เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 213 ไม่ควรประมาทลู่เชียนเชียน

Chapter 213 ไม่ควรประมาทลู่เชียนเชียน

Chapter 213 ไม่ควรประมาทลู่เชียนเชียน


เช้าวันถัดมา.

หลังจากทำกายบริหารตอนเช้าเสร็จ จุนซ่างเซียวจึงได้ประกาศ คนที่ยังไม่ผ่านห้องปั้นกล้ามเนื้อสองเดือน ห้ามเข้าหอคอยเก็บประสบการณ์.

ไม่ต้องบอกเลยว่าคนที่ไม่สามารถอดทนผ่านชั้นแรกของแรงโน้มถ่วงสิบเท่า หากล้มเหลว มีแต่เสียเวลาเท่านั้น.

“เจ้าสำนัก.”

หลี่ชิงหยางเอ่ย “ห้องปั้นกล้ามเนื้อนั้นมีไม่เพียงพอ ศิษย์หลายร้อยคนแทบไม่เคยใช้.”

ก่อนหน้านั้นพวกเขามีศิษย์เพียง 110 คน ห้องปั้นกล้ามเนื้อจึงมีเพียงเล็กน้อย ตอนนี้มี 500 คน แน่นอนว่าไม่เพียงพอเป็นธรรมดา.

จุนซ่างเซียวที่ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนไปยังโถงฝึกฝน พร้อมกับซื้อห้องปั้นกล้ามเนื้อ 10 อัน เพราะเมื่อครบสองเดือน ศิษย์ของเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้แล้วนั่นเอง.

ดังนั้นนี่ จึงเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว.

แม้นว่าจะดูคับคั่ง ทว่าอย่างน้อยศิษย์ก็สามารถฝึกฝนได้ทุกวันแบ่งปันเวลากันไป.

เพราะว่าเขาจำเป็นต้องเหลือแต้มไว้ใช้เปิดค่ายกลรวมวิญญาณด้วย.

ตอนนี้ใช้ไปแล้ว 200 แต้ม เหลือแต้มหนึ่งร้อยแต้มเท่านั้น.

แต้มจำนวนมากของเขาถูกผลาญไปในเวลาสั้น ๆ หมดไปอย่างรวดเร็ว.

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ศิษย์แข็งแกร่งขึ้น ก้าวไปเป็นนิกายที่แข็งแกร่งที่สุด ถึงแม้นว่าจะต้องลงทุนไปมหาศาลก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย.

“เพื่อการพัฒนาสำนัก จำเป็นต้องมีแต้มสนับสนุนมากกว่านี้.”

จุนซ่างเซียวกล่าวเสียงเบา.

ภายในใจที่วางแผนอีกหลายอย่างในใจเพื่อยกระดับศิษย์ของตัวเอง.

......

จากนั้น เหล่าศิษย์ที่มีกายเนื้อไม่แข็งแกร่ง ก็ต้องเน้นฝึกฝนที่ห้องปั้นกล้ามเนื้อ ส่วนศิษย์ที่แข็งแกร่งแล้วจะเข้าไปหาประสบการในหอคอยเก็บประสบการณ์.

แน่นอน.

จุนซ่างเซียวเองก็ไม่ได้เกียจคร้าน.

หลังจากที่กินอาหารเย็นเสร็จสิ้น เขาเองก็เข้าไปใช้หอคอยเก็บประสบการณ์คนเดียว เพื่อยกระดับกายเนื้อของตัวเอง.

ทำไมถึงได้เป็นตอนเย็นล่ะ?

เพราะว่ากลางวันเป็นศิษย์ที่มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เขาไม่ต้องการให้ศิษย์เห็นสภาพของเขาเมื่อครั้งอดทนต่อแรงโน้มถ่วง.

เขาที่เป็นผู้ปกครองสำนัก จำเป็นต้องรักษาภาพพจน์ด้วยเช่นกัน!

การเข้ามาเก็บประสบการณ์ครั้งที่สอง จุนซ่างเซียวที่จริงจังเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่การท้าทายสำเร็จ เขาจะต้องทนให้ได้มากกว่าสี่ชั่วโมง.

ความเป็นจริง กายเนื้อของเขาเองก็ไม่ได้ด้อยกว่าเซียวจุ้ยจื่อ ต้องไม่ลืมว่าเขาเองก็ใช้เครื่องปั้นกล้ามเนื้อทั้งวันทั้งคืนมาเหมือนกัน.

“ฟู่!”

บนท้องฟ้าที่มีดวงดารามากมาย จุนซ่างเซียวที่นอนแผ่หายใจหอบ ร่างกายที่แข็งปวดร้าวไปทั่วร่าง.

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเข้าไปยังหอคอยเก็บประสบการณ์ซึ่งเขาสามารถทนอยู่ได้ถึงหกชั่วโมง.

แม้นว่าเขาจะทำลายสถิติของศิษย์ แต่เพราะเขามีสถานะเป็นเจ้าสำนัก ดังนั้นหอคอยเก็บประสบการณ์จึงไม่มีการบันทึก.

ใช่แล้ว.

สถิตินั้นมีไว้เพื่อผลักดันศิษย์ของตัวเอง ตัวเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับเรื่องดังกล่าว.

“หืม?”

ในเวลานั้น จุนซ่างเซียวพบลู่เชียนเชียนในชุดสีขาวปรากฏขึ้นในเวลากลางคืน จากนั้นก็ยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าของหอคอยเก็บประสบการณ์.

สตรีผู้นี้ไม่ได้เข้าไปใช้ในเวลากลางวันอย่างงั้นรึ?

สตรีผู้งดงามแต่เย็นชาตลอดทั้งวัน.

ลู่เชียนเชียนพบเจ้าสำนัก ทว่าแลมองคราหนึ่ง จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในหอคอยเก็บประสบการณ์.

“ฟิ้ว!”

หอคอยชั้นแรกที่ส่องสว่างขึ้น ส่องแสงกระจายออกไปรอบ ๆ พื้นที่.

เสียงที่เคร่งขรึมเก่าแก่ดังขึ้น “ลู่เชียนเชียน ท้าทายหอคอยเก็บประสบการณ์ชั้นแรก!”

จุนซ่างเซียวทีกล่าวเสียงเบา “นางไม่จำเป็นต้องใช้ห้องปั้นกล้ามเนื้อ ครั้งแรกก็ทนได้หลายชั่วโมงแล้ว ยอดเยี่ยมนัก ครั้งนี้จะทนได้นานเท่าไหร่?”

“คลิก.”

จุนซ่างเซียวที่นำนาฬิกาจับเวลาออกมาจากกำไลเก็บของ เริ่มจับเวลาของลู่เชียนเชียน.

นาฬิกาจับเวลา ที่เขาถูกบังคับซื้อจากการรีเฟรชร้านค้า ดูเหมือนว่าจะมีประโยชน์อยู่เล็กน้อย.

หลังจากผ่านหนึ่งชั่วโมง.

เสียงที่เคร่งขรึมเก่าแก่ดังขึ้นอีกครั้ง “ลู่เชียนเชียน ท้าทายสำเร็จ!”

จุนซ่างเซียวไม่ได้ประหลาดใจอะไรนัก สิ่งที่เขาสนใจ สตรีผู้นี้จะสามารถทำลายสถิติห้าชั่วโมงได้หรือไม่?

เวลาที่ผ่านเลยไป จุนซ่างเซียวที่เหนื่อยล้าจนรู้สึกง่วงนอน ท้ายที่สุดก็ถือนาฬิกาจับเวลาและผล็อยหลับไป.

หลังจากผ่านไปหกชั่วโมง.

เสียงของหอคอยเก็บประสบการที่ดังขึ้น “ศิษย์ลู่เชียนเชียนเสร็จสิ้นการท้าทาย สถิติ 6 ชั่วโมง บันทึกอันดับหนึ่งของชั้นแรก!”

เพียงแค่ครั้งที่สอง คาดไม่ถึงว่าจะทำลายสถิติของเซียวจุ้ยจื่อไปแล้ว!

น่าเสียดายที่เจ้าสำนักจุนนั้นเหนื่อยมาก จึงนอนหลับอย่างไม่สนใจ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่น้อย.

“กึก ซี่.”

หอคอยที่เปิดออกมา ลู่เชียนเชียนที่ค่อย ๆ ก้าวออกมา.

หากจุนซ่างเซียวได้เห็น ต้องประหลาดใจเป็นแน่ เพราะว่าถึงจะอดทนได้ถึงหกชั่วโมง นางก็ยังมีแรงที่จะเดินออกมา.

“หอเก็บเกี่ยวประสบการณ์แห่งนี้ แข็งแกร่งกว่าค่ายกลเก็บประสบการณ์เหมันตร์ลึกล้ำมาก...”ลู่เชียนเชียนกล่าวเสียงเบา ในเวลานั้นนางที่ได้ยินเสียงกรนของเจ้าสำนักที่อยู่ไกลออกมา.

นางที่พยุงร่างอันเหนื่อยล้า เดินตรงกลับไปยังพื้นที่ลานด้านใน.

อย่างไรก็ตาม ขณะเดินมาใกล้จุนซ่างเซียวนางก็หยุดลง ดวงตาที่เผยความเย็นชาออกมาเล็กน้อย.

......

ก่อนเช้า จุนซ่างเซียวก็ลืมตาขึ้นมาในทันที ขณะกล่าวออกไปว่า “คาดไม่ถึงเลยว่าข้าจะเผลอหลับไป!”

“หืม?”

ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น เขาก็พบว่าบนศีรษะของเขานั้นมีผาห่มวางหนุมศีรษะเขาอยู่ และยังส่งกลิ่นที่หอมออกมาเล็กน้อย.

เจ้าสำนักจุนบอกได้ในทันที กลิ่นหอมนี้ไม่ใช่ใครที่ใหน เป็นลู่เชียนเชียนนั่นเอง!

เขาที่เป็นหมาเดียวดาย(โคตรโสด) คาดไม่ถึงว่าจะได้ดมกลิ่นหอมหญิงสาวเช่นนี้ เป็นอะไรทีเหลือเชื่อจริง ๆ.

เขาที่เก็บผ้าห่มและเอ่ยเสียงเบา “ไม่คิดเลยว่านางจะเป็นห่วงเจ้าสำนัก ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนไร้หัวใจ.”

ว่าแต่.

นางทนได้นานเท่าไหร่?

จุนซ่างเซียวที่จ้องมองไปยังป้ายของหอคอยเก็บประสบการณ์ เห็นอักษรลำดับหนึ่งขึ้น สถิติผู้ท้าทาย ลู่เชียนเชียน เวลาหกชั่วโมง.

กึก.

เขาถึงกับกลายเป็นโง่งม.

สตรีผู้นี้....ทำลายสถิติ?

......

หลังจากเสร็จสิ้นการทำกายบริหาร หลี่ชิงหยางและคนอื่น ๆ เดินทางมายังหอคอยเก็บประสบการณ์ ขณะที่เห็นลู่เชียนเชียนทำลายสถิติชั้นแรกไปแล้ว ทุกคนที่จ้องมองกลายเป็นไก่ไม้ไปตาม ๆ กัน.

“โอ้วสวรรค์!”

ซูเซียวโม่ที่ตื่นตกใจ “เมื่อวานไม่เห็นศิษย์พี่หญิงใหญ่เลย นี่ทำลายสถิติศิษย์น้องเซียวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!”

เซียวจุ้ยจื่อที่เกาศีรษะไปมา กล่าวชื่นชม “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ร้ายกาจจริง ๆ!”

เขาที่ท้าทายมาสามครั้งแล้ว เพิ่มเวลาได้เพียงยี่สิบนาทีกว่าเท่านั้น การจะไปถึงเวลาหกชั่วโมงคงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน.

“สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ......”

เย่ซิงเฉินลอบคิดในใจ.

ด้วยคุณสมบัติธาตุน้ำแข็งที่นางแสดงให้ทุกคนได้ประจักษ์ที่หุบเขาแห่งความตาย ก็ทำให้เขาประหลาดใจพอแล้ว ตอนนี้การที่สามารถทนแรงโน้มถ่วงได้ถึงหกชั่วโมง ความแข็งแกร่งนางนั้นไม่ธรรมดาเลย.

ศิษย์พี่หญิงลู่เชียนเชียน ที่เป็นลำดับหนึ่งในชั้นแรก ทำให้ศิษย์หญิงมากมายเผยความดีใจเป็นอย่างมาก.

พวกนางไม่กล้าที่จะเข้าไป ทว่าเมื่อเห็นศิษย์พี่หญิงใหญ่ทำลายสถิติ ท้ายที่สุดก็เข้าไปท้าทายหอคอยเก็บประสบการณ์เช่นกัน.

นี่เป็นการกระตุ้นเตือน แสดงให้เห็นว่าสตรีนั้นไม่ได้ด้อยกว่าบุรุษ ทำให้หลิงหยวนเสวี๋ยมีกำลังใจ แม้นว่าจะไม่สำเร็จ ทว่าอย่างน้อยก็เป็นการสร้างความกล้าของนางให้มากขึ้น.

จากนั้น.

เมื่อลู่เชียนเชียนสร้างสถิติอันดับหนึ่ง เหล่าศิษย์ชายต่างก็ต้องการท้าทายอย่างบ้าคลั่ง ศิษย์หญิงเองก็มีความกล้ามากขึ้น.

สำนักไท่กู่เจิ้งเวลานี้ การบ่มเพาะที่ดูคึกครื้นขึ้น.

จุนซ่างเซียวที่ยืนอยู่ด้านนอกหอคอยฝึกฝน จ้องมองศิษย์ที่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น ท่าทางคึกคักนั่น ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ.

ในเวลาเย็น.

เขายังไม่เข้าไปด้านใน และลู่เชียนเชียนเช่นกัน.

เป็นความจริงตั้งแต่เช้าจนเย็น สตรีผู้นี้เพิ่งปรากฏขึ้นมา.

“เฮ้.”

จุนซ่างเซียวนั่งอยู่บนโขดหิน ตะโกนออกไปเสียงดัง “นี่ไม่หลับไม่นอนอย่างงั้นรึ? ถึงได้มาท้าทายหอเก็บประสบการตอนนี้?”

ลู่เชียนเชียนเอ่ย “เจ้าสำนักเองก็ไม่พักผ่อนรึ?.”

จุนซ่างเซียวนำผ้าห่มออกมา กล่าวออกไปว่า “นี่เป็นของเจ้ารึ?”

“เจ้าสำนักมอบกำไลให้กับข้า ข้าก็เลยมอบผ้าห่มให้กับเจ้าสำนัก.”ลู่เชียนเชียนเอ่ย.

จุนซ่างเซียวถึงกับพูดไม่ออก “สิ่งที่เปิ่นจั้วมอบให้นั้น เป็นกำไลธาตุน้ำแข็ง เจ้ามอบผ้าห่มคืนมาให้ ดูเหมือนว่ามันจะถูกไปหน่อยนะ.”

“......”

กำไลธาตุน้ำแข็งที่นางได้รับในหุบเขาแห่งความตาย นางย่อมตระหนักได้ว่ามันมีพลังของธาตุน้ำแข็งซ่อนอยู่ ช่วยยกระดับพลังน้ำแข็งของนางด้วย.

ไม่เช่นนั้น.

เป็นไปไม่ได้ที่นางจะแช่แข็งมังกรเพลิงเป็นเวลา 4-5 ลมหายใจได้.

ลู่เชียนเชียนเอ่ย “หอคอยเก็บประสบการนี้ควรจะเป็นของวิเศษระดับสูง เจ้าสำนักควรจะมีการแบ่งพื้นที่ชายหญิงในการเก็บประสบการณ์ดีหรือไม่?”

จุนซ่างเซียวครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยออกไปว่า “ได้.”

“...”

เขาที่เดินออกไป “วันนี้เปิ่นจั้วจะเข้าไปเก็บประสบการณ์กับเจ้า.”

ลู่เชียนเชียนที่ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย.

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เปิ่นจั้วต้องการจะเห็น ศิษย์หญิงใหญ่ จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งเพียงใด ถึงสามารถทำลายสถิติได้.”

จบบทที่ Chapter 213 ไม่ควรประมาทลู่เชียนเชียน

คัดลอกลิงก์แล้ว