เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 645 คนผู้นี้ป่วย

Chapter 645 คนผู้นี้ป่วย

Chapter 645 คนผู้นี้ป่วย


เสียงที่ดังกึกก้อง เจ้านิกายบนร่างของเหยี่ยวทมิฬที่ใหญ่โต ถึงกับทำให้ชาวยุทธ์รอบ ๆ นิกายไป่เหอเซิ่งสั่นสะท้าน.

หากไม่รู้ว่านิกายนิรันดรที่ได้แจ้งประสงค์ล่วงหน้า เหล่าชาวยุทธ์มากมาย คงคิดว่าอีกฝ่ายต้องมาหาเรื่องเป็นแน่!

“โอหังจริง ๆ!”

เหล่าชาวยุทธ์ที่เอ่ยกล่าวเสียงเบา.

นิกายไป่เหอเซิ่งจะดีจะร้ายก็เป็นนิกายระดับสองที่มีชื่อเสียง คนผู้นี้นำศิษย์ขี่หมาป่าและเหยี่ยวทมิฬมาที่หน้าประตู ไร้ซึ่งมารยาท!

ไร้ซึ่งมารยาทอย่างงั้นรึ?!

จุนซ่างเซียวรู้ดี ยิ่งทำตัวถ่อมตน ก็มีแต่ถูก ดูแคลนถูกเหยียบย่ำให้ต่ำลง ดังนั้นเขาจึงเผยพลังออกมา ทำให้เหล่าผู้ชมเงียบปากไปเลย.

ผลลัพธ์ถือว่าไม่เลว.

เพียงแค่ฝูงของหมาป่าเฮอริเคนก็สร้างความตื่นตะลึงกับผู้ชมแล้ว ยิ่งวิหคยักษ์ที่ใหญ่โตยิ่งทำให้พวกเขาอิจฉาแทบกระอักโลหิต.

เหล่าผู้คนที่ต้องการกล่าวดูแคลน หากแต่กลับรู้สึกกระดากปาก เนื่องจากตัวเองนั้นไร้ซึ่งคุณสมบัติ.

เดี๋ยวนะ!

สตรีที่งดงามปานเทพธิดาบนกระเรียนศักดิ์สิทธิ์ ไฉนเลยมาหยุดข้าง ๆ จุนซ่างเซียว?

หรือว่านางจะไม่ใช่ยอดฝีมือจังหวัดตงเป่ยลู่ แต่เป็นศิษย์นิกายนิรันดรอย่างงั้นรึ?

จุนซ่างเซียวที่หยุดที่หน้าประตูทางเข้า เวลานั้นเจ้าวังจื่อหานและเจ้านิกายอื่น ๆ ที่ก้าวออกมาสมทบ.

“เอ๊ะ? พวกเจ้าก็มาอย่างงั้นรึ?”

“......”

เจ้านิกายทั้งเก้าที่เงียบลง.

เจ้ายังมาถามว่าพวกเรามาทำไม? ไม่ถามศิษย์ของเจ้าล่ะ!

“ไท่จางเหล่า........”

ที่ด้านหน้าทางเข้า ชายชราที่ร่างกายยืนโงนเงน เจ้าวังจื่อหานที่แทบหลั่งน้ำตาออกมา.

“เฮ้อ.”

ไท่จางเหล่าที่ได้แต่ถอนหายใจ.

เขาที่เดินทางออกมาจากทะเลน้ำแข็งไร้สิ้นสุด คิดที่จะแก้แค้นให้นิกาย ใครจะรู้ไม่เพียงแค่ถูกทุบจนเสียทรง ทว่าแม้แต่ต้นกำเนิดวิญญาณยังถูกควบคุมอีกด้วย.

“เจ้านิกาย.”

ลู่เชียนเชียนที่ส่งเสียงผ่านวิญญาณ “คนเหล่านี้ ข้าเรียกมาเชียร์นิกายของพวกเรา.”

จุนซ่างเซียวถึงกับสะดุ้ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทำได้ดี.”

การเดินทางมาท้าทายครั้งนี้ แน่นอนว่าเจ้าถิ่นย่อมเป็นนิกายไป่เหอเซิ่ง การเรียกผู้คนมากมายมาช่วยเชียร์ นับว่านางคิดถึงนิกายมาก่อน.

“กึก ซี่!”

ประตูที่ปิดแน่น ก่อนมีเสียงที่นุ่มนวลดังขึ้น “ประมุขจุน เชิญ.”

“ไป.”จุนซ่างเซียวที่กระโดดลงมาก้าวเข้าไปในประตู เหล่าศิษย์เองก็กระโดดลงจากหมาป่าก้าวเข้ามาด้านในเช่นกัน.

แม้นว่าจะก้าวเข้ามาในนิกายระดับสอง ทว่าใบหน้าของทุกคนกับไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาฝึกฝนมาอย่างหนักจนข้ามความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว.

“ฟู่!”

เซียวจุ้ยจื่อที่พ่นลมหายใจยาว ก่อนที่จะกำหมัดแน่น “มู่หรงซิน ข้ามาแล้ว!”

......

ลานด้านนอกของนิกายไป่เหอเซิ่งนั้นใหญ่มาก จากพื้นปูและสิ่งก่อสร้างบ่งบอกมาว่าได้ผ่านประวัติศาสตร์มายาวนาน.

ในเวลานี้ บนลานยุทธ์ที่มีผู้คนมากมายล้อมรอบ เป็นประมุขตระกูลและนิกายใหญ่ของจังหวัดตงเห่าที่มาชมการประลองครั้งนี้ ผู้คนมากมาย นับได้กว่า 20,000-30,000.

ขณะจุนซ่างเซียวนำศิษย์ก้าวเดินเข้ามา แววตาเหยียดหยันดูแคลน ก็แผ่ออกมาทันที.

เป็นปรกติเหล่ากลุ่มอิทธิพลของจังหวัดตงเห่า พวกเขาย่อมอยู่ข้างนิกายไป่เหอเซิ่ง การเผยความเป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มคนภายนอกเป็นเรื่องธรรมดา.

มู่ซ่างหงเองก็มาด้วย.

เขาที่ไม่ได้คิดจะเข้าร่วมการประลองระหว่างนิกายใด ๆ ทว่าเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว เจ้าเมืองจังหวัดตงเห่ากับเชิญเขามา.

ชัดเจน.

เขาที่ต้องการเชิญอีกฝ่ายมาเป็นพยาน นิกายนิรันดรถูกทุบตีนั่นเอง.

“เจ้าเมืองมู่.”

เจ้าเมืองหลวงตงเทียน จังหวัดตงเห่า ติงหลิงชุน จับจ้องมองไปยังจุนซ่างเซียว “เจ้าหนูนั่นคือเจ้านิกายนิรันดรที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วยุทธภพอย่างงั้นรึ?”

“ไม่ผิด.”มู่ซ่างหงเอ่ย.

ติงหลิงชุนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นับเป็นคนหนุ่มที่ไม่รู้จักความกลัวจริง ๆ.”

มู่ซ่างหงที่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นรู้ว่าเขาอยู่ข้างนิกายนิรันดร จึงได้เอ่ยกล่าวเช่นนั้นออกมา เพื่อเตรียมพูดอวดเตรียมเหยียบซ้ำนั่นเอง.

“กึก.”

ในเวลานั้น จุนซ่างเซียวที่หยุดอยู่ที่ลานยุทธ์ มือไขว้หลังเอ่ยเสียงดัง “สามปีที่แล้วนิกายนิรันดรของข้ากับศิษย์ของท่านได้นัดหมายที่จะประลองกัน ในวันนี้เปิ่นจั้วมาตามนัดแล้ว!”

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

อาวุโส ถางจู่และศิษย์ของนิกายนิรันดรต่างก็ยืดอกเผยความน่าเกรงขามออกมา.

แม้นพวกเขาจะมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับคนจังหวัดตงเห่าที่มีหลายหมื่นคน จำนวนที่แตกต่างกันมากมาย ทว่ากลิ่นอายที่พวกเขาแผ่ออกมานั้น ไม่ได้หวาดหวั่น ต่ออีกฝ่ายแม้แต่น้อย!

“นี่มัน......”

มู่ซ่างหงถึงกับหวาดผวา.

เห็นชัดเจนว่านิกายระดับสองนั้นอยู่สูงกว่าพวกเขา ทว่านิกายนิรันดรกับไม่รู้สึกหวั่นเกรงเลยอย่างงั้นรึ?

หากเจ้าเมืองมู่ได้เป็นพยานเมื่อครั้งที่จุนซ่างเซียวท้าทายสำนักเห่าฉีและนิกายเซิ่งคุน จะเข้าใจว่าพวกเขาเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่แรก

ต่อหน้าศึกใหน ๆ.

พวกเขาก็หาได้หวาดหวั่น หวาดกลัวต่อหน้าใคร!

รอบ ๆ ลานยุทธ์นั้นยังมีคนมากมายที่เดินทางมาเชียร์นิกายไป่เหอเซิ่ง ดูเหมือนว่ากองเชียร์แต่ละฝั่งนั้นแตกต่างกันอย่างมากมาย.

อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่ใช่จังหวัดซีเหนียนหยาง จึงไม่มีกลุ่มอิทธิพลใดในจังหวัดซีเหยียนหยางเดินทางมา.

“ไม่เช่นนั้น พวกเขาย่อมต้องสนับสนุนนิกายนิรันดรเป็นแน่แท้.

ลู่เชียนเชียนที่จ้องมองไปยังนิกายหลิงหยวนและนิกายอื่น ๆ ของจังหวัดตงเป่ยลู่ พวกเขาที่เข้าใจทันที ก่อนที่จะเดินมาอยู่ฝั่งด้านหลังของจุนซ่างเซียว.

“นี่คนจังหวัดตงเป่ยลู่ มาเชียร์นิกายนิรันดรอย่างงั้นรึ?”

“ไม่ใช่ว่าพวกขัดแย้งกันหรอกรึ?”

“ได้ยินมาว่าวังจื่อหานเกือบพังทลาย สร้างความเกลียดชัง ที่ไม่แม้แต่มองหน้ากันเลยไม่ใช่รึ?”

เห็นเก้านิกายระดับสี่จังหวัดตงเป่ยลู่อยู่ด้านหลังนิกายนิรันดร กลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ ที่ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความสงสัยทันที.

เจ้านิกายหลิงหยวนและคนอื่น ๆ ภายในใจที่รู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก.

จุนซ่างเซียวบ้าบิ่นท้าทายนิกายระดับสอง แต่พวกเขากลับถูกบังคับให้มาเชียร์ เรื่องนี้ทำให้พวกเขาเสียหน้าอับอายเป็นอย่างมาก!

......

ห้องโถงนิกายไป่เหอเซิ่ง.

เฉิงฮุยซินและอาวุโสคนอื่น ๆ ก้าวเดินออกมา.

ควรค่าเป็นนิกายระดับสอง แต่ละคนมีระดับจักรพรรดิยุทธ์.

“เจ้านิกายจุน.”

เฉิงฮุยซินเอ่ยออกมา “การต่อสู้นี้ไม่ใช่ว่ามีแค่เซียวจุ้ยจื่อหรอกรึ? แล้วทำไมถึงได้นำศิษย์มามากมายขนาดนี้?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ในเมื่อเดินทางมาตั้งไกล ต่อสู้คนเดียวจะพึงพอใจได้อย่างไร ทำไมไม่ต่อสู้กันสักหลาย ๆ คนล่ะ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.”

ชาวยุทธ์คนหนึ่งที่หัวเราะดังลั่น “เจ้านิกายจุนช่างใจกล้าจริง ๆ!”

คนอื่น ๆ ที่กล่าวซุบซิบเสียงเบา.

ทว่าการท้าประลองกันระหว่างศิษย์หลายคน ก็เหมือนกับการประลองระหว่างนิกายในแต่ละจังหวัด.

หลาย ๆ คนที่ชื่นชมความกล้าของจุนซ่างเซียว ที่กล้านำศิษย์มาท้าประลองนิกายระดับสอง ไม่ใช่เป็นการส่งศิษย์ตัวเองมาให้ถูกกระทืบหรอกรึ?!

เฉิงฮุยซินแค่นเสียงเย็นชา “ในเมื่อเจ้านิกายจุนปรารถนาเช่นนั้น นิกายไป่เหอเซิ่งของข้าย่อมตอบสนอง.”

จากนั้น นางที่โบกมือ.

ฟิ้ว!ฟิ้ว!

ศิษย์ของนิกายระดับสองที่ก้าวออกมา ยืนอยู่ที่ขอบลานยุทธ์.

ศิษย์ของนิกายไป่เหอเซิ่งนั้นเป็นสตรี ทว่าเพียงแค่มองก็รับรู้แล้วว่าเป็นสตรีที่งดงาม จนทำให้ทุกคนต้องจดจ้องมอง.

ศิษย์ของพวกเขาความงามที่เหนือกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก.

ฝั่งของจุนซ่างเซียว คงมีเพียงแค่ลู่เชียนเชียนและมู่หงเหลียน ที่ดูงดงามเหนือล้ำ เอาชนะศิษย์ของพวกเขาด้านความงามได้.

“วึ้ง วึ้ง”

ชาวยุทธ์คนหนึ่งเอ่ยชม “ศิษย์นิกายไป่เหอเซิ่งล้วนแต่มีระดับบรรพชนยุทธ์ขั้นสูง!”

ผู้คนมากมายจดจ้องมองคนที่จุนซ่างเซียวนำมาหลายร้อยคน ได้แต่ส่ายหน้าไปมา “แตกต่างกันจนเทียบไม่ได้.”

เพราะศิษย์นิกายนิรันดรที่ไม่สามารถเทียบกับศิษย์นิกายไป่เหอเซิ่งได้ เพราะพวกเขาได้ใช้ศาสตร์ปิดพลังบ่มเพาะเอาไว้นั่นเอง.

ทำให้เห็นว่าพวกเขามีระดับบรรพชนยุทธ์และอาจารย์ยุทธ์เท่านั้น.

จุนซ่างเซียวเอ่ยออกมาเล็กน้อย “อาวุโสเฉิง นิกายนิรันดรของข้าเดินทางมาขอท้าประลองครั้งนี้ กระทำด้วยความนับถือ ขอให้ท่านเองก็ปฏิบัติอย่างจริงจังด้วย ไม่ควรส่งคนที่ไม่คู่ควรเช่นนี้ออกมาสู้.”

“......”

เหล่าชาวยุทธ์รอบ ๆ ที่มุมปากกระตุก.

ศิษย์ของนิกายไป่เหอเซิ่งทั้งพรสวรรค์และระดับพลังบ่มเพาะนั้นไม่ธรรมดา อีกฝ่ายกับ ว่าไม่คู่ควร อย่างคาดไม่ถึง!

เฉิงฮุยซินแค่นเสียง “ศิษย์ของเจ้านิกายจุน เพียงแค่นี้ก็เกินพอแล้ว หากนำคนที่แข็งแกร่งกว่านี้ เกรงว่าจะเป็นการรังแกคนที่อ่อนแอกว่า.”

“ตกลง.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เปิ่นจั้วไม่คิดที่จะรังแกคนอื่นเช่นนั้น ในเมือนิกายของท่านต้องการส่งพวกเขาออกมา ก็ระวังหน่อยก็แล้วกัน.”

กล่าวราวกับว่าตัวเองกำลังรังแกคนอื่นอยู่งั้นรึ?

ในเวลานั้น เหล่ากลุ่มอิทธิพลรอบ ๆ ที่จับจ้องมองเจ้านิกายจุน คนผู้นี้สมองป่วยแน่ ๆ!

จบบทที่ Chapter 645 คนผู้นี้ป่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว