Vi64
Vi64
หลังจากทุกอย่างในอาณาจักรดรัมได้ถูกจัดการเรียบร้อย เหล่าโจรสลัดหมวกฟางก็ออกเดินเรืออีกครั้ง พร้อมกับสมาชิกใหม่—ช็อปเปอร์ที่ขึ้นเรือด้วยกัน นั่นทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลกับอาการป่วยของนามิอีกต่อไป
พวกเขาจัดพิธีต้อนรับช็อปเปอร์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเสิร์ฟเหล้าสาเกบนเรือหมวกฟาง ท่ามกลางสายลมทะเลที่พัดเอื่อย เรือค่อย ๆ ลอยห่างออกจากฝั่ง จนกระทั่งพวกเขาเห็นใครบางคนที่ยังยืนอยู่บนเกาะ
“โอ้ย” โซโรที่ยืนอยู่บนยอดเขาเอ่ยพลางมองเรือหมวกฟางลอยลับตาไปช้า ๆ
(แค่ก! แค่ก! ล้อเล่นน่ะ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอก)
ทุกคนอยู่บนเรือพร้อมหน้า ฉลองต้อนรับช็อปเปอร์อย่างสนุกสนาน เรือของหมวกฟางมุ่งหน้าสู่อลาบาสตา แต่พอใกล้ค่ำ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เลียมยังไม่มีโอกาสได้นอนกับนามิ แม้พวกเขาจะเป็นคนรักกัน แต่ก็ไม่สามารถนอนห้องเดียวกันได้ โดยเฉพาะเมื่อวีวีและวาเลนไทน์ยังนอนกับนามิอยู่
เรื่องนี้ทำให้เลียมรู้สึกหดหู่อยู่ลึก ๆ
ตอนนี้เขามีทั้งวีวีและวาเลนไทน์ พอจบจากอลาบาสตา โรบินก็จะขึ้นเรืออีกคน แปลว่าเขาแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับนามิตามลำพังเลย
เลียมได้แต่ถอนหายใจยาว
คืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น เหล่าหมวกฟางกำลังพักผ่อนอยู่บนดาดฟ้า เนื่องจากเลียมต้องกินเยอะ เขาจึงพยายามตกปลาให้ได้มากที่สุด
เป้าหมายต่อไปคือเมืองนาโนฮานา ซึ่งพวกเขาจะไปเติมเสบียง น้ำดื่ม และอาหาร จากนั้นก็จะมุ่งหน้าไปยังเรนเบส ฐานหลักของครอกโคไดล์
เลียมไม่อยากใช้เส้นทางอ้อม เพราะจะยากเกินไป เขาจึงบอกพวกเธอตรง ๆ ว่าตราบใดที่พวกเขาสามารถทำให้ฝนตกในอลาบาสตาได้ สงครามก็จะจบลง แต่ก่อนอื่น พวกเขาต้องโค่นครอกโคไดล์ให้ได้
ทั้งวันเลียมตกปลาได้มากพอสมควร
“เลียม นี่!” อุซปยื่นคันเบ็ดทรงไม้ไผ่ให้เขา
“ขอบใจมาก อุซป! นายเก่งจริง ๆ เรื่องแบบนี้” เลียมหัวเราะและขอบคุณ เขารีบเดินออกจากห้องพัก เห็นนามิยืนอยู่บนดาดฟ้า
เขารีบวิ่งไปหาเธอทันที พลางยิ้มกว้าง
“อะไรของนาย?” นามิถามด้วยน้ำเสียงสงสัย เธอสังเกตว่าเขาถืออะไรบางอย่างซ่อนไว้ด้านหลังแต่ก็มองไม่เห็น
“เลียม นายแอบซ่อนไม้แปลก ๆ ทำไม?” เสียงของลูฟี่ดังขึ้นข้างเขา ทันใดนั้น เส้นเลือดบนหน้าผากของเลียมก็ปูดขึ้นมา
ผัวะ!
“หุบปากสักนาทีได้ไหม มันควรจะเป็นเซอร์ไพรส์นะเฟ้ย!” เลียมตบหัวลูฟี่อย่างแรง เขาเกือบลืมไปเลยว่าลูฟี่ยืดคอได้
“เสร็จแล้วเหรอ?” นามิมองเขาด้วยตาเบิกกว้าง
“ใช่!” เลียมพยักหน้าแล้วยื่นอาวุธให้เธอ
“ขอบคุณมาก เลียม! นายยอดเยี่ยมที่สุดเลย!” นามิโผเข้ากอดเขา พร้อมรับอาวุธจากมือเขาไป
“ไม่เป็นไรหรอก จริง ๆ แล้วอุซปเป็นคนสร้างมันน่ะ” เลียมพูดขณะรับรู้ถึงร่างอ่อนนุ่มของเธอแนบชิด ซึ่งทำให้เขาเขินจนหน้าแดง แม้นามิจะดูเปิดเผยเสมอ แต่เขายังไม่ชินกับสิ่งเหล่านี้นัก
“ขอบคุณนะ อุซป!” นามิยกมือโบกไปทางห้องพักที่อุซปยืนอยู่ เขายิ้มและชูนิ้วโป้งตอบกลับมาอย่างภาคภูมิใจ
ไม่นานนัก ซันจิก็ทำอาหารเย็นเสร็จ ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะบนม้านั่ง รออาหารกันอย่างตื่นเต้น
“ว่าแต่เลียม ตอนนี้นายสู้ไม่ได้แล้ว นายจะทำยังไงต่อไป?” ลูฟี่ถามขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
“ใครบอกว่านายสู้ไม่ได้?” เลียมกลอกตา แล้วถามกลับ แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกวาบที่หลัง เขารีบเปลี่ยนคำพูด
“หมายถึง...ใครบอกว่านายสู้ไม่ได้ เลย ต่างหากล่ะ! ก็แค่ต่อยเตะไม่ได้ แต่ยังสู้ได้นะ”
“นายจะใช้อย่างอื่นสู้แทนเหรอ?” ลูฟี่ถามงง ๆ
“ใช่ ตอนนี้มือกับขาใช้ไม่ได้ก็จริง แต่ยังมีอาวุธอยู่ใช่มั้ยล่ะ? เชื่อชั้นเถอะ ถึงแม่นจะสู้กับอุซปไม่ได้ แต่ถ้าใช้ระยะไกล ชั้นจะดีกว่าเขาแน่นอน” เลียมพูดพร้อมกับตบบ่าอุซป
“อย่าโกรธนะ นายแค่โดนใช้เป็นตัวอย่างเฉย ๆ”
“ต้องเป็นชั้นเลยเรอะ!?” อุซปเกือบน้ำตาร่วง
“ฮ่าๆๆ! งั้นนายก็ต้องเก่งขึ้นสิ” เลียมหัวเราะแล้วพูดต่อ
“ยังไงตอนนี้ชั้นก็ไม่สามารถต่อยเตะได้เกินสัปดาห์ละครั้ง ดังนั้นต้องรีบพัฒนาแนวทางการสู้แบบระยะไกลซะแล้ว จะได้ไม่ต้องใช้แรงมากในศึกหน้า”
“เลียม นายอยากให้ชั้นสร้างอาวุธให้มั้ย?” อุซปถาม “แต่เวลามีน้อย คงทำไม่ทันนะ”
“ไม่เป็นไร ชั้นคิดว่าชั้นจะใช้เวลาฝึกทักษะการยิงพร้อมกับฝึกฮาคิสังเกตไปด้วย ถึงจะใช้ร่างกายไม่ได้ แต่จะพัฒนาฮาคิจนใช้ในสนามรบให้ได้เลย” เลียมตอบพลางส่ายหน้า
“อาหารมาแล้ว!” ซันจิพูดพลางยกปลาใหญ่ที่หั่นใส่เครื่องเทศและผักเรียบร้อยแล้วมาวางบนโต๊ะ
“ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ เดี๋ยวชั้นช่วยแทนนายเอง” ซันจิตบไหล่เลียมเบา ๆ
“เปล่าหรอก ชั้นไม่ได้ฝืนเลย ก็ชั้นซ้อมไม่ได้ ออกไปตากแดดก็ไม่ได้ สู้จริงก็ไม่ได้อยู่แล้ว”
“แปลว่าชั้นสามารถทุ่มเทกับสิ่งที่สำคัญและใหม่สำหรับชั้นได้เต็มที่” ขณะที่พูด เลียมแอบมองนามิ
ไม่มีใครสังเกตยกเว้นวีวีกับซันจิ
ในวินาทีนั้นเอง เลียมรู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านจากด้านหลัง เขาตัวสั่นนิด ๆ ราวกับกำลังจะถูกจับโยนเข้าหม้อ
แต่โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นามิหน้าแดงนิด ๆ แล้วก็กินต่อ ส่วนเลียมก็รีบกินอย่างรวดเร็ว
ทุกคนกำลังกินกันอย่างสงบสุข ยกเว้นเลียมกับลูฟี่ที่แทบจะกลืนทั้งจาน หลังมื้อค่ำ ทุกคนแยกย้ายกันไปนอน
เช่นเดียวกับคืนก่อน เลียมก็ยังไม่มีโอกาสได้อยู่กับนามิ
วันถัดมา
ดวงอาทิตย์แผดเผาราวกับจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่ง เมื่อพวกเขาเข้าใกล้เขตอลาบาสตา อุณหภูมิก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ
“เลียม นายโอเคไหม?” อุซปถามเมื่อเห็นเลียมกำลังพัดตัวเอง
“โอเคอยู่ แค่อากาศร้อนเกินไปน่ะ ชั้นไม่ค่อยชินกับทะเลทรายเท่าไหร่” เลียมตอบ แม้จะไม่ถึงขั้นร้อนจนหมดแรง แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยเจอสภาพอากาศแบบนี้มาก่อน
“ใส่นี่สิ” นามิเอาหมวกปีกกว้างสีดำใบใหญ่มาสวมให้เขา เงาของหมวกช่วยบังแดดจนรู้สึกเย็นลง
“ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นรับมือได้ แต่ถ้ามีอะไรจริง ๆ เราก็ยังมีช็อปเปอร์ใช่มั้ย?” เลียมหันไปมองช็อปเปอร์ยิ้ม ๆ
“ใช่ ๆ พึ่งพาชั้นได้เลย!” ช็อปเปอร์ยิ้มกว้าง
“แต่ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วย!” นามิเอามือเท้าเอวแล้วพูดเสียงดัง
“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว แถมนี่ไง ดูสิ ไอน้ำพวกนั้น ชั้นว่าเราเข้าเขตภูเขาไฟแล้วนะ” เลียมชี้ไปยังไอน้ำที่พวยพุ่งจากผิวน้ำ
“แย่ล่ะ! ทำไมไม่เตือนชั้นก่อนเนี่ย?” นามีรีบวิ่งขึ้นบนยอดเรือไปตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ ขณะที่เลียมหันไปมองหาใครบางคน
เขาสงสัยว่าครอกโคไดล์จะส่งคุณสองมารึเปล่า เขาชอบคุณสอง เพราะเป็นคนที่เหมาะจะเป็นเพื่อนของลูฟี่เลยทีเดียว เพียงแต่ตอนนี้เขาคือศัตรู
เขาเลยไม่รู้ว่าจะรับมือยังไง
“เลียม นายคิดอะไรอยู่?” อุซปถาม
เลียมคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “นายคิดว่าถ้าเราพยายามตกจริง ๆ เราจะตกคนขึ้นมาได้มั้ย?”
“คำถามบ้าอะไรของนายน่ะ?” อุซปกลอกตา
“ก็แค่อยากลองตกคนดู” ว่าแล้วเลียมก็หย่อนเบ็ดลงน้ำ ขณะเรือเคลื่อนผ่านเขตไอน้ำ
“ว่าแต่ ไอน้ำพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ?” โซโรเดินเข้ามาถาม
“ก็เพราะมีภูเขาไฟใต้ทะเลน่ะสิ จริง ๆ ใต้ทะเลมีภูเขาไฟมากกว่าบนพื้นดินอีกนะ เจออะไรแบบนี้เลยไม่แปลก” เลียมอธิบาย
“โอ้ว! ว่าแต่เลียม นายอยากฝึกฮาคิสังเกตร่วมกับชั้นมั้ย?”
ผัวะ!
เมื่อโซโรพูดจบ ร่างเงาๆ ก็โผล่มาด้านหลังอย่างรวดเร็วแล้วตบหัวเขาเต็มแรง
“เฮ้ย...ใครฟะ! มาตีหัวทำไม?” โซโรหันมาอย่างโมโห แต่พอเห็นว่าเป็นนามิ สีหน้าก็อ่อนลง แล้วถามอย่างสงบ
นามีบิดแก้มเขาแล้วพูดว่า
“ลืมไปแล้วเหรอว่าหมอด็อกเตอร์คุเรฮะห้ามเลียมฝึก นายจะให้เขาเจ็บซ้ำรึไงหา!?”
เลียมเกาหัวแล้วพูดเบา ๆ
“ก็...ฝึกนิด ๆ ไม่น่าจะเป็นไรหรอกมั้ง...”
นามิหันมามองเขาตาเขียวแล้วชูกำปั้นขึ้นมา
“อยากลองชิมหมัดนี้ดูมั้ย?”
จบตอน