เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 639 ใครเป็นมือใหม่?

Chapter 639 ใครเป็นมือใหม่?

Chapter 639 ใครเป็นมือใหม่?


เรื่องที่นิกายนิรันดรจะท้าประลองนิกายไป่เหอเซิ่งนั้น มู่ซ่างหงรู้ เหล่าชาวยุทธ์คนอื่น ๆ ย่อมรู้เช่นกัน.

ทันใดนั้นมันได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปในทันที.

“นิกายไป่เหอเซิ่งที่คงอยู่มาหลายพันปี นิกายนิรันดร กล้าท้าประลอง ไม่คิดว่ากำลังแส่หาความตายหรอกรึ?”

“ข้าได้ยินมาว่า ต้นเหตุนั้นมาจากเซียวจุ้ยจื่อมนทลชิงหยางและมู่หลงซินมนทลเทียนไห่.”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ได้ยิน ในอดีตนั้น เด็กสาวมู่หรงซินได้นำคนไปขอถอนหมั้นที่ตระกูลเซียวเลย.”

“ตระกูลมู่หลงเมืองเทียนไห่นั้นทุกคนล้วนแต่มีพรสวรรค์สูง ในความเห็นของข้า บางทีนิกายนิรันดรไม่สามารถจัดการตระกูลนี้ได้ แต่กลับกล้าไปท้าประลองนิกายไป่เหอเซิ่งอย่างงั้นรึ?”

เรื่องสัญญาสามปี ที่เวลานี้ได้กระจายกลายเป็นหัวข้อหลักให้ผู้คนได้พูดคุยกัน.

เมืองหลวงจังหวัดซีเหนียนหยางเอง ก็กลายเป็นหัวข้อข่าวเด่นเช่นกัน.

สิ่งที่ทุกคนรู้คือนิกายนิรันดรจะท้าประลองนิกายระดับสอง แม้นจะรู้สึกเป็นเกียรติภาคภูมิ แต่ก็แอบคิดว่าจะชนะได้อย่างงั้นรึ?

......

เรื่องของนิกายนิรันดรท้าทายนิกายไป่เหอเซิ่งนั้น ตระกูลมู่หรงเองก็ได้ยินมาเช่นกัน.

ภายในห้องโถง.

ประมุขตระกูลมู่หรงและเหล่าอาวุโสที่เริ่มพูดคุยกัน.

ชายชราคนหนึ่งที่ขมวดคิ้วไปมา “ไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าหนูนั่น จะเป็นที่รู้จักไปทั่วทวีป.”

เซียวจุ้ยจื่อได้รับชัยชนะเลิศมนทลชิงหยาง พวกเขาเองก็ได้ยิน ก่อนหน้านี้เคยอยู่ในสำนักไท่กู่เจิ้ง ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าชื่อของเขาจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น.

พวกเขาที่ครุ่นคิด เพียงแค่สองปี ก็เป็นนิกายแล้ว แม้แต่นิกายระดับสี่ก็ยังยากจะต้านทาน.

อย่าว่าแต่ตระกูลมู่หรงเลย.

ทั่วทั้งแผ่นดินเองก็ไม่มีใครคาดคิดเช่นกัน.

ความเร็วของนิกายนิรันดร รวดเร็วน่าเกรงขามมาก.

รู้สึกราวกับนอนไปตื่นหนึ่ง ตื่นขึ้นมาทั่วทั้งโลกก็รู้ว่าพวกเขายกระดับเป็นนิกายซะแล้ว.

อาวุโสผู้หนึ่งแค่นเสียงดูแคลน “ซินเอ๋อนั้นเป็นยอดพรสวรรค์ที่นิกายไป่เหอเซิ่งบ่มเพาะหลัก ถึงเจ้าหนูตระกูลเซียวนั่นจะฟื้นคืนพลังบ่มเพาะ ก็ไม่มีทางชนะ.”

“ผู้คนมากมายต่างก็พูดเรื่องถอนหมั้นเป็นอย่างมาก ส่งผลมาถึงตระกูลของพวกเรา.”

“แม้นว่าการถอนหมั้นของซินเอ๋อจะเป็นคนลงมือ ไม่ปรึกษาพวกเรา ทว่าพลังบ่มเพาะของเซียวจุ้ยจื่อที่ไม่มีเวลานั้น การขอถอนหมั้นก็เป็นเรื่องทั่วไป.

เหล่าอาวุโสคงไม่รู้ ว่าเรื่องที่อีกฝ่ายไม่มีพลังบ่มเพาะ มู่หรงซินขณะไปขอถอนหมั้นนั้น นางเองก็ไม่รู้เช่นกัน.

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอีก.”

ประมุขตระกูลมู่หรงเอ่ย “เรื่องสัญญาสามปีอะไรนั่น และการประลองนิกายนิรันดรกับนิกายไป่เหอเซิ่ง ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตระกูลมู่หรง.”

“เรียนประมุข.”

อาวุโสคนหนึ่งเอ่ย “เส้าหลินและพวกได้เดินทางไปยังนิกายนิรันดรเมื่อวานนี้.”

“อะไรนะ?”

ประมุขตระกูลมู่หรงถึงกับสะดุ้งโหยงลุกขึ้นจากเก้าอี้ คำรามออกมาด้วยความโกรธ “แล้วทำไมไม่ห้าม?”

อาวุโสคนดังกล่าวเอ่ย “ประมุข ในความเห็นของข้า เรื่องของนิกายนิรันดรนั้นดูลึกลับ การให้พวกเส้าหลินไปทดสอบ จะได้รู้ว่าพวกเขามีคุณสมบัติท้าทายซินเอ๋อหรือไม่?”

“ไร้สาระ!”

ประมุขมู่หรงที่พยายามสงบใจ “วังจื่อหานเกือบพังทลายด้วยฝีมือนิกายนิรันดร เจ้าคิดว่าพวกเขาไม่มีคุณสมบัติรึไง!”

“ไม่......”

“ยังนิ่งอยู่อีก รีบตามไปเร็วสิ!”

“ครับ!”

คิดจะตาม ก็ตามไปไม่ทันแล้ว ขณะทุกคนประชุมกัน นายน้อยเจ้าสำราญหลายคนก็มาปรากฏขึ้นที่เทือกเขาไท่กู่แล้ว.

“ถุย.”

ชายคนหนึ่งที่จ้องมองขึ้นไปบนเทือกเขาไท่กู่ กล่าวด้วยความเหยียดหยัน “พี่เส้าหลิน นิกายนิรันดรสนับสนุนเซียวจุ้ยจื่ออย่างคาดไม่ถึง แม้แต่พาเขาไปท้าประลองถังเม่ย(ลูกพี่ลูกน้อยหญิง)ที่นิกายไป่เหอเซิ่งด้วย.”

พวกเขาที่เป็นทายาทสายตรงของตระกูลมู่หรงนั่นเอง.

ผู้นำมาก็คือมู่หรงเส้าหลิน ยกเว้นมู่หรงซิน เขาคือผู้เยาว์ที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลมู่หรง.

“วันนี้พวกเราจะทดสอบแทนถังเม่ยเอง ว่ามันคู่ควรหรือไม่?”

เหล่าลูกหลานตระกูลใหญ่ส่วนมากแล้วมักจะยโสโอหังอย่างที่สุด โดยเฉพาะ เมื่อเห็น เซียวจุ้ยจื่อและมู่หรงซิน จะประลองกัน ยิ่งทำให้พวกเขาไม่พอใจ.

หนำซ้ำ.

นิกายนิรันดรที่เพิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งทำให้พวกเขาดูแคลน.

คนเหล่านี้เอาจริงงั้นรึ?

แน่นอนว่าพวกเขาที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ทำให้พวกเขาคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเอง.

ท้าทายนิกายนิรันดร?

อย่าว่าแต่วังจื่อหานเลย แม้แต่นิกายระดับสี่อื่น ๆ ก็ไม่มีใครกล้า.

“เส้าเหมิง.”

มู่หรงเส้าหลินเอ่ย “แจ้งจุดประสงค์ของพวกเรา.”

“รับทราบ.”

มู่หรงเส้าเหมิงที่แหกปากตะโกนออกไปทันที “จุนซ่างเซียว ข้าคนตระกูลมู่หรงมาท้าประลองกับเจ้า ไสหัวออกมาต้อนรับเดี๋ยวนี้!”

“หืม?”

เหล่าศิษย์ที่เล่นฟุตบอลอยู่ได้ยินเสียงก็หยุดกันในทันที.

ลี่เฟยรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที “ใครมันใจกล้าขนาดนี้กัน กล้าที่จะเอ่ยนามจริงของเจ้านิกายเลยเหรอ!”

ซูเซียวโม่ที่ปล่อยจิตสัมผัส จับจ้องมองไปยังเชิงเขา พบเหล่านายน้อยที่เหลาะแหละกลุ่มหนึ่ง.

“เอ๊ะ?”

เห่าหลิงเผยท่าทางประหลาดใจ “คนเหล่านี้ไม่ใช่ทายาทสายตรงตระกูลมู่หรงเมืองเทียนไห่หรอกรึ?!”

“พวกมันนะรึ?”

ฉู่ซิวหนานเอ่ย “ในอดีตพวกมันมาที่สถาบัน ถูกข้าทุบนอนซมไปหลายวันเลย.”

“......”

ซูเซียวโม่และลี่เฟยมุมปากกระตุก.

แม้แต่ซูซิวหนานยังไม่ชนะ กลับกล้าท้าทายเจ้านิกาย คนเหล่านี้ ไร้ซึ่งสมองรึอย่างไรกัน?

“เซียวโม่.”

จุนซ่างเซียวที่ส่งเสียงผ่านวิญญาณ “ให้พวกเขาเข้ามา.”

เหล่าเหว่ยเอ่ย “เจ้านิกาย พวกเขาคงจะได้ยินเรื่องสัญญาสามปีของเซียวจุ้ยจื่อและมู่หรงซิน.”

จุนซ่างเซียวที่สีจมูกไปมา เอ่ยออกไปว่า “ตระกูลมู่หรงคงรู้สึกว่าพวกเราอ่อนแอเกินไป ไม่แม้แต่ส่งคนระดับสูงมา แต่กลับส่งพวกที่ขนยังไม่ขึ้นมาท้าประลองเลยอย่างงั้นรึ?”

เหล่าเหว่ยที่ยังคงเงียบ.

เจ้านิกาย ท่านและพวกเขาก็อายุไม่ได้ห่างกัน.

......

เพียงไม่นาน.

มุ่หรงเส้าหลินและทายาทสายตรงของตระกูลมู่หรงก็ถูกนำขึ้นเขามา.

ศิษย์นิกายนิรันดรหลายพันคนที่ล้อมรอบลานยุทธ์ ห้อมล้อมทายาทตระกูลมู่หลงเอาไว้.

อย่างไรก็ตาม เหล่าทายาทตระกูลมู่หรงที่ลอบคิด.

เขาได้ยินมาว่านิกายนิรันดรแข็งแกร่ง ไม่คาดคิดเลยว่ามีแต่พวกหน้าใหม่ระดับศิษย์ยุทธ์เท่านั้น.

“ทุกท่าน.”

หลี่ชิงหยางที่ก้าวออกมาจากห้องโถง ยกมือประสาน “ต้องการท้าทายนิกายนิรันดรของพวกเราอย่างงั้นรึ?”

กับทายาทสายตรงตระกูลหนึ่งมาท้าทาย ไม่จำเป็นต้องถึงมือจุนซ่างเซียว เพียงแค่ศิษย์ลำดับสองก็พอแล้ว.

อย่างไรก็ตาม.

เหล่าคนที่มาท้าทายนี้ ไม่ต่างจากขยะเลยก็ว่าได้.

มู่หรงเส้าหลินยกมือประสาน เอ่ยออกมาว่า “ได้ยินมาว่าศิษย์เซียวจุ้ยจื่อ ต้องการท้าประลองถังเม่ยของข้า ให้เขาออกมา พิสูจน์คุณสมบัติกับนายน้อยผู้นี้.”

“ขออภัย.”

หลี่ชิงหยางเอ่ย “ศิษย์น้องเซียวนั้นปิดด่านฝึกฝนอยู่ ไม่มีเวลามารับการประลอง หากพวกเจ้าต้องการสู้.”

เขาหยุดและชี้ไปยังลานยุทธ์ เอ่ยออกมาว่า “เลือกใครก็ได้มาประลองได้สบาย.”

มู่หรงเส้าหลินที่ขมวดคิ้ว.

แม้นว่าศิษย์นิกายนิรันดรจะมีมาก ทว่ากลิ่นอายที่เขาสัมผัสได้สูงสุดก็แค่อาจารย์ยุทธ์ แม้แต่มีเด็กสาววัย 6-7 ขวบด้วย นี่กำลังดูแคลนพวกเราอยู่รึ?

“ในเมื่อเซียวจุ้ยจื่อไม่สามารถสู้ได้ ข้าก็ขอประลองกับศิษย์สายใน.”มู่หรงเส้าหลินเอ่ย.

หากว่าเอาชนะศิษย์สายในนิกายนิรันดรได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว.

หลี่ชิงหยางส่ายหน้าไปมา เอ่ยออกไปว่า “ความแข็งแกร่งของเจ้าอ่อนแอเกินไป ไม่มีคุณสมบัติท้าประลองกับศิษย์สายใน เพียงแค่ศิษย์ฝึกหัดและศิษย์สายนอก สามารถเลือกได้เลย.”

ไม่มีคุณสมบัติอย่างงั้นรึ?

คิดว่าพวกเราไร้พลังอย่างงั้นรึ?

“พี่เส้าหลิน!”

ทายาทสายตรงคนหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยความโกรธ “นิกายนิรันดรกำลังดูแคลนพวกเรา!”

มู่หรงเส้าหลินที่กำหมัดแน่น แววตาเย็นชา “พวกเราไม่ได้เดินทางมารังแกพวกมือใหม่ มีเพียงแค่ศิษย์สายในที่พอจะรับมือพวกเราได้.”

มือใหม่อย่างงั้นรึ?

หลี่ชิงหยางเอ่ยเสียงดัง “ศิษย์น้อง ปลดปล่อยกลิ่นอายต้อนรับแขกที่มาไกลหน่อย ใครกันที่เป็นมือใหม่!”

ซูมมมมมมม -----

ในเวลานั้น ทุกคนที่หยุดใช้ศาสตร์ปิดพลัง ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังบ่มเพาะทั้งหมดออกมา.

ศิษย์หลายพันคนที่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาพร้อม ๆ กัน ราวกับพายุใต้ฝุ่น ที่โถมทับจนเหล่าทายาทตระกูลมูหลงถอยออกไปหลายก้าว แม้แต่บางคนต้องนั่งทรุดไปกับพื้น.

จบบทที่ Chapter 639 ใครเป็นมือใหม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว