เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 809 ไม่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน

Chapter 809 ไม่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน

Chapter 809 ไม่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน


เหล่าสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าปรกติ อย่าว่าแต่ให้เฉือนสองจินเลย แม้ว่าจะเฉือนสิบจินก็ยังยินดี.

ดังนั้นวัตถุดิบในการกลั่นเม็ดยาสัตว์ระดับกลางสามารถจัดการได้แล้ว ต้องไม่ลืมว่า สัตว์ห้าแสนตัว แน่นอนว่าสามารถทำให้เขาเปิดตลาดได้อีกมากโข.

นอกจากนี้

จุนซ่างเซียวที่ไม่ได้พอที่สองจินอยู่แล้ว.

รอให้อีกฝ่ายตระหนักได้ถึงผลของเม็ดยาสัตว์ก่อน เขาจะเพิ่มจำนวนเนื้อไปจนถึงสิบจิน เพื่อนำไปขายทั่วแผ่นดิน.

เพียงแค่หลอกราชาสัตว์จื่อหลินสักเล็กน้อย ไม่เพียงแค่มีสัตว์ขี่ ทว่าตอนนี้ยังสามารถเปิดฟาร์มสัตว์ ไม่ต้องออกไปล่าและซื้อเนื้อสัตว์จากด้านนอกจำนวนมากมา.

สิ่งที่เรียกว่าการเฉือนเนื้อรักษาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง แน่นอนว่ามันไม่มีอยู่จริง.

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเม็ดยาสัตว์ระดับกลางเท่านั้นเอง ที่ช่วยยกระดับให้อีกฝ่ายดูดซับพลังได้เร็วขึ้น.

“โฮสน์ช่างหลอกลวงอีกฝ่ายได้ลึกล้ำจริง ๆ”ระบบกล่าว.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ไม่ได้มีอันตรายต่อชีวิตพวกเขา ถึงจะเจ็บหน่อย แต่ก็แลกมากับการดูดซับพลังวิญญาณได้มากขึ้นกว่าเดิม ซ้ำยังแข็งแกร่งมากกว่าเดิมด้วย จะเรียกว่าหลอกลวงได้อย่างไร?”

“....”ระบบที่ไม่กล่าวตอบอะไร.

แม้นว่าจุนซ่างเซียวจะใช้แผนการ ทว่าก็ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งต่อเผ่าสัตว์จริง ๆ.

ถึงแม้นว่าราชาสัตว์จื่อหลินจะรู้ความจริง และต่อต้านการเฉือนเนื้อ ทว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็คงยังต้องการอยู่.

เพราะว่ายังไงก็เป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง.

เผ่าสัตว์ที่โหยหาความแข็งแกร่งทุกตัว.

ด้วยเหตุนี้.

เหล่าสัตว์ในเทือกเขาไท่กู่ในเวลานี้ที่ผูกผ้าพันแผลกันทุกตัว ยืนเข้าแถวรับเม็ดยาสัตว์ด้วยใบหน้าเปี่ยมความสุข.

ราชาสัตว์จื่อหลินที่ยืนอยู่บนยอดเขา จ้องมองเผ่าพันธุ์ตัวเองที่แข็งแกร่งขึ้นทุก ๆ วัน เขาที่กล่าวปฏิญาณในใจเงียบ ๆ “วันหนึ่ง ราชาผู้นี้จะนำพาพวกเจ้ากลับมายิ่งใหญ่!”

......

“นิกายนิรันดรออกสินค้าใหม่แล้ว ได้ยินมาว่าเม็ดยาคราวนี้ ห้าสิบวันไม่ต้องกินอาหารเลย!”

“ลึกล้ำขนาดนั้นเลยรึ?”

“ไป ไป พวกเราไปดูกัน!”

เมื่อมีวัตถุดิบเพียงพอจุนซ่างเซียวก็เริ่มวางขายสินค้ากระจายไปยังร้านต่าง ๆ ในแต่ละมนทล.

แน่นอนว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก.

ต้องไม่ลืมว่าในเทือกเขาไท่กู่มีฟาร์มสัตว์เรียบร้อยแล้ว ขอเพียงแค่เตรียมหญ้าระงับหิวเพียงพอ ก็สามารถสนับสนุนความต้องการได้อย่างไม่มีปัญหา!

เกี่ยวกับธุรกิจเม็ดยาสัตว์ จุนซ่างเซียวมอบให้ลี่ลั่วฉิว ตอนนี้เขาได้นำหลิวหว่านซีเดินทางไปยังเมืองจักรพรรดิต้าจุน เพื่อเข้าร่วมงานประลองเทพอาหารที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือน.

ในเวลาเดียวกันเขาได้นำเหยาเมิ่งหยิงและราชาสัตว์จื่อหลินเดินทางไปด้วย.

โลลิน้อยที่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับหลิวหว่านซี จึงต้องการเดินทางไปเชียร์ศิษย์พี่นั่นเอง.

ส่วนถางจู่จื่อนั้น เป็นคนอาสามาเป็นผู้คุ้มกันให้ด้วยตัวเอง ทว่าเป้าหมายจริง ๆ ของเขานั้นก็เพื่อตามมากินอาหารของหลิวหวานซีนั่นเอง.

“จื่อหลิน.”

ระหว่างทาง จุนซ่างเซียวที่กล่าวย้ำเตือนอีกฝ่าย“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เปิ่นจั้วไม่อนุญาตให้เจ้าระเบิดเสื้อผ้าตัวเอง!”

“อืม.”

ราชาสัตว์จื่อหลินที่กล่าวในใจ“หากไม่ต่อสู้ ราชาผู้นี้ไม่มีทางระเบิดเสื้อผ้าหรอก!”

“ใช่แล้ว.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ในทวีปชิงหยุนนั้นมีสัตว์ร้ายมากมาย เจ้าที่สามารถนำเหล่าสัตว์ร้ายมาได้เพียงแค่ห้าแสนเองรึ? นอกจากนี้ผู้ช่วยสูงสุดเพียงจักรพรรดิขั้นสูง ไม่มีแม้แต่ระดับครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์เลยรึ?”

เรื่องนี้ทำให้เขาสงสัย มานานแล้ว.

แม้นว่าทวีปชิงหยุนจะไม่ได้เหมือนกับยุคโบราณแล้ว ทว่าถึงจะมีราชันย์ได้แค่เก้าคน.

ทว่าระดับปราชญ์ก็ยังสามารถมีได้ไม่จำกัด.

จื่อหลินเอ่ยกล่าว“ด้วยความแข็งแกร่งของข้าไม่สามารถฟื้นคืนสู่จุดสูงสุดได้ นับว่ายากจะได้รับการยอมรับจากเผ่าอื่น ๆ.”

จุดสูงสุดของเขาไม่ใช่ก่อนที่จะถูกผนึก ทว่าเป็นระดับที่อยู่ที่ดินแดนพิภพเบื้องบน.

เป็นความจริงว่าเขาหนีหายนะมาที่นี่ ราชันย์สัตว์จื่อหลินจึงถูกสะกดพลังบ่มเพาะอย่างน่าอนาถ ทำให้พลังของเขาเทียบได้กับระดับปราชญ์ยุทธ์.

แน่นอนว่าในทวีปชิงหยุนนั้นก็มีสัตว์วิญญาณที่มีความแข็งแกร่งเทียบได้กับระดับปราชญ์ยุทธ์อยู่ด้วย.

ทว่ากายเนื้อของพวกเขาไม่อาจเทียบกับจื่อหลินได้ แต่พลังก็ไม่ได้ด้อยกว่าอีกฝ่าย เป็นเรื่องปรกติที่พวกเขาย่อมไม่รับฟังคำสั่งของเขา นอกจากนี้ยังไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับทั้งโลกด้วย.

กล่าวให้ถูก.

ในเวลานั้นมีสัตว์วิญญาณไม่น้อยที่ไม่ได้คิดจะเคลื่อนไหวอะไร.

หากว่าสัตว์วิญญาณเหล่านั้นเข้าร่วมกับราชาสัตว์จื่อหลิน ไม่มีทางที่ราชาสัตว์จื่อหลินจะถูกผนึกเอาไว้.

แม้นว่าเผ่าสัตว์นั้นไม่ได้ฟังคำสั่งมนุษย์ ทว่าพวกมันก็มีอิทธิพลเป็นของตัวเอง มีพื้นที่ของตัวเองที่ต้องดูแล พวกมันดูแลดินแดนของตัวเอง แบ่งปันเขตปกครองมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว.

ราชาสัตว์จื่อหลินไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในทวีปชิงหยุน การที่ไม่ได้รับการยอมรับเป็นเรื่องธรรมดา.

และแผนการครองแผ่นดินของเขาในครั้งก่อน เพียงแค่เริ่มต้น กับต้องถูกผนึกเอาไว้ก่อนจะเคลื่อนไหวด้วยซ้ำ.

“น่าสงสารจริง ๆ.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

“เฮ้อ.”

ราชาสัตว์จื่อหลินถอนหายใจ.

โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงเรื่องราวในอดีต เขาก็อดไม่ได้เกือบที่จะน้ำตาไหลออกมา.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “หากเปลี่ยนเป็นข้า เป้าหมายแรกจะต้องพิชิตเผ่าตัวเองก่อน จากนั้นค่อยคิดที่จะโจมตีแผ่นดินใหญ่.”

“เจ้าต้องการที่จะให้เผ่าสัตว์ของพวกเราสังหารกันและกันรึอย่างไร?”ราชาสัตว์จื่อหลินเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา.

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา กล่าวออกไปว่า“เจ้าไม่ได้คิดหรือว่า แผนการบุกแผ่นดินใหญ่ของเจ้ารั่วออกไปอย่างตั้งใจ เพราะว่ามีคนปล่อยข่าวออกไปหรอกรึ?”

ระบบเอ่ย “เริ่มแหลอีกแล้ว.”

“เรื่องนี้.....”

ราชาสัตว์จื่อหลินที่กลายเป็นเงียบ.

จุนซ่างเซียวที่ตบไปที่ไหล่ของเขา “เจตจำนงของทุกสิ่งมีชีวิตนั้นน่ากลัว หัวใจเองก็อันตราย พวกเขากลัวว่าเจ้าจะบุกพิชิตทวีปไว้ได้ ดังนั้นจึงได้ปล่อยข่าวออกไปเพื่อกำราบเจ้าไงล่ะ.”

“กึก ซี่!”

ราชาสัตว์จื่อหลินที่กำหมัดแน่น เอ่ยออกมาว่า“ราชาผู้นี้ต้องการทำเพื่อทุกคน เพื่อไม่ให้เผ่าสัตว์ถูกรังแก แต่พวกเขากับระแวงพวกเดียวกันเองอย่างงั้นรึ?!”

“ดังนั้น.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “มีเพียงแค่กำราบทุกคนก่อนเท่านั้น มีเพียงมีความแข็งแกร่งที่สงบทุกคนได้ เจ้าถึงจะตะโกนคำว่า”เผ่าสัตว์ไม่เคยเป็นทาส“ไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าก็จะถูกพวกเดียวกันแทงข้างหลักก่อนที่จะเริ่มอะไร.”

“ไม่ผิด!”

ราชาสัตว์จื่อหลินเอ่ย “รอราชาผู้นี้คืนกลับสู่ความแข็งแกร่งก่อน ไม่มีทางที่จะให้เป็นเหมือนเดิม!”

“ตอนนี้เจ้าเป็นถางจู่โถงไว้ทุกข์นิกายนิรันดร แน่นอนเปิ่นจั้วจะต้องช่วยเจ้ารวบรวมเผ่าพันธ์ตัวเอง ให้เจ้าได้กลายเป็นราชาสัตว์ที่แท้จริงในทวีปชิงหยุน.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

ระบบ“......”

เจ้าคนนี้ไม่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน!

[灵堂 Língtáng  ห้องโถงไว้ทุกข์

灵兽 líng shòu สัตว์วิญญาณ]

“นั่นมัน....”

ราชาสัตว์จื่อหลินแทบทรุด “ข้าเป็นถางจู่หอสัตว์วิญญาณ ไม่ใช่หอไว้ทุกข์!”

“อย่าได้ใส่ใจ.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

อักขระเพียงน้อยนิด กับทำให้ความหมายเปลี่ยน จะไม่ใส่ใจได้อย่างไร!

“เจ้านิกาย!”

ในเวลานั้น หลิวหว่านซีที่ชี้ไปยังด้านหน้า “มีคนล้มลงนอนอยู่.”

จุนซ่างเซียวที่ใช้จิตสัมผัสออกไปตรวจสอบ ผู้ผู้เยาว์อายุ 12-13 ปี นอนอยู่บนพื้น หายใจหอบ ๆ คล้ายว่าจะบาดเจ็บ.

“เจ้านิกาย.”

หลิวหว่านซีคาดเดา “หรือว่าเขาพบเข้ากับสัตว์ร้ายอย่างงั้นรึ?”

“ไป ไปดูกัน.”

เพราะว่าผ่านทางมาเห็นผู้เยาว์ ที่เวลานี้กำลังซีด กุมท้องตัวเอง กล่าวออกมาเสียงเบา“โอย...หิวจริง ๆ....”

จากนั้นก็หมดสติไป.

“เจ้านิกาย!”

หลิวหว่านซีที่กล่าวด้วยความประหลาดใจ “เขาหิวจนเป็นลม!”

“..........”จุนซ่างเซียวถึงกับหมดคำจะพูดไปทีเดียว.

ทั่วป่าเขาเต็มไปด้วยผลไม้มากมาย คาดไม่ถึงว่าจะหิวจนเป็นลม ช่างมากความสามารถสะจริง.

......

“แก๊ก ๆ.”

ภายในถ้ำ กองไฟที่ถูกจุดขึ้น.

ชายหนุ่มที่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทางงงงวย ก่อนที่จะจ้องมองไปสตรีที่น่ารักด้านหน้า กล่าวขณะเผยยิ้มออกมา “ข้ามีข้าวผัด หากเจ้าหิว......”

“ฟิ้ว!”

กล่าวยังไม่จบด้วยซ้ำ ข้าวผัดก็ถูกชิงไปทันที.

“กึก!”

ชายหนุ่มไม่ต้องใช้ตะเกียบ ใช้มือจ้วงเข้าปากอย่างรวดเร็ว.

เขาที่กินข้าวผัดจนหมดไม่มีเหลือ พร้อมกับเลียริมฝีปาก “ชั่วชีวิตข้าไม่เคยกินข้าวผัดที่ดี.....”

เด็กหนุ่มที่พล่ามเป็นเวลานาน.

ขณะที่ใจเย็นลงก็กล่าวขอบคุณหลิวหว่านซีอย่างสุภาพ “ขอบคุณผู้มีพระคุณที่มอบอาหาร!”

จุนซ่างเซียวที่นั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ยกมือเอ่ยออกมาว่า“เจ้าอายุยังไม่มาก การจะปีนต้นไม้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แล้วทำไมถึงกับหิวจนหมดสติ.”

“เอิ่ม.....”

เด็กหนุ่มที่เกาศีรษะไปมา กล่าวออกมาว่า“เพราะว่า.... เพราะว่าข้าขี้เกียจตั้งแต่เด็ก....”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เพราะว่าขี้เกียจ ทว่าเจ้ากับมีชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าครอบครัวของเจ้าจะร่ำรวยมาก.”

“ก็พอตัว.”ชายหนุ่มที่เอ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ข้าวผัดที่ช่วยชีวิตเจ้าได้ มีราคา 100,000 เงิน ข้าคิดว่าไม่แพง.”

“เจ้านิกาย.....”

“อาหารที่อร่อยขนาดนี้ ชั่วชีวิตข้าไม่เคยกิน กล่าวได้ว่าเป็นตับมังกรและไขกระดูกหงส์ก็ไม่ปาน หนึ่งแสนถือว่าถูก อย่างน้อยก็ต้อง 1 ล้านเงิน!”

“ฟิ้ว!”

ชายหนุ่มโบกมือ นำตั๋วเงินหนึ่งล้านออกมา กล่าวอย่างจริงจัง “นำไปได้เลย!”

“ฟิ้ว!”

จุนซ่างเซียวที่ปรากฏหน้าเขา ยกมือตบที่บ่า “เปิ่นจั้วเห็นเจ้ามีแววไม่น้อย ไม่ใช่คนธรรมดา พวกเรามาเป็นสหายกันเป็นอย่างไร?”

“......”

ราชาสัตว์จื่อหลินที่มุมปากกระตุก.

หากไม่เพราะว่าหลิวหว่านซีที่อ้อนวอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าคนนี้คงไม่ถูกช่วย ทว่าเมื่ออีกฝ่ายจ่ายออกมาหนึ่งล้าน ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเลยรึ?!

จบบทที่ Chapter 809 ไม่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน

คัดลอกลิงก์แล้ว