เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 5 ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

Chapter 5 ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

Chapter 5 ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส


แม้นว่าสำนักไท่กู่เจิ้งจะเป็นเพียงกองกำลังระดับเก้า แม้นว่าจะมีกันเพียงสองคน ทว่าจุนซ่างเซียวก็คือผู้ปกครองสำนัก ศิษย์จะมาสั่งสอนเจ้าสำนักได้อย่างไร ศักดิ์ศรีของเจ้านักจะเอาไปไว้ที่ใหน?

ไม่ได้การ ไม่ได้การแล้ว.

ต้องแสดงความน่าเกรงขามให้กับสตรีคนนี้เข้าใจ เขาคือเจ้าสำนักไท่กู่เจิ้ง จะให้นางเหนือกว่าได้อย่างไร!

“แค๊ก แค๊ก.”

จุนซ่างเซียวที่กระแอมคล้ายน้ำลายติดคอ ยกมือขึ้นโบกไปมา ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า “เชียนเชียน เมื่อครู่ เจ้ากล่าวไม่ผิดหรอก ว่าไม่ควรเมตตาต่อศัตรู.”

“แต่ว่าพวกเราจำเป็นต้องสร้างความน่าเกรงขามออกมาด้วย.”

“สิ่งที่เหล่าชาวยุทธ์ฝึกฝนไม่ใช่แค่วิถีบ่มเพาะเท่านั้น ยังต้องบ่มเพาะจิตใจด้วย.”

“ตัวข้าที่เป็นเจ้าสำนักอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า จะไปรังแกคนที่อ่อนแอได้อย่างไรกัน หากทำเช่นนั้นมันจะต่างอะไรไปจากโจรร้ายหรืออันธพาลทั่วไป.”

“หนำซ้ำ.”

“พวกมันเป็นเพียงแค่ศิษย์ขยะ ไม่อยู่ในสายตาของเปิ่นจั้วแม้แต่น้อย หากข้าลงมือสังหารพวกมัน ไม่ทำให้เกียรติเจ้าสำนักเสียหายรึ?.”

“ติ้ง!”

“ยินดีกับเจ้าสำนักที่ทำภารกิจสำนักสำเร็จ ได้รับหนึ่งแต้มสนับสนุน!”

“ติ้ง!”

“แต้มสนับสนุนสำนัก: 5 / 100.”

สำเร็จแล้วรึ?

ใบหน้าของจุนซ่างเซียวถึงกับกลายเป็นโง่งมขึ้นมาเหมือนกัน.

แค่นี้ก็สามารถสร้างความนับถือจากลู่เชียนเชียนได้แล้วอย่างงั้นรึ?

ที่จริงภารกิจสนับสนุนค่อนข้างคลุมเครือเหมือนกัน ไม่มีคำอธิบายว่าเขาจะต้องแสดงความน่าเกรงขาม ของเจ้าสำนักออกมาอย่างไร.

ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขากล่าวออกไปก่อนหน้านี้ จะทำให้ลู่เชียนเชียนเข้าใจความหมายของเขาได้เช่นกัน.

ทว่าจากสายตาที่นางจ้องมองมา ราวกับว่าเขาเป็นคนโง่งม นี่นางเข้าใจแน่อย่างงั้นรึ?

“ข้าเข้าใจแล้ว.”

ลู่เชียนเชียนที่เอ่ยกล่าวออกมา “สังหารขยะ ทำให้ศักดิ์ศรีเจ้าสำนักมัวหมอง จากนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ศิษย์เอง.”

“เคร้ง!”

กระบี่ยาวที่ถูกชักออกมาจากฝัก แผ่ความเย็นกระจายออกไปรอบ ๆ.

จุนซ่างเซียวแทบล้มทั้งยืน “เชียนเชียน เจ้าไม่เข้าใจความหมายของเปิ่นจั้ว......”

“เอ๊ะ เดี๋ยว ๆ ไม่ต้องตามไป!”

“ลู่เชียนเชียน เจ้าเป็นสตรี สตรีไม่ควรมีท่าทางเช่นนี้ เจ้าทำเป็นแต่การฆ่ารึอย่างไร!”

ลู่เชียนเชียนที่หยุดชะงัก ก่อนที่จะหันหน้ากลับ ดวงตาคู่งามที่เผยความเย็นชาออกมา “ใครบอกว่าสตรีสังหารไม่ได้กัน?”

ใบหน้ารูปร่างที่งดงาม.

หากแต่ในมุมมองของจุนซ่างเซียวในเวลานี้ ไม่อาจมองเห็นได้เลยแม้แต่น้อย.

สายตาที่เย็นชาและเปื้อนไปด้วยจิตสังหาร จนทำให้หัวใจของเขาเย็นยะเยือบ ก่อนที่จะกล่าวในใจ “สตรีผู้นี้จะต้องมีเบื้องหลังบางอย่างมาก่อน อย่างแน่นอน!”

ถึงลู่เชียนเชียนจะเข้าร่วมสำนักไท่กู่เจิ้ง หากแต่ภูมิหลังของนางนั้น จุนซ่างเซียวไม่รู้อะไรเลย.

เขาเองก็ไม่มีโอกาสที่จะสอบถามเช่นกัน ทว่าหลังจากที่รู้จักกันในเวลาสั้น ๆ ก็พบว่า นางนั้นเป็นคนที่เย็นชาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เขาเลิกความคิดดั่งกล่าวไป.

สตรีน้ำแข็งไม่ง่ายที่จะจัดการ และดูเหมือนว่าจะสนิทด้วยลำบากอีกด้วย.

“เชียนเชียน.”

จุนซ่างเซียวที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ก่อนอื่นเก็บกระบี่ของเจ้าก่อน.”

“เคร้ง!”

ลู่เชียนเชียนที่เก็บกระบี่และเอ่ยออกมาเล็กน้อย “ท่านเป็นเจ้าสำนัก ข้าต้องรับฟังคำสั่ง ทว่าจำเอาไว้ว่า อย่าได้ดูแคลนสตรี.”

ดูแคลนอย่างงั้นรึ?

จุนซ่างเซียวถึงกับพูดไม่ออก.

ไม่ได้บอกว่าเจ้าสังหารไม่ได้ แต่หมายถึงว่า เป็นห่วงความปลอดภัยต่างหาก โอ้ย.

......

จุนซ่างเซียวที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความน่าเกรงขามในฐานะเจ้าสำนักเลย จากที่เห็นในสายตาของนางแล้วมองไม่เห็นถึงความเคารพในฐานะศิษย์เลย.

แล้วจะทำอย่างไร ถึงจะทำให้นางเคารพได้กัน?

จุนซ่างเซียวครุ่นคิดแต่ก็คลำทางหาไม่เจอ ขณะที่เขาเปิดคอนโซนสำนัก จ้องมองแต้มสนับสนุน 5 แต้ม ก่อนที่จะกล่าวในใจ “มีสิ่งใดที่สามารถแลกเปลี่ยนได้บ้าง?”

เขาที่เลื่อนรายการของร้านค้าเริ่มต้น พร้อมกับจ้องมองไปยังสินค้าต่าง ๆที่ปรากฏขึ้น.

ยันต์บอลเพลิง-10แต้มสนับสนุน!

ยันต์โคนน้ำแข็ง-10แต้มสนับสนุน!

กระบี่ฮั่นเฟิง(คมน้ำแข็ง)ระดับต้น-10แต้มสนับสนุน!

หมัดเก้าทำลาย-10แต้มสนับสนุน!

“......”

จุนซ่างเซียวที่มีแต้มสนับสนุนเพียงห้าแต้ม ขณะกวาดตามองสินค้าที่มีอยู่ ดูเหมือนว่าจะมีราคาสิบแต้มสนับสนุนแทบทั้งหมด ทำให้เขาหดหู่เป็นอย่างมาก.

ไม่มีของราคาถูก ๆ เลยรึ?

ไม่มีอะไรสามารถซื้อได้เลยรึไง?

เอ๊ะ มีนิ!

จุนซ่างเซียวที่จ้องมองไปยังรายการสิ่งของดังกล่าว ดูเหมือนว่ามันจะใช้แต้มสนับสนุนแลกเปลี่ยนเพียงหนึ่งแต้ม เม็ดยาฟื้นฟูระดับต้น!

ตัวเขาไม่ได้บาดเจ็บอะไรในเวลานี้ แลกเปลี่ยนไปก็ไร้ประโยชน์.

“เพ่ย!”

“ถึงแม้นว่าจะซื้อมา ก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้.”

......

สินค้าในร้านค้ามือใหม่ ยกเว้นเม็ดยาฟื้นฟูระดับต้นแล้ว ทุกชิ้นล้วนแต่ต้องใช้ 10 แต้มสนับสนุน ทำให้จุนซ่างเซียวทำได้แค่ต้องตัดใจ.

เฮ้อ!.

คงทำได้เพียงแค่ไปยังเมืองชิงหยาง รับศิษย์ เพื่อเพิ่มแต้มสนับสนุนเท่านั้น.

“แก็ก.”

ขณะที่เขานำทางลู่เชียนเชียนไป มือของนางก็กุมไปที่ด้ามกระบี่ ดวงตาหรี่เล็ก พร้อมกับกล่าวออกมาเล็กน้อย “มีคน.”

“มีคน?”

จุนซ่างเซียวที่กวาดตามองรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว พบว่าที่ถนนหลักนั้น ระหว่างสองข้างทาง มีต้นไม้และหินเท่านั้น ไม่เห็นแม้แต่เงาใครสักคน.

เขาไม่เชื่อ คิดว่าลู่เชียนเชียนกำลังล้อเขาเล่น พร้อมกับกล่าวออกมาว่า “คนอยู่ใหนกัน?”

ลู่เชียนเชียนไม่กล่าวอะไร นางที่จดจ้องมองไปยังพงหญ้าที่ข้างทางไม่วางตา.

จุนซ่างเซียวที่จ้องมองตามนาง ในพงหญ้านั้นสั่นไปมาเล็กน้อย ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ด้านใน ดูคลุมเครือไม่สามารถบอกได้ “มองไม่เห็นเลยว่าเป็นคน อาจเป็นสัตว์ร้ายหรือไม่?”

ในทวีปซิงหยุนไม่เพียงแค่มีมนุษย์เท่านั้น ยังมีสัตว์ร้ายมากมาย พวกมันไม่จำเป็นต้องฝึกยุทธ์ แต่กับมีความแข็งแกร่งที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก.

ยกตัวอย่าง ระหว่างเดินทาง จุนซ่างเซียวเลี่ยงที่จะเดินทางผ่านป่าบนภูเขา เพราะไม่ต้องการพบเจอกับสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งนั่นเอง.

ไม่เพียงแต่ร่างกายของพวกมันที่ทรงพลัง ยังมีพลังเหนือมนุษย์เป็นอย่างมาก.

ด้วยพลังในระดับเดียวกัน มันสามารถบดขยี้มนุษย์ได้ราวกับผู้ใหญ่รังแกเด็ก!

บนโลกที่แตกต่างนี้ สัตว์ร้ายทรงพลังน่ากลัว จุนซ่างเซียวได้ตั้งใจว่า เพื่อชีวิตที่สวยงามคงจะดีกว่า หากหลีกเลี่ยงเดินทางบนป่าเขาลำเนาไพร.

“ไม่ใช่สัตว์ร้าย.”

ลู่เชียนเชียนเอ่ย “เป็นคน.”

“คน?”

จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางเบาใจขึ้นมาในทันที.

ขอเพียงไม่ใช่สัตว์ร้ายจากภูเขาสูง ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล.

เจ้าสำนักจุนที่แหวกหญ้าก้าวเข้าไป ก่อนที่จะมองเห็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาโชกไปด้วยโลหิต.

ไม่ใช่แค่คนเท่านั้น.

แต่เป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บหนัก!

ลู่เชียนเชียนก้าวตามและเอ่ยออกมาว่า “บาดแผลสาหัสมาก.”

ระหว่างที่ก้าวเข้าไป นางที่กวาดตามองและเอ่ยออกมาว่า “บาดแผลช้ำเขียวแล้ว อีกไม่นานคงจะตาย.”

จุนซ่างเซียวที่กล่าว “ช่วยไม่ได้แล้วรึ?”

ลู่เชียนเชียนที่จับจ้องมองจุนซ่างเซียวราวกับเห็นตัวโง่งม “ไม่ใช่ว่าท่านต้องการจะช่วยเขาหรอกนะ?”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “ช่วยชีวิตคน สร้างบุญกุศลได้มากกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น.”

ลู่เชียนเชียนกล่าวต่อ “ใครจะรู้ว่าเขาถูกศัตรูไล่ล่าอยู่หรือไม่? การช่วยเขา มีแต่นำปัญหามาให้สำนักและตัวเอง.”

จุนซ่างเซียวที่เข้าใจเรื่องดังกล่าวได้ดี.

เขาเริ่มสำรวจชายคนดังกล่าวพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า “เจ้าวางใจได้ บาดแผลที่หลังของเขา เจ้าคิดว่าเป็นฝีมือมนุษย์อย่างงั้นรึ?”

ลู่เชียนเชียนที่ส่ายหน้าไปมา “เป็นรอยกงเล็บ.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย “เช่นนั้นเขาก็บาดเจ็บจากสัตว์ร้าย ไม่ใช่ศัตรู.”

ลู่เชียนเชียนที่พยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวต่อ “คนผู้นี้บาดเจ็บหนักมาก สามารถตายได้ทุกขณะ ท่านเป็นหมออย่างงั้นรึ? ถึงจะช่วยเขา?”

“เปิ่นจั้ว แม้นว่าจะไม่ได้เป็นหมอ...”

จุนซ่างเซียวที่สะบัดมือเบา ๆ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม “แต่ก็มีเม็ดยาใช้รักษาอยู่.”

ลู่เชียนเชียนที่จับจ้องไปยังฝ่ามือของเขา เม็ดยาเท่าเม็ดถั่ว จึงกล่าวออกมาว่า “เม็ดยาที่เป็นเงา ไม่ใช่ว่าใช้ได้แค่รักษาบาดแผลทั่วไปหรอกรึ? จะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสได้อย่างไร?”

“เอาล่ะ ลองดูเดี๋ยวก็รู้.”

จุนซ่างเซียวพยุงชายบาดเจ็บ พร้อมกับใส่เม็ดยาเข้าไปในปาก เม็ดยาเมื่อเข้าไปในปากแล้ว พลังวิญญาณมากมายก็พวยพุ่งหมุนวนไปทั่วร่างของชายคนดังกล่าว.

ลู่เชียนเชียนยืนนิ่ง จับจ้องมองเขม็ง.

คนผู้นี้ไม่ใช่แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น อาการบาดเจ็บภายในนั้นสาหัสยิ่งกว่า เพียงแค่เม็ดยาฟื้นฟูทั่วไป เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษา.

“แค๊ก แค๊ก!”

ร่างกายของเขาที่ขยับ ชายที่หมดสติไปแล้ว เริ่มไอ หนัก หนังตาขยับไปมา.

ฟื้นคืนสติแล้วรึ?

ดวงตาคู่งามของลู่เชียนเชียน เผยท่าทางประหลาดใจ.

จุนซ่างเซียวเผยยิ้มพราย “ผลของเม็ดยาฟื้นฟูของข้า ดูเหมือนว่าจะไม่เลวเลย.”

จบบทที่ Chapter 5 ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

คัดลอกลิงก์แล้ว