เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ

บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ

บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ


หมู่บ้านเซิงหลงมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แม้จะมีอาณาเขตกว้างขวาง ทว่าพื้นที่ส่วนใหญ่กลับเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้หมู่บ้านเซิงหลงไม่สามารถพัฒนาได้เสียที

เมื่อต้องเผชิญกับสภาพภูมิประเทศที่มีแต่ขุนเขาล้อมรอบ การสร้างถนนจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

คนโบราณว่าไว้ อยากรวยต้องถอดกางเกง... ถุย! อยากรวยต้องสร้างถนนต่างหาก

สถานที่ที่ไม่มีถนนหนทางเข้าถึง จะหวังให้ร่ำรวยได้อย่างไร?

มันก็เป็นแค่ฝันกลางวันเท่านั้นแหละ

ขณะที่เดินผ่านยอดเขาแห่งหนึ่ง หลี่โม่เหลือบไปเห็นดงต้นพุทราป่าขนาดใหญ่ ผลพุทราบนต้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกมันสุกงอมเต็มที่แล้ว

พุทราป่าในหมู่บ้านเซิงหลงมักจะสุกเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสองเดือน

เนื่องจากรสชาติของมันไม่ค่อยถูกปาก ชาวบ้านจึงไม่นิยมเก็บมากิน นานวันเข้าจึงกลายเป็นป่าพุทราขนาดใหญ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ

ในฐานะคนที่เติบโตมาในหมู่บ้านเซิงหลงตั้งแต่เด็ก เขาคุ้นเคยกับต้นพุทราป่าพวกนี้เป็นอย่างดี

เดี๋ยวนะ... พุทราป่า?

ทันใดนั้น หลี่โม่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

เมล็ดพุทราป่า หรือที่เรียกกันในตำรายาว่า 'ซวนจ่าเหริน' เป็นสมุนไพรจีนที่มีมูลค่าสูงมาก ด้วยเหตุผลพิเศษบางอย่างทางกลไกตลาด ราคาของเมล็ดพุทราป่าในตอนนี้พุ่งสูงขึ้นไปถึงจินละ 180 หยวน!

เมื่อทอดสายตามองภูเขาทั้งลูกที่ปกคลุมไปด้วยต้นพุทราป่า หลี่โม่ก็มองเห็นขุมทรัพย์มหาศาลที่ไม่มีใครคาดคิด

และเมื่อพูดถึงสมุนไพรจีน หลี่โม่ก็นึกขึ้นได้อีกว่า ยังมีพื้นที่ผืนใหญ่ในหมู่บ้านที่มี 'ฝูหลิง' หรือโป่งรากสน ขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่อีกมากมาย

เวลานี้ใกล้จะเข้าสู่ช่วงซานฝู หรือช่วงที่ร้อนที่สุดของปี ผู้คนต่างกุลีกุจอหาวิธีขับความชื้นและดูแลสุขภาพ

และฝูหลิงก็เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับการขับความชื้นออกจากร่างกาย!

ราคาตลาดของฝูหลิงเพาะปลูกทั่วไปอยู่ที่จินละ 19 หยวน แต่ส่วนใหญ่ที่วางขายกันมักเป็นของปลอมที่ทำจากแป้งมันสำปะหลัง

แต่ฝูหลิงในหมู่บ้านเซิงหลงเป็นฝูหลิงป่าของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นราคาจะต้องสูงกว่านั้นแน่นอน!

นี่เป็นช่องทางทำเงินอีกทางหนึ่ง!

"ติ๊ง... ยินดีด้วย โฮสต์ค้นพบช่องทางธุรกิจ ภารกิจใหม่เริ่มทำงาน: ขอให้โฮสต์รวบรวมเงินหนึ่งล้านหยวนภายในเวลาครึ่งเดือน รางวัลภารกิจ: 'น้ำยาปรับปรุงคุณภาพผลไม้'"

เมื่อได้ยินภารกิจใหม่จากระบบ หลี่โม่ก็พาเจ้าหวางไฉมุ่งหน้าไปยังที่ทำการหมู่บ้านทันที

ประจวบเหมาะกับที่ผู้ใหญ่บ้านคนเก่า หรือปู่รอง ก็อยู่ที่ที่ทำการพอดี

"ปู่รองครับ เมื่อกี้ผมเดินสำรวจรอบหมู่บ้านแล้วเจอช่องทางทำเงินบางอย่างครับ"

"หืม? หลี่โม่ เอ็งเจอช่องทางทำกินอะไรล่ะ?"

"ในหมู่บ้านเรามีป่าพุทราอยู่ เมล็ดพุทราป่าเป็นสมุนไพรจีนราคาแพงครับ ผมเลยคิดว่าจะให้ชาวบ้านไปเก็บเมล็ดพุทราพวกนี้มา แล้วผมจะรับซื้อเพื่อรวบรวมไปขายต่อ"

"นอกจากนี้ ตรงที่ดินใกล้ลำธารในหมู่บ้านก็มีฝูหลิงป่าขึ้นอยู่เยอะมาก ฝูหลิงก็เป็นสมุนไพรจีนเหมือนกัน เราเก็บไปขายได้ครับ!"

"หลี่โม่ ของพวกนี้มันจะขายได้สักกี่ตังค์กันเชียว? จะหวังรวยจากของป่าพวกนี้ไม่ได้หรอกนะ" ปู่รองจุดยาสูบขึ้นสูบพลางส่ายหน้า

เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่เข้าไม่ถึงและการศึกษาที่จำกัด ชาวบ้านจึงไม่รู้เรื่องพวกนี้ แม้แต่ปู่รองเองก็ไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของมัน

"ปู่รองครับ เมล็ดพุทราป่าจินนึงราคาตลาดตอนนี้ร้อยกว่าหยวนแล้วนะ! ส่วนฝูหลิงก็จินละสิบกว่าหยวนเชียวนะครับ"

"แค่ก แค่ก..."

ปู่รองสำลักควันยาสูบทันที แกไอโขลกๆ สองสามทีแล้วจ้องมองหลี่โม่ตาถลน

"เอ็งว่าเท่าไหร่นะ?"

"ปู่รอง ผมบอกว่าราคาเมล็ดพุทราป่าตอนนี้ร้อยกว่าหยวนต่อจิน ส่วนฝูหลิงก็สิบกว่าหยวนต่อจินครับ!"

"งั้นเราจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ? ข้าจะรีบเกณฑ์คนไปเก็บเดี๋ยวนี้แหละ!"

"ตกลงครับปู่รอง เรื่องเกณฑ์คนผมรบกวนปู่ด้วยนะ บอกพวกเขาว่าผมรับซื้อเมล็ดพุทราป่าจินละ 60 หยวน ส่วนฝูหลิงจินละ 8 หยวน มีเท่าไหร่ผมรับซื้อไม่อั้น!"

"ได้ๆ หลี่โม่ เอ็งรออยู่นี่นะ เดี๋ยวข้าจะเดินไปประกาศข่าวนี้ให้รู้กันทุกบ้านเลย"

หลังจากเห็นปู่รองเดินออกไป หลี่โม่ก็หยิบเครื่องคิดเลขออกมาเริ่มคำนวณ

การรับซื้อของพวกนี้ต้องใช้เงินทุน และต้องคำนวณต้นทุนจมและค่าความเสี่ยงด้วย

เพราะเมล็ดพุทราที่ชาวบ้านเก็บมายังมีความชื้น ไม่สามารถขายในราคาจินละ 180 หยวนได้ทันที

ฝูหลิงป่าเองก็เช่นกัน

ปัจจัยเหล่านี้ต้องนำมาพิจารณาทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ครอบครัวของเขาหาเงินสดมาหมุนได้มากสุดก็แค่สามหมื่นหยวน ซึ่งมันไม่พอแน่ๆ

ดังนั้น เขาจำเป็นต้องหาเงินทุนตั้งตัว

หลี่โม่จำได้ว่าทั้งรัฐบาลท้องถิ่นและระดับประเทศมีนโยบายสนับสนุนให้บัณฑิตจบใหม่สามารถกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพอิสระได้โดยปลอดดอกเบี้ย

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่โม่ก็รีบกลับบ้าน

ในช่วงบ่าย เขาขี่มอเตอร์ไซค์ของพ่อ พกเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมุ่งหน้าไปยังอำเภอหนิงอัน

และก็เป็นไปตามคาด จากการสอบถามเขาทราบว่ามีนโยบายนี้อยู่จริง

เขาได้รับอนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยจำนวน 300,000 หยวน โดยใช้ใบปริญญาบัตรและหลักฐานการเป็นเลขาธิการหมู่บ้านเซิงหลงยื่นประกอบ

ทางอำเภออนุมัติและดำเนินการโอนเงินรวดเร็วมาก เงินกู้ 300,000 หยวนเข้าบัญชีของเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อมีเงินทุนตั้งต้น หลี่โม่ก็เบิกเงินสดจากธนาคารในอำเภอแล้วตรงดิ่งไปยังที่ทำการหมู่บ้านทันที

ในเวลานี้ มีฝูงชนมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าที่ทำการหมู่บ้านกันอย่างเนืองแน่น

เมื่อวานนี้ หลังจากได้ยินสิ่งที่ปู่รองประกาศ ชาวบ้านยังรู้สึกกังขา วันนี้พวกเขาเลยแห่กันมาที่ที่ทำการเพื่อขอคำยืนยันจากปากเลขาฯ หลี่ให้แน่ใจ

"เลขาฯ หลี่โม่มาแล้ว!"

ใครคนหนึ่งในฝูงชนตะโกนขึ้น ทุกสายตาจับจ้องไปทางด้านนอกของที่ทำการ

หลี่โม่จอดรถมอเตอร์ไซค์ สะพายเป้ใบใหญ่เดินเข้ามาในที่ทำการหมู่บ้าน

"หลี่โม่ เมื่อวานเอ็งบอกว่าจะรับซื้อเมล็ดพุทราป่าจินละเท่าไหร่นะ?"

"60 หยวนครับ จ่ายเงินสดทันที มีเท่าไหร่รับหมด!"

"แล้วฝูหลิงล่ะ?"

"จินละ 8 หยวน จ่ายสดเหมือนกันครับ มีเท่าไหร่รับหมด!"

"งั้นเมล็ดพุทราของฉันนี่ได้กี่บาท?"

ชาวบ้านบางคนหลังจากได้ยินปู่รองประกาศเมื่อวาน ก็รีบเข้าป่าไปเก็บพุทรามาทันที วันนี้เลยหิ้วติดมือมาด้วยเพื่อลองเชิงดูว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

หลี่โม่รับถุงจากชาวบ้านคนนั้นมา เปิดดูคุณภาพ และเมื่อยืนยันว่าไม่มีของเน่าเสียปนอยู่ ก็ให้คนนำไปชั่งน้ำหนักทันที

"ทั้งหมด 6 จินครึ่ง คิดเป็นเงิน 390 หยวนครับ" พูดจบ หลี่โม่ก็ควักเงินสดปึกใหญ่ออกมานับจ่ายให้ต่อหน้าทุกคน

เมื่อเห็นว่าหลี่โม่เอาจริงและจ่ายเงินสดๆ ชาวบ้านต่างก็แตกฮือรีบวิ่งกรูเข้าไปในป่าพุทรากันจ้าละหวั่น

เมล็ดพุทราจินละ 60 หยวน นี่มันบ้าไปแล้ว ไม่ต่างอะไรกับแจกเงินฟรีเลยไม่ใช่เหรอ?

ทุกคนต่างกลัวว่าถ้าไปช้า เงินกองนี้จะถูกคนอื่นแย่งเก็บไปหมดเสียก่อน

ในระหว่างที่ชาวบ้านแยกย้ายกันไป หลี่โม่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเริ่มติดต่อหาคนรับซื้อสมุนไพรจีน

เรื่องนี้จะประมาทไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้บนโลกออนไลน์มีมิจฉาชีพเยอะ ต้องระมัดระวังรอบคอบ

หลังจากคัดกรองอยู่พักใหญ่และยังหาคนรับซื้อที่ไว้ใจได้ไม่เจอ หลี่โม่จึงตัดสินใจโทรไปที่เบอร์ติดต่อทางการของ 'เซี่ยกั๋ว ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป' (กลุ่มบริษัทยาแห่งชาติ)

ปลายสายเมื่อได้ยินเรื่องปริมาณเมล็ดพุทราป่าและฝูหลิงป่า ก็รีบจัดแจงส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อเดินทางมายังหมู่บ้านเซิงหลงทันที

เพราะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เมล็ดพุทราป่าขาดตลาดอย่างหนัก และฝูหลิงป่าเองก็เป็นสมุนไพรที่หายาก

คุ้มค่าที่จะส่งคนมาดูด้วยตัวเอง

เมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านเริ่ม "กอบโกยเงิน" จากหลี่โม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนคนที่เข้าร่วมขบวนการเก็บเมล็ดพุทราและฝูหลิงก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

แค่ลงแรงเก็บของพวกนี้มันจะเหนื่อยสักแค่ไหนเชียว?

เมื่อเทียบกับการไปขายแรงงานแทบตายในเมือง เงินก้อนนี้เหมือนได้มาเปล่าๆ เลยด้วยซ้ำ

ภายในเวลาเพียงสองวัน หลี่โม่รับซื้อเมล็ดพุทราป่าไปแล้ว 2,500 จิน และฝูหลิงป่าอีก 12,000 จิน

ซึ่งทำให้หลี่โม่ต้องจ่ายเงินออกไปถึง 246,000 หยวน

ในขณะที่เขากำลังกังวลว่าเงินที่เหลืออาจจะไม่พอรับซื้อของล็อตต่อไป คนที่ทางเซี่ยกั๋ว ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ปส่งมาก็โทรหาเขาพอดี

"สวัสดีครับ"

"สวัสดีค่ะ ฉันเซี่ยตงเสวี่ย เป็นฝ่ายจัดซื้อสมุนไพรจากเซี่ยกั๋ว ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ตอนนี้ฉันถึงอำเภอหนิงอันแล้วค่ะ รบกวนคุณนำตัวอย่างเมล็ดพุทราและฝูหลิงมาให้เราตรวจสอบคุณภาพหน่อยได้ไหมคะ?"

"ไม่มีปัญหาครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้"

หลังจากวางสาย หลี่โม่ก็ตักเมล็ดพุทราและฝูหลิงตัวอย่างใส่ถุง ก่อนจะบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าสู่อำเภอหนิงอันทันที

จบบทที่ บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ

คัดลอกลิงก์แล้ว