เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 74 แชมป์โซนกลุ่ม การต่อสู้ภายในสำนักไท่กู่เจิ้ง.

Chapter 74 แชมป์โซนกลุ่ม การต่อสู้ภายในสำนักไท่กู่เจิ้ง.

Chapter 74 แชมป์โซนกลุ่ม การต่อสู้ภายในสำนักไท่กู่เจิ้ง.


ขณะที่เซียวหลินเย่ถูกเหยียบติดกับพื้น พร้อมกับมือของเซียวจุ้ยจื่อกำคอของอีกฝ่ายไว้ พร้อมกับต่อยใบหน้าจนจมพื้นเวที อาวุโสใหญ่ตระกูลเซียวก็ไม่สามารถทนนั่งได้อีกต่อไป.

ขณะที่เขากำลังคำรามด่า เพื่อข่มขู่เซียวจุ้ยจื่อไม่ให้ลงมืออีก.

ต้องไม่ลืมว่า การประลองสำนักนั้นถูกจัดโดยเจ้าเมืองเมืองลี่หยาง ถึงอาวุโสใหญ่ตระกูลเซียวก็ไม่มีความสามารถบุกขึ้นไปบนเวทีการต่อสู้ได้.

จุนซ่างเซียวไม่รู้ว่าเขาที่โกรธจนต้องลุกขึ้น เพียงเพื่อแค่ต้องการตะโกนข่มขู่เซียวจุ้ยจื่อเท่านั้น เขาจึงได้ลั่นไกปล่อยกระสุนออกไปอย่างไม่ลังเล.

เขาที่ปล่อยลูกกระสุนสร้างรอยการโจมตีครึ่งเมตรบนที่นั่งด้านหน้าฝ่ายตรงข้าม เป็นการข่มขู่ที่ได้ผลอย่างชัดเจน.

นี่ควรจะถูกเรียกว่า ยิงข่มขู่.

ลูกกระสุนที่สร้างขึ้นมาจากแกนผลึกวิญญาณอัดก้อน ความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา ถึงกับทำให้อาวุโสใหญ่ตระกูลเซียวตื่นตะลึงตกใจไปเหมือนกัน.

ในเวลาเดียวกันนั้น เขาไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากเขากระทำอะไรลงไป อีกฝ่ายคงทำร้ายเขา ไม่ตายก็บาดเจ็บแน่!

อาวุโสใหญ่ตระกูลเซียวที่เวลานี้เขาทำได้แค่มองดูเซียวหลินเย่ถูกเซียวจุ้ยจื่อทุบตีอย่างรุนแรง มือทั้งสองกำแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์.

ขยะที่ถูกไล่ออกจากตระกูล ได้ทุบตีลูกหลานที่เป็นอนาคตของตระกูล เรื่องนี้เหมือนกับเขาถูกตบหน้าจนสั่นสะท้าน!

เหล่าลูกหลานตระกูลเซียวคนอื่น ๆ แทบทรุดนอนราบไปบนเก้าอี้ ความรุ่งโรจน์ความมั่นใจเวลานี้แตกสลายหายไปอย่างสิ้นเชิง.

......

หลังจากที่กรรมการประกาศชื่อเซียวจุ้ยจื่อชนะ บนเวทีก็เงียบกริบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีก.

เพียงแค่ความแข็งแกร่งของกายเนื้อ สามารถเอาชนะระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นหนึ่งได้  เรื่องนี้น่าตื่นตะลึงอย่างแน่นอน!

ขยะอย่างงั้นรึ?

ไม่มีใครคิดเช่นนั้นอีกต่อไป.

กับคนที่เอาชนะแม้แต่ยอดฝีมือ ระดับศิษย์ยุทธ์ได้ จะไปบอกว่าเป็นขยะได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะกลายเป็นตัวอะไรกัน?

เซียวจุ้ยจื่อก้าวไปยังพื้นที่ผู้ชนะ แววตาของทุกคน จับจ้องมองมา ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลากลับไป “นี่คือความรู้สึกของผู้โดดเด่นเหมือนกับห้าปีที่แล้ว......”

ความรู้สึกนี้มัน?

สายตาแห่งความอิจฉาของผู้คนมากมายกำลังมองมาสินะ.

ในครั้งนี้เขากับรู้สึกเพลิดเพลินกับความรู้สึกนี้เป็นอย่างมาก พรสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความอหังการ เขาได้ลิ้มรสมันมาก่อนแล้ว เพียงแต่ความรู้สึกเวลานี้มันเปลี่ยนไป จิตใจของเขาที่รู้สึกสงบราวกับสายน้ำนิ่ง.

“ศิษย์น้อง!”ซูเซียวโม่ที่ก้าวเข้าไปหา พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ “เจ้าทำได้ดีมาก!”

เซียวจุ้ยจื่อที่เผยยิ้มสดใส.

ต่อหน้าเจ้าสำนักและเหล่าศิษย์พี่ มันทำให้เขาอบอุ่นจนต้องเผยยิ้มสะอาดสดใสออกมา.

......

และอีกคนที่ผ่านเข้ารอบก็คือเถียนซี.

เพราะว่าฝ่ายตรงข้ามมีระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นที่หนึ่งเช่นกัน ส่วนเขามีระดับเปิดชีพจรขั้นที่ 12 จึงจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณเข้าช่วย ก่อนจะเอาชนะมาได้ในที่สุด.

หลังจากได้รับการฝึกโหมดปิศาจ ด้วยวิชาบ่มเพาะเปลี่ยนเส้นเอ็นก็ทำให้เขามีโอกาสทะลวงจุดชีพจรได้มากกว่าปรกติ 50% ทำให้เถียนซีสามารถยกระดับจากเปิดชีพจรขั้นที่ห้าไปยัง ขั้นที่สิบสองได้อย่างไม่ยากเย็น.

หากจะพิจารณาอย่างระเอียด จะเห็นได้ว่าสามารถทะลวงชีพจรได้วันละจุดทีเดียว!

“ผู้ชนะรอบห้าคู่ที่แปด เถียนซี!”กรรมการประกาศออกมาเสียงดัง.

เถียนซีระดับเปิดชีพจรขั้นที่สิบสอง เอาชนะศิษย์ยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง ทำให้เหล่าผู้ชมกลายเป็นเงียบลงอีกครั้ง.

“ติ๊ง!”

“ศิษย์ห้าคนที่ผ่านเข้ารอบที่หก ภารกิจมหากาพน์สำเร็จ 50% โฮสน์ได้รับ 20 แต้มสนับสนุน.”

“ติ๊ง!”

“คะแนนสนับสนุนสำนัก: 112 / 500.”

จุนซ่างเซียวกล่าวเสียงเบา ”จุ้ยจื่อและเถียนซีดูเหมือนจะต้องพบกันในรอบชิงผู้ชนะโซนต่อสู้ซะแล้ว.

ใช่แล้ว.

ในโซนที่สี่นั้น เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น นั่นก็คือเซียวจุ้ยจื่อและเถียนซี.

เหล่าผู้ชมเวลานี้ที่ตระหนักได้ ต่างก็พูดคุยกันเสียงอื้ออึง สองคนนี้ หากสู้กัน ใครจะได้รับชัยชนะกัน?

......

การต่อสู้รอบห้าจบแล้ว แต่ละโซนการต่อสู้เหลือเพียงสองคน.

จากนี้ พวกเขาต้องประลองกัน เพื่อหาผู้ชนะในโซนนั้น ๆเพื่อเข้ารอบไปชิงชนะเลิศ.

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์เวลานี้แทบล้มทั้งยืน แปดผู้แข็งแกร่ง มีศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้งห้าคน ศิษย์ของพวกเขาไม่มีคนตกรอบเลยแม้แต่คนเดียว!

“ผ่านมานานหลายปีแล้วมีสำนักมากมายเข้าร่วม ทว่าก็ไม่เคยมี การปรากฏว่าศิษย์ของสำนักเดียวอยู่ในรอบแปดผู้แข็งแกร่งเลย และยังมีสิทธิเข้ารอบชิงชนะเลิศมากที่สุดอีกด้วย!”

“น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

“ลู่เชียนเชียนและหลี่ชิงหยาง เห็นชัดเจนว่ามีสิทธิ์เข้าชิงมากที่สุด และยังมีโอกาสได้เป็นผู้ชนะเลิศด้วย!”

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันเสียงดังอื้ออึงด้วยความอัศจรรย์ใจ กรรมการก็ตะโกนออกมาเสียงดัง “การต่อสู้แปดผู้แข็งแกร่ง คู่ที่หนึ่ง หลี่ชิงหยาง ปะทะ โห่วหยวนหมิง!”

“เริ่มได้!”

“ไม่รู้ว่าศิษย์ของสำนักไท่กู่เจิง จะใช้พลังที่แท้จริงออกมาในรอบนี้หรือไม่?”

พวกเขาที่รอคอย หลี่ชิงหยางและเห่าหยวนหมิงเดินขึ้นเวที.

หลังจากที่กรรมการประกาศให้เริ่มต่อสู้ ทั้งสองก็พุ่งเข้าหากัน พลังวิญญาณที่หมุนวนรอบ ๆ หมัด แผ่กระจายออกไป ส่งความหนาวเย็นทำให้อุณหภูมิรอบ ๆ เย็นลงทันที.

หลี่ชิงหยางที่รู้ว่าคู่ต่อสู้ไม่ธรรมดา ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะปิดบังพลังของตัวเองเอาไว้ ระเบิดพลังบ่มเพาะที่มีระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นที่หนึ่งออกมา พร้อมกับโจมตีหนักหน่วงเปี่ยมออกไปทันที.

“เขามีระดับศิษย์ยุทธ์แล้ว!”

“ในงานรับศิษย์ร้อยสำนัก เขามีระดับเปิดชีพจรขั้นที่สิบ ไม่ถึงสองเดือน เขาก็ก้าวไปถึงระดับศิษย์ยุทธ์ได้ เหลือเชื่อ น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว อ๊าก ๆ!”

“นี่สำนักไท่กู่เจิ้งมีเม็ดยาวิญญาณที่ร้ายกาจงั้นรึ? ถึงได้ทำให้ศิษย์ยกระดับได้เร็วขนาดนี้!”

......

บนสนามการต่อสู้ หลี่ชิงหยางที่ใช้พลังบ่มเพาะเต็มกำลังสนับสนุน หลังจากนั้นสิบกระบวนท่าผ่านไป เขาก็สามารถกุมความเหนือกว่าโหวหยวนหมิงที่มีพลังศิษย์ยุทธ์ขั้นที่หนึ่งได้อยู่หมัด.

“ผลชนะและพ่ายแพ้มันแทบจะถูกตัดสินไปแล้ว.”เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็เริ่มส่ายหน้าไปมา เมื่อเห็นการต่อสู้ที่ฝีมือต่างชั้นกันเกินไป.

“ตูมมมมม!”

เป็นความจริงหลังจากนั้น หมัดของหลี่ชิงหยางได้กระแทกอีกฝ่ายลอยกระเด็นตกเวทีไปในที่สุด.

“เฮ้เฮ้.”

ซูเซียวโม่ที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์พี่รองเอาจริง น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

“การต่อสู้แปดผู้แข็งแกร่งคู่แรก ผู้ชนะหลี่ชิงหยาง!”กรรมการที่ประกาศออกมาเสียงดัง.

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์รอบ ๆ ถึงกับปากกระตุก.

พวกเขารับรู้ว่าหลี่ชิงหยางนั้นแข็งแกร่ง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เพียงพริบตาเดียวก็เอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย.

จากนั้นลู่เชียนเชียนก็ขึ้นเวที ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงขึ้นไปอีก เพราะเพียงแค่เริ่ม พริบตาเดียวนางก็เอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่มีระดับศิษย์ยุทธ์ระดับสองในทันที.

ใช่แล้ว.

ระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นที่สองจริง ๆ.

หากเป็นการแข่งขันเมื่อคราวที่แล้ว หากไม่ได้ตำแหน่งชนะเลิศก็ได้ที่สอง อ๊าก!

“งานประลองยุทธ์สำนัก ดูเหมือนว่าวันข้างหน้าจะยิ่งยากขึ้นไปอีก ศิษย์สองคนของสำนักไท่กู่เจิ้ง เอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย ๆ เลย!”

เหล่าผู้ชมทุกคน เวลานี้จิตใจสั่นสะท้านกับเรื่องที่พวกเขาคาดไม่ถึงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า.

จุนซ่างเซียวเอ่ย ”ดีมาก ทำได้ดีมาก.

ในเวลานี้ศิษย์สองคนของเขา ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอีกเพียงแค่หนึ่งคนก็เขาเงื่อนไขสามอันดับแรกแล้ว.

......

จากนั้นก็ถึงเวลาของซูเซียวโม่.

คู่ต่อสู้ของเขาก็คือจางหลิงเหอ เป็นศิษย์ที่โดดเด่นของสำนักระดับหก มีความแข็งแกร่งระดับศิษย์ยุทธ์ขั้นที่สอง!

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เชื่อว่าสำนักไท่กู่เจิ้ง คงจะมีคนตกรอบก็คราวนี้ล่ะ!

ใครจะรู้ หลังจากสิ้นเสียงกรรมการสั่งให้เริ่ม ซูเซียวโม่ที่วิ่งวนรอบเวทีอย่างรวดเร็ว จนจางหลิงเหอไม่สามารถจับตำแหน่งของเขาได้.

“นี่มันจะเร็วเกินไปแล้ว!”

“นี่เขามีท่าเท้าที่ร้ายกาจขนาดนี้เลยรึ?”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ความเร็วของซูเซียวโม่ มันเร็วเกินไป ราวกับเป็นท่าเท้าที่มีระดับสูงมาก.

แต่ความเป็นจริงนะรึ?

ไม่ได้มีวิชาอะไรเลย เขาใช้สองเท้าของตัวเองวิ่งวนด้วยความเร็วสูงเท่านั้น.

ซูเซียวโม่ไม่ได้วิ่งวนด้วยความเร็วเท่านั้น หากมีโอกาสโจมตี เขาก็จะโจมตีทันที หากไม่โดนก็ถอยกลับไปวิ่งวนใหม่ ไม่ปล่อยโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีกลับมาได้เลย.

จางหลิงเหอที่เวลานี้ถูกยั่วยุเริ่มโกรธเกรี้ยวคุมอารมณ์ไม่อยู่  เขาที่ปลดปล่อยพลังวิญญาณเหวี่ยงหมัดออกไปสะเปะสะปะ จ้วงไปยังอากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้น.

“เฮ้อ ไม่โดน ต่อยได้แค่อากาศรึ? หรือตั้งใจจะต่อยอากาศกัน?”ซูเซียวโม่ที่หลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับกล่าวยั่วยุอีกฝั่ง ยั่วให้โกรธจนสูญเสียความสุขุมไปอย่างสมบูรณ์.

แน่นอนว่าจางหลิงเหอเป็นคนยโสโอหังอยู่แล้ว เวลานี้จึงโกรธปอดโยก โจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง.

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม พลังวิญญาณที่ใช้ไปก็แทบหมด เขาที่หอบอย่างหนัก หากแต่แววตายังคงโกรธเกรี้ยวพร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน.

“ล่วงไปซะ!”ทันใดนั้นฝ่ายตรงข้ามก็เผยจุดอ่อน ซูเซียวโม่ที่โจมตีออกไป ฝ่าเท้ากระแทกไปยังใบหน้า ทำให้เขาลอยโด่งออกนอกเวทีไป.

“ยอดเยี่ยม!”

จางหลิงเหอที่ล่วงหล่นลงเวที จุนซ่างเซียวอดไม่ได้ จนต้องลุกขึ้นมาปรบมือเสียงดัง.

ซูเซียวโม่ที่ก้าวไปยังพื้นที่ผู้ชนะ ซึ่งเหลือเพียงคู่ของเซียวจุ้ยจื่อและเถียนซี ผู้เข้ารอบชิงก็จะครบ และกลายเป็นการชิงกันเองของสำนักไท่กู่เจิ้งทันที!

“พรึด โครม!”

จางหลิงเหอที่ล่วงหล่นลงพื้น ใบหน้าที่มีรอยเท้าประทับอยู่.

“นี่มัน....ข้ากำลังฝันอยู่รึ?”

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์เวลานี้ แววตาที่ใสกระจ่างไร้ซึ่งความคิดใด ๆ ภายในใจที่ตื่นตระหนกอย่างหนัก จนไม่สามารถจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้.

ผู้ชนะโซนที่ 1 หลี่ชิงหยาง!

ผู้ชนะโซนที่ 2 ซูเซียวโม่!

ผู้ชนะโซนที่ 3 ลู่เชียนเชียน!

ผู้ชนะโซนที่ สี่ เซียวจุ้ยจื่อหรือเถียนซี!

ผู้เข้าชิงสี่โซนการต่อสู้ ทุกคนล้วนแต่เป็นคนของสำนักไท่กู่เจิ้ง เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นและจะถูกเล่าขานไปอีกนานเท่านาน!

จบบทที่ Chapter 74 แชมป์โซนกลุ่ม การต่อสู้ภายในสำนักไท่กู่เจิ้ง.

คัดลอกลิงก์แล้ว