- หน้าแรก
- เลขาหมู่บ้านสายปั่น เกิดใหม่ทั้งที ขอพาหมู่บ้านนี้รวย
- บทที่ 7 กำหนดสายพันธุ์สมุนไพรที่จะเพาะปลูก
บทที่ 7 กำหนดสายพันธุ์สมุนไพรที่จะเพาะปลูก
บทที่ 7 กำหนดสายพันธุ์สมุนไพรที่จะเพาะปลูก
หลี่โม่รวบรวมเงินระดมทุนจากชาวบ้านได้ยอดรวมทั้งสิ้นหนึ่งแสนหยวน
ทว่าเงินจำนวนนี้ยังขาดอีกหนึ่งแสนหยวนจึงจะครบตามเป้าหมายสองแสนหยวนที่เขาวางไว้
แผนการของหลี่โม่คือการใช้เงินทุนก้อนแรกจำนวนสองแสนหยวนนี้เพื่อซื้อกล้าพันธุ์สมุนไพรและเช่าที่ดิน การเลือกใช้กล้าพันธุ์แทนการเพาะเมล็ดจะช่วยร่นระยะเวลาในการเติบโตของสมุนไพรให้สั้นลงได้อย่างมาก
แม้เงินระดมทุนจากชาวบ้านจะไม่ถึงเป้า แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะหลี่โม่ยังมีเงินทุนส่วนตัวอีกกว่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนหยวนที่ได้จากการขายสมุนไพรป่าก่อนหน้านี้
หลี่โม่กล่าวกับชาวบ้านทุกคนที่มารวมตัวกันว่า "พี่น้องครับ ยอดเงินที่ทุกคนช่วยกันลงขันมาตอนนี้ได้หนึ่งแสนหยวน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งบริษัทและเริ่มการเพาะปลูก"
"ดังนั้น เงินส่วนที่ขาดอีกหนึ่งแสนหยวน ผมจะเป็นคนออกเองทั้งหมด"
"ลำดับต่อไป ผมขอชี้แจงเรื่องการจัดสรรหุ้นส่วนให้ทุกคนทราบครับ"
ทุกคนต่างหูผึ่งและตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
"โครงสร้างหุ้นส่วนของ 'บริษัทสมุนไพรหมู่บ้านเซิงหลง' ของเราจะแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ หุ้นส่วนประเภทเงินทุน และหุ้นส่วนประเภทเทคนิค"
"แน่นอนว่าเนื่องจากพวกคุณไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงไม่สามารถถือหุ้นในส่วนของเทคนิคได้"
"หุ้นส่วนทางเทคนิคจะเป็นของผม คิดเป็น 40% ของหุ้นทั้งหมด"
"ด้วยสัดส่วนหุ้นทางเทคนิคนี้ ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการการเพาะปลูก ทั้งการป้องกันโรค แมลงศัตรูพืช และสูตรการปรุงน้ำยาเร่งการเจริญเติบโต หน้าที่ของพวกคุณคือการลงแรงช่วยกันดูแลรักษาตามคำแนะนำเท่านั้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านต่างพยักหน้าและไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
พวกเขาเรียนมาน้อย ไม่เข้าใจรายละเอียดทางธุรกิจลึกซึ้งนัก แต่พวกเขารู้สิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ หลี่โม่ไม่มีทางหลอกลวงพวกเขา
ความเชื่อใจที่มีต่อหลี่โม่ ทำให้พวกเขายอมรับเงื่อนไขและการจัดสรรปันส่วนทุกประการ
"นอกจากนี้ ผมจะควักเงินส่วนตัวลงไปอีกหนึ่งแสนหยวน ซึ่งเงินจำนวนนี้จะคิดเป็นหุ้นเพียง 10% ของทั้งหมด"
"สรุปคือ ผมจะถือหุ้นในบริษัทนี้รวมทั้งสิ้น 50%"
"ส่วนอีก 50% ที่เหลือ จะถูกจัดสรรให้กับพวกคุณทุกคนตามสัดส่วนเงินที่ลงมา เช่น คนที่ลงเงิน 1,000 หยวน จะได้รับหุ้น 0.5% ส่วนคนที่ลงเงิน 500 หยวน จะได้รับหุ้น 0.25% ครับ"
แม้ชาวบ้านจะคำนวณตัวเลขไม่คล่อง แต่เมื่อได้ยินว่าเลขาฯ หลี่โม่ควักเงินตัวเองตั้งหนึ่งแสนหยวนเท่ากับยอดรวมของพวกเขา แต่กลับขอส่วนแบ่งจากเงินก้อนนั้นแค่ 10% พวกเขาก็รู้ทันทีว่าหลี่โม่ไม่ได้คิดเอาเปรียบ แถมยังใจกว้างมากด้วยซ้ำ
หลี่โม่ลงทุนเท่ากับพวกเขาแต่ได้หุ้นเงินทุนน้อยกว่า ในขณะที่ชาวบ้านรวมกันได้หุ้นถึง 50% ใครที่พอบวกลบเลขในใจเป็นย่อมดูออกว่าชาวบ้านไม่ได้เสียเปรียบเลย
ดังนั้น ทุกคนจึงเห็นชอบกับแผนการจัดสรรหุ้นนี้อย่างเป็นเอกฉันท์
"พี่น้องชาวบ้านครับ แม้ทุกคนจะตกลงเรื่องหุ้นแล้ว แต่เราต้องทำความเข้าใจกฎกติกาให้ตรงกันก่อน"
"ในอนาคต เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบริษัทเพาะปลูกสมุนไพร ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามการตัดสินใจของผม"
"และที่สำคัญ หุ้นที่แต่ละคนได้รับไปนั้น ห้ามโอนหรือขายต่อให้คนนอกโดยเด็ดขาด"
"เดี๋ยวทุกคนต้องเซ็นสัญญาและประทับลายนิ้วมือเพื่อเป็นหลักฐานด้วยนะครับ"
"ได้เลย ไม่มีปัญหา!"
"พวกเราเชื่อฟังเลขาฯ หลี่โม่ทุกอย่างแหละ ว่าไงว่าตามกัน"
"เลขาฯ หลี่โม่ ในเมื่อเรื่องหุ้นเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะให้พวกเราทำอะไรต่อ?"
หลี่โม่ตอบกลับ "สำหรับการเพาะปลูกสมุนไพรขนาดใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือที่ดินครับ"
"จะดีที่สุดถ้าเป็นที่ราบและเป็นผืนเดียวกันติดต่อกัน เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและเก็บเกี่ยว"
เมื่อพูดถึงเรื่องที่ดิน ปู่ผู้ใหญ่บ้านผู้เจนจัดย่อมรู้ดีที่สุด แกจึงเอ่ยขึ้นว่า "หลี่โม่ เรื่องที่ดินไม่ต้องห่วง เดี๋ยวปู่จัดการให้"
"หมู่บ้านเรามีที่ราบผืนใหญ่อยู่สองแห่ง รวมเนื้อที่แล้วน่าจะประมาณ 50,000 หมู่ (ไร่จีน)"
"ดีเลยครับผู้ใหญ่บ้าน งั้นผมฝากเรื่องเจรจาขอใช้ที่ดินด้วย"
"สำหรับชาวบ้านที่เป็นเจ้าของที่ดินที่เราจะใช้ เราจะจ่ายค่าเช่าชดเชยให้ในอัตรา 1,500 หยวนต่อหมู่ ต่อปี"
"ในระยะแรก ผมวางแผนว่าจะเริ่มปลูกนำร่องก่อนสัก 100 หมู่ หลังจากทำกำไรได้แล้ว เราค่อยขยายพื้นที่เพาะปลูกต่อไป"
"อีกไม่กี่วันนี้ผมจะเริ่มสั่งซื้อกล้าพันธุ์สมุนไพร จะพยายามเริ่มลงมือปลูกให้เร็วที่สุดครับ"
"ตกลง หลี่โม่ เอ็งไปวางแผนงานส่วนอื่นเถอะ เรื่องที่ดิน 100 หมู่ ปู่จะจัดการเคลียร์ให้เอง"
เมื่อการจัดสรรหุ้นและทำสัญญาเสร็จสิ้น ชาวบ้านต่างทยอยแยกย้ายกันกลับไปด้วยความหวัง
ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกและสั่งซื้อกล้าพันธุ์สมุนไพร
แน่นอนว่าต้องคำนึงถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นหลัก หลี่โม่ต้องเลือกสมุนไพรที่ทำกำไรได้สูง หลังจากค้นหาข้อมูลและวิเคราะห์ราคาตลาดในปัจจุบัน เขาจึงตัดสินใจเลือกสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่:
ตังกุย, หยวนจื้อ, โสมคน และ ชวนเป้ย
ราคาตลาดปัจจุบัน ตังกุยอยู่ที่จินละ 55 หยวน, หยวนจื้อ 120 หยวน, โสมคน 220 หยวน และที่แพงที่สุดคือชวนเป้ย ราคาพุ่งไปถึงจินละ 2,200 หยวน!
หลี่โม่เตรียมเอกสารและเดินทางไปยังตัวอำเภอเพื่อจดทะเบียน 'บริษัทเพาะปลูกสมุนไพรหมู่บ้านเซิงหลง'
เนื่องจากหมู่บ้านเซิงหลงเป็นหมู่บ้านยากจนระดับประเทศ ทางอำเภอจึงเปิดช่องทางพิเศษ (Green Channel) อำนวยความสะดวกให้หลี่โม่ดำเนินการจดทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว เขาได้รับแจ้งว่าจะได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจและสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ภายในไม่เกินเจ็ดวัน
หลังจากจัดการธุระทางราชการเสร็จ หลี่โม่ก็กดสั่งซื้อกล้าพันธุ์สมุนไพรทั้งสี่ชนิดผ่านทางออนไลน์ทันที
ยอดการสั่งซื้อครั้งนี้สูงถึงเกือบหกแสนหยวน!
แต่เขาไม่ได้รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย เพราะเงินล้านกว่าหยวนในบัญชีก็เป็นเงินที่ได้มาจากทรัพยากรของหมู่บ้าน การนำมันกลับมาลงทุนเพื่อพัฒนาหมู่บ้านและทำภารกิจเพิ่ม GDP ของระบบให้สำเร็จย่อมคุ้มค่าที่สุด
สองวันต่อมา รถขนส่งกล้าพันธุ์ก็มาถึงที่ทำการหมู่บ้าน
ชาวบ้านทุกคนที่มีส่วนร่วมในบริษัทต่างมาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างขะมักเขม้น ไม่นานกล้าพันธุ์สมุนไพรทั้งหมดก็ถูกปลูกลงดินบนพื้นที่ 100 หมู่จนเสร็จสิ้น
เมื่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจออกเรียบร้อย เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของหลี่โม่
"ติ๊ง... ยินดีด้วย โฮสต์ทำภารกิจจัดตั้งบริษัทเพาะปลูกสมุนไพรสำเร็จ"
"รางวัล: 'น้ำยาเร่งการเจริญเติบโตสมุนไพร' 1 ขวด"
หลี่โม่ตื่นเต้นทันที "ระบบ ขอคำอธิบายสรรพคุณหน่อย"
"น้ำยาเร่งการเจริญเติบโตสมุนไพร: ช่วยเร่งกระบวนการเติบโตของสมุนไพรให้เร็วขึ้นอย่างมาก เพิ่มประสิทธิภาพทางยา และสร้างภูมิคุ้มกันโรคและแมลงศัตรูพืช"
"หมายเหตุ: ห้ามใช้น้ำยาเข้มข้นหยดลงที่ต้นสมุนไพรโดยตรง อัตราส่วนการเจือจางคือ 1 หยด ต่อน้ำ 1 ตัน!"
หลี่โม่อุทานในใจ "ของดีนี่หว่า!"
น้ำยาหนึ่งขวดกับอัตราส่วนผสมที่เข้มข้นขนาดนี้ น่าจะใช้ได้นานโข
ในเมื่อได้ของดีมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทดสอบประสิทธิภาพ
หมู่บ้านเซิงหลงมีลำธารไหลผ่าน แหล่งน้ำจึงไม่ใช่ปัญหา แต่เพื่อความสะดวกในการรดน้ำพื้นที่ขนาดใหญ่ หลี่โม่จึงตัดสินใจซื้อรถบรรทุกน้ำขนาดกลางที่บรรจุน้ำได้ 10 ตัน พร้อมติดตั้งระบบปั๊มน้ำในตัว ราคารวมเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 80,000 หยวน
หลี่โม่ลองหยดน้ำยาวิเศษลงไป 10 หยดในถังน้ำของรถบรรทุกที่เติมน้ำจนเต็ม สตาร์ทเครื่องและขับวนไปตามถนนลูกรังเพื่อให้แรงกระเพื่อมช่วยผสมน้ำยาให้เข้ากัน
จากนั้น เขาให้ชาวบ้านช่วยกันรองน้ำใส่ถังแล้วหิ้วไปรดที่โคนต้นกล้าทีละต้น วิธีนี้แม้จะเหนื่อยหน่อย แต่จะช่วยให้น้ำยาซึมลงสู่รากโดยตรง ไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
ปู่ผู้ใหญ่บ้านยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนคันนา มองดูหลี่โม่นำชาวบ้านทำงานกลางแดดด้วยรอยยิ้ม แกสัมผัสได้ว่าอนาคตของหมู่บ้านเซิงหลงกำลังจะเปลี่ยนไป
ภาพความมุ่งมั่นนี้ทำให้ปู่ผู้ใหญ่บ้านตัดสินใจโทรหา 'หลี่เฉียง' หลานชายของแกที่ทำงานอยู่ในเมือง เพื่อเรียกตัวให้กลับมาช่วยงานหลี่โม่
แกหยิบโทรศัพท์รุ่นเก่าออกมาโทรหาหลานชาย เดิมทีคิดว่าคงต้องเกลี้ยกล่อมกันพักใหญ่ แต่ผิดคาด... ทันทีที่หลี่เฉียงได้ยิน หลานชายกลับตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
เมื่อวางสาย ปู่ผู้ใหญ่บ้านก็เดินเนิบๆ เข้าไปหาหลี่โม่ที่กำลังเช็ดเหงื่อ
หลี่โม่เห็นผู้ใหญ่บ้านเดินมา จึงรีบเข้าไปประคอง "ปู่ครับ แดดร้อนเปรี้ยงขนาดนี้ ปู่ไม่ต้องออกมาเฝ้าที่แปลงนาหรอกครับ พักผ่อนเถอะ"
"เฮอะ ปู่โตมาในหมู่บ้านเซิงหลง หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาทั้งชีวิต แดดแค่นี้ทำอะไรปู่ไม่ได้หรอก" ชายชราหัวเราะร่า ก่อนจะเข้าเรื่อง
"หลี่โม่ คืนนี้เจ้าเฉียงจื่อลูกพี่ลูกน้องเอ็งจะกลับมาถึงแล้วนะ"
"ปู่บอกให้มันกลับมาติดตามทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวกับเอ็ง เอ็งจะว่ายังไง...?"
หลี่โม่ยิ้มกว้าง "ดีเลยครับปู่ ไม่มีปัญหา การได้เฉียงจื่อมาช่วยงานจะช่วยแบ่งเบาภาระผมได้เยอะเลย ผมจะจ้างเขาทำงานและจ่ายเงินเดือนให้ตามมาตรฐานเลยครับ"
เมื่อเห็นหลี่โม่ตอบรับด้วยความเต็มใจ ปู่ผู้ใหญ่บ้านก็หัวเราะอย่างมีความสุข "งั้นตกลงตามนี้นะ"
"คืนนี้เอ็งว่างไหม มาดื่มฉลองที่บ้านปู่สักหน่อยสิ"