เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ความโกลาหล ปกปิดร่องรอย เรื่องลึกลับ

ตอนที่ 14 ความโกลาหล ปกปิดร่องรอย เรื่องลึกลับ

ตอนที่ 14 ความโกลาหล ปกปิดร่องรอย เรื่องลึกลับ


ทันทีที่เขาสำเร็จวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ปราณก่อกำเนิดขั้นที่ 1 เขาก็เข้าสู่เขตแดนชั้นปราณก่อกำเนิดแล้วเขาไม่รู้เรื่องอื่น ในเมืองเล็ก ที่ชื่อว่าไป๋ฉือแห่งนี้เลย

รู้แต่ว่าไม่มีนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดคนอื่นๆ แน่นอนแม้ว่าเขาจะไม่มีพลังภายในเพียงพอทั้งใช้วิชาปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ได้ไม่กี่ครั้ง แต่ด้วยทักษะชั้นปราณก่อกำเนิด

เขาน่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหลายด้วยการโจมตีครั้งเดียว  จากความรู้ที่ได้รับจากคัมภีร์อัญเชิญชั้นทองแดงมีแต่นักสู้ชั้นผู้แก่กล้าระดับ 6 และสูงกว่าถึงจะสามารถทนรับวิชาชั้นปราณก่อกำเนิดได้

แม้ว่ามันจะโจมตีง่าย พลังทักษะระดับปราณก่อกำเนิด สามารถจะทำลายวิชาของนักรบระดับต่ำกว่า เช่นสายป้องกันหรือสายเสริมพลังกายได้ในสายตานักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิด

พวกนักสู้ระดับ 6 หรือต่ำกว่าเป็นแค่แมลงที่ไม่ควรเอ่ยอ้างถึงแน่นอนว่า นักสู้ชั้นนปราณก่อกำเนิดในโลกนี้ มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นนั่นคือสาเหตุที่นักสู้ชั้นผู้แก่กล้า ระดับ 6 มักจะได้รับตำแหน่งเสนาบดีและเจ้าหน้าที่ทางการ

อย่างน้อยพวกเขาสามารถเลื่อนชั้นไปเป็นแม่ทัพ หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ได้ อย่างน้อยที่สุด พวกเขาจะได้ถือกุญแจตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงแน่ตัวอย่างเช่น ในเมืองไป๋ฉือที่เย่ว์หยางอาศัยอยู่

เจ้าเมืองเป็นนักสู้ระดับ  6 ชั้นผู้แก่กล้าขั้นต้น, ประมุขตระกูลเย่ว์, เย่ว์ไห่ท่านปู่ของเจ้าเด็กที่น่าสงสาร เป็นนักสู้ชั้นผู้แก่กล้าขั้นสูง เขาเคยเป็นนักรบในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรมาก่อน

อย่างไรก็ตาม เขาชราภาพและบาดเจ็บร้ายแรงจากสงคราม สูญเสียแขนซ้ายและขาขวา ดังนั้นเขาจึงขอเกษียณจากตำแหน่งแล้วกลับมาอยู่กับครอบครัวยังมีลุงใหญ่เย่ว์ชานและลุงรองเย่ว์หลิ่งที่ได้เป็นแม่ทัพและเสนาบดีของประเทศตามลำดับ ลุงใหญ่เย่ว์ชานเป็นนักสู้ระดับ 6 ชั้นผู้แก่กล้าขั้นกลาง

ขณะที่ลุงรอง'เย่ว์หลิ่ง'เป็นนักสู้ระดับ 6 ชั้นผู้แก่กล้าขั้นต้นมีแต่เฉพาะบิดาของเจ้าคนผู้น่าสงสารนาม'เย่ว์ชิว'ผู้เป็นอัจฉริยะที่หลายร้อยปีจะปรากฏมีครั้งหนึ่ง สามารถประสบความสำเร็จถึงระดับ 7 ชั้นยอดฝีมือ เด่นล้ำเหนือทุกคนในตระกูลน่าเสียดายที่อัจฉริยะผู้นี้ เสียชีวิตไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ตราบใดที่'เย่ว์หยาง'สำเร็จปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่ 1, ตามทฤษฎีแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกลัวคู่ต่อสู้ระดับ 6 แน่นอนว่า ในการต่อสู้ ทุกอย่างคาดเดาไม่ได้

ในปัจจุบันเขาสามารถใช้ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ได้เพียง 2 ครั้ง และด้วยประสบการณ์ต่อสู้ที่เป็นศูนย์ 'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่า เขาควรจะให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยตนเองและไม่ละเลยกับความลับนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อทอดเวลาออกไป เขาคงจะเพิ่มทักษะลึกลับของเขาได้อีก หลังจากนั้นเป็นอันรับประกันความปลอดภัยเขาได้มากขึ้นแน่ปราณกระบี่เป็นวิชาที่ทรงพลังอย่างมาก มีอานุภาพเจาะทะลุการป้องกันทุกแบบ อาจสังหารศัตรูได้ทันที

แต่ระดับพลังภายในของเขาในตอนนี้ใช้ได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้นเขาจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร หากพบศัตรูแข็งแกร่งถึง 3 คนในเวลาเดียวกัน..?

ดังนั้น'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่า ตอนนี้เขาไม่ควรประมาทจนเกินไป เขายังต้องเจียมตัวต่อไปก่อนเป้าหมายปัจจุบันของเขาคือต้องบรรลุปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่ 1 และเข้าสู่ขอบเขตปราณธรรมชาติก่อกำเนิด กลายเป็นนักสู้ที่เหนือกว่าระดับ 6 และพวกที่ต่ำกว่าให้ได้'เย่ว์หยาง'รู้ว่าเขตแดนปราณก่อกำเนิดมีพลังกล้าแข็งและรุนแรงมาก

แต่เขาไม่เคยคิดว่า จะมีผลกระทบทันทีที่บรรลุถึงขอบเขตนั้นเมื่อเส้นพลังปราณทั้ง 12 สายเชื่อมถึงกันและกันได้ในสุดแล้ว 'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่าวิญญาณเขาสั่นสะท้าน

ขณะที่ตัวเขาเข้าไปอยู่ในขอบเขตนั้นโดยสมบูรณ์ เหมือนกับว่าเขากำลังว่ายอยู่ในทะเลแห่งพลังที่ไร้ขีดจำกัด อิสระเหมือนนก เขารู้สึกว่าพลังภายในจากผืนโลกกำลังไหลเข้าไปในกายเขาจากจุดหย่งฉวนที่เท้า แล้วมาทะลุออกที่จุดไป่ฮุ่ยบนศีรษะ

จากนั้นพลังก็พวยพุ่งเป็นไอจนสุดขีดของมัน แล้วหวนกลับเข้ามาที่จุดตรงศีรษะ ส่วนพลังจากบรรยากาศจะไหลไปทั่วร่างของเขา แล้วมาออกที่จุดหย่งฉวนที่เท้าของเขากลับเข้าไปในพื้นโลก

ด้วยการหมุนเวียนเป็นวัฏฏจักรนี้ ตลอดทั้งร่างเขารู้สึกเหมือนถูกชำระใหม่อีกครั้งด้วยพลังจากโลกและบรรยากาศ  อาการนี้คือการลอกคราบ ร่างกายของ'เย่ว์หยาง'ไม่รู้สึกหนักอีกต่อไป แต่เขากลับรู้สึกเหมือนจะบินได้ ร่างกายเขาเปลี่ยนเป็นปราดเปรียว ว่องไวมากมายกว่าแต่ก่อน

ทันใดนั้น คัมภีร์อัญเชิญชั้นทองแดงเปล่งแสงสว่างและลำแสงสีทองฉายตรงลงมาจากฟ้า กำจัดความมืดมิดยามค่ำคืนถ้าเย่ว์หยางไม่ได้เลือกฝึกตอนกลางคืน ทุกคนในรัศมี 500 เมตรจะสังเกตเห็นลำแสงนั้นขณะเขาเข้าสู่ขอบเขตปราณธรรมชาติก่อกำเนิดแล้ว เย่ว์หยางรู้สึกในใจว่าเหนือความจริง คล้ายเทพเเจ้า

รู้สึกเหมือนว่าเขาสามารถไปจากโลกมนุษย์แล้วเอื้อมมือขึ้นไปแตะท้องนภา หรือย่ำบาทาจนพสุธาหวั่นไหว..อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเช่นนี้กินเวลาไม่กี่วินาทีเสียงสวรรค์ที่เขาเคยได้ยินในใจเมื่อคราวทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญ ดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะที่'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่าพลังที่เติมจนเต็มในร่างกายเขาถูกดูดมาโดยสิ่งลึกลับในร่างกายเขา ในที่สุด เขาก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เสียงบึ้มดังก้องขึ้นในหัวเขา

ขณะที่เขาเป็นลมล้มลงกับพื้น เมื่อเขาหมดสติไป เขารู้สึกเหมือนเห็นภาพลวงตาเป็นแสง 7 สี ฉายแสงสว่างเป็นรูปหงส์ทองร่อนลงมายังพื้นแผ่นดินขณะที่ใจเขาถูกถอนออกมา

ลำแสงสีทองค่อยๆ จางลงมาที่คัมภีร์อัญเชิญแล้วหายไปในอากาศตอนที่ลำแสงหายไปนั้น คัมภีร์สีทองแดงลอยมาอยู่ที่ข้างตัวเย่ว์หยางโดยไม่มีเสียงในหน้าต่างๆ ในคัมภีร์ ไม่มีอะไรเปลี่ยนอย่างไรก็ตาม คำอธิบายสถานะของเขา

"ระดับ 1 ชั้นเริ่มต้น ขั้นฝึกหัด มีคำพิเศษอยู่คำหนึ่ง คือ ปราณก่อกำเนิด"”

คืนนั้น'เย่ว์หยาง'ถึงกับหลับเป็นตาย อย่างไรก็ตาม เกิดความโกลาหลไปทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยแม้แต่จักรพรรดิจุนอู๋ทรงตื่นจากบรรทมทันทีเสด็จไปยังท้องพระโรง ซึ่งมีมุขมนตรีและหัวหน้าราชองครักษ์วังหลวงรออยู่

ทุกคนอยู่ในอาการตื่นตระหนกที่พวกเขามาทั้งที่ยังอยู่ในชุดนอน ข่าวเดียวที่ทำให้จักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าเซี่ยโพล่งออกมาอย่างปลาบปลื้มว่าพระองค์เองยังไม่เชื่อที่ได้สดับมาเองด้วยซ้ำ

ในที่สุดนักสู้ชั้นปราณธรรมชาติก่อกำเนิดปรากฏตัวในราชอาณาจักรต้าเซี่ยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ลำแสงสีทองที่ฉายลงมาที่นักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดผู้นี้ยังทรงพลังมากกว่านักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดคนก่อนๆ

แสงสีทองเจิดจ้าตัดกับความมืดยามราตรี ทุกคนในรัศมี 500 เมตรน่าจะเห็นได้อย่างชัดเจน ตามที่มีบันทึกไว้ในบันทึกแก้วผลึกนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดทั้งหมด

ท่านผู้นี้นับเป็นนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดคนที่ 81 ของอาณาจักรต้าเซี่ยนับแต่เริ่มบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และท่านผู้นี้ยังคงเป็นนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดคนที่ 7 ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกนี้

"ขอเดชะฝ่าบาท! เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ว่าไม่มีบันทึกนักสู้ผู้นี้เลย ข้าพระองค์เกรงว่าอาจจะเป็นนักพรต ฤาษีชีไพรผู้อาศัยอยู่ในภูเขาก็ได้ ปัจจุบันนี้ไม่มีข้อมูลใดๆ ของนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดผู้นี้เลย"”

มุขมนตรีส่ายหัวอย่างเสียดาย

"อย่าบอกข้านะว่า ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบันทึกไว้แม้แต่ในบันทึกแก้วผลึก นักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดก็ไม่มีแม้แต่น้อยหรือ" จุนอู๋ฮ่องเต้ตรัสถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ"”

พะยะค่ะ ฝ่าบาท นักสู้ปราณก่อกำเนิดผู้นี้มีทักษะซ่อนสถานะตนเองได้ บันทึกนักสู้ปราณก่อกำเนิดแก้วผลึกบันทึกข้อมูลพื้นฐานมาได้แค่ เป็นบุรุษ

แม้แต่อายุก็ถูกปกปิดไว้ ไม่ต้องพูดถึงนิกาย วิชา หรือสัตว์อสูร เราคาดว่านักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดผู้นี้มีทักษะปกปิดและพรางตัวตน ดังนั้นบันทึกแก้วผลึกจึงรายงานข้อมูลของเขาไม่ได้เลย

"ลำแสงนั้นปรากฏขึ้นที่ไหน? ใครเป็นประจักษ์พยานได้บ้าง?"”

นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับการเพิ่มพูนแสนยานุภาพอาณาจักรต้าเซี่ย เราต้องหานักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดผู้นั้นให้ได้

" ฮ่องเต้แทบเสียจริตเพราะความวิตกกังวล ในที่สุดพวกเขาก็มีนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดในอาณาจักรของพวกเขา ยังไม่มีผู้ใดรู้สถานะของนักสู้นั้น นี่ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก"”

ตามทักษะเปิดเผยสถานะของข้าพระองค์ ตำแหน่งโดยทั่วไปสมควรเป็นด้านใต้ของภูเขาหยุนอู้ น่าจะรวมทั้งเมืองไป๋ฉือ, หงหลินและเฮยหยาน ยากมากที่จะคาดเดาตำแหน่งที่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลำแสงส่องลงไปที่นักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดผู้นั้นใหญ่มาก คงมีประจักษ์พยานแน่นอน โดยเฉพาะพวกมือสังหารและพวกนอกกฎหมายที่ปรากฏตัวเวลากลางคืน คงมีคนเห็นมันแน่ๆ  ตราบที่เราให้รางวัลใหญ่ล่อใจให้คนที่รายงานการพบเห็นลำแสงสีทอง

สืบหาให้ดีตามเบาะแสให้พบ เราน่าจะหาตำแหน่งของเขาพบ คัมภีร์อัญเชิญสีทองของมุขมนตรีเปิดกว้างขณะที่แสดงแผนที่อาณาจักรต้าเซี่ย

จุดสีทองฉายแสงออกมาใกล้ตำแหน่งภูเขาหยุนอู้อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาพยายามขยายดูแผนที่เขา ดาวทองนั้นก็หายไปอย่างลึกลับราชองครักษ์วังหลวงทั้ง 2 คิดว่านี่ไม่ใช่เนื่องมาจากความผิดพลาดของมุขมนตรี แต่เป็นเพราะทักษะอำพรางที่นักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดมี

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาคาดว่าทักษะอำพรางของเขาแข็งแกร่งอย่างมากจักรพรรดิ มุขมนตรีและราชองครักษ์วังหลวงทั้งสองวางแผนเคลื่อนไหวต่อไปตลอดทั้งคืน และในที่สุด พวกเขาตัดสินใจตั้งรางวัลเป็นทอง 1,000 เหรียญให้ทหารรับจ้าง นักฆ่าและก๊กโจรป่าผู้หานักสู้ปราณก่อกำเนิดผู้นี้พบ

อีกอย่างใครก็ตามที่เห็นลำแสงและรู้ตำแหน่งที่แน่นอนของมัน จะได้รับรางวัล 50 เหรียญทองขณะเดียวกัน ราชอาณาจักรทั้ง 3 ตระกูลใหญ่ทั้ง 4 และ 4 นิกายใหญ่ได้รับการติดต่อทันที

เมื่อ'เย่ว์หยาง'ตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่ อาณาจักรต้าเซี่ยทั้งหมดตกอยู่ในความโกลาหล แม้แต่ 4 นิกายใหญ่ที่สงบเสงี่ยมยังตื่นตระหนกเช่นกันนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดปรากฏในปุถุชนทั่วไป

มันเกิดขึ้นไปอย่างไร?คนผู้นี้ไม่ใช่คนที่พึ่งพา 4 นิกายใหญ่และ 4 ตระกูลใหญ่ ไม่ได้แม้แต่จะรับการสนับสนุนจากราชอาณาจักร เขาสำเร็จวิชาและเข้าสู่ขอบเขตปราณธรรมชาติก่อกำเนิดด้วยตนเอง 4 นิกายใหญ่ส่งทูตไปตรวจสอบข้อมูลจากบันทึกชื่อนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิดที่เป็นแก้วผลึกทันที

บรรดานิกายใหญ่ทั้ง 4  มีนักสู้อาวุโสคนหนึ่งจากนิกายเหนือ วิหารเทพจันทรามีทักษะตาทิพย์เป็นทักษะธรรมชาติ และเป็นผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงนาม'หมิงซิน' พูดบางคำที่ทำให้ตะลึงไปทั้งโลก

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=14

จบบทที่ ตอนที่ 14 ความโกลาหล ปกปิดร่องรอย เรื่องลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว