เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 78 ราชันย์รัตติกาล.

Chapter 78 ราชันย์รัตติกาล.

Chapter 78 ราชันย์รัตติกาล.


จุนซ่างเซียวที่ตัดผ่านไปยังระดับศิษย์ยุทธ์ชั้นที่ห้า เขายิงปืนติดต่อกันสามลูก ไม่ส่งผลอะไรกับเขาแม้แต่น้อย เขายังคงถือปืนได้อย่างมั่นคง.

กล่าวได้ว่าตอนนี้เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแรงดีดของปืนพกอินทรีย์ทะเลทรายแล้ว.

ทุกคนต่างก็เห็นว่าเจ้าสำนักที่ยิงปืนออกไป สามารถสังหารนักฆ่าที่หนีไปไกลกว่า 20 เมตรได้ หลี่ชิงหยางและคนอื่น ๆ ถึงกับเผยแววตาตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก.

“ไปนำคนเจ็บมาให้ข้า.”จุนซ่างเซียวที่นั่งลงบนรากไม้ขนาดใหญ่ เอ่ยกล่าวออกมา “เปิ่นจั้วจะดูว่าเป็นใครกัน ที่กล้าส่งนักฆ่ามาหาเรื่องสำนักไท่กู่เจิ้งกลางวันแสก ๆ.”

“ครับ!”

ศิษย์ของเขาที่รับคำสั่ง พร้อมกับนำเหล่าคนชุดดำมากองบนพื้น หากแต่พวกเขาเวลานี้ไม่มีลมหายใจแล้ว.

หลี่ชิงหยางที่ขมวดคิ้ว “เจ้าสำนัก พวกเขาตายแล้ว!”

“อะไรกัน?”จุนซ่างเซียวที่ก้าวออกไปตรวจสอบ พร้อมกับดึงผ้าปิดหน้าออกมา สังเกตเห็นริมฝีปากที่ดำมืด จากนั้นก็เข้าใจทันทีว่าพวกเขาควรจะกินยาพิษเข้าไป.

“จุ้ยจื่อ คนเหล่านี้เจ้ารู้จักหรือไม่?”

เซียวจุ้ยจื่อที่ก้าวเข้ามาตรวจสอบคนที่ตายไปอย่างระเอียด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา “เจ้าสำนัก ข้าไม่รู้จักเลย.”

ไม่รู้จักรึ?

จุนซ่างเซียวถึงกับตะลึงงัน.

ตั้งแต่ต้น เขาที่พอจะคาดเดาว่า จะต้องเป็นคนของตระกูลเซียว หากแต่เซียวจุ้ยจื่อกับไม่รู้จักเลยอย่างงั้นรึ?

หลี่ชิงหยางที่ทำการค้นตัวเหล่าคนชุดดำก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า “เจ้าสำนักบนร่างของพวกเขามีป้ายสลักคำว่า”เป่ย“เอาไว้ด้วย หรือว่าเป็นคนตระกูลเป่ย?”

เซียวจุ้ยจื่อที่สีคางไปมา กล่าวออกมาว่า “ข้าได้ยินมาเหมือนกัน ตระกูลเป่ยนั้นมีนักฆ่าในสังกัดของตัวเองด้วย.”

ซูเซียวโม่ที่เอ่ยออกมาในทันที “ไม่จำเป็นต้องคิดแล้ว จะต้องเป็นคนตระกูลเป่ยที่เห็นพวกเราเอาชนะเป่ยเจี้ยนได้ จึงสั่งนักฆ่ามาแก้แค้นพวกเรา!”

“ปัก!”จุนซ่างเซียวที่ดีดไปที่หัวของซูเซียวโม่และกล่าวออกมาว่า “เจ้ากำลังจะบอกว่า นักฆ่าของตระกูลเป่ยพกป้ายตระกูลตัวเองอย่างเปิดเผยมาสังหารพวกเราอย่างงั้นรึ?”

ซูเซียวโม่ที่กุมศีรษะตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยว.

หลี่ชิงหยางเอ่ย “เจ้าสำนัก ท่านกำลังจะบอกว่า พวกเขาจงใจพกป้ายตระกูลเพื่อจงใจใส่ร้ายตระกูลเป่ยอย่างงั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวที่สีคางไปมา “ถึงกับไม่ลังเลที่จะกินยาพิษเข้าไป นักฆ่าเหล่านี้จะต้องถูกฝึกมาอย่างดี บางที......”

“มือสังหาร!”หลี่ชิงหยางกล่าว.

จุนซ่างเซียวที่ตบไปที่ไหล่ของเขากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ไม่เลว ไม่เลว ไม่ได้ทำให้เปิ่นจั้วผิดหวัง.”

หลี่ชิงหยางกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ก่อนหน้านี้ มีมือสังหารมาลอบสังหารเจ้าสำนัก หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับสำนักหลิงชวน?”

“ก็ไม่แน่.”จุนซ่างเซียวที่ไม่แน่ใจเช่นกัน.

ในเวลานี้พอจะคาดเดาได้ว่ามีสองกลุ่มอิทธิพลที่พอเป็นไปได้ ที่อาจจะส่งมือสังหารมา คือหนึ่งกลุ่มที่แอบอ้างใส่ร้ายตระกูลเป่ย และอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสำนักหลิงชวนจริง ๆ.

“ค้นให้ละเอียด ดูซิว่าพวกมันมีแหวนเก็บของหรือไม่?.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

หลิ่ชิงหยางและเหล่าศิษย์น้องที่ค้นศพนักฆ่าอย่างระเอียด หากแต่ ไม่ต้องเอ่ยถึงแหวนเก็บของเลย แม้แต่เงินเหรียญเดียวก็ยังไม่มี กล่าวได้ว่าเป็นพวกยากจนข้นแค้นนั่นเอง.

จุนซ่างเซียวส่ายหน้าไปมาและกล่าวออกมาว่า “เอาศพมากองรวมกัน.”

“ครับ.”

ทุกคนที่นำศพทั้งหมดมากองรวมกัน.

ซูเซียวโม่ที่เก็บพวกกิ่งไม้มากองรวมกันกับศพด้วย.

การเผาศพด้วยกิ่งไม้? นี่ถือเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้กัน.

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะยกมือขึ้น สร้างเปลวเพลิงประณีต(หลิงหลง)ออกมา เปลวเพลิงที่ลุกไหม้เผาศพให้กลายเป็นเถ้าอย่างรวดเร็ว.

เห็นเจ้าสำนักเรียกเปลวเพลิงออกมาได้ หลี่ชิงหยางและศิษย์คนอื่น ๆ ถึงกับอ้าปากหวอ.

ลู่เชียนเชียนที่ประหลาดใจจนต้องกล่าวสอบถามออกมา “นี่ท่านเป็นผู้ฝึกยุทธ์เพลิงวิญญาณด้วยรึ?”

จุนซ่างเซียวที่ยักไหล่และกล่าวออกมาว่า “เปิ่นจั้วเป็นผู้ฝึกยุทธ์เพลิงวิญญาณ มันแปลกตรงใหน?”

“กึก.”

ทุกอย่างที่มอดหายไปหมด จุนซ่างเซียวก็เอ่ยออกมาว่า “ไป กลับสำนัก.”

คนทั้งห้าก็เร่งรีบตามไปทันที.

ระหว่างทาง หลี่ชิงหยางที่ลอบกล่าวออกมาเบา ๆ “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เพลิงที่เจ้าสำนักใช้ มันควรจะเป็นเมล็ดเพลิงที่หายากเอามาก ๆ ใช่ใหม!”

ลู่เชียนเชียนกล่าว “เมล็ดเพลิงระดับสุดยอด เพลิงประณีต(หลิงหลง).”

“อ๋า?”

หลี่ชิงหยางแทบล้มไปกับพื้น แต่ก็ตั้งหลักได้ทัน พร้อมกับจ้องมองไปยังเจ้าสำนักด้วยความตื่นตะลึง.

ในทวีปชิงหยุนนั้น เกี่ยวกับคุณสมบัติพลังวิญญาณสามารถที่จะแยกย่อยไปได้อีก ยกตัวอย่าง วิญญาณเปลวเพลิงหรือวิญญาณวารี แต่ละคุณสมบัติยังแยกคุณภาพของมันอีกด้วย เหมือนกับรากวิญญาณ.

เพลิงประณีตระดับสุดยอด.

แน่นอนว่ามันคือเพลิงวิญญาณ ที่หายากมาก ๆ!

หลี่ชิงหยางที่ระงับความตื่นตกใจเอาไว้ และกล่าวเสียงเบา “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เจ้าสำนักไม่ธรรมดาจริง ๆ อ๊าก!”

ลู่เชียนเชียนกล่าวออกมาเบา ๆ “หากเขาธรรมดา เจ้าคิดว่าลำพังพรสวรรค์และพลังบ่มเพาะของศิษย์น้อง จะสามารถสังหารพวกนั้นได้ถึงสี่คนรึ?”

หลี่ชิงหยางกล่าว “มีเหตุผล.”

จุนซ่างเซียวที่ก้าวเดินอย่างสง่า ขณะทั้งสองก้าวเข้ามาใกล้ เขาก็เอ่ยออกมาว่า “ชิงหยาง เปิ่นจั้วเคยบอกแล้วว่าจะทำให้เจ้า ก้าวไปถึงระดับราชันย์ยุทธ์ เจ้ายังคิดว่าข้าพูดเกินจริงอยู่รึ?.”

“จำเอาไว้.”จุนซ่างเซียวที่กวาดตามองศิษย์ทั้งห้าและกล่าวออกมาว่า “ตราบเท่าที่เดินเคียงข้างไปพร้อมกับเปิ่นจั้ว ข้าได้กินขนมปัง พวกเจ้าก็ได้กินน้ำถั่วเหลือง.”

แม้นว่าจะไม่รู้ว่า“ขนมปัง”คืออะไร ทว่าศิษย์ของเขาก็เอ่ยกล่าวรับเสียงดัง “พวกเราจะติดตามประมุขตลอดกาล!”

......

“เปรี้ยง!”

บนท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกจนพื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยความมืด สายฟ้าที่ร้องครวญคราง แลบแปบ ๆ และทันใดนั้นสายฟ้าขนาดใหญ่ก็ฟาดลงมาบนหุบเขาแห่งหนึ่ง จนพื้นดินแยกออกเป็นสองส่วนในทันที.

“ฟิ้ว!”

ในเวลาเดียวกันบนพื้นดินที่แยกออกจากกันนั้น มีริ้วแสงสีดำพุ่งออกไป เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็พุ่งเข้าหาผู้เยาว์คนหนึ่งที่กำลังตัดไม้อยู่ในป่า.

“อ๊าก!”

ชายหนุ่มคนดังกล่าวที่กำลังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดโหยหวน.

ดวงตาของเขาที่ใสกระจ่าง เวลานี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ.

จากนั้นไม่นาน ก็กลายเป็นดุร้ายอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงที่แหบแห้งของเขาดังขึ้น “ดวงวิญญาณที่ถูกกักขังมาหลายพันปี ท้ายที่สุดเปิ่นตี้ก็ได้จุติกลับมาอีกครั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า.”

“หลิงเหยา นังผู้หญิงดอกทอง หลอกมาเป็นคนรู้ใจข้า แท้จริงแล้ววางแผนที่จะช่วงชิง วิชาพระสูตรไท่ฉ่วนของข้าไป รอให้ราชันย์ผู้นี้กลับมาแข็งแกร่งเมื่อไหร่ ข้าจะต้องไปทวงหนี้เจ้าคืนแน่!”

 

“อะไรนะ? ผู้หญิงคนนั้น คาดไม่ถึงเลยว่าจะแหวกห้วงอากาศออกจากที่นี่ไปแล้ว? อะไรกันทั่วโลกให้การเคารพนับถือ กลายเป็นจักรพรรดินีองค์แรกอย่างงั้นรึ?”

“กึก แก๊ก.”

ความทรงจำของเขาที่กำลังหลอมเข้ากับร่างที่เข้ามาสิง แววตาของผู้เยาว์คนดังกล่าวกำลังเผยความโกรธเกรี้ยวออกมา “คาดไม่ถึงเลยว่า นังผู้หญิงนั่นจะประสบความสำเร็จขนาดนี้!”

“ไม่มีปัญหา ยังไม่มีปัญหา.”

“ราชันย์ผู้นี้มีเคล็ดวิชาพระสูตรไท่ฉ่วนอยู่ในมือ เพียงแค่สิบปี ก็สามารถทะลวงไปยังระดับราชันย์ยุทธ์ได้แล้ว จากนั้นข้าจะฉีกห้วงมิติ ข้ามไปคิดบัญชีกับนาง ก็ยังไม่สายเกินไป.”

“ฟู่!”

ชายหนุ่มที่เริ่มตรวจสอบร่างกายตัวเอง แววตาที่ใสกระจ่าง หากแต่ลึกลงไปนั้นกับมั่นคงลึกล้ำเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตมากมาย.

เขาคนนี้ ก็คือเย่ซิงเฉิง.

หลายพันปีก่อนหน้านี้เขาคือหนึ่งในสิบยอดราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ คนทั่วโลกต่างก็เรียกเขาว่า ราชันย์รัตติกาล.

ด้วยแผนการของสตรีคนสนิทวางแผนทำร้าย ทำให้เขาร่วงหล่นจากฟ้า เหลือเพียงวิญญาณที่หลบหนีไปซ่อนตัวใต้ผืนพิภพ หลังจากผ่านมาหลายพันปี เขาก็คืนกลับมา และยึดครองร่างของเด็กชายผู้หนึ่งที่โชคร้ายกำลังตัดไม้อยู่กลางป่า.

“รากวิญญาณระดับต่ำ พลังบ่มเพราะเปิดชีพจรขั้นที่หนึ่ง อ่อนแอสุด ๆ.”

เย่ชิงเฉิงที่กล่าวถึงร่างใหม่ที่เขาช่วงชิงมา.

“ไม่เป็นไร ราชันย์ผู้นี้มีวิชาบ่มเพาะ พระสูตรไท่ฉวน วิชาที่ต่อต้านสวรรค์ สามารถเปลี่ยนแปลงรากวิญญาณได้.”ที่มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นมาด้วยความโอหัง.

“จักรพรรดินีองค์แรกในประวัติศาสตร์รึ?”

“เมื่อไหร่ที่ราชันย์ผู้นี้ พลังฟื้นคืนกลับมา ข้าจะดึงเจ้าลงจากแท่นบูชาให้ได้!”

เย่ซิงหยางที่กำหมัดแน่น เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “นับจากวันนี้ ข้าเย่ชิงเฉิงจะทำให้ทุกคนอยู่ใต้แทบเท้า สวรรค์ปฏิเสธไม่ยอมรับรึ? เช่นนั้นข้าก็จะต่อต้านสวร......”

“ปัง!”ยังกล่าวคำว่าสวรรค์ ไม่จบด้วยซ้ำ ก็มีบางสิ่งที่ลอยมาจากพื้นที่ไกลออกไป กระแทกเข้าไปที่หน้าของเขาอย่างแรง.

เย่ซิงเฉินที่จิตวิญญาณกำลังเร่าร้อน จู่ ๆ ก็มีบางสิ่งลอยเข้ามากระแทก ก็ล้มคว่ำไปในทันที.

เมื่อหลายพันปีก่อนเขาคือหนึ่งในสิบสุดยอดราชันย์ยุทธ์ ขณะได้จุติคืนกลับมา กำลังแหกปากร้องว่าจะต่อต้านสวรรค์ พริบตานั้นก็ล่วงล้มหมดสติไป สิ่งที่ลอยมากระแทกเขานั้นก็คือ ลูกฟุตบอลลูกหนึ่งนั่นเอง!

จากที่ไกลออกไปเสียงที่เผยความตกใจก็ดังขึ้น “เจ้าสำนัก สิ่งของที่ท่านเตะออกไปเมื่อครู กระแทกเข้ากับคนสลบเหมือดไปเลย!”

“คนรึ? บนภูเขาที่ว่างเปล่าเช่นนี้ มีคนอยู่ด้วยอย่างงั้นรึ?”

“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”

เพียงไม่นาน จุนซ่างเซียวและศิษย์ก็มายืนล้อมรอบ.

เขาเห็นชายหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ที่มุมปากถึงกับกระตุก “เปิ่นจั้วก็เตะออกไปส่ง ๆ เท่านั้น แต่กับกระแทกเข้ากับใบหน้าเขาเลยรึ? มันจะประจวบเหมาะไปไหม!”

“เจ้าสำนัก ทำอย่างไรดี?”หลี่ชิงหยางสอบถาม.

จุนซ่างเซียวที่เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าที่มืดครึ้ม กล่าวออกมาว่า “รอบ ๆ นี้ไม่มีหมู่บ้านอะไร ฝนเองก็ใกล้จะตกแล้ว นำเขากลับสำนักด้วยก็แล้วกัน.”

“ครับ.”

เซียวจุ้ยจื่อที่ยกเด็กหนุ่มคนดังกล่าวขึ้นไหล่แบกกลับไปด้วย.

จุนซ่างเซียวที่เก็บลูกบอลเข้าแหวนมิติ พร้อมกับนำศิษย์ทั้งห้ากลับสำนักไท่กู่เจิ้งด้วยความเร็ว.

จบบทที่ Chapter 78 ราชันย์รัตติกาล.

คัดลอกลิงก์แล้ว