เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 401 เจ้าวังเมี่ยวฮัวมาเยือน.

Chapter 401 เจ้าวังเมี่ยวฮัวมาเยือน.

Chapter 401 เจ้าวังเมี่ยวฮัวมาเยือน.


“เจ้าวัง.”

เหม่ยเอ๋อที่ชี้ไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งด้านหน้า “นั่นคือสนามประลองเป็นตาย.”

แม้นว่าการประลองกับสำนักปิศาจจะจบไปแล้ว ทว่าจุนซ่างเซียวก็ไม่ได้ให้ศิษย์ทำลายเก็บกวาดพื้นที่ ทว่ายังคงเก็บไว้เป็นอนุสรณ์อยู่นั่นเอง.

เพราะว่ามีเหล่าชาวยุทธ์ของมนทลชิงหยางที่ผ่านมาชมอยู่เรื่อย ๆ พวกเขาต่างก็ชื่นชมตัวอักษรที่เป็นเหมือนกับมังกรเหิน หงส์เพลิงร่ายรำ ที่เขาได้เขียนแขวนเอาไว้.

เพราะที่นี่ไม่มีกล้อง ไม่มีมือถือ.

ไม่เช่นนั้นสนามประลองเป็นตายนี้ คงจะมีคนมาถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมากแน่.

เกี่ยวกับเรื่องที่สำนักไท่กู่เจิ้งมีจักรพรรดิยุทธ์ และยังขับไล่กษัตริย์ยุทธ์ขั้นปลายจากไป เจ้าวังซีได้ยินมาระหว่างทาง จึงรู้เรื่องราวกับกับสนามประลองเป็นตายแห่งนี้นั่นเอง.

“เหม่ยเอ๋อ ป้ายทางเข้าสนามประลอง เจ้าสำนักจุนเขียนขึ้นด้วยตัวเอง ตัวอักษรเจ้าสำนักจุนเป็นอย่างไรบ้าง?”ซีจิงเสวียนที่เอ่ยกล่าวด้วยความสงสัย.

เหม่ยเอ๋อเอ่ย “งั้น ๆ ล่ะ.”

เป็นคำพูดที่ขัดกับใจของนางเป็นอย่างมาก.

ตัวอักษรของเจ้าสำนักจุนที่ดูมั่นคง สง่างาม เป็นรูปแบบที่เหมือนดั่งปรมาจารย์อย่างแน่นอน.

เหม่ยเอ๋อที่ต้องกล่าวเช่นนั้น เพราะเจ้าวังนั้นชื่นชอบในการเขียนอักษร หากรู้ว่าคนผู้นี้เขียนอักษรได้งดงาม จะต้องหลงใหลเขาแน่นอน.

“น่าเสียดายจริง ๆ.”ซีจิงเสวียนที่เศร้าขึ้นมาทันที่ “ที่ไม่ได้เห็นตัวอักษรที่เจ้าสำนักจุนเขียน.”

เหม่ยเอ๋อและศิษย์คนอื่น ๆ ที่เปลี่ยนเป็นกระวนกระวายใจขึ้นในทันที.

“เจ้าวัง ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องเดินทางต่อแล้วรึ?”

“เจ้าวัง ท่านจะทำเป็นเศร้าไม่ได้ มันดูไม่งดงาม เจ้าสำนักจุนเห็นจะต้องขำแน่นอน.”

คำพูดดังกล่าวที่ราวกับได้ผลทันที ท่าทางห่อเหี่ยวของซีจิงเสวียน ทันใดนั้นก็ยิ้มแย้มขึ้นมาทันที จากนั้นก็กล่าวออกไปว่า “ตอนนี้ข้างดงามรึยัง?”

“......”

เหม่ยเอ๋อและศิษย์คนอื่น ๆ ถึงกับพูดไม่ออกไปในทันที.

......

ซีจิงเสวียนที่มีศิษย์พยุงแขนก้าวขึ้นเขาไท่กู่ จุนซ่างเซียวที่ได้รับการแจ้งเตือน เขาที่สวมชุดสำนักพร้อมกับหวีผมเรียบแป้ มารอที่หน้าประตูทางเข้าสำนัก.

สตรีที่งดงามกลุ่มหนึ่งที่มาเยือน.

สำหรับสภาพบุรุษแล้ว ต้องมาต้อนรับเป็นธรรมดา อ๊าก!

“มาแล้ว มาถึงแล้ว.”

“ว้าว มีศิษย์สตรีมาด้วย อ๊าก!”

“งดงามไม่ได้ด้อยกว่าศิษย์พี่หญิง......”

ซูเซียวโม่ยังเอ่ยไม่จบด้วยซ้ำ ต้องหุบปากไปในทันที เพราะว่าหลิงหยวนเสวี๋ยและศิษย์หญิงคนอื่น ๆ ที่ส่งสายตาอันเย็นเยือบเสียดแทงเขา.

ในโลกนี้ เพียงแค่สายตาของสตรี ก็เพียงพอจะทิ่มแทงสังหารผู้อื่นได้แล้ว.

“เจ้าวัง.”

เหม่ยเอ๋อเอ่ย “เจ้าสำนักจุนมารอต้อนรับเรา.”

ซีจิงเสวียนกล่าวตะกุกกัก “เหม่ยเอ๋อ หัวใจของเปิ่นกงเต้นเร็วไปมาทำไมไม่รู้.”

เห็นเจ้าวังที่ใบหน้าแดงระเรื่อ เหม่ยเอ๋อแทบล้มทั้งยืน ลอบคิดในใจ “จบ จบแล้ว เจ้าวังมีใจให้เจ้าคนผู้นี้จริง ๆ.”

ไม่นาน.

กลุ่มสตรีก็มายืนอยู่ที่ทางเข้าหน้าประตูสำนักไท่กู่เจิ้ง.

จุนซ่างเซียวที่ก้าวเดินมา คล้ายกับว่าจะมาจับมือทักทาย ทว่ากับถูกเหม่ยเอ๋อที่เอาร่างขวาง กล่าวออกมาด้วยใบหน้าเย็นชา “เจ้าสำนักจุน โปรดรักษาระยะห่างด้วย.”

“ใช่ ใช่ เสียมารยาทแล้ว.”

จุนซ่างเซียวที่ถอยออกไปสองก้าว ยกมือขึ้นประสาน “ยินดีต้อนรับเจ้าวังและศิษย์วังเมี่ยวฮัว ที่เดินทางไกลมาเยี่ยมเยือนสำนักครั้งนี้.”

“ยินดี ยินดีต้อนรับ ด้วยใจ!”

ซูเซียวโม่และศิษย์ที่ตะโกนเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง.

ซีจิงเสวียนที่เผยยิ้ม เอ่ยออกมาว่า “เปิ่นกงที่นำศิษย์มาเยือน ไม่รบกวนการฝึกฝนของเจ้าสำนักจุนและศิษย์ใช่ใหม?”

“ไม่เลย.”

จุนซ่างเซียวที่ผายมือขึ้นกล่าวออกมาว่า “เจ้าวังซี เชิญ.”

“แปะ แปะ แปะ!”

ซูเซียวโม่และศิษย์คนอื่น ๆ ที่ยืนปรบมืออย่างอบอุ่น กลุ่มของซีจิงเสวียนและศิษย์ที่มาเยือนสำนักไท่กู่เจิ้ง.

......

แม้นว่าบนยอดเขาไท่กู่จะมีการพัฒนาพลังวิญญาณรอบ ๆ แล้ว ทว่าก็ยังกล่าวได้ว่าธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ แม้แต่ควรเรียกว่าธรรมดาอยู่เล็กน้อย.

ทว่าขณะเหล่าศิษย์วังเมี่ยวฮัวก้าวเข้ามาด้านใน เห็นลานยุทธ์ที่กว้างขวาง สิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตโอ่อ่า ก็ทำให้ทุกคนเผยความประหลาดใจออกมา.

ก่อนหน้านี้พวกเขาพอจะคาดเดาได้ว่า สำนักระดับเจ็ดนั้น สภาพแวดล้อมและบรรยากาศสำนักควรเป็นอย่างไร ดูเหมือนว่าจะทำให้พวกนางผิดคาดไปเหมือนกัน.

ทว่าเมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าสามารถขับไล่สำนักปิศาจ 20 สำนักออกไปได้ แม้แต่กษัตริย์ยุทธ์ขั้นสูง การที่สำนักมีสิ่งก่อสร้างเช่นนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร.

“เหม่ยเอ๋อ.”

ซีจิงเสวียนกล่าวเสียงเบา “สำนักของเจ้าสำนักจุนเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ก็งั้น ๆ”เหม่ยเอ๋อกล่าว.

นางไม่ต้องการให้เจ้าวังหลงใหลในตัวเจ้าสำนักจุน นางจึงไม่มีทางชมอีกฝ่ายนั่นเอง.

จากนี้ จุนซ่างเซียวจะไม่สามารถเข้าใกล้เจ้าวังได้ ตราบเท่าที่มีศิษย์นามเหม่ยเอ๋ออยู่ จะคอยสกัดเขาเอาไว้ให้ได้อย่างแน่นอน.

“เปิ่นจั้วได้เตรียมอาหารที่อร่อย ไว้ต้อนรับเจ้าวังซีและศิษย์ที่ทรงเกียรติของท่านแล้ว.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย.

การมีคนมาเยี่ยมเช่นนี้ แน่นอนว่าจะต้องต้อนรับอย่างอบอุ่น นี่คือมารยาทที่เจ้าบ้านควรมี.

......

ภายในโรงอาหารที่จัดเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว.

เหม่ยเอ๋อและศิษย์คนอื่นของวังเมี่ยวฮัวที่สงสัยเล็กน้อย ว่าก่อนหน้านี้สำนักไท่กู่เจิ้งมีงานฉลองใหญ่ยังงั้นรึ? ถึงไม่ได้เก็บของตกแต่งเหล่านี้ออกไป?

“โอ้วสวรรค์!”

ศิษย์คนหนึ่งที่นั่งลงชิมอาหารบนโต๊ะก่อนที่จะอ้าปากค้าง กล่าวเสียงเบา “ศิษย์พี่ ลองชิมเร็วเข้า อาหารนี้โคตรอร่อยเลย!”

“......”

เหม่ยเอ๋อที่ต้องขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย.

จะดีจะร้ายนางก็มาจากนิกายระดับสี่ คาดไม่ถึงการมาเยือนสำนักไท่กู่เจิ้ง ทำให้นางรับรู้ราวกับว่าไม่เคยเห็นโลกนี้มาก่อน.

“อร่อยมาก ไม่คิดเลยว่าจะอร่อยขนาดนี้.”

เหม่ยเอ๋อที่ใช้ตะเกียบ คีบผักมากมายเข้าปากไม่หยุด.

ในเวลานี้ หลังจากที่กินไปหลายคำแล้ว นางที่บอกได้ว่าอาหารเหล่านี้อร่อยมาก ทำให้นางตื่นตะลึงเล็กน้อย.

“......”

หลังจากชิมดูแล้ว เหม่ยเอ๋อที่เข้าไปนั่งบนม้านั่ง รู้สึกอบอุ่นราวกับยืนอยู่กลางแดดท่ามกลางทะเลเวลาเช้า จิตวิญญาณที่กำลังสั่นไหวไปมา.

อร่อย.

อร่อยมาก!

หอม กลมกล่อม รสชาติยอดเยี่ยม.

เหม่ยเอ๋อที่กินจนลืมเจ้าวังซีไปเลย ใบหน้าของนางที่ราวกับจมอยู่ในโลกของอาหาร นางที่คิดว่านี่ไม่ใช่อาหารแล้ว นางกำลังกินสมบัติล้ำค่าของสวรรค์และปฐพีอยู่!

เพียงแค่อาหารเข้าปาก รู้สึกน้ำตาคลอเบ้าด้วยความอร่อย.

“เจ้าวังซี.”

จุนซ่างเซียวที่นั่งฝั่งตรงข้าม เอ่ยออกมา “ท่านไม่กินอย่างงั้นรึ?”

“เอิ่ม....”

ซีจิงเสวียนที่ใช้นิ้วของนางกำลังหมุนวนไปบนพื้นโต๊ะ “ข้า...ข้าไม่หิว...”

ไม่ใช่ว่านางไม่หิวด้วยท่าทางไม่งามเกรงว่าการกินอาหารไป กลัวว่าจุนซ่างเซียวจะหัวเราะนาง.

เจ้าสำนักจุนที่คีบอาหารขึ้นพร้อมกับวางไว้บนจานของนาง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “สำนักไท่กู่เจิ้งของข้านั้น แม้นว่าจะไม่มีอะไรโดดเด่นนัก ทว่าอาหารที่นี่ไม่ธรรมดา เจ้าวังซีลองชิมดู.”

“เอิ่ม....ได้.”

ซีจิงเสวียนที่หยิบตะเกียบ พร้อมกับสัมผัสจานอาหารที่อยู่ด้านหน้าด้วยจิตสัมผัส.

จุนซ่างเซียวที่จ้องมองนางอย่างอาดูร.

สตรีผู้นี้ไม่เคยเห็นแสงตั้งแต่เด็ก อยู่ในโลกของความมืดตลอดเวลา ช่างน่าสงสารจริง ๆ.

หากว่าเม็ดยาฟื้นฟูระดับกลางสามารถรักษาตาของนางได้ เขายินดีที่จะมอบมันให้เป็นของขวัญให้กับนางเลย.

“ว้าว!”

ในเวลานั้น ซีจิงเสวียนที่กล่าวด้วยความประหลาดใจ “อาหารของเจ้าสำนักจุน เอ่อ สำนักไท่กู่เจิ้งทำอาหารได้อร่อยมากเลย!”

“อร่อยก็กินเถอะ.”จุนซ่างเซียวเผยยิ้ม.

“อืม อืม.”

ซีจิงเสวียนที่ไม่เก้อเขินอีกต่อไป นางที่คีบอาหารเข้าปาก แม้นว่านางจะมองไม่เห็น และดูยากลำบากกว่าคนทั่วไป แต่นางก็สามารถทำได้ทุกอย่างแม้นว่าจะช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง.

“อาหารจานนี้ ต้องกินพร้อมกับซุบด้วย.”

จุนซ่างเซียวที่หยิบซ้อนตักซุบ ทว่าทันใดนั้นเหม่ยเอ๋อก็แย่งช้อนไปในทันที “เจ้าสำนักจุน ให้ข้าเอง.”

“ได้.”

จุนซ่างเซียวที่ยังนั่งเผยยิ้ม “เจ้าวังซี วังเมี่ยฮัวห่างจากสำนักไท่กู่เจิ้งประมานเท่าใดรึ?”

“เดินทางราว ๆ หกพันลี้.”

“เฮ้ย ไกลขนาดนั้นเลย!”

ซีจิงเสวียนที่เงยหน้าจ้องมองมายังจุนซ่างเซียว “เจ้าสำนักจุนจะไปเยือนวังเมี่ยวฮัวของเราหรือไม่?”

จุนซ่างเซียวที่แทบล้มตกเก้าอี้.

เฮ้ย.

งามเข้าแล้วไง!

“เอ่อ....”

เขาที่เกาศีรษะเอ่ยออกมาว่า “หากมีเวลา แน่นอนว่าต้องไปเยือนวังเมี่ยวฮัวแน่.”

ซีจิงเสวียนเอ่ยอย่างคาดหวัง “แล้วเมื่อไหร่เจ้าสำนักจุนจุนจะมีเวลาว่างล่ะ?”

“เรื่องนี้......”

ดูเหมือนว่านางต้องการให้เขากลับไปเยือนวังเมี่ยวฮัวกลับขนาดนั้นเลยรึ?

จุนซ่างเซียวที่ครุ่นคิดเล็กน้อย เอ่ยออกมาว่า “บางทีอาจจะ 2-3 เดือน หรืออาจจะ 2-3 ปี.”

ซีจิงเสวียนเผยยิ้ม “เช่นนั้นกล่าวแล้วอย่าได้คืนคำ เมื่อไหร่ที่เจ้าสำนักจุนไปเยือน เปิ่นกงก็จะเตรียมพ่อครัวที่ดีที่สุด ทำอาหารต้อนรับเจ้าสำนักจุนอย่างอบอุ่นเลย.”

เห็นรอยยิ้มที่เฉิดฉายของเจ้าวัง เหม่ยเอ๋อหมดคำจะพูดจริง ๆ ลอบคิดในใจ “ไม่ไหว ไม่ไหวจะขวางจริง ๆ....”

จบบทที่ Chapter 401 เจ้าวังเมี่ยวฮัวมาเยือน.

คัดลอกลิงก์แล้ว