เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 493 ลู่เชียนเชียน ดูแลตัวเองด้วย.

Chapter 493 ลู่เชียนเชียน ดูแลตัวเองด้วย.

Chapter 493 ลู่เชียนเชียน ดูแลตัวเองด้วย.


หลังจากได้รับอาวุธจิตวิญญาณ เหล่าศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้งเริ่มทำพันธะสัญญากับอาวุธในทันที.

ด้วยอาวุธที่พิเศษเหล่านี้ มันจะกลายเป็นของพวกเขาอย่างสมบูรณ์ เพราะว่าด้วยการมีจิตวิญญาณที่มีอยู่คนที่ไม่ใช่เจ้าของ ก็จะไม่สามารถใช้งานได้.

กระบี่หานเฟิงและหอกผู้พิชิต ที่เดิมทีก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว เวลานี้กลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณเทียมก็ยิ่งแข็งแกร่งมากกว่าเดิม!

กล่าวตามจริง อาวุธจิตวิญญาณเทียมนั้น จัดเป็นของวิเศษอย่างหนึ่ง.(ของวิเศษ ก็คือสิ่งของที่มีพลังพิเศษ เช่นแหวนมิติ.)

จุนซ่างเซียวที่มอบอาวุธจิตวิญญาณเทียมให้กับศิษย์มากมาย ก็เท่ากับมอบของวิเศษให้กับพวกเขา.

นี่เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก.

เย่ซิงเฉินนั้นรู้สึกตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก!

อาวุธที่มีจิตวิญญาณเทียมด้านใน ในอดีตเขาย่อมเคยเห็น ทว่ามันคือสุดยอด ของหายาก คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสำนักจะมอบให้ศิษย์ราวกับหัวกระหล่ำปลี!

ดินแดนเบื้องบน.

แน่นอนว่าต้องมาจากดินแดนเบื้องบน!

ฟู่ ฟู่!

ฟิ้ว ฟิ้ว---

ที่ลานฝึกฝนด้านนอกนั้น ซูเซียวโม่และศิษย์คนอื่น ๆ ที่สื่อสารกับจิตวิญญาณเทียมของตน.

พริบตานั้น ธาตุเพลิงสีแดง ธาตุวารีสีฟ้าคราม ธาตุไม้สีเขียว ธาตุดินสีน้ำตาล ธาตุโลหะสีเหลืองอร่าม คุณสมบัติของธาตุที่ฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ ทำให้ห้วงอากาศสั่นไหวเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

ในมุมมองของเขา อาวุธของแต่ละคนต่างก็มีพลังที่แตกต่างหลากหลาย.

ในขณะที่ศิษย์มากมายกำลังทดสอบพลังใหม่ของตัวเองอยู่นั้น!

เหออู๋ตี้ที่เสร็จสิ้นการฝึกฝนก้าวออกมาจากห้องปั้นกล้ามเนื้อ เห็นซูเซียวโม่และศิษย์คนอื่น ๆ ที่กำลังถืออาวุธที่ร้ายกาจ ดวงตาของเขาที่เบิกกว้างกลมโต “นี่....อาวุธจิตวิญญาณเทียมอย่างงั้นรึ?”

ร้ายกาจมาก

ในโลกของเขานั้น อาวุธจิตวิญญาณเทียมถือว่าเป็นอาวุธระดับสูง หากไม่ใช่ยอดฝีมือแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะมีมันได้.

อย่างไรก็ตาม ในพิภพแห่งนี้ เพียงแค่ระดับอาจารย์ยุทธ์กับมีอาวุธจิตวิญญาณเทียมแล้ว นี่มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ!

“นี่ต้องเป็นสิ่งที่ปราชญ์จ้าวเจ็ดลึกล้ำทิ้งเอาไว้อย่างแน่นอน!”

เย่ซิงเฉินคิดว่าอาวุธนี้มาจากดินแดนเบื้องบน ส่วนเหออู๋ตี้ที่เป็นคนจากดินแดนเบื้องบน คิดว่าเป็นของที่ปราชญ์จ้าวเจ็ดทิ้งเอาไว้ ต่างคนต่างก็เข้าใจไปคนละอย่าง.

......

ฟิ้ว!

ฟิ้ว!

บนลานยุทธ์ ธาตุทั้งห้าที่ลอยฟุ้ง สีที่ต่างกันสะท้อนไปมาบนท้องฟ้าดูงดงามเป็นอย่างมาก.

ซูเซียวโม่ ลี่เฟยและศิษย์อีกหลายคนที่ใช้จิตวิญญาณเทียมเปลวเพลิง ทว่าเปลวเพลิงนั้น ส่งพลังออกมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังระเบิดที่รุนแรงออกมา.

หลงจื่อหยางและซ่งเสวียนโจวที่ใช้จิตวิญญาณโลหะ หอกและดาบของพวกเขาที่แหลมคมสามารถตัดผ่านพลังป้องกันที่หนาได้อย่างง่ายดาย.

หยางยูฮัวที่ผสานจิตวิญญาณไม่ใช้อาวุธ ทว่ากับเป็นโล่ เพราะว่าจิตวิญญาณธาตุปฐพีหลังจากกระตุ้นแล้ว จะทำให้พลังป้องกันเพิ่มขึ้นอีกหลายระดับ.

ส่วนธาตุไม้และธาตุวารีนั้น เป็นธาตุที่ช่วยเสริมการต่อสู้ ดังนั้นจึงเหมาะกับสตรี.

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า.

เย่ซิงเฉินที่ได้รับจิตวิญญาณธาตุวารีมา ทำให้เขาแทบพ่นโลหิตล้มลงทั้งยืน.

เห็นศิษย์ที่กำลังทดสองอาวุธอยู่ จุนซ่างเซียวก็เดินกลับไปยังห้องโถงด้วยรอยยิ้ม.

ด้วยการเปิดใช้งานฟังก์ชันรวมจิตวิญญาณ การเพิ่มพลังให้กับอาวุธของศิษย์ จะทำให้พลังต่อสู้ของพวกเขายกระดับไปอีกขั้น.

อีกอย่าง อาวุธที่มาจากระบบ มีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว การผสานจิตวิญญาณเข้าไป ก็ยิ่งทำให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.

“น่าเสียดาย กระบี่หานเฟิงและหอกผู้พิชิตนั้นเป็นเพียงอาวุธระดับต้น จึงทำให้เพิ่มจิตวิญญาณได้หนึ่งขั้นเท่านั้น.”เจ้าสำนักจุนที่รู้สึกยังไม่พอใจนัก.

เขาที่เปิดฟังก์ชันหอรวมจิตวิญญาณขึ้นมา เขาที่พบว่ากระบี่หานมั่งที่เป็นอาวุธระดับกลางนั้นสามารถที่จะผสานได้สองขั้น หมายความว่าสามารถใส่จิตวิญญาณเทียมได้สองดวงอย่างงั้นรึ?

“ข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ธาตุเพลิงและเป็นมือกระบี่ด้วย ก็ควรจะเลือกธาตุเพลิงและธาตุโลหิตสองอันสินะ.”จุนซ่างเซียวที่กล่าวเสียงเบา.

ในเวลานั้น ลู่เชียนเชียนที่ก้าวมาจากลานด้านใน เขาที่เอ่ยออกมาว่า “เชียนเชียน นำกระบี่หานมั่งของเจ้ามา เปิ่นจั้วจะช่วยเจ้ายกระดับมัน.”

น่าเสียดายที่ไม่มีจิตวิญญาณน้ำแข็ง ไม่เช่นนั้นคงจะเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม.

ลู่เชียนเชียนที่ก้าวเข้ามา ทว่าไม่ได้นำกระบี่ออกมา นางเอ่ยออกมาว่า “เจ้าสำนัก ศิษย์จะออกไปหาประสบการณ์ด้านนอก.”

ก่อนหน้านี้นางได้เอ่ยเรื่องนี้แล้ว แต่เพราะว่ามนทลเจิ้นหยางกำลังรุกรานจึงอยู่ในช่วงเวลาไม่ดีนัก ตอนนี้เรื่องดังกล่าวแก้ไขได้ชั่วคราว ตอนนี้นางควรจะออกไปยังจังหวัดตงเป่ยลู่ได้แล้ว.

“ตกลง.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เปิ่นจั้วอนุญาตให้เจ้าออกไปหาประสบการณ์.”

เขาย่อมไม่ห้ามศิษย์ออกไปหาประสบการณ์.

“...”

จุนซ่างเซียวเอ่ยเพิ่ม “นำกระบี่หานมั่งของเจ้าออกมา.”

ออกไปหาประสบการณ์ก็ไม่มีปัญหา ทว่าก็ควรผสานจิตวิญญาณเข้าไปในอาวุธก่อน อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น.

ลู่เชียนเชียนที่ส่งกระบี่หานมั่งออกมา.

ลู่เชียนชียนไม่ได้ปฏิเสธจิตวิญญาณเทียม ทว่านางกลับเลือกจิตวิญญาณเพลิงและจิตวิญญาณวารี.

เพราะว่าไม่มีจิตวิญญาณน้ำแข็ง ทำให้นางเลือกจิตวิญญาณวารีซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม ทว่าการที่นางเลือกจิตวิญญาณเพลิงผสานเข้าไปด้วย เรื่องนี้เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก.

วันถัดมา.

จุนซ่างเซียวที่ส่งอาวุธคืนให้ลู่เชียนเชียน พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า “จะออกเดินทางเมื่อไหร่?”

“วันนี้.”ลู่เชียนเชียนเอ่ย.

“เร็วเพียงนี้เลยรึ?”

จุนซ่างเซียวที่ครุ่นคิดเล็กน้อยและพยักหน้ารับ.

......

สำนักไท่กู่เจิ้ง ประตูด้านนอก.

หลงจื่อหยางและเซียวจุ้ยจื่อตลอดจนศิษย์อีกหลายคนที่มาส่งนางด้วยตัวเอง.

แม้นว่าลู่เชียนเชียนจะเต็มไปด้วยความเย็นชา ทว่านางก็คือศิษย์คนโตของสำนักไท่กู่เจิ้ง แน่นอนว่าย่อมเป็นที่เคารพของทุกคน.

“ศิษย์พี่หญิงใหญ่!”

หลิวหว่านซีที่ร้องไห้เอ่ยออกมาว่า “ดูแลตัวเองด้วย!”

ตอนแรกนั้นนางรู้สึกหวาดกลัวลู่เชียนเชียนเป็นอย่างมาก ต้องไม่ลืมว่านางที่ถูกกระบี่จ่อคอเอาไว้เมื่อครั้งเข้ามาสำนักครั้งแรก.

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เป็นศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้งแล้ว มีเรื่องใดที่ไม่เข้าใจในวิถียุทธ์ ศิษย์พี่หญิงใหญ่จะคอยชี้แนะนางตลอด แม้ว่าจะเอ่ยด้วยคำพูดที่เหน็บแนม ทว่ากับชี้จุดอ่อนให้กับนางเห็น ทำให้นางได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมาก.

ด้วยการรู้จักเป็นเวลานาน หลิวหว่านซีที่ตระหนักได้ว่า ศิษย์พี่หญิงใหญ่แม้นว่าจะเย็นชา แต่กลับเป็นคนที่ใจดีคนหนึ่ง.

หลิงหยวนเสวี๋ยและศิษย์หญิงคนอื่น ๆ ที่จ้องมองศิษย์หญิงใหญ่ลงเข้าไป ด้วยแววตาใจหายเล็กน้อย.

“ศิษย์พี่รอง.”

ซูเซียวโม่ “เจ้าสำนักล่ะ?”

หลี่ชิงหยางที่ส่ายหน้าไปมา เอ่ยออกมาว่า “ข้าเองก็ไม่รู้.”

จุนซ่างเซียวไม่ได้ออกมาส่งศิษย์หญิงใหญ่ ทว่าเขานั่งอยู่บนหลังคาห้องโถง ภายในใจที่ครุ่นคิดถึงอดีตที่ผ่านมา.

“ข้าจะเข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้ง.”

นั่นคือคำพูดที่ลู่เชียนเชียนเอ่ยกลับเขาครั้งแรก.

ในเวลานั้น เจ้าสำนักจุนที่เพิ่งมาจากต่างโลก อยู่ในสภาพอัตคัด และได้รับอาหารจากป้าหวังเพื่อปะทังชีวิต ไม่ต้องบอกว่าเขาอยู่ในสภาพอนาถขนาดใหน.

“เจ้านะรึ? เจ้าสำนัก?”

“ข้าขอถอนตัวจากสำนัก.”

ด้วยท่าทางของลู่เชียนเชียนเวลานั้น จุนซ่างเซียวที่ชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อรั้งให้นางอยู่ต่อ.

หลังจากนั้น พวกเขาทั้งคู่ก็เดินทางไปยังงานรับศิษย์ร้อยสำนักที่เมืองชิงหยางด้วยกัน ถึงนางจะเป็นศิษย์ หากแต่คำพูดคำจาของนางกับร้ายกาจเป็นอย่างมาก ทิ่มแทงเขาครั้งแล้วครั้งเล่า.

“มารดาเถอะ.”

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา สลัดความคิดทั้งหมดออกไป “ไม่ได้ลาออกไปซะหน่อย ทำใมต้องใจหายด้วย.”

เขาที่ยืนขึ้น จ้องมองไปยังร่างของนางที่ค่อย ๆ หายไปลับตา เขาที่ส่งเสียงผ่านวิญญาณออกไป “ลู่เชียนเชียน จำคำพูดของเปิ่นจั้วเอาไว้ เจ้าคือศิษย์พี่หญิงใหญ่ของสำนักไท่กู่เจิ้งตลอดไป!”

ลู่เชียนเชียนที่กำลังลงเขา ทว่ากับไม่ได้ตอบสนองอะไร.

“หากพบเข้ากับปัญหาด้านนอก อย่าได้เสียเวลา เร่งรีบขอกำลังเสริมจากสำนักทันที เปิ่นจั้วและศิษย์น้องของเจ้า จะยืนอยู่ข้างหลังสนับสนุนเจ้าเสมอ!”

จุนซ่างเซียวที่ส่งเสียงผ่านวิญญาณเอ่ยกล่าวกับนาง.

ลู่เชียนเชียนที่หยุดที่เชิงเขา จ้องมองขึ้นไปยังประตูสำนัก เหล่าศิษย์น้องที่โบกมือ พร้อมกับเผยยิ้มร่ำลานาง.

ครั้งหนึ่งเมื่อครั้งนางถูกไล่ออกจากนิกาย ไม่มีใครปลอบใจ ไม่มีใครเห็นใจนางเลย.

ตอนนี้ นางออกไปหาประสบการณ์ ที่ไม่รู้ว่าจะนานเท่าใด ไม่รู้จะได้กลับหรือไม่? เหล่าศิษย์น้องของนางกับมายืนส่งนาง ทำให้นางแทบไม่อยากจากไป.

ในเวลานี้ จิตใจของนางที่สั่นไหวเป็นระลอกคลื่น.

“ต้องการที่จะมีจิตใจใสเหมือนแม่น้ำ เป็นเรื่องยากนัก....”แววตาของนางที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ก่อนที่จะหันหน้าจากไปไม่หันกลับมา.

วันนี้ ศิษย์หญิงใหญ่ของสำนักไท่กู่เจิ้ง ได้ลงเขา ออกไปหาประสบการณ์ ไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่.

จบบทที่ Chapter 493 ลู่เชียนเชียน ดูแลตัวเองด้วย.

คัดลอกลิงก์แล้ว