- หน้าแรก
- เลขาหมู่บ้านสายปั่น เกิดใหม่ทั้งที ขอพาหมู่บ้านนี้รวย
- บทที่ 19 ความเสียใจของอาเฉียง
บทที่ 19 ความเสียใจของอาเฉียง
บทที่ 19 ความเสียใจของอาเฉียง
"บริษัทปศุสัตว์หมู่บ้านเซิงหลงของเรากำลังจะก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการครับ"
"แผนของผมคือเราจะเริ่มจากการเลี้ยงวัวก่อน แต่การเลี้ยงวัวต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก"
"ซื้อลูกวัวก็ต้องใช้เงิน ซื้อรั้วกั้นก็ต้องใช้เงิน สร้างโรงเรือนเลี้ยงวัวก็ต้องใช้เงิน ไหนจะค่าอาหารสัตว์อีก ทุกอย่างล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น"
"ลำพังผมคนเดียวมีเงินไม่พอหรอกครับ ตอนนี้พวกเรายังขาดเงินทุนอีกจำนวนมาก"
"ดังนั้น ผมเลยมีความคิดว่า สำหรับชาวบ้านที่ได้กำไรจากการขายแตงโมในรอบนี้ จะเป็นไปได้ไหมถ้าทุกคนจะนำเงินส่วนหนึ่งมาให้บริษัทปศุสัตว์หมู่บ้านเซิงหลงกู้ยืมก่อน?"
"เมื่อเราขายวัวได้ในช่วงสิ้นปี ผมจะนำเงินต้นมาคืนให้ทุกคนครับ"
"แน่นอนว่าทางบริษัทจะไม่ยืมเงินเปล่าๆ เราจะให้ดอกเบี้ยในอัตรา 500 หยวน ต่อเงินต้น 10,000 หยวน"
"นอกจากนี้ ในช่วงสิ้นปี ทางบริษัทยังจะแบ่งเงินปันผลพิเศษจากกำไรที่ทำได้ให้ทุกคนอีกด้วย"
เหตุผลที่ชาวบ้านผู้ปลูกแตงโมสามารถลืมตาอ้าปากได้ในปีนี้ ล้วนเป็นเพราะความดีความชอบของเลขาฯ หลี่โม่ทั้งสิ้น
พวกเขารู้ดีว่าหากเลขาฯ หลี่โม่ไม่นำน้ำยาบำรุงมาให้ และไม่ได้สร้างแบรนด์ 'แตงโมเซิงหลง' ขึ้นมา พวกเขาคงไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนี้
ดังนั้น พวกเขาจึงอยากรู้เพียงแค่ว่า หากให้เลขาฯ หลี่โม่ยืมเงินไปลงทุน พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเท่าไหร่
หลิวเกินเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา "เลขาฯ หลี่โม่ จากเงินที่ขายแตงโมได้ปีนี้ ฉันขอเก็บไว้ใช้เองสองหมื่นหยวน ส่วนที่เหลือฉันขอยกให้บริษัทปศุสัตว์กู้ไปลงทุนต่อได้เลย!"
สองสามีภรรยาบ้านหนิวเอ้อร์ปรึกษากันครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจเก็บเงินสดไว้เพียงไม่กี่หมื่นหยวน ส่วนที่เหลือก็มอบให้หลี่โม่นำไปบริหารจัดการ
เมื่อมีคนเปิดประเด็น คนอื่นๆ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธที่จะให้ยืม
ด้วยเหตุนี้ เมื่อรวมกับเงินทุนส่วนตัวของหลี่โม่เอง เขาสามารถระดมทุนในครั้งนี้ได้สูงถึง 25 ล้านหยวน
ด้วยเม็ดเงิน 25 ล้านหยวนนี้ พวกเขาสามารถเริ่มต้นเลี้ยงวัวได้ถึง 5,000 ตัว
เงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับค่ารั้วกั้น ค่าสร้างโรงเรือน และค่าอาหารสัตว์อย่างแน่นอน!
ก่อนที่ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทปศุสัตว์หมู่บ้านเซิงหลงจะเสร็จสมบูรณ์ หลี่โม่ก็เริ่มดำเนินการไปที่ตัวอำเภอเพื่อจัดซื้อวัสดุสำหรับสร้างโรงเรือนและรั้วกั้นทันที
หลี่เฉียงรับหน้าที่ขับรถบรรทุกเล็กพาหลี่โม่มุ่งหน้าสู่อำเภอหนิงอัน
การสร้างโรงเรือนเลี้ยงวัวเป็นงานเทคนิค ดังนั้นเรื่องนี้จำเป็นต้องให้มืออาชีพเป็นคนจัดการ
"อาเฉียง นายคุ้นเคยกับในตัวอำเภอดี ในบรรดาคนขายวัสดุก่อสร้างโรงเรือน นายพอจะรู้จักใครบ้างไหม?"
หลี่เฉียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้
แต่เขากลับมีท่าทีลังเล ไม่แน่ใจว่าจะบอกหลี่โม่ดีหรือไม่
หลี่โม่สังเกตเห็นความอึกอักของหลี่เฉียง "อาเฉียง เป็นอะไรไป? ลำบากใจเหรอ? ถ้ามันยุ่งยากนัก เราไปหาซื้อจากร้านขาจรก็ได้"
"ไม่ใช่เรื่องลำบากใจอะไรหรอกพี่โม่ เพียงแต่... เพียงแต่ว่าลูกสาวบ้านนั้นเคยดูตัวกับฉันมาก่อน"
"ฉันชอบเธอนะ แต่เธอไม่ชอบฉัน"
"เธอรังเกียจที่ฉันไม่มีการศึกษา ไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง แถมยังพูดจาดูถูกว่าคนในหมู่บ้านเซิงหลงของเรายากจนข้นแค้น ฉันเลยยังฝังใจจำมาจนถึงทุกวันนี้"
ที่แท้นี่ก็คือปมในใจของหลี่เฉียงสินะ?
หลี่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง "อาเฉียง ถ้างั้นเราไปซื้อร้านอื่นกันเถอะ!"
"ไม่เป็นไรหรอกพี่โม่ เดี๋ยวฉันพาไปเอง ซื้อของจากร้านบ้านเธอน่าจะคุยเรื่องส่วนลดได้ง่ายกว่า"
"ตอนนี้พวกเราเองก็ต้องประหยัดงบ ประหยัดได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ยังไงเสียในอนาคตเรายังมีเรื่องต้องใช้เงินอีกเยอะ"
"อาเฉียง นายไม่ต้องฝืนใจตัวเองนะ"
"ไม่ฝืนหรอกพี่ ไปกันเถอะ"
หลี่เฉียงจอดรถบรรทุกเล็กที่หน้าหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่า "ร้านโลหะแผ่นจางพานพาน"
เมื่อเห็นชื่อร้าน หลี่โม่ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที
ที่แท้หญิงสาวที่ชื่อ จางพานพาน คือปมในใจของอาเฉียงนี่เอง
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น วัสดุสร้างโรงเรือนครั้งนี้ก็ต้องซื้อจากร้านจางพานพานนี่แหละ
ยิ่งไปกว่านั้น นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าหมู่บ้านเซิงหลงจะต้องใช้วัสดุโลหะแผ่นมากแค่ไหน ก็ต้องมาซื้อที่ร้านนี้เท่านั้น
เพราะหลี่โม่รู้ดีว่า สักวันหนึ่งชีวิตของหลี่เฉียงจะพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเมื่อถึงเวลานั้น เมื่อเขาและจางพานพานได้พบกันอีกครั้ง จางพานพานจะไม่ใช่ปมด้อยในใจของหลี่เฉียงอีกต่อไป
ในทางกลับกัน หลี่เฉียงต่างหากที่จะกลายเป็น 'ความเสียใจ' ที่กัดกินหัวใจของจางพานพาน
ทุกอย่างจะกลับตาลปัตรอย่างสมบูรณ์
"ไปกันเถอะพี่โม่ เดี๋ยวเข้าไปข้างในแล้วฉันจะต่อราคาให้พี่เอง"
ทั้งสองเดินเข้าไปในร้านโลหะแผ่นจางพานพาน เห็นหญิงสาววัยยี่สิบกว่าปีนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้นุ่ม กำลังแทะเมล็ดแตงโมพลางดูหนังจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างสบายใจ
หน้าตาของหญิงสาวคนนี้จัดว่าหมดจดงดงาม นับว่าหาตัวจับยากในอำเภอหนิงอันแห่งนี้
"จางพานพาน"
หญิงสาวละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หันมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่เฉียง เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
หลังจากหายตะลึง จางพานพานก็หันกลับไปจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ แล้วพูดโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหลี่เฉียง
"หลี่เฉียง นายมาทำไมอีก? ฉันบอกนายไปแล้วไงว่าฉันไม่ชอบนาย เลิกตามตื๊อฉันสักทีเถอะ"
เดิมทีหลี่โม่ตั้งท่าจะดึงหลี่เฉียงเดินออกไปแล้ว แต่หลี่เฉียงกลับรั้งแขนหลี่โม่ไว้
เมื่อเทียบกับกิจการงานใหญ่ของพี่โม่แล้ว ศักดิ์ศรีหน้าบางของเขาจะมีค่าอะไร?
"จางพานพาน ที่ฉันมาวันนี้ไม่ได้มาเรื่องอย่างที่เธอคิดหรอกนะ"
จางพานพานหันขวับกลับมามองหลี่เฉียง
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ พี่โม่ของฉันเขาจะเปิดฟาร์มเลี้ยงวัว เลยต้องการวัสดุสำหรับสร้างโรงเรือนจำนวนมาก เห็นว่าที่บ้านเธอขายของพวกนี้อยู่ ฉันเลยคิดว่าในฐานะคนคุ้นเคย เธอน่าจะลดราคาให้เราได้บ้าง"
ที่แท้ก็ลูกค้ามาเยือน ท่าทีของจางพานพานจึงอ่อนลงเล็กน้อย
"แล้วพวกนายวางแผนจะสร้างฟาร์มวัวขนาดใหญ่แค่ไหน?"
"ประมาณห้าพันตัว"
"พรืด... ฮ่าๆๆๆ..." จางพานพานหลุดขำออกมาทันที โชคดีที่เสียงหัวเราะนั้นไม่ได้เจือไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม
"ไม่ใช่... ฉันหมายถึง พวกนายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? การสร้างโรงเรือนเขาไม่ได้คิดตามจำนวนวัวนะ แต่เขาคิดเป็นตารางเมตร"
"ค่าก่อสร้างโรงเรือนหนึ่งตารางเมตรอยู่ที่ 58 หยวน"
"วัวหนึ่งหมื่นตัวต้องใช้พื้นที่เลี้ยง 500 หมู่ ถ้าพวกนายจะเลี้ยง 5,000 ตัว พื้นที่ 250 หมู่ก็น่าจะพอ"
"แน่นอนว่าใน 250 หมู่นี้ ต้องแบ่งเป็นพื้นที่ลานปล่อยเลี้ยงและพื้นที่โรงเรือน สำหรับส่วนโรงเรือน ใช้พื้นที่สัก 100 หมู่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว"
คำอธิบายเชิงวิชาการของจางพานพานช่วยเปิดหูเปิดตาให้ทั้งหลี่โม่และหลี่เฉียงได้มากทีเดียว
หลี่โม่คำนวณคร่าวๆ ในใจ พื้นที่โรงเรือน 100 หมู่ จะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 3.87 ล้านหยวน
ราคานี้ถือว่ารับได้
เมื่อรวมกับงบประมาณซื้อลูกวัวอีก 11 ล้านหยวน เขาจะยังเหลือเงินสดในมืออีกประมาณ 10 ล้านหยวน
ซึ่งเพียงพอที่จะใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการบริษัทปศุสัตว์ต่อไป
ก่อนที่หลี่โม่จะทันได้เอ่ยปาก หลี่เฉียงก็รีบพูดกับจางพานพานว่า "พานพาน เธอก็รู้สถานการณ์ของหมู่บ้านเซิงหลงเราดี งั้น... ลดราคาให้หน่อยได้ไหม?"
จางพานพานเองก็อยากปิดการขายงานใหญ่นี้ จึงเอ่ยว่า "ก็ได้ เห็นแก่คนกันเอง ฉันลดให้ตารางเมตรละ 3 หยวน เหลือ 55 หยวนต่อตารางเมตรก็แล้วกัน"
จางพานพานกดเครื่องคิดเลขคำนวณไปพลางพูดไปพลาง
"100 หมู่ หนึ่งหมู่เท่ากับ 667 ตารางเมตร รวมเป็นเงินทั้งหมด 3,668,500 หยวน พวกนายจะมัดจำไว้ก่อนบางส่วน หรือจะจ่ายเต็มจำนวนทีเดียวเลย?"
"จ่ายเต็มจำนวนครับ"
หลี่โม่พูดพลางหยิบบัตรธนาคารออกมาวาง
จางพานพานแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เธอจ้องมองหลี่โม่ พยายามพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้า
หมู่บ้านเซิงหลงมีคนที่สามารถควักเงินกว่า 3.66 ล้านหยวนออกมาจ่ายสดได้ด้วยเหรอ?
เรื่องนี้เกินกว่าความเข้าใจของจางพานพานไปมากโข
จนกระทั่งรูดบัตรเสร็จสิ้นและเห็นสลิปยืนยันยอดชำระเต็มจำนวน จางพานพานถึงได้หันกลับมามองหน้าหลี่โม่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"วางใจได้เลย ฉันจะรับผิดชอบขนส่งวัสดุสร้างโรงเรือนพวกนี้ไปส่งที่หมู่บ้านเซิงหลงพร้อมติดตั้งให้เสร็จสรรพ อย่างช้าที่สุดภายใน 5 วัน ทีมงานจะเข้าไปเริ่มงานทันที"
จนกระทั่งหลี่โม่และหลี่เฉียงเดินออกจากร้านไปแล้ว จางพานพานก็ยังคงส่ายหน้าด้วยความมึนงง
เธอไม่สนใจหรอกว่าทำไมคนในหมู่บ้านยากจนอย่างเซิงหลงถึงมีเงินถุงเงินถังขนาดนี้ สิ่งเดียวที่เธอสนคือการปิดการขายได้สำเร็จก็พอ