เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 ถ้าเขาเป็นราชา ชั้นก็คือจักรพรรดิ

บทที่ 141 ถ้าเขาเป็นราชา ชั้นก็คือจักรพรรดิ

บทที่ 141 ถ้าเขาเป็นราชา ชั้นก็คือจักรพรรดิ


บทที่ 141 ถ้าเขาเป็นราชา ชั้นก็คือจักรพรรดิ

ตอรี่ ซึ่งแปลงร่างเป็นก็อตซิลล่าในทะเล ตะโกนขึ้นทันที “ท่านราชครู ให้ชั้นไปเอง! คอยดูชั้นขยี้พวกมันให้แหลกคามือ!”

คิงคอง ฮุรุวะ เห็นว่าตอรี่สร้างผลงานไปแล้ว แต่เขายังไม่มีบทบาทอะไรเลย ก้าวออกมาข้างหน้าและประกาศลั่น “ท่านราชครู ชั้นจะไปเอง ชั้นสามารถทุบไอ้พวกขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยนั่นให้แหลกได้ด้วยหมัดเดียว”

เหล่าทหารผ่านศึกของบาร็อค เวิร์คส์ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน พวกเขาก้าวออกมาพร้อมกัน พวกเขาไม่ต้องการถูกแซงหน้าโดยผู้มาใหม่ที่เพิ่งกินผลปีศาจเข้าไป และทัศนคติของพวกเขาก็แน่วแน่ ยอมพร้อมที่จะตาย

เฉิงเฉิงยิ้มเงียบๆ สีหน้าของเขาผ่อนคลายลง และพูดว่า “ไปพร้อมกันเลย! อัดพวกมันให้ตาย! พวกมันกล้ามาขโมยเงินของชั้น พวกมันไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้ชั้นยังขาดแคลนเบรีอีกมาก?”

ชั่วขณะหนึ่ง ผู้ใช้ผลปีศาจเกือบทั้งหมด ยกเว้นเฉิงเฉิง เหล่าซา และซิ่วย่า ต่างก็ขึ้นไปอยู่บนหลังของก็อตซิลล่า ตอรี่ จ้องมองเรือรบของกองทัพเรือทั้งเจ็ดลำที่อยู่ตรงหน้าอย่างดุร้าย ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ เงาดำมหึมาของก็อตซิลล่า ตอรี่ ก็พุ่งเข้าชนเรือรบลำแรก เรือรบลำนั้นเกือบจะพลิกคว่ำ และทหารเรือทั้งหมดต่างอุทาน “เจ้าทะเลมาแล้ว! เจ้าทะเลมาแล้ว!”

ในจังหวะที่ปะทะ คิงคอง ฮุรุวะ ก็กระโจนสูงขึ้น แปลงร่างเป็นวานรยักษ์คิงคองสูงสามสิบเมตร เขากระทืบเท้าทั้งสองข้างพร้อมกันลงบนเรือรบลำแรกที่กำลังโคลงเคลง และเรือรบทั้งลำก็จมลงไปกว่าครึ่งในทันที น้ำกำลังจะท่วมดาดฟ้าเรือ

เหล่าทหารเรือที่อยู่ใต้เท้าของคิงคองถูกเหยียบย่ำจนกลายเป็นเศษเนื้อ ตายโดยไม่เข้าใจว่าทำไม

พนักงานคาเยนน์คนอื่นๆ ที่บินไปยังทะเลไกลออกไป นอกจากจะตกตะลึงแล้ว ยังรีบพุ่งเข้าใส่เหล่าทหารเรือ ไม่ยอมน้อยหน้า

คิงคอง ฮุรุวะ ยังไม่ยอมแพ้ เขาเหวี่ยงกำปั้นขนาดมหึมาหนักพันชั่งของเขาลงบนดาดฟ้าเรือเบื้องล่าง

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นเอง สตรอว์เบอร์รี่ที่มาถึงทันเวลา ก็ใช้ดาบคู่ที่เคลือบฮาคิของเขาสกัดกั้นไว้ และทั้งสองก็เริ่มต่อสู้กัน

ไม่เพียงแค่นั้น หลังจากที่สตรอว์เบอร์รี่ถูกคาบาสขับไล่กลับไปก่อนหน้านี้ เขายังได้ติดต่อกูเมียร์ พลเรือโท เพื่อนสนิทของเขาด้วย

กูเมียร์คนนี้คือผู้บัญชาการฐานทัพ G2 ของกองทัพเรือ หนึ่งในศิษย์ของพลเรือเอกแห่งกองทัพเรือ เซเฟอร์ แขนดำ และยังเป็นคนที่แขวนอักษรขนาดใหญ่เจ็ดตัว “ความยุติธรรมที่ไม่สั่นคลอน” ไว้ในห้องทำงานของเขาด้วย

เขาเป็นผู้ที่ทรงพลังในหมู่พลเรือโทของกองทัพเรือหลายคน และยังเป็นศิษย์ร่วมสำนักกับคิซารุอีกด้วย

หลังจากได้รับสัญญาณของสตรอว์เบอร์รี่ กูเมียร์ก็นำกองกำลังของเขาทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ

กูเมียร์ร่างท้วมมีดาบสองเล่มห้อยอยู่ที่เอว เขาจ้องมองภาพตรงหน้า ลูบศีรษะล้านของเขา แล้วค่อยๆ ชักดาบคู่ออกมา

เขาผ่านสมรภูมิรบนับไม่ถ้วน ทั้งเล็กและใหญ่ มาตลอดชีวิต และไม่สนใจเรื่องความเป็นความตายมานานแล้ว เขาหัวเราะเบาๆ:

“ไม่ว่าพวกแกจะเป็นฝ่ายไหน ดูเหมือนว่าวันนี้ชั้นจะได้ต่อสู้อย่างสนุกมือแล้วสินะ”

จากนั้น กูเมียร์หัวล้าน ก็ใช้ฮาคิห่อหุ้มร่างกาย ใช้เกปโปเข้าปะทะกับก็อตซิลล่าที่กำลังฟาดหางทำลายเรือรบในทะเลอย่างบ้าคลั่ง

เฉิงเฉิงและคนอื่นๆ ที่อยู่นอกความโกลาหลของการต่อสู้อันห่างไกลนี้ ต่างก็เฝ้าดูการต่อสู้ที่ส่งผลกระทบต่อสายตาซึ่งกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาอย่างตั้งใจ

เหล่าซาตบมือบนราวระเบียงแล้วถามว่า “ชั้นควรจะไปร่วมสนุกด้วยบ้างไหม?”

เฉิงเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายค่อนข้างสูสีกัน ถ้านายเข้าร่วมด้วย มันก็จะน่าเบื่อสิ”

เหล่าซาหรี่ตาลงและพูดเบาๆ “ถ้าชั้นไม่ไป มันจะมีคนรอดชีวิตน่ะสิ”

เฉิงเฉิงถอนหายใจ นึกถึงต้นวิญญาณสัตว์มายาที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ถ้าต้นวิญญาณสัตว์มายาสามารถพกพาไปกับเขาได้ เขาก็คงไม่ต้องกังวลมากมายขนาดนี้ และไม่ต้องระมัดระวังไปทั่วทุกหนทุกแห่งและคอยซ่อนตัวตนของเขาอยู่ตลอดเวลา

ดูเหมือนว่าเมื่อเขากลับไปครั้งนี้ ถึงเวลาต้องพิจารณาภารกิจย้ายต้นวิญญาณสัตว์มายาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ว่าความหวังนั้นริบหรี่เต็มที

เฉิงเฉิงจ้องมองสนามรบเบื้องหน้าและถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้น นายก็ไปเถอะ ตัวตนของพวกเรายังคงไม่สะดวกที่จะเปิดเผยในตอนนี้จริงๆ”

เหล่าซาส่งยิ้มชั่วร้าย กระโดดขึ้นไปบนเรือไม้ลำเล็กๆ และลอยไปข้างหน้า ไม่กลัวน้ำที่อยู่ใต้เท้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

เฉิงเฉิงซึ่งมั่นใจในความสามารถในการจัดการสิ่งต่างๆ ของเหล่าซามาโดยตลอด ไม่ได้มองไปที่สนามรบเบื้องหน้าอีกต่อไป ด้วยการเข้าร่วมของเหล่าซา การต่อสู้ก็จะกลายเป็นฝ่ายเดียวในไม่ช้า

เขาหันไปหาซิ่วย่าด้วยความสงสัย “เธอไปหาทองคำมากมายขนาดนี้มาจากไหน? ไปเจอที่ไหนเหรอ?”

ซิ่วย่าเลิกคิ้ว ชี้ไปที่ดวงตาของเธอ และพูดอย่างภาคภูมิใจ “นี่น่าจะเป็นความสามารถพิเศษของผลโซออนพันธุ์สัตว์มายา จิ้งจอกวิญญาณเนตรสีคราม ของชั้นค่ะ หลังจากแปลงร่างเป็นจิ้งจอกวิญญาณ โลกนี้ก็เปลี่ยนไปในสายตาของชั้น พื้นที่โดยรอบมีเสาแสงนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น และต่อมาชั้นก็พบว่ายิ่งเสาแสงสว่างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีสมบัติมากเท่านั้น และมันเป็นสมบัติที่ไม่มีเจ้าของทั้งหมดเลยค่ะ”

“ตอนแรก ด้วยดวงตาคู่นี้ ชั้นเก็บเบรีได้มากมายในเรนเบสเลยค่ะ! ต่อมา ชั้นก็คิดว่า ถ้าออกจากเรนเบสไปล่องทะเลหลวง ชั้นจะไม่เจรสมบัติมากยิ่งขึ้นเหรอ? ชั้นก็เลยพาคาบาสกับคนอื่นๆ เช่าเรือ แล้วออกไปผจญภัยในทะเลหลวง”

“โชคดีที่ผลเก็บเกี่ยวตลอดทางก็ค่อนข้างดีค่ะ”

เฉิงเฉิงก้าวไปข้างหน้าและเปิดกล่องไม้แดงที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกอย่างสบายๆ ทันใดนั้น แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นเหรียญทองหนักอึ้งเต็มกล่อง

เขาหัวเราะและชมว่า “นี่มันมากกว่า 'ค่อนข้างดี' แล้วล่ะ! ผลเก็บเกี่ยวของเธอไม่กี่วันที่ออกไปนี่ มีค่าเท่ากับค่าหัวของพวกซูเปอร์โนวาหลายคนเลยนะ”

ซิ่วย่าถามอย่างสงสัย “ใครคือซูเปอร์โนวาเหรอคะ?”

เฉิงเฉิงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ก็คือโจรสลัดที่มีค่าหัวมากกว่าหนึ่งร้อยล้านเบรีน่ะ และพวกเขาทั้งหมดก็แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด ถูกเรียกว่ายุคที่เลวร้ายที่สุด”

ดวงตาของซิ่วย่าส่องประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า และเธอโต้กลับว่า “ชั้นไม่สนหรอกค่ะว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็ไม่แข็งแกร่งเท่าท่านราชครูอยู่ดี”

เฉิงเฉิงหัวเราะอย่างเต็มที่ ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขานั้นเพียงพอที่จะบดขยี้ซูเปอร์โนวาคนไหนก็ได้จริงๆ ถ้าเขาเป็นโจรสลัด ก็คงไม่มีอะไรให้ซูเปอร์โนวาคนอื่นๆ ทำมากนัก เขาควรจะถูกเรียกว่าจักรพรรดิคนที่ห้า

เมื่อมองไปที่ซิ่วย่าที่กำลังลังเล เฉิงเฉิงก็ยิ้มและพูดว่า “แค่พูดทุกอย่างที่อยู่ในใจเธอออกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้เธอคือเทพีแห่งโชคลาภของคาเยนน์ของพวกเราแล้ว”

ซิ่วย่ากล่าวอย่างเคร่งขรึม “ในเมื่อพวกเราเริ่มต่อสู้กับกองทัพเรือแล้ว ทำไมพวกเราไม่ฉวยโอกาสนี้ก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดที่เชี่ยวชาญด้านการล่าสมบัติในทะเลล่ะคะ? ด้วยวิธีนี้ พวกเราก็จะมีทองคำหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องกังวลว่าจะหมดอีกต่อไป”

สายตาของเฉิงเฉิงเฉียบคมขึ้น และเขาพิจารณาเรื่องนี้ในใจอย่างรอบคอบ

จริงอย่างว่า หลังจากก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดแล้ว การล่าสมบัติในทะเลก็จะกลายเป็นเรื่องที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น โคซ่าและคาบาสก็ต้องการประสบการณ์การต่อสู้จริงอย่างแท้จริง การพึ่งพาการฝึกฝนแบบปิดประตูเพียงอย่างเดียวนั้นช้าเกินไปที่ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะพัฒนา

เฉิงเฉิงกล่าวว่า “เรื่องนี้สามารถพิจารณาได้ แต่ตัวตนของชั้นในฐานะราชครูยังคงเปิดเผยไม่ได้ในตอนนี้”

ซิ่วย่ากล่าวอย่างมีความสุข “ไม่จำเป็นเลยค่ะ ก็แค่คาบาสกับพวกเราไม่กี่คน บวกกับเหล่าถู่ พวกเราไม่จำเป็นต้องให้ท่านราชครูออกหน้าเลยแม้แต่น้อย”

เฉิงเฉิงหยิบเหรียญทองที่ส่องประกายขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ถือมันไว้สูง และเมื่อแสงแดดส่องกระทบ มันก็ยิ่งส่องสว่างเจิดจ้ามากขึ้น เมื่อมองไปยังท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เขาคิดในใจ

เจ้าเด็กโง่ลูฟี่นั่นก็รู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นราชาโจรสลัด ถึงแม้ชั้นจะไม่ได้สนใจสมบัติล้ำค่าในตำนานนั่น แต่ในฐานะพี่ชายของราชาโจรสลัด ฉายาของชั้นก็จะอ่อนแอเกินไปไม่ได้

ถ้าวันหนึ่งลูฟี่ได้เป็นราชา ชั้นก็จะขอประกาศตัวเองเป็นจักรพรรดิก็แล้วกัน

จบบทที่ บทที่ 141 ถ้าเขาเป็นราชา ชั้นก็คือจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว