- หน้าแรก
- เลขาหมู่บ้านสายปั่น เกิดใหม่ทั้งที ขอพาหมู่บ้านนี้รวย
- บทที่ 9 แตงโมสุกแล้ว มาลองชิมกันเถอะ
บทที่ 9 แตงโมสุกแล้ว มาลองชิมกันเถอะ
บทที่ 9 แตงโมสุกแล้ว มาลองชิมกันเถอะ
ผู้ใหญ่บ้านชราได้รับฟังถ้อยคำและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเลขาธิการหลี่โม่แล้วก็ได้แต่จ้องมองชายหนุ่มตาค้าง
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าความคิดอ่านของหลี่โม่จะก้าวไกลถึงเพียงนี้
สมแล้วที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคนแรกของหมู่บ้านเซิงหลง!
"เยี่ยม!"
ผู้ใหญ่บ้านตบโต๊ะฉาดใหญ่
"ถ้าอย่างนั้นปู่จะต้องอยู่ให้ได้อีกสักหลายปี เพื่อรอดูหลี่โม่เปลี่ยนหมู่บ้านเซิงหลงของเราให้กลายเป็นกลุ่มเศรษฐกิจรวมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกด้วยตาตัวเอง"
เจ้าเฉียงเองก็ดูเหมือนจะได้รับแรงบันดาลใจจากลูกพี่โม่เช่นกัน เขาตบหน้าอกตัวเองดังปึกแล้วประกาศก้อง "พี่โม่ ผมสัญญา ต่อไปนี้พี่สั่งให้ทำอะไรผมจะทำตามทุกอย่าง! ใครกล้าขัดคำสั่งพี่ ผมจะอัดมันให้น่วมเลย!"
...
เย็นวันนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน หลี่โม่โยนกระดูกที่นำกลับมาให้เจ้าหวางไฉ มันรีบคาบไปนอนแทะอย่างมีความสุขที่พื้น
เมื่อกลับเข้าห้อง หลี่โม่นั่งขัดสมาธิและเริ่มโคจรลมปราณตาม 'เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ' ต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ครอบครัวหลี่กินมื้อเช้าเสร็จ กลุ่มชาวบ้านก็พากันเดินเข้ามาในบ้าน
ชาวบ้านกลุ่มนี้ล้วนเป็นเกษตรกรที่ปลูกแตงโม
"เลขาฯ หลี่โม่ ฉันได้ยินมาว่าเอ็งจะช่วยพวกเราขายแตงโมได้จินละ 2 หยวนกว่า? เรื่องจริงหรือเปล่าเนี่ย?"
"ใช่ๆ จริงหรือหลอก?"
"ปีก่อนๆ แตงโมของพวกเราขายได้แค่จินละ 0.75 หยวนเองนะ จะขายได้ถึง 2 หยวน ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลย"
เมื่อได้ยินคำถามรัวๆ จากชาวบ้าน หลี่โม่จึงขอให้ทุกคนเงียบเสียงลงและฟังเขา
"ไม่ต้องห่วงครับทุกคน ในเมื่อผมพูดแล้ว ผมรับประกันว่าทำได้แน่นอน!"
"แต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไร?"
"เลขาฯ หลี่โม่ รีบบอกมาเร็วเข้า! ขอแค่ขายแตงโมได้จินละ 2 หยวนกว่า ให้ทำอะไรพวกเราก็ยอมทั้งนั้น!"
"เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ ผมมีน้ำยาบำรุงสูตรพิเศษที่ช่วยเพิ่มรสชาติและความหอมหวานของแตงโมได้ พวกคุณแค่ทำตามวิธีของผม แล้วเอาน้ำยานี้ไปรดที่โคนต้นแตงโม จากนั้นผมจะเดินทางเข้าเมืองไปขายแตงโมให้ทุกคนด้วยตัวเอง! และรับประกันว่าจะขายได้ราคามากกว่า 2 หยวนต่อจินแน่นอน"
"ตกลง เลขาฯ หลี่โม่"
"พวกเราเชื่อฟังเอ็ง!"
ในขณะที่หลี่โม่กำลังจะไปขับรถพ่นน้ำเพื่อเตรียมผสมน้ำยาบำรุง หลี่เฉียงหรือเจ้าเฉียงก็โผล่มาที่บ้านพอดี
"พี่โม่ มีงานอะไรให้ทำไหม? ผมมาช่วยแล้ว"
หลี่โม่จำได้ว่าเจ้าเฉียงมีใบขับขี่และขับรถเป็น เขาจึงมอบหมายหน้าที่ขับรถพ่นน้ำให้เจ้าเฉียงรับผิดชอบ
เขาจึงพูดว่า "เจ้าเฉียง มาได้จังหวะพอดี ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะพานายไปขับรถพ่นน้ำทำงานกัน"
"พ่อครับ แม่ครับ พวกพ่อไปรอที่ไร่แตงโมก่อนเลยนะ เตรียมถังกับกระบวยไว้ด้วย"
"ได้เลย"
ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมเช่นนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับแตงโม ในช่วงไม่กี่วันนี้ น้ำและแสงแดดต้องเพียงพอ ไม่เช่นนั้นรสชาติและความหวานของแตงโมจะได้รับผลกระทบ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ชาวสวนแตงโมยุ่งที่สุด
ภายใต้การกำกับดูแลของหลี่โม่ ชาวบ้านช่วยกันรดน้ำแตงโมด้วย 'น้ำยาปรับปรุงคุณภาพผลไม้' ที่เจือจางแล้วจนทั่วทุกแปลง
ไม่กี่วันต่อมา ขนาดของแตงโมก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีแตงโมแต่ละลูกหนักประมาณ 15 จิน แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน แต่ละลูกกลับโตขึ้นจนหนักกว่า 20 จิน!
"เลขาฯ หลี่โม่ น้ำยาบำรุงที่เอ็งให้มานี่มันวิเศษจริงๆ! แค่ไม่กี่วัน แตงโมโตขึ้นผิดหูผิดตาเลย"
"ใช่! แถมสีผิวของแตงโมยังดูสวยขึ้นด้วย"
"ที่สำคัญที่สุดคือ แตงโมพวกนี้โตขนาดเท่ากันหมดเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีแต่ลูกบิดๆ เบี้ยวๆ ดูไม่น่าจะขายได้ราคา"
"แตงโมปีนี้ ต่อให้ขายไม่ได้จินละ 2 หยวน ก็คงได้เงินมากกว่าปีก่อนๆ เยอะโขอยู่"
ราคาของแตงโม นอกจากรสชาติแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกก็สำคัญ แตงโมที่รูปทรงสวยงามสม่ำเสมอย่อมขายได้ราคาดีกว่าลูกที่บิดเบี้ยวแน่นอน
"พ่อครับ ดูจากประสบการณ์ของพ่อ แตงโมพวกนี้กินได้หรือยัง?"
พ่อของหลี่โม่นั่งยองๆ ลง ใช้มือตบลูกแตงโมเบาๆ เพื่อฟังเสียง
เสียงที่เกิดจากการตบแตงโมที่ปลูกบนภูเขานั้นจะไม่ดังกังวานใส แต่จะออกเสียงทึบๆ หน่อย
"แปลกแฮะ ตามประสบการณ์ปีก่อนๆ แตงโมพวกนี้น่าจะต้องรออีกหลายวันกว่าจะสุก แต่ปีนี้ทำไมเสียงมันฟ้องว่าสุกแล้วล่ะ?"
พ่อของหลี่โม่รู้สึกฉงนใจเล็กน้อย จึงตัดสินใจเด็ดเถาแตงโมออกมาลูกหนึ่ง
"ลองผ่าดูดีกว่าว่าสุกหรือไม่สุก"
พ่อของหลี่โม่หยิบมีดพับเล็กๆ ที่ห้อยอยู่กับพวงกุญแจออกมา กรีดลงไปบนผิวแตงโมแล้วตบแรงๆ ทีหนึ่ง
เปรี๊ยะ!
แตงโมก็ปริออกแยกเป็นสองซีกทันที
ฝูงชนที่มุงดูอยู่รีบชะโงกหน้าเข้ามาดูเนื้อแตงโมข้างใน
สีของเนื้อแตงโมสวยงามมาก เป็นสีชมพูเข้มดูน่ากินสุดๆ เมล็ดก็น้อย แถมเมล็ดที่มีอยู่ก็ดูอวบอิ่มสมบูรณ์
"ฉันปลูกแตงโมมาหลายปี ไม่เคยเห็นเนื้อแตงโมสีสวยขนาดนี้มาก่อนเลย!"
"นั่นสิ สีสวยกว่าแตงโมพันธุ์พิเศษที่เห็นในทีวีเสียอีก!"
หากเนื้อแตงโมมีสีแดงสดจัดจนเกินไป นั่นย่อมไม่ใช่สีตามธรรมชาติ แต่เกิดจากสารเคมีและเทคโนโลยีเร่งโต สีเนื้อแตงโมตามธรรมชาตินั้นจะออกไปทางชมพูเข้ม ไม่ใช่แดงสด
ดูเหมือนว่าน้ำยาปรับปรุงคุณภาพผลไม้ที่ระบบให้มาจะเป็นของดีจริงๆ
แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการชิมรสชาติ
พ่อของหลี่โม่ใช้มีดเล็กๆ เฉือนเนื้อแตงโมชิ้นหนึ่งส่งให้หลี่โม่ หลี่โม่รับมาแล้วส่งเข้าปากโดยไม่ลังเล เขาเชื่อมั่นว่าน้ำยาปรับปรุงคุณภาพผลไม้จากระบบจะไม่มีปัญหาใดๆ
ทันทีที่แตงโมเข้าปาก ประสาทสัมผัสรับรสของเขาก็สัมผัสได้ถึงรสชาติของน้ำแตงโมที่ระเบิดออกมา ทำเอาเขาตาโตด้วยความตะลึง
หวานเจี๊ยบ!
รสสัมผัสของเนื้อแตงโมที่เข้มข้นและหอมหวานอบอวลไปทั่วทั้งปาก เป็นรสชาติที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนแม้จะเคยกินแตงโมในเมืองใหญ่มาแล้วก็ตาม
มันเหมือนกับคนที่เกิดมาไม่เคยกินแตงโม แล้วเพิ่งได้ลิ้มรสความมหัศจรรย์ของมันเป็นครั้งแรก
เมื่อกลืนเนื้อแตงโมลงคอ เขาเกิดความรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"อา!"
ความอร่อยทำให้เขาเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว
"อร่อย! ทุกคนรีบชิมเร็วเข้า!"
ชาวบ้านมองปฏิกิริยาของหลี่โม่ด้วยความงุนงงเล็กน้อย
มันก็แค่แตงโมไม่ใช่เหรอ?
ดูท่าทางเลขาฯ หลี่โม่กินแตงโมสิ ราวกับว่ากำลังเสพสุขจากการกินเนื้อสัตว์ชั้นดีอย่างนั้นแหละ ไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนเลขาฯ หลี่โม่ไม่เคยกินแตงโมมาก่อนในชีวิตเสียมากกว่า
รสชาติแตงโมมันก็เหมือนๆ กันหมดไม่ใช่หรือไง? จะมีอะไรพิเศษนักหนา?
มันจะอร่อยขนาดนั้นเชียวเหรอ?
พ่อของหลี่โม่เฉือนแตงโมแจกจ่ายให้กับทุกคน ชาวบ้านรับไปถือไว้ด้วยความสงสัย
สีสันของเนื้อแตงโมดูยั่วน้ำลายก็จริง แต่พวกเขาก็ยังกังขาว่ารสชาติมันจะเลิศเลอเหมือนท่าทางของเลขาฯ หลี่จริงหรือ
ทุกคนลองเอาแตงโมเข้าปากอย่างกล้าๆ กลัวๆ
วินาทีถัดมา สีหน้าของพวกเขาก็ถอดแบบมาจากหลี่โม่เมื่อครู่นี้ไม่มีผิด
เผลอๆ จะดูตกตะลึงกว่าเสียอีก!
หลังจากเจ้าเฉียงกลืนเนื้อแตงโมลงคอ เขาก็ร้องลั่นทันที "คุณพระช่วย! ทำไมแตงโมนี่มันถึงอร่อยขนาดนี้? เหลือเชื่อจริงๆ!"
ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เริ่มสรรเสริญเยินยอกันไม่ขาดปาก
"เลขาฯ หลี่โม่ น้ำยาบำรุงที่เอ็งให้มามันสุดยอดเกินไปแล้ว แค่ดูจากหน้าตาและรสชาติของแตงโมนี่ ฉันเชื่อสนิทใจเลยว่ามันขายได้จินละ 2 หยวนแน่นอน"