- หน้าแรก
- เลขาหมู่บ้านสายปั่น เกิดใหม่ทั้งที ขอพาหมู่บ้านนี้รวย
- บทที่ 24 ลูกท้อเซิงเซียนกับราคา 25 หยวน
บทที่ 24 ลูกท้อเซิงเซียนกับราคา 25 หยวน
บทที่ 24 ลูกท้อเซิงเซียนกับราคา 25 หยวน
เสิ่นกั๋วหาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน รถยนต์ส่วนตัวก็มารับเขาบึ่งตรงมายังโรงแรมเฟิงหลินหว่านทันที
เมื่อพบหน้าเสิ่นหลาน เสิ่นกั๋วหาวก็เอ่ยถามขึ้นทันที "เลขาฯ หลี่โม่ล่ะ อยู่ที่ไหน?"
"เขากลับไปแล้วค่ะ แต่หนูขอให้เขาทิ้งผลไม้ตัวอย่างไว้ให้"
เสิ่นหลานพูดพลางยื่น 'ลูกท้อเซิงเซียน' ที่ล้างสะอาดแล้วให้กับบิดา
เสิ่นกั๋วหาวถึงกับผงะเมื่อเห็นลูกท้อที่มีขนาดใหญ่เท่าลูกวอลเลย์บอล
ลูกท้อบ้าอะไรจะใหญ่ขนาดนี้?
เขาใช้ชีวิตมากว่าห้าสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอะไรแบบนี้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาสีสันอันน่าทานของลูกท้อผลนี้ เขาแทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะลองลิ้มชิมรสดูสักคำเดี๋ยวนี้เลย
เสิ่นกั๋วหาวไม่รอช้า อ้าปากกัดลงไปคำโต
ทันทีที่เนื้อท้อเซิงเซียนสัมผัสลิ้น ความเหนื่อยล้าจากการนั่งเครื่องบินและรถยนต์เดินทางมาไกลก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปิติสุขที่ได้ดื่มด่ำกับรสชาติอันล้ำเลิศของท้อวิเศษผลนี้
เสิ่นกั๋วหาวจัดการฟาดลูกท้อขนาดยักษ์จนหมดเกลี้ยงด้วยตัวคนเดียว
เขาตบพุงที่อิ่มแปล้ พลางซึมซับรสชาติที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น
"เกิดมาชาตินี้ ได้กินลูกท้อรสชาติแบบนี้ ถือว่าคุ้มค่าแล้วจริงๆ!"
เสิ่นกั๋วหาวเป็นผู้กว้างขวาง ผ่านร้อนผ่านหนาวและลิ้มรสอาหารเลิศรสมานับไม่ถ้วน
แต่มีไม่กี่ครั้งที่เขาจะกินจนอิ่มขนาดนี้
ครั้งล่าสุดที่เขากินอย่างตะกละตะกลามแบบนี้ ก็คือตอนที่ได้กินแตงโมเซิงหลงนั่นเอง
และครั้งนี้ ก็คือการได้กินเจ้าท้อเซิงเซียนลูกนี้
"พ่อรู้สึกตัวเบาสบายเหมือนจะลอยได้เลย! สุดยอดจริงๆ เสิ่นหลาน เลขาฯ หลี่โม่บอกไหมว่าท้อพันธุ์นี้ชื่ออะไร?"
"บอกค่ะ เขาเรียกมันว่า 'ลูกท้อเซิงเซียน' (ท้อทะยานเซียน)"
เมื่อเสิ่นกั๋วหาวได้ยินชื่อ 'ท้อเซิงเซียน' ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
"ยอดเยี่ยม! ท้อเซิงเซียน ชื่อนี้มันช่างวิเศษจริงๆ!"
หลังจากได้ลิ้มรสด้วยตัวเอง ชื่อ 'ท้อเซิงเซียน' ก็ดูราวกับเป็นแบรนด์ที่สวรรค์สร้างมาเพื่อลูกท้อผลนี้โดยเฉพาะ
"เสิ่นหลาน ลูกท้อที่เลขาฯ หลี่โม่เอามาคราวนี้ ลูกเก็บไว้ทั้งหมด หรือเก็บไว้แค่ไม่กี่ลูก?"
"แน่นอนว่าหนูเหมาไว้หมดค่ะ ของดีขนาดนี้ หนูไม่ยอมให้โอกาสหลุดลอยไปถึงมือคนอื่นหรอก"
"สมกับเป็นลูกสาวของพ่อจริงๆ ตอนนี้ลูกเก่งขึ้นมาก สามารถตัดสินใจจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง เยี่ยมมาก"
เสิ่นกั๋วหาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สำหรับลูกท้อที่มีคุณภาพและรสชาติระดับนี้ ต่อให้ขายจินละ 100 หยวนก็ไม่ถือว่าแพง ตรงกันข้าม มันคือกำไรมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น ท้อเซิงเซียนยังสามารถใช้เป็นจุดขายเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาพักที่โรงแรมเฟิงหลินหว่าน ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดผู้ใช้บริการได้อีกทาง
ยอดผู้ใช้บริการก็คือเงิน!
ดังนั้น มูลค่าของท้อเซิงเซียนจึงไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวผลไม้เพียงอย่างเดียว
"พ่อคะ ที่หนูเรียกพ่อกลับมาด่วน ก็เพื่อจะปรึกษาว่าเราควรเสนอราคาชื้อท้อเซิงเซียนที่เท่าไหร่ดี"
"เลขาฯ หลี่โม่บอกไหมว่ามีท้อเซิงเซียนอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่?"
"รวมทั้งหมด 150 หมู่ค่ะ"
"แค่ 150 หมู่เองเหรอ?"
ทำไมน้อยขนาดนั้น?
เสิ่นกั๋วหาวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเก็บความไม่พอใจลงไป
ยังไงเสีย ท้อกับแตงโมก็เป็นผลไม้คนละประเภท
แตงโมเป็นพืชล้มลุกที่ลงทุนปีต่อปี แต่การลงทุนทำสวนท้อนั้นต่างออกไป
ต้นท้อต้องใช้เวลาประมาณห้าปีกว่าจะให้ผลผลิตจำนวนมาก
ห้าปีนี้คือต้นทุนเวลาที่เสียไป
ดังนั้น ราคาของท้อเซิงเซียนจะเอาไปเทียบกับแตงโมไม่ได้
ต้องคำนึงถึงต้นทุนห้าปีที่ชาวสวนทุ่มเทลงไปด้วย
เสิ่นกั๋วหาวขมวดคิ้วเริ่มคำนวณในใจ
ราคาของท้อเซิงเซียนจะต้องเป็นที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่าย
ประกอบกับปริมาณที่มีจำกัดเพียง 150 หมู่ ในที่สุดเสิ่นกั๋วหาวก็หันไปบอกเสิ่นหลาน "เอาล่ะ สำหรับท้อเซิงเซียนล็อตนี้ เราจะรับซื้อจากเลขาฯ หลี่โม่ในราคาจินละ 25 หยวน"
"จินละ 25 หยวน?"
คิ้วเรียวสวยดั่งใบหลิวของเสิ่นหลานขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ใจจริงเสิ่นหลานกะว่าจะเสนอราคาที่จินละ 20 หยวน แต่ราคาที่พ่อเสนอมากลับสูงกว่าที่เธอคิดไว้ถึง 2 หยวน (ต่อจิน)
เสิ่นกั๋วหาวมองออกว่าลูกสาวคิดอะไรอยู่ จึงสอนบทเรียนสำคัญให้ "เสิ่นหลาน ลูกต้องจำไว้ว่า แม้เราจะทำธุรกิจเพื่อผลกำไร แต่ลูกต้องไม่ลืมว่าการที่เลขาฯ หลี่โม่วิ่งมาหาเราเป็นที่แรก นั่นแปลว่าเขาเชื่อใจเรา"
"การค้าจะยั่งยืนได้ต้องตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจ"
"เขาเชื่อใจเราให้เสนอราคาที่ยุติธรรม เราก็ไม่ควรเสนอราคาที่เอาเปรียบเพียงเพื่อจะกอบโกยกำไรเข้าตัวเองมากที่สุด"
"ราคา 25 หยวนต่อจินอาจจะฟังดูสูง แต่เมื่อท้อเซิงเซียนมาอยู่ในมือเรา เราสามารถอัพราคาขายได้ไม่ต่ำกว่าจินละ 100 หยวน"
"ถ้าไปอยู่ในมือคนอื่น เขาก็ขายได้ราคาสูงเหมือนกัน ดังนั้น..."
เสิ่นกั๋วหาวละคำพูดไว้แค่นั้น
เสิ่นหลานเข้าใจความหมายที่เหลือได้โดยไม่ต้องให้พ่ออธิบายเพิ่ม
ใครๆ ก็ทำธุรกิจได้
แต่จะดีที่สุดถ้าเราได้เป็นคนทำธุรกิจนั้นเอง
ดังนั้น การเสนอราคารับซื้อที่สูงกว่าให้แก่คู่ค้า คือรากฐานที่จะทำให้เรายึดครองธุรกิจนั้นไว้ได้
เพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมครอบครัวเช่นนี้เอง เสิ่นหลานถึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมหรูมูลค่าหลายพันล้านได้ในวัยเพียง 27 ปี
ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางที่เธอจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้
"ตกลงค่ะ งั้นเอาตามนี้ 25 หยวนต่อจิน เดี๋ยวหนูจะรีบติดต่อหลี่โม่ทันที"
ท้อเซิงเซียน 150 หมู่ ไม่ถือว่าเยอะ โรงแรมเฟิงหลินหว่านสามารถรับซื้อไว้ได้ทั้งหมดสบายๆ
แถมยังสามารถใช้ท้อเซิงเซียนเหล่านี้เป็นสินค้าเบิกทางเข้าสู่ตลาดลูกค้าระดับไฮเอนด์ได้อีกด้วย
เผลอๆ อาจจะส่งออกไปขายต่างประเทศได้บางส่วนด้วยซ้ำ
ดังนั้น เสิ่นหลานจึงรีบหยิบโทรศัพท์กดโทรหาหลี่โม่ทันที
"เลขาฯ หลี่โม่คะ ฉันกับคุณพ่อตกลงกันแล้วว่าเราจะเสนอราคารับซื้อท้อเซิงเซียนที่จินละ 25 หยวนค่ะ"
หลี่โม่เองก็ประหลาดใจและยินดีไม่น้อยเมื่อได้ยินราคา 25 หยวน
"ตกลงครับ 25 หยวนต่อจิน พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้าไปเซ็นสัญญาที่โรงแรมเฟิงหลินหว่านนะครับ"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะรอต้อนรับเลขาฯ หลี่โม่นะคะ"
หลังจากวางสาย หลี่โม่ก็เปิดเครื่องคิดเลขในโทรศัพท์ขึ้นมาคำนวณทันที
ตามสถิติที่ชาวบ้านแจ้งมาวันนี้ ต้นท้อเซิงเซียนหนึ่งหมู่ให้ผลผลิตได้ 6,000 จิน
ราคา 25 หยวนต่อจิน คูณด้วยพื้นที่ 150 หมู่
ท้อเซิงเซียนจะทำเงินได้ถึง 22.5 ล้านหยวน!
เมื่อหารเฉลี่ยให้กับชาวบ้าน 30 ครัวเรือน แต่ละบ้านจะได้รับเงินถึง 750,000 หยวน
อื้ม ไม่เลวเลย ภารกิจช่วยให้ 30 ครอบครัวนี้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำถือว่าสำเร็จลุล่วง
ตอนนี้ จากทั้งหมด 700 ครัวเรือนในหมู่บ้านเซิงหลง มี 50 ครัวเรือนแล้วที่หลุดพ้นจากความยากจน
นี่คือก้าวที่ยิ่งใหญ่
เขาเชื่อว่าในเวลาอีกไม่นาน ครอบครัวอื่นๆ ก็จะทยอยหาเงินก้อนแรกและหลุดพ้นจากความยากจนได้เช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่โม่เดินทางเข้าสู่เมืองหนิงอันอีกครั้ง
หลังจากเซ็นสัญญาความร่วมมือกับเสิ่นหลานเรียบร้อยแล้ว เสิ่นหลานก็เชิญชวนหลี่โม่และหลี่เฉียงร่วมรับประทานอาหารที่โรงแรมเฟิงหลินหว่านอย่างกระตือรือร้น
หลี่โม่เองก็อยากลองสัมผัสรสชาติอาหารในโรงแรมระดับดาวดูสักครั้ง จึงตอบรับคำเชิญ
แน่นอนว่าเสิ่นกั๋วหาวก็มาร่วมโต๊ะด้วย
ความสามารถของหลี่โม่ที่เสกของดีออกมาได้ถึงสองอย่าง ทั้งแตงโมเซิงหลงและท้อเซิงเซียน ทำให้เสิ่นกั๋วหาวชื่นชมในตัวเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก
ระหว่างมื้ออาหาร เสิ่นกั๋วหาวยังเอ่ยปากว่า หากในอนาคตหลี่โม่มีปัญหาติดขัดอะไร ให้มาหาเขาได้เสมอ
หลี่โม่จดจำคำพูดนี้ไว้ในใจ
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำสำราญ หลี่โม่ก็เริ่มมีอาการมึนเมาเล็กน้อย ส่วนหลี่เฉียงไม่ได้ดื่มเพราะต้องขับรถ
ทว่า สภาพของหลี่เฉียงกลับดูแย่ยิ่งกว่าหลี่โม่ที่ดื่มเหล้าเสียอีก
ตลอดทางขากลับ หลี่เฉียงขับรถด้วยอาการเหม่อลอย
ท้อจินละ 25 หยวน?
เรื่องหลอกลวงชัดๆ ฉันต้องยังไม่ตื่นแน่ๆ