้องมอง เผยความสงสารต่อซูเซียวโม่.

ใบบรรดาพวกเขา เหอจงหยิงนับว่าเป็น คนที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่มีใครรับมือกับเขาได้!

“ในเมื่อต้องการประลอง ก็ขึ้นสนามเป็นคู่แรกเลยก็แล้วกัน.”อาวุโสสามเอ่ย.

เกี่ยวกับเรื่องของซูเซียวโม่ที่ได้ยินมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขาสงสัย ดังนั้นจึงต้องการเห็นว่าเด็กคนนี้จะทำอะไรให้ตัวเองได้ประหลาดใจหรือไม่?

“ฟิ้ว!”

เหอจงหยิงที่ใช้ท่าเท้าที่สง่างามกระโดดร่อนลงบนเวทีเอ่ยออกมาว่า“ศิษย์น้องโกว เชิญขึ้นเวที.”

ซูเซียวโม่ที่ถูกจับจ้องจากฝูงชนทันที เขาที่ค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะยกมือประสานไปด้านหน้าอย่างสุภาพ “ศิษย์พี่เหอ โปรดชี้แนะ.”

“......”

ทุกคนที่มุมปากกระตุก.

นี่ไม่ใช่ประลองซักหน่อย แต่เป็นการชำระแค้นเลยต่างหากเล่า.

นอกจากนี้ด้วยความรู้สึกที่ขุ่นข้องใจ ศิษย์พี่เหอคงลงมือหนักหน่วงอย่างแน่นอน.

“ข้าขอเดิมพัน ศิษย์น้องโกวคงต้านได้อย่างมากสุดสิบกระบวนท่า.”

“สิบกระบวนท่าเลยเหรอ ด้วยพลังบ่มเพาะของศิษย์พี่เหอแล้ว อย่างมากคง 3-5 กระบวนท่าก็จอดแล้วมั้ง!”

ท่ามกลางเหล่าผู้ชมที่พูดคุยเสียงเบา ดูแคลนซูเซียวโม่ ซูหยิงชวนท่ามกลางผู้คนตะโกนออกไปเสียงดัง“ศิษย์น้องโกว สู้ ๆ!”

“เฮ้นั่นมันศิษย์เพิ่งเข้าใหม่ ดูเหมือนว่าจะเป็นบุตรของอาวุโสซุนที่สนิทสนมกับโกวเซิ่ง หากแต่มีความสามารถน้อยนิด.”

“ไม่สามารถสู้ได้ด้วยตัวเอง ทำเป็นแค่ประจบ นี่สินะความสามารถที่แท้จริง.”

ศิษย์หลายคนที่ดูแคลนซูเซียวโม่อย่างหนัก ทำให้อดไม่ได้ที่จะลามมายังคนที่เชียร์อีกฝ่ายด้วย.

เป็นจริงหลายเรื่องที่ทำได้แค่ดู คิดจะกลายเป็นคนสำคัญภายในนิกายไท่เสวียนเซิ่งนั้น พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาส ดังนั้น การที่มีคนเด่นกว่าย่อมกลายเป็นที่อิจฉา แม้แต่พาลไม่พอใจไปด้วย.

“เริ่มได้.”อาวุโสสามตะโกน.

“ฟิ้ว!”

เหอจงหยิงที่ลงมือก่อน เขาที่ปะทุพลังบ่มเพาะบรรพชนยุทธ์ขั้นปลายออกมา ก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไปด้านหน้าทันที.

“หมัดสามประสานอากาศ!”ศิษย์คนหนึ่งที่อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

นี่คือเพลงหมัดระดับสูงของนิกายไท่เสวียนเซิง มีลักษณะเด่นคือการสร้างคลื่นสั่นอากาศประสานการโจมตีออกไป.

“ไม่เลว.”

อาวุโสคนหนึ่งที่เอ่ยชม“คาดไม่ถึงว่าจะสำเร็จถึงขั้นนี้แล้ว.”

“ฟิ้ว!”

ในเวลานั้น ซูเซียวโม่ที่ก้าวถอยหลัง แม้นว่าท่วงท่าจะไม่ได้งดงามอะไร แต่กับสามารถหลบหมัดของเหอจงหยิงได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งรอยเท้าที่ขยับนั้นยังก่อรูปร่างเงาที่แปลก ๆ ขึ้น.

“ท่าเท้าก้าวเงา เก้าเคลื่อนคล้อย!”

อาวุโสสามและอาวุโสระดับสูงคนอื่น ๆ ที่ใบหน้าตะลึงงันขึ้นมาในทันที.

ซูเซียวโม่ที่แลกเปลี่ยนวิชานี้มา พวกเขารับรู้มาก่อนย่อมไม่ได้ประหลาดใจที่เขาใช้ได้ ทว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงมาก.....นี่เขาสำเร็จขั้นสุดแล้ว!

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

ท่าเท้าก้าวเงาเก้าเคลื่อนคล้อยที่แสดงออกมา เป็นการเคลื่อนที่เก้าจุดที่มีการถ่ายเทเคลื่อนคล้อยไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ จนทิ้งไว้เพียงแค่ร่างเงา ในเวลานี้เหล่าศิษย์ที่ชมอยู่ต่างก็ตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน.

เซี่ยซุยอวิ๋นที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยความเย็นชา ยังเผยความตกใจเหลือเชื่อออกมาเช่นกัน“นี่เข้าสามารถสำเร็จวิชาท่าเท้าระดับสูงก้าวถึงระดับนี้ได้ในเวลาอันสั้นอย่างคาดไม่ถึง พรสวรรค์ของเขานั้นต้องยอดเยี่ยมขนาดใหนกัน!”

ปัญหานี้ อาวุโสสามและคนอื่น ๆ ต่างก็ตระหนักได้พลางกระซิบในใจ“บางทีเจ้าเด็กนี่คงไม่ได้มีรากวิญญาณระดับกลางหรือไม่?”

นิกายไท่เสวียนเซิ่งไม่ได้รับศิษย์เช่นนิกายนิรันดร พวกเขาไม่ได้ตรวจสอบรากวิญญาณด้วยตัวเอง ทว่าเป็นการถูกระบุในการรับสมัครเลยตั้งแต่แรก.

รากวิญญาณนั้นจะจำกัดทั้งพลังบ่มเพาะขีดจำกัด ความเร็ว ความผิดพลาดการทดสอบของรากวิญญาณนั้นก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน กล่าวให้ถูกรากวิญญาณอาจผันผวนมีความเปลี่ยนแปลงได้ หากมีแรงใจที่มากล้นตลอดการฝึกฝนที่ไม่ย่อท้อ ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่ง่ายที่จะสำเร็จจนแทบจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน.

ต้องไม่ลืมว่าคนที่มีพรสวรรค์ระดับสูงนั้นมีน้อยมาก นิกายแต่ละแห่งต่างก็แทบจะจับจองพวกเขาเอาไว้ตั้งแต่แรก ๆ ไม่เช่นนั้นแล้วทุกนิกายคงเปี่ยมไปด้วยศิษย์ที่มีพรสวรรค์ระดับสูงกันทั้งหมด.

แน่นอนว่าไม่สามารถเอาไปเทียบกับนิกายนิรันดรได้ที่มีวิธีเพิ่มพรสวรรค์.

จบบทที่ Chapter 868 จะให้อีกฝ่ายเกลียดข้าเลยรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว