- หน้าแรก
- เมี๊ยวเกิดใหม่พิชิตจักรวาล
- บทที่ 28 : จะมาขโมยตัวหนูจูจูไปแบบนี้ได้ยังไง?
บทที่ 28 : จะมาขโมยตัวหนูจูจูไปแบบนี้ได้ยังไง?
บทที่ 28 : จะมาขโมยตัวหนูจูจูไปแบบนี้ได้ยังไง?
หร่วนชิงหรันล้วงหยิบซองบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวยาวออกมา ยื่นให้อวี่เซิงมวนหนึ่ง
ทั้งสองคนยืนพิงราวระเบียง มองดูฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำเบื้องล่าง
หร่วนชิงหรันเพียงแค่คีบบุหรี่ไว้ในนิ้วมือโดยไม่ได้จุดไฟ ท่าทีนั้นแฝงความเฉยเมยและดูสบายๆ ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
"ก่อนหน้านี้ฉันออกปฏิบัติภารกิจกับกองทัพที่หนึ่ง แล้วโชคไม่ดีไปเจอพวกแมลงระดับสูงเข้าน่ะ"
แม้เขาจะไม่ได้เล่ารายละเอียดหลังจากนั้น แต่อวี่เซิงก็เข้าใจได้ทันที
หมอของโรงพยาบาลอันดับหนึ่งทุกคนสังกัดกองทัพ ปกติจะประจำการอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เมื่อเกิดภาวะสงคราม พวกเขาต้องออกปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองทัพ
พวกเขาเป็นทั้งหมอ และเป็นทหารที่ยอดเยี่ยมในเวลาเดียวกัน
มลภาวะทางพลังจิตจะทวีความรุนแรงขึ้นตามการใช้งาน และในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่สามารถขจัดมลภาวะจาก 'สสารเอ็กซ์' ได้อย่างหมดจด
เดาได้ไม่ยากเลยว่า เขาคงต้องใช้พลังจิตไปไม่น้อยตอนที่ปะทะกับพวกแมลงระดับสูง และคงใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานด้วย
"ฉันใช้ยาระงับไปสามเข็มเพื่อคุมอาการ"
เขาพูดออกมาเรียบๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่ใครๆ ก็รู้ว่ายาระงับนั้นรักษาได้แค่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
การใช้พลังจิตบ่อยครั้งรังแต่จะเพิ่มระดับมลภาวะให้สูงขึ้น มิหนำซ้ำ การใช้ยาระงับมากเกินไปยังสร้างภาระหนักหน่วงให้กับร่างกาย หากสูญเสียการควบคุมจนเข้าสู่ภาวะคลุ้มคลั่งเมื่อไหร่ โอกาสที่จะเรียกสติกลับคืนมาแทบจะเป็นศูนย์
ปัจจุบัน ยังไม่เคยมีกรณีตัวอย่างที่ใครสามารถดึงสติกลับมาจากภาวะคลุ้มคลั่งได้ด้วยพลังใจของตัวเองแม้แต่รายเดียว
"ดูแลตัวเองดีๆ หน่อยสิ"
อวี่เซิงตบไหล่เพื่อนเบาๆ ด้วยความรู้สึกจนปัญญา เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีใครหาทางแก้ได้
"ฉันไม่อยากเห็นข่าวการตายก่อนวัยอันควรของนายหรอกนะ"
ทั้งสองเปลี่ยนเรื่องคุยกันสักพัก เมื่อเห็นว่าได้เวลาสมควรแล้ว หร่วนชิงหรันก็พาญาติผู้น้องตัวน้อยกลับ
ทว่า เขาไม่ได้พากลับไปที่คฤหาสน์จอมพล แต่ส่งข้อความแจ้งคุณพ่อบ้าน แล้วพาหร่วนจูตรงดิ่งไปยังวิลล่าส่วนตัวที่เขาพักอาศัยอยู่เป็นประจำแทน
คุณพ่อบ้านที่ได้รับข้อความ: จะมาขโมยตัวคุณหนูของเราไปหน้าตาเฉยแบบนี้ได้ยังไง!!!
ขณะนั่งอยู่บนรถโฮเวอร์คาร์ หร่วนชิงหรันเปิดดูเทอร์มินัลส่วนตัว พบข้อความจำนวนมากถูกส่งเข้ามา
แถมในกลุ่มพนักงานของโรงพยาบาลยังมีคนแท็กหาเขาเต็มไปหมด
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกดเข้าไปดูข้อความในกลุ่มแชต
เจ้าหมาไม่อยากทำโอ: ดูสิว่าฉันเจออะไร!!!
เจ้าหมาไม่อยากทำโอ: [คลิปวิดีโอ] [คลิปวิดีโอ]
เจ้าหมาไม่อยากทำโอ: @หร่วนชิงหรัน มารับไปด่วน! คนหล่อในคลิปนั่นคุณใช่ไหม ใช่คุณแน่ๆ!
ผมร่วงก็ยิ่งแกร่ง: บุคลิกแบบนี้ เบ้าหน้าฟ้าประทานแบบนี้ จะเป็นใครไปได้นอกจากคุณหมอหร่วนเทพบุตรประจำโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเรา
อยากบีบทุกคนให้แหลกคามือ: กรี๊ดดด!!! ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านฉันก็จำหน้าหล่อๆ นี้ได้ เทพบุตรของฉันชัวร์
ผมร่วงก็ยิ่งแกร่ง: ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ถ้าบอกว่าดูจากกะโหลกแล้วจำได้ยังพอเชื่อ แต่ถ้าเป็นเถ้าถ่าน ฉันอยากถามจริงว่าแกจะดูยังไง มันก็แค่กองแคลเซียมฟอสเฟตไม่ใช่เหรอ?
อยากบีบทุกคนให้แหลกคามือ: ไอ้ผู้ชายทึ่ม ไสหัวไปเลยไป๊! @หร่วนชิงหรัน เทพบุตรขา มาดูหน่อยเร็ว
เจ้าหมาไม่อยากทำโอ: ตอนนี้ขึ้นเทรนด์ฮิตในเครือข่ายดวงดาวแล้ว! ฉันแค่อยากถามเบาๆ ว่าเด็กในอ้อมกอดเทพบุตรคือใคร? น้องสาวเหรอ?
อยากบีบทุกคนให้แหลกคามือ: น่ารักมาก อยากขยำแก้ม จู่ๆ จะมีเด็กน่ารักเรียบร้อยขนาดนี้โผล่มาได้ไง ฉันเป็นหมอฉีดยาให้เด็กมาสิบปี ยังไม่เชื่อเลย!
อยากบีบทุกคนให้แหลกคามือ: นอกเสียจากว่าเทพบุตรจะพาเจ้าตัวเล็กมาอธิบายให้ฉันฟังต่อหน้า
ไม่อยากบีบใครอยากนอนเป็นปลาเค็ม: ฉันไปไล่อ่านคอมเมนต์ในเครือข่ายดวงดาวมาแล้ว เจ้าเบบี๋ตัวน้อยน่ารักเกินต้านจริงๆ!
ไม่อยากบีบใครอยากนอนเป็นปลาเค็ม: @หร่วนชิงหรัน เทพบุตร ทำไมไม่บอกกันก่อนว่ามีน้องสาวสวยขนาดนี้! พามาที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ? พลีสสส (สติ๊กเกอร์ทำตาปริบๆ)
ไม่อยากบีบใครอยากนอนเป็นปลาเค็ม: สีผมน้องเหมือนกับเทพบุตรเปี๊ยบ แถมหน้าตาดีทั้งคู่ ต้องเป็นน้องสาวแน่ๆ
อยากบีบทุกคนให้แหลกคามือ: ดูออกเลยว่าหลิงหลิงของเราตื่นเต้นจัด ความเร็วในการพิมพ์นี่ระดับคนโสดร้อยปีชัดๆ!
ไม่อยากบีบใครอยากนอนเป็นปลาเค็ม: อ๊าย... ผมฟูๆ นั่น ดวงตาโตใสแจ๋วเหมือนน้ำทะเล แล้วก็แก้มยุ้ยๆ ที่ปิดไม่มิดนั่นอีก เวลายิ้มช่างนุ่มฟูละมุนใจเหลือเกิน อยากฟัดแก้ม!
ไม่อยากบีบใครอยากนอนเป็นปลาเค็ม: @หร่วนชิงหรัน แงงง... เทพบุตร เห็นใจฉันเถอะ พาน้องสาวมาที่โรงพยาบาลนะ ถ้าคุณไม่มีเวลา ฉันช่วยดูแลให้ก็ได้!
เสียงดีดลูกคิดรางแก้วดังกระทบหน้าหร่วนชิงหรันจังๆ
เขากวาดตามองข้อความแชตที่เหลือผ่านๆ จนเข้าใจที่มาที่ไปทั้งหมด
เขาไม่คิดเลยว่าแค่พาญาติผู้น้องไปเที่ยวสวนสนุกตามปกติ จะกลายเป็นกระแสฮือฮาได้ขนาดนี้?
ในเครือข่ายดวงดาว กระแสเกี่ยวกับพวกเขายังคงคุกรุ่นอยู่ แต่อันดับความนิยมตกลงมาเล็กน้อย
ตอนนี้หัวข้อที่ยึดครองอันดับหนึ่ง คือข่าวเรื่องสัตว์อสูรหมาป่าเกิดภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่ง
เขาเพียงแค่กวาดตามองผ่านๆ อย่างเฉยเมยแล้วละสายตาออกมา
เขาเห็นเรื่องพรรค์นี้มามากจนชาชิน และสามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างสงบนิ่งแล้ว
ต่อให้ถึงวันที่พลังจิตของตัวเขาเองเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา เขาก็คิดว่าคงยอมรับชะตากรรมได้อย่างสงบเช่นกัน
เขาเลือกที่จะกดเปิดดูคลิปวิดีโอของเขากับญาติผู้น้องแทน
ในช่องคอมเมนต์ข้างล่าง ทุกคนต่างแย่งกันอยากเป็นพ่อเป็นแม่ของหร่วนจู หรือไม่ก็เข้ามาสารภาพรักกับเขา
หร่วนชิงหรันอ่านผ่านๆ แล้วหัวเราะในลำคอ "อยากรู้จังว่าถ้าคุณอามาเห็นเข้าจะทำหน้ายังไง"
เขาลูบคาง ครุ่นคิดอย่างนึกสนุก
เมื่อถึงที่หมาย หร่วนชิงหรันก็อุ้มเจ้าตัวเล็กที่หลับปุ๋ยขึ้นมาจากรถ
เจ้าก้อนแป้งขดตัวน้อยๆ ในอ้อมกอดเขา แก้มยุ้ยข้างหนึ่งแนบชิดกับหน้าอกกว้าง
แก้มป่องๆ นุ่มนิ่มถูกกดจนบี้แบน
ขณะซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดพี่ชาย หร่วนจูยังขยับตัวถูไถเบาๆ นิ้วมือน้อยๆ กำเสื้อตรงหน้าอกเขาไว้แน่น
"เบาหวิวเลย"
มุมปากของหร่วนชิงหรันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าสองเมตรประคองอุ้มญาติผู้น้องไว้ราวกับกำลังอุ้มตุ๊กตาบอบบาง
หร่วนจูตัวเล็กนิดเดียวจริงๆ
พอนึกถึงร่างสัตว์อสูรของเจ้าตัวเล็กที่ยิ่งเล็กกว่านี้อีก ชนิดที่อุ้มได้ด้วยมือเดียว...
หร่วนชิงหรันพาเธอเข้าไปในห้องนอน เขาคิดว่าการมีหมอนข้างใบน้อยนุ่มนิ่มมานอนเบียดคงทำให้นอนหลับยาก เพราะเขาไม่เคยนอนเตียงเดียวกับใครมาก่อน
แม้แต่เวลาออกไปทำศึก ทุกคนต่างก็มีแคปซูลจำศีลส่วนตัว
แต่ผิดคาด เมื่อได้กอดเจ้าตัวเล็ก ได้กลิ่นหอมเหมือนนมอ่อนๆ จากตัวเธอ ผสมกับกลิ่นหอมบางอย่างที่เขาบรรยายไม่ถูก
พลังจิตที่ปั่นป่วนเล็กน้อยจากการควบคุมหมาป่าในวันนี้กลับสงบลงอย่างมาก
เขาผล็อยหลับไป และหลับลึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตื่นมาอีกทีในเช้าวันรุ่งขึ้น ก็รู้สึกว่าร่างกายเบาสบายและผ่อนคลายไปทั้งตัว
พอมองดูเวลา ก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงเช้าแล้ว
"แปลกจัง เมื่อคืนไม่ปวดหัวเลยแฮะ" หร่วนชิงหรันพึมพำ ใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าผาก
แม้พลังจิตของเขาจะปั่นป่วนเพียงเล็กน้อยจากการต่อสู้กับหมาป่าคลุ้มคลั่งตัวนั้น แต่เขาก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องปวดหัวทั้งคืนจนนอนไม่หลับแน่ๆ
แต่ที่ไหนได้ นอกจากจะหลับปุ๋ยแล้ว ยังหลับสนิทสุดๆ แถมตื่นมาวันนี้ก็ไม่มีอาการข้างเคียงหลงเหลืออยู่เลย
อืม... ชักจะแปลกๆ แล้วสิ เดี๋ยวไปถึงโรงพยาบาลต้องตรวจร่างกายตัวเองดูหน่อยแล้ว
เขาหันมองญาติผู้น้องที่นอนหลับปุ๋ยอย่างว่าง่ายและน่ารักอยู่ข้างๆ มือเล็กๆ ยกขึ้นมาวางข้างศีรษะ มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มบางเบา
แต่เพียงครู่เดียว เขาก็กลับมามีท่าทีเฉยเมยตามเดิม ลุกขึ้นจากเตียงและเปลี่ยนเสื้อผ้า
ได้เวลาเตรียมมื้อเช้าแล้ว