เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 46 ความเร็วที่น่าพรั่นพรึง

Chapter 46 ความเร็วที่น่าพรั่นพรึง

Chapter 46 ความเร็วที่น่าพรั่นพรึง


อ้ายชางเกอเป็นมือกระบี่ด้วยเช่นกัน เห็นกระบี่หานเฟิงที่มีคุณภาพสูงอยู่ในมือของจุนซ่างเซียวก็เอ่ยออกมาทันที.

“กระบี่อยู่ในมือของเจ้า เสียของหมด มอบมันมาให้กับข้าซะ แล้วความแค้นทั้งหมดจะถือว่าหายกัน.”

อ้ายชางเกอที่ต้องการกระบี่ คิดว่าสำนักไท่กู่เจิ้งไร้พลังจะยอมมอบให้แน่.

“ให้เจ้ารึ?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ไม่ใช่ว่าสมองของเจ้าป่วยรึ?”

ทันใดนั้นสายตาของอ้ายชางเกอก็กลายเป็นลึกล้ำเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา ทั่วร่างแผ่คลื่นพลังสีขาวออกมาในทันที.

หลังจากก้าวถึงระดับศิษย์ยุทธ์ได้แล้ว ผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถรวมพลังวิญญาณเป็นพายุหมุนในจุดตานเถียนได้ เมื่อกระตุ้น มันสามารถระเบิดกลิ่นอายที่แข็งแกร่งทรงพลังออกมาได้ในทันที ซึ่งจะถูกเรียกว่ารัศมีวิญญาณ.

ด้วยระยะทางอยู่ไม่ห่างกันนัก จุนซ่างเซียวสัมผัสได้และเอ่ยในใจ “คนผู้นี้เหนือกว่าหัวหน้าใหญ่โจรภูเขา ร้ายกาจจริง ๆ.”

ก่อนหน้านี้เขาสังหารระดับศิษย์ยุทธ์โจวเทียนป้า ด้วยการปลดปล่อยดาบหนานโชว ตอนนี้มันถูกผนึก มีอาวุธเพียงดาบหานเฟิงระดับสามัญขั้นต้น ดูเหมือนว่าจะเป็นงานที่ลำบากอีกครั้งแล้ว.

หนำซ้ำ อาวุธของฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนว่าจะไม่ด้อยกว่าดาบของเหว่ยอี้หนูด้วย พลังบ่มเพาะของเขาด้อยกว่ามาก อาวุธเองก็ไม่ได้เหนือกว่าขนาดนั้น แล้วจะรับมืออย่างไร?

ใช่แล้ว ยังมีวิธีอื่น.

24 แต้มสนับสนุน เก็บเอาไว้ใช้.

จุนซ่างเซียวที่ส่งจิตเข้าไปในแหวนมิติ พร้อมกับเรียกใช้ยันต์ความเร็วที่ได้มาจากกล่องมือใหม่ เขาที่เอ่ยกล่าวในใจ.“วรยุทธใต้หล้าตัดสินแพ้ชนะวัดที่ความเร็ว”

“แก๊ก.”

เสียงบดยันต์ความเร็วดังขึ้นทันที.

พริบตานั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังพิเศษที่ปกคลุมไปทั่วขาสองข้าง แม้แต่พร้อมจะระเบิดออกมาทันที เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง.

ที่มุมปากของเขาที่กระตุกเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย“สัมผัสได้ถึงพลังของสายลม......”

“ไอ้หนู.”

อ้าวชางเกอที่แค่นเสียงเย็นชา “เตรียมตัว?”

จุนซ่างเซียวที่ยกกระบี่ กล่าวออกมาว่า “เข้ามา.”

“ฟิ้ว!”

สิ้นเสียงคำพูด อ้ายชางเกอที่ก้าวออกไปด้านหน้า ข้อมือขวาที่ตะวัดออกไป กระบี่ยาวสามฉื่อ พุ่งทะลวงทันที ปราณกระบี่ที่เหมือนกับไหมสีขาว พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง.

“ฟู่ ฟู่!”

พริบตานั้น อำนาจกระบี่กวาดม้วนกระจายไปทั่วอากาศ.

เหล่าศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้งที่ใบหน้าเปลี่ยนสี ส่งเสียงดังอื้ออึง.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองจุนซ่างเซียว ขณะที่ยังคงมองเห็นเขายืนอยู่กับที่ มุมปากกับยกยิ้มอย่างไม่แยแส.

เป็นไปได้ว่า....เจ้าสำนักจะใช้วิชาระฆังทองคุ้มกายอย่างงั้นรึ?

“ไม่หลบอย่างงั้นรึ?”

อ้ายชางเกอแค่นเสียง.

แม้นจะเป็นเพียงปราณกระบี่ ทว่าพลังทำลายนั้นก็มีมากกว่าหลายพันจิน หากไม่หลบ จบไม่สวยแน่นอน.

“ฟิ้ว!”

ในเวลานั้น ปราณกระบี่ที่พุ่งตัดร่างจุนซ่างเซียวขาดออกเป็นสองท่อน.

“เจ้าสำนัก!”เหล่าศิษย์มากมายที่อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

อ้ายชางเกอที่เผยท่าทางงงัน เขาเพียงแค่ลองเชิงเท่านั้น เจ้าสำนักไท่กู่เจิ้งก็ขาดเป็นสองท่อนแล้วรึ?

ขยะของแท้ เพียงกระบี่เดียวก็รับไม่....

ไม่ใช่ ไม่ถูกต้อง!

ร่างกายขาดสองท่อน ทำไมไม่มีโลหิตกระฉูด?

เหล่าศิษย์ไท่กู่เจิ้งเองก็เริ่มตระหนักถึงปัญหา จากนั้นก็เห็นร่างของเจ้าสำนักบิดเบี้ยวและสลายหายไปช้า ๆ.

นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

“ภาพลวงตาอย่างงั้นรึ?”

อ้ายชางเกอที่ขมวดคิ้วแน่น.

“เฮ้.”

เสียงเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นทันที “เปิ่นจั้วอยู่นี่.”

“ฟิ้ว!”

อ้ายชางเกอที่หันหลังกลับในทันที ก่อนที่จะเห็นจุนซ่างเซียวกระดิกนิ้วเรียกอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเผยยิ้มให้กับตัวเอง อ้ายชางเกอที่ตื่นตระหนก ยากจะสงบได้ “เจ้ามาอยู่นี่ได้อย่างไร!”

เหล่าศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้งเห็นเจ้าสำนักปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ก็เบาใจ ทุกคนงงงวยสงสัย ทั้งที่ยืนอยู่ด้านหน้าชัดเจน พริบตาเดียวก็มาอยู่ด้านหลังอีกฝ่ายแล้ว.

“เข้ามา.”จุนซ่างเซียวกล่าว.

“เป็นไปไม่ได้!”อ้ายชางเกอเอ่ย “เจ้าไร้ยางอายใช้วิชาลวงตาตั้งแต่แรกแน่นอน!”

จุนซ่างเซียวสีจมูก กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “แหกตาดู ข้าจะแสดงให้ดูอีกครั้ง.”

“ฟิ้ว!”

กล่าวจบ ร่างของเขาที่ยังคงหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวจุดเดิม ทว่าที่ด้านหลังกับปรากฏเสียง ๆ หนึ่งขึ้นอีก “เห็นชัดเจนรึยัง?”

อ้ายชางเกอที่หันหลังกลับ ก็พบจุนซ่างเซียวไปยืนที่ตำแหน่งเดิม ใบหน้าของเขาถึงกับแข็งค้าง.

“โอ้วสวรรค์!”

เหล่าศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้ง ดวงตาเบิกกว้างกลมโต.

พวกเขาจับจ้องอยู่ตลอด พริบตาเดียวเจ้าสำหนักก็เคลื่อนกลับมาด้านหลังอาวุโสตระกูลอ้ายอีกครั้ง ร่างก่อนหน้านี้ค่อย ๆ สลายหายไปช้า ๆ.

อ้ายชางเกอตกใจเอ่ยออกมาว่า “เจ้า...เจ้าใช้วิชามาร!”

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา กล่าวออกมาว่า “ไม่ใช่วิชามารใด ๆ มันคือท่าเท้า ที่เรียกว่า ก้าวลวงตา.”

“ก้าวลวงตา?”

อ้ายชางเกอ ไม่เคยได้ยิน ทว่าเขาราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ กล่าวออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ “ภาพลวงตาก่อนหน้านี้เพราะเจ้าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอย่างงั้นรึ?”

“มีสมองเหมือนกันนิ.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

ภายในใจของเขาเองก็ตื่นตะลึงเช่นกัน “ยันต์ความเร็วนั้น เพิ่มความเร็วเขามากมายมหาศาล สามารถเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว แม้แต่เกิดภาพติดตาขึ้น.”

“เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้!”

อ้ายชางเกอไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย ต้องไม่ลืมว่าแม้แต่ตัวเขาก็มองไม่ทัน ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนที่รวดเร็วจนเห็นเป็นภาพติดตา ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องตื่นตะลึงอยู่แล้ว!

“ฟิ้ว!”

จากนั้น ราวกับพายุหมุนก็ปรากฏขึ้น.

จุนซ่างเซียวไปปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าเขา ด้านหลังยังคงเหลือภาพติดตาเอาไว้ “ครั้งนี้เห็นชัดเจนรึยัง?”

“เจ้าสำนักเคลื่อนที่เร็วมาก ข้ามองไม่ทันเลย!”

“เคลื่อนที่เร็วจริง ๆ แม้แต่ดวงตาของพวกเราก็มองไม่ทัน!”

“เจ้าสำนักทรงพลังนัก!”

ศิษย์ทุกคนที่ตะโกนเสียงดังด้วยความเคารพเทิดทูน.

“น่ารังเกียจ!”

อ้ายชางเกอที่คำรามออกมาด้วยความโกรธ กระบี่ของเขาที่เหวี่ยงออกไป ตัดได้เพียงแค่ภาพลวงตา จุนซ่างเซียวได้ไปยืนที่ด้านขวาแล้ว.

ในโลกของการต่อสู้ ยิ่งมีความเร็วก็ยิ่งได้เปรียบ.

อย่างไรก็ตาม ความเร็วระดับนี้ เหนือล้ำเกินกว่าระดับศิษย์ยุทธ์จะสามารถเข้าใจได้.

“ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!”

จุนซ่างเซียวที่เปลี่ยนตำแหน่งไปมาเรื่อย ๆ เพียงลมหายใจเดียว ก็ปรากฏภาพติดตากว่าสิบร่างแล้ว.

ชัดเจนว่า ทุกร่างเป็นเพียงภาพลวงตา ร่างแล้วร่างเล่า จนไม่สามารถบอกได้ว่าร่างใหนเกิดขึ้นก่อนหลัง.

ในค่ายวายุทมิฬหัวหน้าโจรย่อย ชายหัวโล้นได้ใช้วิชาเจ็ดเก้าเปลี่ยนเงา ทว่าจะดีจะร้ายก็ยังมองเห็นเงาอยู่ ทว่าตอนนี้ไม่แม้แต่บอกตำแหน่งของการเคลื่อนที่ได้เลย.

ใบหน้าของอ้ายชางเกอที่ค่อย ๆ หดเกร็ง มือที่กุมกระบี่สั่นเทิ้ม.

แม้แต่คนก็มองไม่เห็น จะโจมตีอย่างไร?

“ปัง!”

พริบตานั้น จุนซ่างเซียวก็ไม่ปรากฏด้านหลังเขา พร้อมกับถีบไปที่ก้น.

ท่าถีบที่มีพลังมากกว่าพันจิน อ้ายชางเกอหัวคะมำไปข้างหน้าสองสามก้าว แทบล้มลงกับพื้น.

“พรึด ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

ศิษย์ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา.

จะดีจะร้ายเขาก็เป็นถึงอาวุโส แต่กับถูกถีบก้นโดยเจ้าสำนัก เป็นอะไรที่น่าหัวเราะจริง ๆ.

“น่ารังเกียจ!”

อ้ายชางเกอที่ยั้งเท้าพยุงร่างเอาไว้ได้ เขารู้สึกอับอายและโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก กระบี่ของเขาฟันออกไป เปี่ยมไปด้วยปราณกระบี่มากมายระเบิดพุ่งออกมารอบ ๆ.

“ฟิ้ว!”

“ฟิ้ว!”

จุนซ่างเซียวยังคงเคลื่อนไหวอย่างใจเย็น เขาสามารถหลบซ้ายหลบขวา เหลือเพียงแค่ภาพลวงตาปรากฏขึ้นรอบ ๆ ลานยุทธ์.

ยันต์ความเร็วที่เพิ่มความเร็วจนน่ากลัว ปราณกระบี่ที่ทรงพลังปกคลุมไปทั่วลานยุทธ์ ราวกับตาข่ายที่ร่วงหล่นดังสายฝน ปิดกั้นทุกเส้นทาง เขาก็ยังสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย.

“ปัง!”

จุนซ่างเซียวปรากฏขึ้นด้านหลัง ถีบก้นอ้ายชางเกออีกครั้ง แม้นว่าจะไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ ทว่ากลับทำให้ฝ่ายตรงข้ามบ้าคลั่งขึ้นเรื่อย ๆ.

“อ๊ากๆ!”

อ้ายชางเกอคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว.

“ฟิ้ว!”

ในเสี้ยววินาทีต่อมาเสื้อผ้ากางเกงของเขาก็ถูกสะบั้นขาดเป็นชิ้น ๆ หลุดออกไปจากร่าง เศษเสื้อผ้าที่กลายเป็นชิ้น ๆ กองไปบนพื้น เผยให้เห็นเพียงกางเกงในสีขาวตัวเดียว.

จุนซ่างเซียวไปปรากฏยืนอยู่ด้านหน้าของเขา กระบี่ที่ชี้ไปยังร่างที่เปลือยเปล่าไร้อาภร ผมเผ้าของเขาเองก็หยิกหยอยขาดเป็นหย่อม ๆ ด้วยเช่นกัน จุนซ่างเซียวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “อาวุโสอ้าย ท่านยังต้องการจะสู้อีกรึ?”

จบบทที่ Chapter 46 ความเร็วที่น่าพรั่นพรึง

คัดลอกลิงก์แล้ว