เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 16 ได้กำไรมากมาย

Chapter 16 ได้กำไรมากมาย

Chapter 16 ได้กำไรมากมาย


ไม่ว่าจะเป็นโลกใหน เงินก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอย่างชัดเจน.

ไม่ต้องเอ่ยเลยว่า มันสามารถใช้เพื่อซื้ออาวุธหรือวิชาฝึกฝน ในการดำรงชีวิตที่ดีในแต่ละวัน จำเป็นต้องมีเงินเพื่อใช้จ่ายทั้งนั้น.

สำนักไท่กู่เจิ้งเวลานี้ไม่มีเงินเหลือเลย เพราะว่านอกจากศิษย์บางคนที่นำสมบัติหนีไป ส่วนหนึ่งก็นำไปขายเพื่อหวังจะช่วยเจ้าสำนักหวัง.

ท้ายที่สุด?

ไม่เพียงแค่เงินที่ไม่เหลือ ทรัพย์สมบัติที่เคยมี ก็หายไปจนเกลี้ยง ซ้ำเจ้าสำนักหวังที่แหกคุกหนีออกมายังถูกลงโทษประหารไปในที่สุด.

กล่าวได้ว่าสำนักไท่กู่เจิ้ง การจะอยู่รอดก็แทบเต็มกลืน เคราะห์ซ้ำกันซัด อาหารให้กินก็แทบไม่มี อาหารบางมื้อ ก็ได้มาจากการบริจาคของชาวบ้าน.

เมื่อครั้งที่จุนซ่างเซียวข้ามผ่านมาจากโลกอื่น เขาที่กินเพียงเศษขนมปังเพื่อปะทังชีวิตไปแต่ละวันเท่านั้น.

และเมื่อลู่เชียนเชียนเข้าร่วมสำนัก พวกเขาได้กินก๋วยเตี๋ยวบ้างจากป้าหวังในหมู่บ้านเชิงเขาหลังจากช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ.

การจะยกระดับพัฒนาสำนักไท่กู่เจิ้ง การหาเงินก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน.

ด้วยเหตุนี้เวลาที่เหลือจากการเปิดใช้งานยันต์รู้แจ้ง เขาจึงคิดที่จะหาเงินสะสมทุนทันที!

ไม่สนใจแม้แต่คนที่ดูแคลนเขาก่อนหน้านี้ด้วย.

100 เหรียญ! สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็นกลาง.

ส่วนคนที่ดูแคลนเหยียดหยันของเขาก่อนหน้านี้จะต้องจ่ายมากกว่าคนอื่น.

200 เหรียญ!

นี่คือธุรกิจเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครกล้าโต้แย้งราคา.

เพราะว่า คนที่สามารถอนุมานกระบวนท่าที่เก้าของเพลงกระบี่คลื่นซ้อนเก้ากระบวน และยังสามารถชี้แนะอาวุโสนิกายเขาชางซานกองกำลังระดับห้าได้ แม้ว่าจะตะขิดตะขวางใจ ทว่าก็ยินดีที่จะจ่ายเพื่อรับคำชี้แนะ.

เพียงสามสิบนาที จุนซ่างเซียวสามารถที่จะช่วยผู้ฝึกยุทธ์ไปแล้ว 20 คน ได้กำไรกว่า 3000 เหรียญ.

ขณะจ้องมองตั๋วเงินในแหวนเก็บของ เขาที่ลอบคิดในใจ “แม้ว่าจะไม่สามารถขายเม็ดยาวิเศษได้ แต่ก็ยังสามารถใช้สินค้าอื่นหาเงินได้!”

“เจ้าสำนักจุน.”

หลังจากที่ชี้แนะผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้หมัดไป ประมุขหลี่ก็ก้าวเข้ามาเช่นกัน กล่าวออกมาด้วยท่าทางลำบาก “หลี่โหมวเองก็มีปัญหายากจะแก้เช่นกัน หวังว่าเจ้าสำนักจุนจะช่วยชี้แนะ.”

ก่อนหน้านี้เพลงกระบี่คลื่นซ้อนเก้าทบเขาไม่ได้ใส่ใจนักเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวังแต่แรก.

ตอนนี้เห็นผู้ฝึกยุทธ์หลายคนได้รับการชี้แนะ ไขข้อข้องใจ จากไปด้วยความดีใจ ภายในใจของเขาก็สั่นไหว ต้องการแก้ไขปัญหาการฝึกยุทธ์ของตัวเองที่แก้ไม่ตกมาหลายปีเช่นกัน.

“ได้.”

จุนซ่างเซียวเอ่ยกล่าวออกมาในทันที “1000 เหรียญ.”

“อะไรนะ?”

ประมุขหลี่แทบทรุด ตกใจเป็นอย่างมาก “หนึ่งพันเหรียญอย่างงั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวกล่าว “ใช่ หนึ่งพันเงิน.”

“......”

ทุกคนถึงกับมุมปากกระตุก.

เห็นชัดเจนว่าเขาจงใจเอาคืนประมุขหลี่ แน่นอนคงเป็นเพราะขวางบุตรชายไม่ให้เข้าสำนักไท่กู่เจิ้งก่อนหน้านี้แน่นอน.

“เจ้าสำนักจุน.”

ประมุขหลี่ที่หดหู่ “คนอื่นมากสุดแค่ 200 ทำไมข้าถึงเก็บหนึ่งพันล่ะ?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ดูจากการแต่งตัวของประมุขหลี่แล้ว ดูไม่เหมือนคนขาดแคลนเงินเลย.”

ได้ยินคำพูดดังกล่าว ประมุขหลี่แทบหมดสติ ไม่ผิด เขาร่ำรวย ทว่าก็ไม่ได้มีเงินให้ใช้ฟุ่มเฟือยโดยไม่คิดแต่อย่างใด!

“เจ้าสำนักจุน.”

ประมุขหลี่ที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม “ต้องการเอาคืนข้าอย่างงั้นรึ?”

จุนซ่างเซียวเผยยิ้ม “เข้าใจก็ดีแล้ว.”

“เจ้า......”

ประมุขหลี่ที่โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก.

ทว่าคิดถึงตัวเอง เวลานี้ต้องการความช่วยเหลือ ทำให้ต้องข่มความโกรธเอาไว้.

“เจ้าสำนัก.”

หลี่ชิงหยางที่ก้าวเดินออกมา และกล่าวออกมาว่า “โปรดเห็นแก่ศิษย์ ช่วยลดให้ท่านพ่อด้วย.”

จุนซ่างเซียวที่สีคางไปมา คล้ายกำลังครุ่นคิด ”ตกลง เห็นแก่เจ้า ในเมื่อเขาเป็นบิดาของศิษย์ข้า จะลดให้เหลือ ครึ่งเหรียญแล้วกัน.

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์รอบ ๆ แทบล้มทั้งยืน.

คาดไม่ถึงว่าจะลดจากหนึ่งพันเหรียญเหลือ ครึ่งเหรียญเท่านั้น!

......

ในเมื่อเขาต้องการตัวหลี่ชิงหยาง ก็ไม่ต้องการที่จะทำให้ประมุขหลี่ลำบากใจอีกต่อไป ดังนั้นจึงได้กล่าวลดราคาในราคาครึ่งเหรียญ เพื่อช่วยแก้ปัญหาในการฝึกยุทธ์ของเขา.

“เป็นเช่นนี้ เป็นเช่นนี้นั่นเอง!”

หลังจากชี้แนะประมุขหลี่ก็กระจ่างแจ้ง ขึ้นมาในทันที.

การอนุมานกระบวนท่าที่เก้าก่อนหน้า เขายังไม่ไว้ใจเท่าไหร่ ตอนนี้เมื่อสามารถแก้ปัญหาที่เขาติดขัดในการฝึกยุทธ์มาหลายปีแล้ว เขาจึงยอมรับจุนซ่างเซียวโดยสมบูรณ์!

บุตรของเขาได้เข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้ง ได้รับการสั่งสอนจากคนผู้นี้ อนาคตข้างหน้ารับรองว่าไม่ต่ำเตี้ยอย่างแน่นอน!

ประมุขหลี่ ตระหนักได้ว่าเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ไม่น้อยที่ได้รับำชี้แนะได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมาก คน ๆ นี้เป็นคนที่ไม่ธรรมดา ไม่สามารถประเมินได้จริง ๆ.

ด้วยยันต์รู้แจ้ง ไม่เพียงแค่ทำให้จุนซ่างเซียวได้เงินมากมาย ยังได้รับชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอีกด้วย กล่าวได้ว่ายิงนกสองตัวด้วยก้อนหินลูกเดียว.

ไม่.

ยิงนกสามตัวด้วยหินลูกเดียวต่างหาก!

เพราะว่าการชี้แนะแต่ละคน เขายังได้รับวิชาต่อสู้และวิชาบำเพ็ญอีกหลากหลายวิชามาด้วย!

แม้นว่าหลายวิชาจะมีระดับต่ำ ทว่าด้วยวิชากระบี่ วิชาหมัดและวิชาบ่มเพาะ การจะได้มาครองเป็นจำนวนมาก ก็ต้องใช้เงินไม่น้อยในการซื้อมา ซึ่งวิชาที่เขาได้ศึกษาเรียนรู้ในวันนี้ ก็น่าจะมีมูลค่าหลายพันเหรียญไปแล้ว.

คุ้มค่า กำไรมหาศาล!

“ทุกท่าน.”

จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางเมื่อยล้าเล็กน้อยต่อหน้าทุกคน “เปิ่นจั้วรู้สึกเมื่อยนิดหน่อยหน่อย การชี้แนะขอหยุดเพียงเท่านี้.”

“ไม่นะ เจ้าสำนักจุน!”

มีเหล่าผู้ฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งที่ต่อแถวอยู่ยังไม่ได้รับการชี้แนะ.

ในนั้นมีคนที่ควักตั๋วเงินสี่ใบออกมา “เจ้าสำนักจุน ข้ายินดีที่จะจ่าย 400 เหรียญเลย!”

จุนซ่างเซียวที่ส่ายหน้าไปมา “การช่วยทุกท่านชี้แนะวิถียุทธ์นั้น ไม่เพียงแต่ต้องใช้สมองมากมาย ยังใช้สมาธิเป็นอย่างมาก อีกอย่างเวลานี้ยังอยู่ในการรับศิษย์งานร้อยสำนักอีกด้วย มันจึงไม่สะดวกนัก.”

ที่จริงเขาเองก็ต้องการเงิน ต้องการชี้แนะเหล่าคนที่เหลืออยู่อีกหลายคน ทว่าผลของยันต์รู้แจ้งกำลังจะหมดแล้ว.

ตอนแรกจุนซ่างเซียววางแผนที่จะซื้อยันต์รู้แจ้งอีกครั้ง ทว่าหลังจากเปิดร้านค้าระบบ รายการยันต์รู้แจ้งกลายเป็นสีเทาไปแล้ว และมีคำอธิบายอีกว่าสามารถซื้อได้เดือนละครั้ง.

มารดาเถอะ.

เม็ดยาฟื้นฟูก็ซื้อได้จำกัด ดูเหมือนว่าสินค้าอื่น ๆ ก็คงเหมือนกัน.

เขาเหนื่อยงั้นรึ? ไม่เลย เขาไม่มีทางที่จะปฏิเสธที่จะได้เงิน.

หากไม่เพราะยันต์รู้แจ้งหมดฤทธิ์ ถึงเหนื่อยแทบล้ม เขาก็ต้องฝืนต่อไป แต่ในเมื่อทำไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงได้แสร้งแสดงว่ากำลังเหนื่อยล้าอยู่.

“เฮ้อ.”

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้แต่ทอดถอนใจ ก่อนที่จะกลับไปยังซุ้มรับสมัครของตน เดิมทีการกระทำของพวกเขาก็เป็นขวางการรับศิษย์งานร้อยสำนักอยู่แล้ว.

“ชิงหยาง.”

ประมุขหลี่เอ่ย “ติดตามเจ้าสำนักจุนฝึกฝนให้ดี อย่าให้พ่อผิดหวัง.”

“ครับ”

หลี่ชิงหยางพยักหน้ารับ.

ประมุขหลี่ เวลานี้กลายเป็นคนละคน ว่ากล่าวประจบจุนซ่างเซียวออกนอกหน้า ก่อนที่จะเร่งรีบกลับตระกูลหลี่ เพื่อปิดด่านทำตามคำแนะนำที่ได้รับการชี้แนะก่อนหน้านี้ทันที.

......

“ท่านพ่อ ข้าจะเข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้ง!”

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าคิดว่าข้าจะเข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้ง!”

“เจ้าเด็กเหลือขอ รออะไรอีก เพ่ย ไป พวกเราไปสมัครเข้าสำนักไท่กู่เจิ้ง!”

งานรับศิษย์ร้อยสำนักกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง เหล่าผู้เยาว์เวลานี้เริ่มตัดสินใจเลือกสำนักต่าง ๆ และมีจำนวนไม่น้อยที่ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวอยู่ด้านหน้าซุ้มของสำนักไท่กู่เจิ้งเพื่อละทะเบียน!

หลี่ชิงหยางได้เข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้งทำให้พวกเขาตื่นเต้นไปด้วย หลังจากนั้นก็ได้เห็นจุนซ่างเซียวให้คำชี้แนะอาวุโสนิกายเขาชางซาน และแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์อีกหลายคน ทำให้พวกเขาไม่ลังเลเลยที่จะเข้าร่วมลงทะเบียน!

ความวุ่นวายเบียดเสียดด้านหน้าสำนักอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ ได้มาอยู่ที่หน้าซุ้มของสำนักไท่กู่เจิ้งไปเกือบหมดแล้ว.

เวลานี้เหล่าผู้เยาว์ที่อออยู่หน้าสำนักต่าง ๆ เองก็มาอยู่ด้านหน้าของสำนักไท่กู่เจิ้งเต็มไปหมด ทำให้แถวยืดยาวออกไป.

“อย่าผลัก อย่าผลักข้า!”

จุนซ่างเซียวที่ตะโกนออกไป “ตั้งแถวเรียงหนึ่งเข้ามา!”

“ชิงหยาง!”

“ยังไม่รีบลุกขึ้นมาช่วยกันอีก.”

เพราะว่าการลงทะเบียนของผู้เยาว์เวลานี้มีมากเกินไป จนทำให้จุนซ่างเซียวยุ่งมือเป็นระวิงไปเหมือนกัน.

ไม่ได้การ ไม่ได้การแล้ว.

มีคนมากเกินไป จะต้องเลือกคนที่เหมาะสม!

จุนซ่างเซียวที่มอบหมายให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่และศิษย์พี่รองของสำนักเป็นคนคัดเลือกคนเข้าสำนัก โดยพิจารณาพรสวรรค์และพลังบ่มเพาะเป็นหลัก.

ภารกิจหลักของระบบที่มอบให้ คือสร้างสำนักไท่กู่เจิ้งให้แข็งแกร่งที่สุด.

แล้วจะแข็งแกร่งอย่างไร?

เพื่อให้กลายเป็นกองกำลังที่ทรงพลัง ศิษย์ในสำนักก็ต้องแข็งแกร่งด้วยนั่นเอง!

เช่นนั้นการคัดเลือกคนที่คู่ควร ก็เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ หรือความแข็งแกร่ง หากไม่เพียงพอ สุดท้ายแล้วการสร้างสำนักของเขาก็จะกลายเป็นสูญเปล่า.

จุนซ่างเซียวเข้าใจเรื่องนี้ดี เพื่อที่จะยกระดับสำนักให้ได้ ดังนั้นคนที่เข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้งควรจะมีรากวิญญาณระดับกลางเป็นอย่างต่ำ หากได้ระดับสูงก็ยิ่งดี!

อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้เยาว์หลายร้อยคนที่มาลงทะเบียน รากวิญญาณระดับกลางมีเพียงสิบคน ส่วนคนที่เหลือเป็นรากวิญญาณระดับต่ำ แม้ว่ารากวิญญาณระดับสามัญก็ยังพอใช้ได้ แต่ระดับสูงนั้นไม่มีเลย.

แม้ว่าเมืองชิงหยางจะนับเป็นมนทลขนาดใหญ่ ทว่าก็ยังเล็กเมื่อเทียบกับมนทลอื่น ๆ การที่หลี่ชิงหยางมีรากวิญญาณระดับสูงเพียงคนเดียวในเหล่าผู้เยาว์ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์แล้ว.

“ยังดีกว่าไม่มี.”

“การรับสมัครศิษย์ในการพัฒนาขั้นแรก คือ 100 คน.”

จุนซ่างเซียวที่นำตราสำนักออกมา พร้อมกับปั้มตราประทับไปยังใบสมัครผู้เยาว์ที่มีรากวิญญาณระดับกลาง.

“ติ้ง!”

“สมาชิกสำนัก : 4 / 100!”

“ติ้ง!”

“สมาชิกสำนัก: 11 / 100.”

......

......

จบบทที่ Chapter 16 ได้กำไรมากมาย

คัดลอกลิงก์แล้ว