เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 หลี่หมิง เลขาธิการเมืองหนิงอัน

บทที่ 27 หลี่หมิง เลขาธิการเมืองหนิงอัน

บทที่ 27 หลี่หมิง เลขาธิการเมืองหนิงอัน


ในเวลาเดียวกัน หลี่โม่ซึ่งอยู่ห่างออกไปในหมู่บ้านเซิงหลง ก็ถูกตำรวจเชิญตัวไปยังสถานีตำรวจเช่นกัน

หลี่โม่รู้สึกสับสนและงุนงงอย่างมากในขณะที่ถูกตำรวจพาตัวมา

เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองไปทำผิดกฎหมายข้อไหนตอนไหน

หรือว่าตำรวจจะสืบรู้เรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับสาวๆ ในชาติที่แล้วของเขา?

เหอะ อย่ามาตลกน่า

เขากลับชาติมาเกิดใหม่แล้วนะ!

ในชาตินี้ เขาไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายเลยแม้แต่นิดเดียว

อันที่จริง นี่เป็นเพียงขั้นตอนปกติเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจัดการคดี ก่อนที่ผลการตรวจพิสูจน์จะออกมา ผู้เกี่ยวข้องทุกคนจำเป็นต้องถูกควบคุมตัวไว้ก่อน

หลี่โม่ถูกขังอยู่หลังประตูเหล็ก สายตามองผ่านลูกกรงออกไปอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ในเวลานี้ เขาควรจะร้องเพลง 'น้ำตาหลังกรงเหล็ก' เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศหน่อยไหมนะ?

"เราได้รับแจ้งเบาะแสว่าคุณมีพฤติกรรมต้องสงสัยในการจำหน่ายสารเสพติด คุณจะยอมสารภาพเอง หรือจะรอให้เรางัดหลักฐานออกมา? ผมบอกไว้ก่อนนะ สารภาพโทษหนักเป็นเบา ขัดขืนโทษเบาเป็นหนัก"

"เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว ทันทีที่ผลตรวจออกมา คุณจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะสารภาพ"

สารภาพโทษหนักเป็นเบา คือการได้ไปนั่งก้นกุฏิในคุกงั้นสิ?

ขัดขืนโทษเบาเป็นหนัก คือจะได้กลับบ้านไปฉลองปีใหม่งั้นเหรอ?

นี่มันสถานการณ์บ้าบออะไรกัน?

ทำไมฉันถึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดไปได้?

มาๆๆ ยื่นหัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยซิ!

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉัน... หลี่โม่ เลือกที่จะกลับมายังหมู่บ้านเซิงหลง หมู่บ้านยากจนระดับประเทศ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความยากจนและรวยไปด้วยกัน

ทุกย่างก้าวที่ฉันทำล้วนเปิดเผยและตรงไปตรงมา ฉันไปเป็นพ่อค้ายาตอนไหนมิทราบ?

พวกคุณประสาทกลับไปแล้วหรือไง!

ไอ้โง่คนไหนเป็นคนไปแจ้งความจับฉัน?

ก่อนที่ผลตรวจจะออกมา ฉัน หลี่โม่ จะไม่ขอพูดกับใครทั้งนั้น!

ตำรวจตรวจสอบประวัติและตัวตนของหลี่โม่ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อดูข้อมูลส่วนตัวของหลี่โม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

หรือว่าหลี่โม่... เพื่อที่จะช่วยให้ชาวบ้านหมู่บ้านเซิงหลงหลุดพ้นจากความยากจน จึงเลือกทางลัดด้วยการค้าขายยาเสพติดที่ได้กำไรมหาศาล?

นั่นก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน

ตำรวจเมืองหนิงอันต่างรู้ดีถึงสถานการณ์ความยากจนของหมู่บ้านเซิงหลง

หมู่บ้านเซิงหลงเป็นสถานที่ทุรกันดารที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหมู่บ้านยากจนระดับประเทศติดต่อกันมาสิบปีแล้ว

สถานการณ์เช่นนี้หมายความว่าหมู่บ้านเซิงหลงแทบจะเกินเยียวยา

ไม่มีใครอยากจะเข้าไปจัดการดูแลสถานที่แบบนั้น

บรรยากาศในห้องสอบสวนตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดและเงียบงันไปชั่วขณะ

หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้รับ 'ท้อเซียนเหิน' มา พวกเขาก็รีบทำการตรวจสอบหาสารเสพติดและส่วนประกอบทางเคมีต่างๆ ในทันที

เพื่อไม่ให้เป็นการถ่วงเวลาการสร้างผลงานระดับสุดยอดของทีม แผนกตรวจสอบจึงเร่งกระบวนการทุกอย่างให้เร็วที่สุด

ดังนั้น ข้อมูลจากห้องแล็บของตำรวจจึงออกมาภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ผลการตรวจสอบปรากฏว่า... ไม่พบส่วนประกอบของสารเสพติดใดๆ ในท้อเซียนเหินเลยแม้แต่น้อย

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นผลการตรวจ

อะไรนะ? ไม่มีสารเสพติด?

เจ้าหน้าที่จ้องมองผลตรวจในมือตาปริบๆ ราวกับเห็นรางวัลความดีความชอบขั้นหนึ่งที่กำลังจะคว้าไว้ได้ บินหนีหายไปต่อหน้าต่อตา...

มัน... ช่างรู้สึกไร้สาระสิ้นดี

แต่นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

ดูเหมือนว่าจะทำได้แค่รายงานผลตามจริงให้ผู้บังคับบัญชาทราบเท่านั้น

ปฏิกิริยาของระดับหัวหน้าตำรวจเมื่อได้รับรายงานก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

จะเป็นไปได้ยังไง?

ไม่มีสารเสพติด?

เมื่อดูจากปฏิกิริยาของทุกคนในคลิปวิดีโอ มันดูเหมือนปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังจากการเสพยาชัดๆ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า...

ทางด้านเสิ่นหลาน เมื่อเห็นปฏิกิริยาและการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอก็เข้าใจในทันทีว่าผลตรวจต้องออกมาแล้ว และผลลัพธ์นั้นต้องเป็นผลดีต่อโรงแรมเฟิงหลินหว่านอย่างแน่นอน

ดังนั้น เสิ่นหลานจึงกลับมามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

"ผลตรวจน่าจะออกมาแล้วใช่ไหมคะ?" เสิ่นหลานถามเสียงเย็น

สีหน้าของผู้กำกับสถานีตำรวจดูย่ำแย่มาก น้ำเสียงของเขาไม่มีความแข็งกร้าวเหมือนในตอนแรกอีกต่อไป "อะ... ออกมาแล้วครับ"

"คงจะไม่มีสารเสพติดใช่ไหมคะ?"

"คะ... ครับ ไม่มีครับ"

"งั้นสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ฉันต้องการคำอธิบายจากทางตำรวจค่ะ!"

เรื่องนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกไปถึงผู้บริหารระดับสูงของเมืองหนิงอัน

เลขาธิการเมืองหนิงอันเดินทางมาถึงโรงแรมเฟิงหลินหว่านด้วยตัวเอง และหลังจากทราบผลตรวจ เขาก็ตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรง

โรงแรมเฟิงหลินหว่านเป็นหน่วยงานที่เสียภาษีรายใหญ่ของเมืองหนิงอัน และยังเป็นผู้เสียภาษีรายสำคัญของทั้งมณฑลเซีย

แต่ผลที่ได้คือ โรงแรมเฟิงหลินหว่านกลับถูกตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่เป็นเวลานานถึงสิบชั่วโมง!

ยิ่งไปกว่านั้น โรงแรมในเครือเฟิงหลินหว่านทั้งหมดทั่วทั้งมณฑลเซียต่างก็ถูกสั่งปิดล้อมตรวจสอบ

สำหรับเครือโรงแรมระดับหมื่นล้าน นี่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และแน่นอนว่าชื่อเสียงของโรงแรมก็เสียหายยับเยินยิ่งกว่า

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ "ไร้สาระ" เช่นนี้ขึ้น ทางการจำเป็นต้องให้คำอธิบายแก่โรงแรมเฟิงหลินหว่าน

ดังนั้น ในคืนนั้นเอง ตำรวจเมืองหนิงอันจึงออกแถลงการณ์ขอโทษโรงแรมเฟิงหลินหว่านอย่างเป็นทางการ และดำเนินการจับกุม 'หลิวเถี่ย' นักเคลื่อนไหวต่อต้านสินค้าปลอมจอมลวงโลกในชั่วข้ามคืน

หลิวเถี่ยถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ เขาได้รับสิทธิ์กินข้าวแดงฟรีในคุกเป็นเวลาสองปี และยังมีโอกาสได้ออกกำลังกายด้วยการถีบจักรเย็บผ้าฟรีๆ อีกสองปี ช่างสบายเสียจริง

หลังจากเอกสารคำขอโทษของตำรวจถูกเผยแพร่ออกไป ประตูเหล็กห้องขังที่คุมตัวหลี่โม่ก็เปิดออก เขาเห็นกลุ่มคนยืนรออยู่ที่หน้าประตู ซึ่งมีสองคนที่เขาจำได้แม่น

คนหนึ่งคือเสิ่นกั๋วหาว และอีกคนคือเสิ่นหลาน (ลูกสาวของเสิ่นกั๋วหาว)

ส่วนคนอื่นๆ เขาไม่คุ้นหน้าเลย

"คุณไปได้แล้ว"

เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลี่โม่ก็เข้าใจว่าเขาพ้นมลทินแล้ว แต่เขากลับยังไม่ยอมเดินออกไปง่ายๆ

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาจับฉัน มาสอบสวนฉัน พอรู้ว่าฉันไม่ผิดก็ไล่กลับ โดยไม่คิดจะอธิบายอะไรเลยเนี่ยนะ?

ที่หน้าประตู ชายวัยกลางคนสวมแว่นตาที่มีท่าทางเคร่งขรึมพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยน้ำเสียงดุดัน

"นี่คือทัศนคติของพวกคุณหลังจากทำผิดพลาดงั้นเหรอ? ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ผู้บริสุทธิ์ฟังหน่อยหรือไง? หรือต้องให้ผมสอนพวกคุณทำงานด้วยตัวเอง?"

ผู้กำกับสถานีตำรวจเมืองหนิงอันรีบวิ่งแจ้นมาที่ห้องสอบสวน โค้งคำนับและกล่าวขอโทษหลี่โม่ยกใหญ่

หลังจากฟังคำขอโทษและคำหวานหว่านล้อมอยู่พักใหญ่ หลี่โม่ถึงยอมลุกขึ้นและเดินออกจากห้องสอบสวน

เสิ่นกั๋วหาวก้าวเข้ามาหาและถามด้วยความเป็นห่วง "หลานชาย พวกเขาไม่ได้ทำอะไรลำบากใจให้เธอใช่ไหม?"

"ไม่ครับ"

"งั้นก็ดีแล้ว มาสิ อาจะแนะนำให้รู้จัก ท่านนี้คือเลขาฯ หลี่... เลขาธิการเมืองหนิงอันของเรา 'หลี่หมิง'"

หลี่โม่มองไปที่หลี่หมิง "สวัสดีครับท่านเลขาฯ หลี่ ผมชื่อหลี่โม่ครับ"

หลี่หมิงยื่นมือออกมาทักทายก่อนอย่างเป็นกันเอง "ฉันได้ยินเหล่าเสิ่นเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เธอดำรงตำแหน่งเลขาธิการหมู่บ้านเซิงหลงอยู่ใช่ไหม?"

หลี่โม่จับมือตอบ "ใช่ครับท่านเลขาฯ"

"อื้ม ดีมาก อายุยังน้อยแต่หลังจากเรียนจบกลับเลือกที่จะกลับไปที่หมู่บ้านเซิงหลงเพื่อช่วยให้พี่น้องชาวบ้านหลุดพ้นจากความยากจน จิตวิญญาณนี้น่านับถือจริงๆ"

หลี่หมิงย่อมรู้สถานการณ์ของหมู่บ้านเซิงหลงดี

ทุกครั้งที่หลี่หมิงนึกถึงหมู่บ้านเซิงหลง เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความปวดใจ

ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปแปดคน แต่ละคนอยู่ได้ไม่กี่วันก็หนีกลับกันหมด สถานการณ์นี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าปัญหาในหมู่บ้านเซิงหลงนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด

แต่ชายหนุ่มตรงหน้าเขากลับสามารถสร้างแบรนด์สินค้าได้ถึงสองแบรนด์ให้กับหมู่บ้านยากจนระดับประเทศแห่งนี้

หนึ่งคือแตงโมเซิงหลง และอีกหนึ่งคือท้อเซียนเหิน

นี่ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก

แต่คนที่มีความสามารถและสร้างผลงานได้ขนาดนี้ กลับถูกตำรวจจับกุมและสอบสวนอย่างไม่เลือกหน้าเนี่ยนะ?

"หลี่โม่ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นความบกพร่องในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉันหวังว่าเธอจะไม่เก็บมาใส่ใจ หลังจากกลับไปแล้ว ขอให้ตั้งใจทำงานต่อไปนะ พอฉันเคลียร์งานทางนี้เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะลงไปตรวจเยี่ยมหมู่บ้านเซิงหลงด้วยตัวเอง"

"ไม่มีปัญหาครับท่านเลขาฯ ยินดีต้อนรับครับ"

หากเลขาธิการเมืองหนิงอันลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมหมู่บ้านเซิงหลงด้วยตัวเอง ย่อมเป็นผลดีที่สุดต่อหมู่บ้าน

"หลานชายคงยังไม่ได้กินข้าวสินะ? ไปเถอะ ไปกินข้าวเย็นที่โรงแรมเฟิงหลินหว่านกัน"

จบบทที่ บทที่ 27 หลี่หมิง เลขาธิการเมืองหนิงอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว