เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 452 เกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน.

Chapter 452 เกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน.

Chapter 452 เกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน.


วิชาลับสามอำนาจหยวน นั้นคือทักษะพลังวิญญาณระดับสุดยอดขั้นสูง เมื่อใช้ทักษะดังกล่าว จะรวมพลังวิญญาณสามชนิดเอาไว้ ก่อนจะปลดปล่อยออกไปพร้อมกัน ๆ.

กษัตริย์ยุทธ์มนทลเจิ้นหยาง ที่สำเร็จขั้นสุดท้ายแล้ว หลังจากผสานพลัง ก็โจมตีออกมาในทันที

พลังที่รุนแรงหนักหน่วงเห็นได้จากสนามพลังวายุที่รุนแรงฉีกกระชากทุกอย่าง แหวกอากาศทำลายพื้นที่รอบ ๆ ให้แหลกเป็นจุณ แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ยังลอยเคล้งไปทั่วทุกสารทิศ.

เจียงเซี่ยที่ขมวดคิ้วไปมา.

แม้นว่าเขาจะอยู่ในระดับกษัตริย์ยุทธ์ขั้นที่สาม นอกจากนี้ยังฝึกฝนในสำนัก จนทำให้เขามีระดับชั้นสุดยอด ทว่าก็ยังไม่กล้าที่จะรับตรง ๆ แน่!

ทว่าเจ้าสำนักกับยืนนิ่ง ต้องการรับตรง ๆ อย่างงั้นรึ?

“ฟิ้ว!”

ในเวลานั้น จุนซ่างเซียวที่ยกมือขึ้น ร่างกายที่แผ่พุ่งระเบิดพลังวิญญาณที่กราดเกรี้ยวออกมา สร้างเป็นม่านพลังวิญญาณที่ด้านหน้าของตัวเองขึ้น.

หลังจากตัดผ่านไปถึงระดับกษัตริย์ยุทธ์ พลังวิญญาณของเขาที่มีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น สามารถที่จะก่อรูปร่างพลังวิญญาณสร้างกำแพงวิญญาณขึ้นมาได้.

นี่คือความสามารถที่สำคัญเป็นอย่างมาก.

จิตสัมผัสของกษัตริย์ยุทธ์ไม่เพียงแค่เคลื่อนย้ายพลัง ยังสามารถตรวจจับพื้นที่รอบ ๆ ได้อีกด้วย.

ด้วยจิตสัมผัสของจุนซ่างเซียว ทำให้เขารับรู้ถึงพลังของม่านพลังของตัวเองได้เป็นอย่างดี.

ระดับกษัตริย์ยุทธ์ มันยอดเยี่ยมเช่นนี้จริง ๆ!

ซูมม ซูมมม---

บอลสามสีที่ระเบิดพุ่งมาด้วยความเร็ว เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องปะทะกับม่านพลังวิญญาณ ผืนปฐพีที่สั่นไปมาอย่างรุนแรง!

ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ล้มระเนระนาดไปในทันที.

จากตำแหน่งพื้นที่ต่อสู้อยู่ห่างจากกำแพงเมืองหลายร้อยเมตร ทันใดนั้นพื้นที่รอบ ๆ ก็พังทลายราบเป็นหน้ากลองไปจนถึงประตูเมืองทันที.

“น่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!”

เซี่ยกวนคุนที่สูดหายใจที่เย็นเยือบเข้ามา.

ในเวลานี้ สิ่งที่เขาเป็นกังวลที่สุด คือเจ้าสำนักจุนเป็นไรหรือไม่?

จากนั้นไม่นาน.

กลิ่นอายพลังวิญญาณที่สลายหายไปทั้งหมด พื้นที่รอบ ๆ ที่พลังชนกันพังทลายเสียหายอย่างชัดเจน.

ฝุ่นควันที่หายไป เหลือเพียงม่านพลังวิญญาณยังคงอยู่ จุนซ่างเซียวที่ยืนอยู่อหังการ มุมปากของเขาทีเผยยิ้มพราย.

“......เป็นไปไม่ได้!”กษัตริย์ยุทธ์มนทลเจิ้นหยางที่ดวงตาเบิกกว้าง.

เขาที่ใช้ท่าไม้ตายแล้ว คาดไม่ถึงไม่แม้แต่ทะลวงม่านพลังวิญญาณของอีกฝ่ายได้ นี่อำนาจพลังวิญญาณของอีกฝ่ายนั้นมากมายขนาดใหนกัน!

“เพราะคือกษัตริย์สองวิถี ยุทธ์และกระบี่อย่างงั้นรึ?”เจียงเซี่ยที่ตื่นตะลึงเป็นอย่างมากเช่นกัน.

เย่ซิงเฉินที่ลอบตื่นตะลึงเช่นกัน ก่อนที่จะกล่าวในใจ “เห็นชัด ๆ เขาเพิ่งตัดผ่านระดับ ความหนาแน่นพลังวิญญาณไม่ควรที่จะทรงพลังเช่นนี้.”

แม้แต่ในชาติที่แล้วที่เขาเป็นหนึ่งในสิบราชันย์ยุทธ์ เขายังไม่มีความหนาแน่นพลังวิญญาณได้ขนาดนี้..

จุนซ่างเซียวที่โบกมือเก็บม่านพลังวิญญาณไป “เจ้าได้ใช้ไม้ตายออกมาแล้ว ต่อไปถึงคราวของเปิ่นจั้วแล้ว.”

กล่าวจบเขาได้ใช้ท่าเท้าเหยียบเมฆาพุ่งเข้าไป ด้วยความเร็วสูง กษัตริย์ยุทธ์มนทลเจิ้นหยางไม่มีแม้แต่เวลาสร้างม่านพลังวิญญาณป้องกัน.

ที่จริง แม้ว่าใช้ออกมาก็ไร้ประโยชน์.

ด้วยการโจมตีที่ไม่น้อยกว่า 3 ล้านจิน เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง!

ตูมมม!

ตูมมม!

ตูมมม!

จะให้กล่าวล่ะก็ เสียงหมัดที่ดังก้องไปทั่วพื้นที่ติด ๆ กัน.

หมัดของจุนซ่างเซียวกระหนำอัดอีกฝ่ายไม่ยั้ง ด้วยพลังรุนแรงจนทำให้กษัตริย์ยุทธ์มนทลเจิ้นหยางนอนกองอยู่กับพื้นร่างสั่นกระตุก ที่ปากมีน้ำลายฟองฟอด.

“......”

ทุกคนที่จ้องมองมุมปากกระตุกไปตาม ๆ กัน.

กับยอดฝีมือระดับกษัตริย์ยุทธ์ คาดไม่ถึงเลยว่าจะถูกอัดอยู่ในสภาพน่าสงสาร เรื่องนี้ไม่เคยมีใครกล้าจินตนาการถึงมาก่อน.

นี่คือพลังของกษัตริย์สองวิถี ยุทธ์และกระบี่อย่างงั้นรึ?

ไม่มีใครคาดคิดว่า เจ้าสำนักจุนจะสามารถทุบกษัตริย์ยุทธิ์ขั้นที่สี่ได้อย่างง่ายดาย นี่ไม่ใช่แค่ว่าเขาเป็นกษัตริย์สองวิถียุทธ์และกระบี่ ทว่าด้วยแกนวิญญาณแฝด พลังวิญญาณที่ซ้อนทับกัน ทำให้มันมีความหนาแน่นมากกว่าปรกติหลายเท่า.

ยกตัวอย่างวิชาลับสามอำนาจหยวนก่อนหน้านี้.

หากจุนซ่างเซียวมีแกนวิญญาณเดียว ไม่ต้องบอกเลยว่าม่านพลังป้องกันของเขาคงพังทลายลงเช่นกัน.

......

การต่อสู้ระหว่างกษัตริย์ยุทธ์ จบลงแล้ว.

กษัตริย์ยุทธ์ของมนทลเจิ้นหยาง ไม่เพียงไม่สามารถนำเถาหยวนไปได้ ตัวเองยังกลายเป็นนักโทษไปด้วย.

ลานใหญ่เมืองชิงหยาง.

กองกำลังเหนือพยัคฆ์ที่เวลานี้ถูกจับตัวมารวมกันเอาไว้ที่นี่.

“เจ้าสำนัก.”

เสวี๋ยเหรินกุยเอ่ย “จะจัดการคนเหล่านี้อย่างไร?”

“ใช้อำนาจเปิดใจนำมาใช้งาน หากไม่สามารถทำได้ก็ขายเป็นทาสให้กับมนทลเจิ้นหยางซื้อกลับไปก็แล้วกัน.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

เหล่าทหารที่สามารถใช้เป็นแรงงาน หรือแม้แต่กษัตริย์ยุทธ์ขั้นที่สี่ แน่นอนว่าคงจะทำเงินได้อย่างมากมาย.

เสวี๋ยเหรินกุยเอ่ย ”เถาหยวนเป็นแม่ทัพที่เป็นตระกูลขุนนาง การจะให้เขาเปิดใจ ดูเหมือนจะยากเล็กน้อย.

จุนซ่างเซียวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก “คนเหล่านี้แม้นว่าจะไม่ยอมตอนนี้ ทว่าหากว่าได้กินข้าวผัดสักจานสองจาน ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยาก.”

“......”

เสวี๋ยเหรินกุยที่จำได้ถึงอาหารของหลิวหว่านซี แม้แต่เขายังรู้สึกยากจะต้านทานได้เช่นกัน.

“แม่ทัพเถา.”

จุนซ่างเซียวที่เดินเข้ามา “จะยอมรับทั้งกายและใจหรือไม่?”

เถาหยวนที่เงียบและเอ่ยออกมาว่า “อะไรคือยอมรับทั้งกายและใจ.”

สงครามในครั้งนี้เขาพ่ายแพ้ กองกำลังเหนือพยัคฆ์ไม่สามารถต้านกองกำลังหมาป่าได้เลย กลายเป็นว่าเขาที่พ่ายแพ้ทั้งกายและใจอย่างงั้นรึ?

จุนซ่างเซียวเอ่ย “สำนักไท่กู่เจิ้งของข้านั้น ต้องการเหล่าคนที่มีความสามารถ สนใจเข้าร่วมหรือไม่?”

เถาหยวนที่เงยหน้าขึ้นมองอย่างยากลำบาก เอ่ยออกมาว่า “เจ้าสำนักจุน แม้นว่าเถาโหมวไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่ ทว่าก็ไม่มีทางยอมศิโรราบให้กับศัตรูอย่างแน่นอน.”

“แม่ทัพเถา.”

จุนซ่างเซียวที่ยังไม่ยอมแพ้ กล่าวออกมาว่า “ท่านเข้าใจผิดแล้ว เปิ่นจั้วหมายถึง เข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้ง.”

“กับยอมศิโรราบต่อศัตรูแตกต่างกันอย่างไร?”เถาหยวนเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เย็นชา.

“แตกต่างกัน.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เปิ่นจั้วขอถามก่อนว่าแม่ทัพเถานั้นสังกัดนิกายใด?”

“ไม่ได้เข้าร่วมนิกายใด.”เถาหยวนเอ่ย.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “แม้นว่าท่านจะเป็นแม่ทัพมนทลเจิ้นหยาง ทว่าก็ไม่ได้สังกัดนิกายใด ทำไมไม่เข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้งของข้าล่ะ?”

คำพูดนี้มันแตกต่างกันอย่างไรล่ะ?

เถาหยวนทีเอ่ยออกมาว่า “ท่านนำศิษย์มาปกป้องเมืองชิงหยาง เป็นศัตรูของข้า การเข้าร่วมสำนักของท่าน ไม่เท่ากับว่าข้า เข้าร่วมกับศัตรูอย่างงั้นรึ?”

“ไม่ ไม่ ไม่เหมือนกัน.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “การปกป้องเมืองชิงหยางนั้น เพราะว่าที่นี่คือบ้านเกิดของข้า หากมนทลเจิ้นหยางไม่เข้ามาโจมตี ไม่มีทางที่เปิ่นจั้วจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของฆราวาส.”

“ตอนนี้ท่านโจมตีล้มเหลว สำนักไท่กู่เจิ้งของข้าก็ยังอยู่ ระหว่างพวกเรานั้นไม่ใช่ศัตรูกัน การเข้าร่วมสำนักของข้าก็เป็นเรื่องที่ยุติธรรม.”

“กล่าวให้ถูก.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “หากว่าท่านเป็นศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้ง เมื่อเป็นศิษย์คนหนึ่งแล้ว ข้าไม่มีทางให้เจ้านำทัพเข้าไปโจมตีทำสงครามกับมนทลเจิ้นหยางอยู่แล้ว.”

“.....”เซี่ยกวนคุน ถึงกับมุมปากกระตุก.

คำพูดของเจ้าสำนักจุนนั้นร้ายกาจมาก เป็นการชักจูงที่ยากจะมีคนต้านได้.

เถาหยวนถึงกับงงงวย เมื่อคิดดูให้ดี บางทีเรื่องนี้อาจจะจริง.

“แม่ทัพเถา!”

กษัตริย์ยุทธ์มนทลเจิ้นหยางที่กล่าวเสียงอ่อน “บุรุษที่แท้จริงเสียชีพ...แต่ไม่เสียสัตย์.......อ๊าก!”

ตูมมม! ตูมมม! ตูมมม!

จุนซ่างเซียวที่ต่อยกระหน่ำออกไป จนอีกฝ่ายหมดสติไป ก่อนที่จะปรบมือไปมา “แม่ทัพเถา เปิ่นจั้วให้ท่านได้ครุ่นคิดตัดสินใจ.”

จากนั้นก็กล่าวออกมาว่า “เจ้าเมืองเซี่ย นำทุกคนไปขังเอาไว้.”

“อืม.”

เซียกวนคุนที่รับคำสั่งในทันที เถาหยวน กษัตริย์ยุทธ์ และทหารหลายพันคนถูกนำไปขังในคุก.

“เจ้าสำนักจุน.

หลังจากเสร็จทุกอย่างเขาที่ยกมือประสานอก กล่าวด้วยความซาบซึ้ง “หากไม่มีสำนักอันทรงเกียรติของท่าน เมืองชิงหยางของข้าเกรงว่าจะต้องตกอยู่ในมือศัตรูเป็นแน่!”

จุนซ่างเซียว“จะขอบคุณยังเร็วไป ยังมีกองทัพของมนทลเจิ้นหยางที่บุกมนทลเหอหยางและมนทลฮวยอย่างอยู่.”

เซี่ยกวนคุนที่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความลึกล้ำ.

ใช่แล้ว.

มนทลเจิ้นหยางเพียงแค่ส่งทหาร 30,000 มา เวลานี้พวกเขายังมีทัพหนึ่งแสนที่เหลืออยู่!

จบบทที่ Chapter 452 เกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน.

คัดลอกลิงก์แล้ว