เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 412 ธรรมเนียมผ่านทาง

Chapter 412 ธรรมเนียมผ่านทาง

Chapter 412 ธรรมเนียมผ่านทาง


เก้าวันหลังจากที่เจ้าสำนักจุนบ่มเพาะอย่างสุดกำลัง ไม่เพียงแค่ศิลาวิญญาณธรรมชาติที่ได้รับมา ยังมีวัตถุดิบทำยาด้วย.

ภายใต้ความเข้มข้นพลังวิญญาณ 20 เท่า วัตถุดิบสมุนไพรใหม่นี้ มีพลังซ่อนเอาไว้อย่างน่าเกรงขาม.

เม็ดยารวมวิญญาณที่จุนซ่างเซียวหลอมขึ้นใหม่นี้ เขาพบว่ามันมีพลังที่เหนือกว่าเม็ดยารวมวิญญาณทั่วไป 20 เท่า.

ก่อนหน้านี้ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่จำกัด เหล่าเหว่ยยังสามารถสร้างสมุนไพรที่มีความเข้มข้นสิบห้าเท่าขึ้นมาได้ ทว่านั่นคือขีดจำกัดแล้ว.

“ไม่เลว ไม่เลวเลย.”

อะไรที่ช่วยส่งเสริมให้บ่มเพาะได้เร็วขึ้น ย่อมทำให้จุนซ่างเซียวพึงพอใจอย่างแน่นอน.

“เจ้าสำนัก.”

เหล่าเหว่ยเอ่ย “สมุนไพรชุดนี้ไม่ได้รับผลของพลังวิญญาณฟื้นคืนตั้งแต่ต้น ไว้ชุดหน้า จะต้องมีพลังวิญญาณหนาแน่นยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน.”

การที่สมุนไพรมีระดับสูงขึ้น อีกหนึ่งผู้กล้าที่ช่วยในครั้งนี้ ก็คือเจ้าหมูแคระนั่นเอง.

หลายวันมานี้ ทุก ๆ วันมันปลดปล่อยพลังธาตุปฐพีออกมา ทำให้ดินสวนสมุนไพรได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่ทำให้ดินเหมาะแก่การเพาะปลูก ยังสามารถขยายพื้นที่ออกไปได้ไกลด้วย.

ด้วยศิษย์ในเวลานี้ ยิ่งระดับสูงขึ้นก็จะยิ่งได้รับทรัพยากรมากขึ้น แน่นอนเหล่าเหว่ยต้องการขยายพื้นที่เพาะปลูกออกไปอีกด้วย.

แผนการระดับต้น.

เริ่มแรกจากสิบมู่เป็นร้อยมู่.

ศิษย์หอสมุนไพร เช่นซูปู่กงและอีกหลายคน ภายใต้การชี้แนะของเหล่าเหว่ย พวกเขาก็กลายเป็นอาจารย์สมุนไพรไปตั้งนานแล้ว.

อาจารย์ที่ยอดเยี่ยม ศิษย์ที่โดดเด่น ด้วยการปลูกและดูแลสมุนไพร ทำให้พวกเขาเติบใหญ่มีความรู้มากกว่าคนอื่น.

จุนซ่างเซียว ”รบกวนเหล่าเหว่ยขยายการปลูก สำนักไท่กู่เจิ้งต้องการทรัพยากรอีกเป็นจำนวนมาก.

กล่าวจบ เขานำศิลาวิญญาณธรรมชาติออกมา “นี่คือเงินเดือนของเหล่าเหว่ย.”

ศิษย์สายในได้คนล่ะ 20 ทว่าเหล่าเหว่ยได้รับ 50  เห็นชัดเจนว่าได้รับความเคารพและความสำคัญเป็นอย่างมาก.

หลายวันมานี้ เหล่าศิษย์ที่ต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ด้วยเหล่าเหว่ยเป็นผู้ดูแลสมุนไพรโดยตรง จุนซ่างเซียวย่อมไม่ตระหนี่แก่เหล่าเหว่ยแน่นอน.

กล่าวตามตรง.

ยิ่งสำนักเติบโตขึ้น ยอดฝีมือซ่อนเร้นนั้นย่อมมีความสำคัญ!

เหล่าเหว่ยที่ส่ายหน้าไปมา “เหล่าฟู่ ถึงแม้นว่าจะดูดซับพลังวิญญาณได้ ทว่าก็จะสลายหายไปอย่างรวดเร็ว เจ้าสำนักควรเก็บไว้ให้กับเหล่าหนุ่มสาวไว้สร้างฝันเถิด.”

เอ่ยถึงคำว่าหนุ่มสาว เป็นการชี้บอกว่าตัวเองนั้นชราแล้ว ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด.

เขาที่ไม่ใช่วัยหนุ่มสาวอีกต่อไปแล้ว เหล่าเหว่ยที่มีประสบการณ์มากมาย กลายเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ไม่มีอะไรให้เขาได้ฝันแล้ว มีเพียงแค่การระลึกถึงความหลังเท่านั้น.

“เหล่าเหว่ย.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ข้าจะหาวิธีในการรักษาอาการเจ็บป่วยของท่านให้ได้ ให้สามารถคืนพลังกลับเป็นจักรพรรดิยุทธ์ได้ดังเดิม จากนั้นก็ก้าวไปพร้อมกับเหล่าหนุ่มสาว ร่วมสร้างฝันก้าวสู่ความสำเร็จด้วยกัน!”

“หวังว่าจะมีวันนั้น.”เหล่าเหว่ยเผยยิ้ม.

อาการเจ็บป่วยของเขา เขารู้ดี บางทีโอกาสรักษานั้นแทบจะเป็นศูนย์.

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเขาเป็นคนหนึ่งของสำนักไท่กู่เจิ้ง ถึงจะเป็นกระดูกชรา ก็ยังคงก้าวไปด้านหน้าอย่างไม่ย่อท้อเช่น.

......

นอกจากขุดเหมือง สำนักไท่กู่เจิ้ง ทุกคนที่กลับมาทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม.

จุนซ่างเซียวที่หยุดบ่มเพาะชั่วคราว ก่อนที่จะกลับมาครุ่นคิดเกี่ยวกับการชุมนุมวิถียุทธ์ที่เทือกเขาหัวซาน.

ไปคนเดียว หรือว่าจะพาคนอื่นไปด้วย?

“งานใหญ่เช่นนี้ แน่นอนว่าจะต้องนำคนกลุ่มใหญ่ไป.”ลี่ลั่วฉิวเอ่ย.

“ตกลง.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “แจ้งไปยังอาวุโสเจียง ให้เขาเตรียมตัว เดินทางไปเทือกเขาหัวซานพร้อมกับข้า.”

กระนั้นลี่ลั่วฉิวก็ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งเลย เจียงเซี่ยที่ใบหน้าเหนื่อยล้าก้าวเข้ามาในห้องโถง.

เพียงแค่นั่งลง เขาก็บ่นออกมาทันที “เจ้าสำนัก ศิษย์ซ่างกวนซินเหยา ช่างเป็นคนที่น่ากลัวนัก!”

วันนี้ เขาที่ทำการเปิดหอชี้แนะวิถียุทธ์ขึ้นเป็นวันแรก.

เมื่อศิษย์ทุกคนรับรู้ ก็มีคนสนใจเป็นอย่างมาก และเข้าร่วมชี้แนะอยู่ไม่น้อย.

ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ ซ่างกวนชินเหยา นางที่ลุกขึ้นสอบถามเกี่ยวกับวิถียุทธ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เฮ้.

ศิษย์คนนี้น่าสนใจ.

เริ่มแรกอาวุโสเจียงที่ชื่นชมศิษย์หญิงผู้นี้เป็นอย่างมาก จากนั้นก็อธิบายให้นางฟังอย่างระเอียด.

ท้ายที่สุด ก็พบกับเรื่องสยองขวัญ!

อาวุโสเจียงที่ถูกซ่างกวนซินเหยา ถามซ้ำแล้วซ้ำอีก ปัญหาที่มากมายหลายคำถาม.

ขณะที่เขาอดทนอธิบายให้นางฟัง จวบจนลุกขึ้นก้าวออกจากหอชี้แนะ เขาที่กลายเป็นงงงวย สมองหมุนติ้ว ๆ  ข้าเป็นใคร?ข้าอยู่ที่ใหน? ทำไมข้าถึงรู้สึกเช่นนี้.

สายตาของจุนซ่างเซียวที่จ้องมองอย่างน่าสงสาร เขาที่รู้สึกเมื่อยล้ากับคำถามที่กระหน่ำยิงของซ่างกวนซินเหยาเป็นอย่างมากเช่นกัน.

จุนซ่างเซียวที่เปลี่ยนหัวข้อในทันที “พรุ่งนี้เดินทางไปเทือกเขาหัวซานกับเปิ่นจั้ว เข้าร่วมชุมนุมพูดคุยวิถียุทธ์กับนิกายอื่น ๆ.”

“ตกลง.”เจียงเซี่ยเอ่ย.

เขาที่ฝึกฝนในสำนักนานแล้ว ตั้งแต่เผยความสามารถที่เวทีเป็นตาย ก็ไม่ได้ออกไปผ่อนคลายที่ใหนเลย.

จะดีจะร้ายเขาก็เป็นคนสำนักไท่กู่เจิ้ง และยังเป็นอาวุโสด้วย ควรจะทำหน้าที่ให้เป็นเหมือนอาวุโสสักหน่อย!

จุนซ่างเซียวที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ก่อนตัดสินใจนำลู่เชียนเชียน หลี่ชิงหยาง เซียวจุ้ยจื่อ เย่ซิงเฉินและโจวหง ห้าคนเดินทางไปด้วย.

ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ ให้ฝึกฝนอยู่ในสำนัก.

อาวุโส ศิษย์แกนหลัก.

การเดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่เทือกเขาหัวซาน สำนักไท่กู่เจิ้งก็ควรจะนำคนที่โดดเด่นไป.

......

เช้าวันถัดมา.

หลิวหวานซี่ที่เตรียมอาหารพิเศษให้กับเจ้าสำนักและคนอื่น ๆ หลังจากกินเสร็จ ก็กล่าวลาศิษย์และมุ่งหน้าไปยังทิศใต้.

เทือกเขาหัวซานนั้นอยู่ไกลยิ่งกว่าการเดินทางไปยังเมืองหลงหยางซะอีก ทว่าด้วยสัตว์ร้ายธาตุวายุ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด.

“เจ้าสำนัก.”

ระหว่างทาง หลี่ชิงหยางที่เอ่ยกล่าวออกมาว่า “หมาป่าเฮอริเคน ดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก.”

“สัตว์ร้ายที่ดูดซับพลังวิญญาณเพื่อยกระดับพลังบ่มเพาะเช่นกัน ด้วยพลังวิญญาณเข้มข้น 20 เท่า แน่นอนว่าย่อมต้องทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น.”เจียงเซี่ยที่กล่าวแสดงความเห็นของตัวเองออกมา.

ด้วยคำพูดดังกล่าวราวกับทำให้จุนซ่างเซียวคิดอะไรได้ ลอบคิดในใจ “หากมีเวลา ควรจะจับสัตว์ร้าย มาเลี้ยงบนภูเขา ไม่เพียงแค่เก็บเกี่ยวเนื้อ ยังเก็บเกี่ยวแกนผลึกได้ด้วย.”

คนอื่นมักจะนำสัตว์จำพวกไก่เป็ด แพะมาเลี้ยงเพื่อกินเนื้อ นี่คิดจะนำสัตว์ร้ายมาเลี้ยงบนภูเขาแทน ช่างเป็นความคิดที่น่ากลัวนัก.

......

ขณะข้ามผ่านภูเขาหลายลูก แม่น้ำหลายสาย เต็มไปด้วยเส้นทางที่ขรุขระมากมาย.

ข้ามผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย พบสิ่งต่าง ๆ เป็นดั่งการผจญภัยระหว่างเส้นทาง.

เหมือนกับหนัง จาริกตะวันตก เวลานี้เจ้าสำนักจุนได้นำศิษย์เดินทางผจญภัยเหมือนกับในเรื่องแล้ว.

แน่นอน.

ระหว่างการเดินทาง ไม่พบสัตว์ร้าย ก็พบกับโจร.

“ทุกคน.”

จุนซ่างเซียวที่นั่งอยู่บนศิลาก้อนใหญ่ พร้อมกับถือเนื้อเสียบไม้ พูดไม่ออก “ไม่ต้องเอ่ยอะไร นี่คือการปล้น คงไม่ต้องให้บอกว่าธรรมเนียมเป็นอย่างไร”

รอบ ๆ นั้นมีโจรภูเขา 70-80 คน ถือกระบี่ล้อมกรอบเขาและศิษย์.

“ธรรมเนียม?”

หัวหน้าโจรที่ตกใจ “ไม่เข้าใจอย่างงั้นรึ?”

“ฟิ้ว!”

จุนซ่างเซียวที่รูดเนื้อบนไม้เสียบ กล่าวออกมาเสียงใส “โลกอยู่สูงบนเนินเขา ภูเขาและแม่น้ำก็สวยงามตลอดกาล.”

หัวหน้าโจร : ????

ลูกน้องโจร : ????

“ฟิ้ว!”

หลี่ชิงหยางและเซียวจุ้ยจื่อตลอดจนคนอื่น ๆ ที่ตะโกนออกไปเสียงดัง “ประตูด้านหน้าคือทะเล แม่น้ำสามสายไหลประจบนับพันปี!”

ทันใดนั้นหัวหน้าโจรที่เข้าใจได้ในทันที ว่านี่คือเป็นรหัสลับของอีกฝ่าย!

อย่างไรก็ตามบิดาไม่เห็นเคยได้ยินว่าใครมันจะใช้รหัสลับเช่นนี้?

ฟิ้ว----

ในเวลานั้น เส้นแสงที่เย็นยะเยือบปรากฏขึ้น.

มือซ้ายของเย่ซิงเฉินถือกระบี่ มือขวาถือเนื้อย่าง แววตาเย็นชา “พวกขยะ รีบกลับลงถังไปซะ.”

“พรึด โครม.”

หัวหน้าโจรที่แข้งข้าอ่อน คุกเข่าลงพื้น ทว่าที่ลำคอนั้นปรากฏรอยกระบี่ขึ้น.

“พี่ใหญ่!”

เหล่าโจรภูเขาที่อุทานออกมาเสียงดัง.

“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”

พวกเขาที่โกรธเกรี้ยว พร้อมกับเหวี่ยงกระบี่ จากนั้น....กับไม่ได้ทำอะไร เพราะว่าริ้วแสงกระบี่มากมายปรากฏขึ้น.

“เคร้ง!”

“เคร้ง!”

หลี่ชิงหยางและเซียวจุ้ยจื่อเก็บกระบี่ ปรากฏกระบี่ที่หายไป มีโจรภูเขา 70-80 คนได้ตายไปทั้งหมดในทันที.

จุนซ่างเซียวที่เงยหน้าขึ้น จ้องมองไปยังยอดเขาที่สูงขึ้นไป กล่าวออกมาว่า “ถึงเวลาไปเก็บของที่รังโจรแล้ว.”

จบบทที่ Chapter 412 ธรรมเนียมผ่านทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว