- หน้าแรก
- เลขาหมู่บ้านสายปั่น เกิดใหม่ทั้งที ขอพาหมู่บ้านนี้รวย
- บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ
บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ
บทที่ 3 ค้นพบโอกาสทางธุรกิจ
หมู่บ้านเซิงหลงมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แม้จะมีอาณาเขตกว้างขวาง ทว่าพื้นที่ส่วนใหญ่กลับเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน
นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้หมู่บ้านเซิงหลงไม่สามารถพัฒนาได้เสียที
เมื่อต้องเผชิญกับสภาพภูมิประเทศที่มีแต่ขุนเขาล้อมรอบ การสร้างถนนจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
คนโบราณว่าไว้ อยากรวยต้องถอดกางเกง... ถุย! อยากรวยต้องสร้างถนนต่างหาก
สถานที่ที่ไม่มีถนนหนทางเข้าถึง จะหวังให้ร่ำรวยได้อย่างไร?
มันก็เป็นแค่ฝันกลางวันเท่านั้นแหละ
ขณะที่เดินผ่านยอดเขาแห่งหนึ่ง หลี่โม่เหลือบไปเห็นดงต้นพุทราป่าขนาดใหญ่ ผลพุทราบนต้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกมันสุกงอมเต็มที่แล้ว
พุทราป่าในหมู่บ้านเซิงหลงมักจะสุกเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสองเดือน
เนื่องจากรสชาติของมันไม่ค่อยถูกปาก ชาวบ้านจึงไม่นิยมเก็บมากิน นานวันเข้าจึงกลายเป็นป่าพุทราขนาดใหญ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ
ในฐานะคนที่เติบโตมาในหมู่บ้านเซิงหลงตั้งแต่เด็ก เขาคุ้นเคยกับต้นพุทราป่าพวกนี้เป็นอย่างดี
เดี๋ยวนะ... พุทราป่า?
ทันใดนั้น หลี่โม่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เมล็ดพุทราป่า หรือที่เรียกกันในตำรายาว่า 'ซวนจ่าเหริน' เป็นสมุนไพรจีนที่มีมูลค่าสูงมาก ด้วยเหตุผลพิเศษบางอย่างทางกลไกตลาด ราคาของเมล็ดพุทราป่าในตอนนี้พุ่งสูงขึ้นไปถึงจินละ 180 หยวน!
เมื่อทอดสายตามองภูเขาทั้งลูกที่ปกคลุมไปด้วยต้นพุทราป่า หลี่โม่ก็มองเห็นขุมทรัพย์มหาศาลที่ไม่มีใครคาดคิด
และเมื่อพูดถึงสมุนไพรจีน หลี่โม่ก็นึกขึ้นได้อีกว่า ยังมีพื้นที่ผืนใหญ่ในหมู่บ้านที่มี 'ฝูหลิง' หรือโป่งรากสน ขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่อีกมากมาย
เวลานี้ใกล้จะเข้าสู่ช่วงซานฝู หรือช่วงที่ร้อนที่สุดของปี ผู้คนต่างกุลีกุจอหาวิธีขับความชื้นและดูแลสุขภาพ
และฝูหลิงก็เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับการขับความชื้นออกจากร่างกาย!
ราคาตลาดของฝูหลิงเพาะปลูกทั่วไปอยู่ที่จินละ 19 หยวน แต่ส่วนใหญ่ที่วางขายกันมักเป็นของปลอมที่ทำจากแป้งมันสำปะหลัง
แต่ฝูหลิงในหมู่บ้านเซิงหลงเป็นฝูหลิงป่าของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นราคาจะต้องสูงกว่านั้นแน่นอน!
นี่เป็นช่องทางทำเงินอีกทางหนึ่ง!
"ติ๊ง... ยินดีด้วย โฮสต์ค้นพบช่องทางธุรกิจ ภารกิจใหม่เริ่มทำงาน: ขอให้โฮสต์รวบรวมเงินหนึ่งล้านหยวนภายในเวลาครึ่งเดือน รางวัลภารกิจ: 'น้ำยาปรับปรุงคุณภาพผลไม้'"
เมื่อได้ยินภารกิจใหม่จากระบบ หลี่โม่ก็พาเจ้าหวางไฉมุ่งหน้าไปยังที่ทำการหมู่บ้านทันที
ประจวบเหมาะกับที่ผู้ใหญ่บ้านคนเก่า หรือปู่รอง ก็อยู่ที่ที่ทำการพอดี
"ปู่รองครับ เมื่อกี้ผมเดินสำรวจรอบหมู่บ้านแล้วเจอช่องทางทำเงินบางอย่างครับ"
"หืม? หลี่โม่ เอ็งเจอช่องทางทำกินอะไรล่ะ?"
"ในหมู่บ้านเรามีป่าพุทราอยู่ เมล็ดพุทราป่าเป็นสมุนไพรจีนราคาแพงครับ ผมเลยคิดว่าจะให้ชาวบ้านไปเก็บเมล็ดพุทราพวกนี้มา แล้วผมจะรับซื้อเพื่อรวบรวมไปขายต่อ"
"นอกจากนี้ ตรงที่ดินใกล้ลำธารในหมู่บ้านก็มีฝูหลิงป่าขึ้นอยู่เยอะมาก ฝูหลิงก็เป็นสมุนไพรจีนเหมือนกัน เราเก็บไปขายได้ครับ!"
"หลี่โม่ ของพวกนี้มันจะขายได้สักกี่ตังค์กันเชียว? จะหวังรวยจากของป่าพวกนี้ไม่ได้หรอกนะ" ปู่รองจุดยาสูบขึ้นสูบพลางส่ายหน้า
เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่เข้าไม่ถึงและการศึกษาที่จำกัด ชาวบ้านจึงไม่รู้เรื่องพวกนี้ แม้แต่ปู่รองเองก็ไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของมัน
"ปู่รองครับ เมล็ดพุทราป่าจินนึงราคาตลาดตอนนี้ร้อยกว่าหยวนแล้วนะ! ส่วนฝูหลิงก็จินละสิบกว่าหยวนเชียวนะครับ"
"แค่ก แค่ก..."
ปู่รองสำลักควันยาสูบทันที แกไอโขลกๆ สองสามทีแล้วจ้องมองหลี่โม่ตาถลน
"เอ็งว่าเท่าไหร่นะ?"
"ปู่รอง ผมบอกว่าราคาเมล็ดพุทราป่าตอนนี้ร้อยกว่าหยวนต่อจิน ส่วนฝูหลิงก็สิบกว่าหยวนต่อจินครับ!"
"งั้นเราจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ? ข้าจะรีบเกณฑ์คนไปเก็บเดี๋ยวนี้แหละ!"
"ตกลงครับปู่รอง เรื่องเกณฑ์คนผมรบกวนปู่ด้วยนะ บอกพวกเขาว่าผมรับซื้อเมล็ดพุทราป่าจินละ 60 หยวน ส่วนฝูหลิงจินละ 8 หยวน มีเท่าไหร่ผมรับซื้อไม่อั้น!"
"ได้ๆ หลี่โม่ เอ็งรออยู่นี่นะ เดี๋ยวข้าจะเดินไปประกาศข่าวนี้ให้รู้กันทุกบ้านเลย"
หลังจากเห็นปู่รองเดินออกไป หลี่โม่ก็หยิบเครื่องคิดเลขออกมาเริ่มคำนวณ
การรับซื้อของพวกนี้ต้องใช้เงินทุน และต้องคำนวณต้นทุนจมและค่าความเสี่ยงด้วย
เพราะเมล็ดพุทราที่ชาวบ้านเก็บมายังมีความชื้น ไม่สามารถขายในราคาจินละ 180 หยวนได้ทันที
ฝูหลิงป่าเองก็เช่นกัน
ปัจจัยเหล่านี้ต้องนำมาพิจารณาทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ครอบครัวของเขาหาเงินสดมาหมุนได้มากสุดก็แค่สามหมื่นหยวน ซึ่งมันไม่พอแน่ๆ
ดังนั้น เขาจำเป็นต้องหาเงินทุนตั้งตัว
หลี่โม่จำได้ว่าทั้งรัฐบาลท้องถิ่นและระดับประเทศมีนโยบายสนับสนุนให้บัณฑิตจบใหม่สามารถกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพอิสระได้โดยปลอดดอกเบี้ย
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่โม่ก็รีบกลับบ้าน
ในช่วงบ่าย เขาขี่มอเตอร์ไซค์ของพ่อ พกเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมุ่งหน้าไปยังอำเภอหนิงอัน
และก็เป็นไปตามคาด จากการสอบถามเขาทราบว่ามีนโยบายนี้อยู่จริง
เขาได้รับอนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยจำนวน 300,000 หยวน โดยใช้ใบปริญญาบัตรและหลักฐานการเป็นเลขาธิการหมู่บ้านเซิงหลงยื่นประกอบ
ทางอำเภออนุมัติและดำเนินการโอนเงินรวดเร็วมาก เงินกู้ 300,000 หยวนเข้าบัญชีของเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อมีเงินทุนตั้งต้น หลี่โม่ก็เบิกเงินสดจากธนาคารในอำเภอแล้วตรงดิ่งไปยังที่ทำการหมู่บ้านทันที
ในเวลานี้ มีฝูงชนมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าที่ทำการหมู่บ้านกันอย่างเนืองแน่น
เมื่อวานนี้ หลังจากได้ยินสิ่งที่ปู่รองประกาศ ชาวบ้านยังรู้สึกกังขา วันนี้พวกเขาเลยแห่กันมาที่ที่ทำการเพื่อขอคำยืนยันจากปากเลขาฯ หลี่ให้แน่ใจ
"เลขาฯ หลี่โม่มาแล้ว!"
ใครคนหนึ่งในฝูงชนตะโกนขึ้น ทุกสายตาจับจ้องไปทางด้านนอกของที่ทำการ
หลี่โม่จอดรถมอเตอร์ไซค์ สะพายเป้ใบใหญ่เดินเข้ามาในที่ทำการหมู่บ้าน
"หลี่โม่ เมื่อวานเอ็งบอกว่าจะรับซื้อเมล็ดพุทราป่าจินละเท่าไหร่นะ?"
"60 หยวนครับ จ่ายเงินสดทันที มีเท่าไหร่รับหมด!"
"แล้วฝูหลิงล่ะ?"
"จินละ 8 หยวน จ่ายสดเหมือนกันครับ มีเท่าไหร่รับหมด!"
"งั้นเมล็ดพุทราของฉันนี่ได้กี่บาท?"
ชาวบ้านบางคนหลังจากได้ยินปู่รองประกาศเมื่อวาน ก็รีบเข้าป่าไปเก็บพุทรามาทันที วันนี้เลยหิ้วติดมือมาด้วยเพื่อลองเชิงดูว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
หลี่โม่รับถุงจากชาวบ้านคนนั้นมา เปิดดูคุณภาพ และเมื่อยืนยันว่าไม่มีของเน่าเสียปนอยู่ ก็ให้คนนำไปชั่งน้ำหนักทันที
"ทั้งหมด 6 จินครึ่ง คิดเป็นเงิน 390 หยวนครับ" พูดจบ หลี่โม่ก็ควักเงินสดปึกใหญ่ออกมานับจ่ายให้ต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นว่าหลี่โม่เอาจริงและจ่ายเงินสดๆ ชาวบ้านต่างก็แตกฮือรีบวิ่งกรูเข้าไปในป่าพุทรากันจ้าละหวั่น
เมล็ดพุทราจินละ 60 หยวน นี่มันบ้าไปแล้ว ไม่ต่างอะไรกับแจกเงินฟรีเลยไม่ใช่เหรอ?
ทุกคนต่างกลัวว่าถ้าไปช้า เงินกองนี้จะถูกคนอื่นแย่งเก็บไปหมดเสียก่อน
ในระหว่างที่ชาวบ้านแยกย้ายกันไป หลี่โม่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเริ่มติดต่อหาคนรับซื้อสมุนไพรจีน
เรื่องนี้จะประมาทไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้บนโลกออนไลน์มีมิจฉาชีพเยอะ ต้องระมัดระวังรอบคอบ
หลังจากคัดกรองอยู่พักใหญ่และยังหาคนรับซื้อที่ไว้ใจได้ไม่เจอ หลี่โม่จึงตัดสินใจโทรไปที่เบอร์ติดต่อทางการของ 'เซี่ยกั๋ว ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป' (กลุ่มบริษัทยาแห่งชาติ)
ปลายสายเมื่อได้ยินเรื่องปริมาณเมล็ดพุทราป่าและฝูหลิงป่า ก็รีบจัดแจงส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อเดินทางมายังหมู่บ้านเซิงหลงทันที
เพราะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เมล็ดพุทราป่าขาดตลาดอย่างหนัก และฝูหลิงป่าเองก็เป็นสมุนไพรที่หายาก
คุ้มค่าที่จะส่งคนมาดูด้วยตัวเอง
เมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านเริ่ม "กอบโกยเงิน" จากหลี่โม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนคนที่เข้าร่วมขบวนการเก็บเมล็ดพุทราและฝูหลิงก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
แค่ลงแรงเก็บของพวกนี้มันจะเหนื่อยสักแค่ไหนเชียว?
เมื่อเทียบกับการไปขายแรงงานแทบตายในเมือง เงินก้อนนี้เหมือนได้มาเปล่าๆ เลยด้วยซ้ำ
ภายในเวลาเพียงสองวัน หลี่โม่รับซื้อเมล็ดพุทราป่าไปแล้ว 2,500 จิน และฝูหลิงป่าอีก 12,000 จิน
ซึ่งทำให้หลี่โม่ต้องจ่ายเงินออกไปถึง 246,000 หยวน
ในขณะที่เขากำลังกังวลว่าเงินที่เหลืออาจจะไม่พอรับซื้อของล็อตต่อไป คนที่ทางเซี่ยกั๋ว ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ปส่งมาก็โทรหาเขาพอดี
"สวัสดีครับ"
"สวัสดีค่ะ ฉันเซี่ยตงเสวี่ย เป็นฝ่ายจัดซื้อสมุนไพรจากเซี่ยกั๋ว ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ตอนนี้ฉันถึงอำเภอหนิงอันแล้วค่ะ รบกวนคุณนำตัวอย่างเมล็ดพุทราและฝูหลิงมาให้เราตรวจสอบคุณภาพหน่อยได้ไหมคะ?"
"ไม่มีปัญหาครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้"
หลังจากวางสาย หลี่โม่ก็ตักเมล็ดพุทราและฝูหลิงตัวอย่างใส่ถุง ก่อนจะบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าสู่อำเภอหนิงอันทันที