- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 240 สมาชิกใหม่
บทที่ 240 สมาชิกใหม่
บทที่ 240 สมาชิกใหม่
เจียงเฝ่ย: "ฉันยังมีน้ำยาพิเศษอีก 10 ลิตร พอให้เขตเพาะเลี้ยงใช้ไปได้อีกสักพัก"
"ฉันต้องการแค่วัวกับแพะเป็นคู่"
ทองคำเธอหาได้ แต่วัวกับแพะหายาก
ผ่านภัยพิบัติมาปีกว่า สัตว์นอกฐานถ้าไม่ถูกผู้รอดชีวิตจับกิน ก็หนีเข้าป่าลึกไม่ออกมา
เธออยู่ข้างนอกมาตั้งนาน ยังไม่เคยเจอสักตัว
เจียงเฝ่ยอ้างเพื่อนในจินตนาการ: "น้ำยาพิเศษเพื่อนฉันเป็นคนทำ"
"ใช้หมดแล้ว ฉันยังไปเอาที่เธอได้อีก แค่ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับไม่กี่วัน"
ความหมายแฝงคือ สามารถร่วมมือกันได้เรื่อยๆ
เซ่าจื่อเยว่สนใจมาก
แต่วัวแพะสี่ตัวมันเยอะเกินไป
จึงเริ่มหาข้ออ้างต่อรอง
"วัวแพะกินจุมาก มื้อหนึ่งกินหญ้าไม่น้อย ตอนนี้เพาะปลูกยาก คุณเลี้ยงสี่ตัวภาระหนักนะ เลี้ยงแพะตัวเดียวก็พอแล้วมั้ง"
เจียงเฝ่ย: "ฉันมีห้างเล็กๆ ป้อนผักผลไม้สดให้พวกมันได้"
เซ่าจื่อเยว่สะอึก แต่ยังไม่ยอมแพ้
"ดูแลไม่ดีพวกมันป่วยง่ายนะ"
"ฉันเคยเรียนปศุสัตว์ รวมถึงการดูแลหลังคลอด หลิงเจ้าหรุยนับเป็นรุ่นพี่ฉัน"
ไม่ว่าเซ่าจื่อเยว่จะยกปัญหาอะไรมา เจียงเฝ่ยก็รับมือได้สบาย
หลังต่อรองกันสักพัก
สรุปจบที่วัวตัวผู้หนึ่งตัว ตัวเมียหนึ่งตัว ทั้งคู่เป็นลูกวัวอายุหนึ่งปี
ไม่ได้แพะ เจียงเฝ่ยก็ไม่รีบร้อน
เธอเชื่อว่าเซ่าจื่อเยว่ต้องกลับมาขอแลกเปลี่ยนอีกแน่
เซ่าจื่อเยว่ใช้วิทยุสื่อสารเรียกคนของเขตเพาะเลี้ยงให้มาส่งลูกวัว ส่วนเจียงเฝ่ยขึ้นไปเอาน้ำพุ
หาถังน้ำแร่เปล่าขนาด 10 ลิตร กรอกน้ำพุจนเต็มแล้วหิ้วลงมา
มองของเหลวใสในถังพลาสติก เซ่าจื่อเยว่ก็ยังรู้สึกว่ามันเหมือนน้ำเปล่าอยู่ดี
แต่ทว่า น้ำเปล่าที่ว่านี้แหละ ที่ช่วยรักษาโซนเพาะปลูกของเขตเพาะเลี้ยงไว้ ไม่ให้ฐานเมืองหลวงเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร
เกือบสองชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็ขับรถลากมา
ท้ายรถวางกรงเหล็กขนาดใหญ่ที่แข็งแรงทนทาน
ข้างในมีลูกวัวลายขาวดำสองตัว ดวงตาแดงก่ำ ใช้หัวกระแทกกรงเหล็กอย่างเกรี้ยวกราด จนเกิดเสียงดังปังๆ
เจียงเฝ่ยเปิดประตูรั้ววิลล่า ให้รถลากเข้ามาในสวน
เจ้าหน้าที่ช่วยกันยกลงเหล็กลงจากรถ
กรงเหล็กหนักมาก จังหวะสุดท้ายพวกเขารับน้ำหนักไม่ไหว กรงจึงกระแทกพื้นอย่างแรง
"มอ——" ลูกวัวในกรงร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ดูเหมือนจะไม่พอใจการกระทำของมนุษย์เอามากๆ
เจียงเฝ่ยแววตาไหววูบ
แสนรู้ขนาดนี้... หรือว่าจะเป็นสัตว์กลายพันธุ์?
เซ่าจื่อเยว่มอบกุญแจกรงและปืนยาสลบสองกระบอกให้เจียงเฝ่ย เตือนว่า:
"สัตว์ในเขตเพาะเลี้ยงได้รับผลกระทบจากหมอกสีเทา ตอนนี้ดุร้ายมาก แนะนำว่าอย่าเปิดประตูกรงนะคะ"
"เวลาให้อาหารผ่านซี่กรง ก็ถอยออกมาห่างๆ หน่อย"
"ถ้าลูกวัวคลุ้มคลั่งคุมไม่อยู่ คุณฉีดยาสลบให้พวกมันได้เลย"
พูดถึงตรงนี้ เซ่าจื่อเยว่ลองหยั่งเชิงถาม: "คุณเจียงคะ เพื่อนคุณที่คิดค้นน้ำยาพิเศษได้ พิสูจน์แล้วว่าเก่งมาก คุณช่วยถามเขาให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าสนใจมาทำงานที่เขตเพาะเลี้ยงหรือเปล่า?"
"ฉันจะให้ค่าตอบแทนเพื่อนคุณอย่างดีที่สุด"
เจียงเฝ่ยแสร้งทำเป็นเสียดาย: "เมื่อก่อนตอนอยู่ฐานที่มั่นเมืองชิงหยางฉันเคยถามแล้ว เธอไม่สนใจเรื่องโลกภายนอก อยากอยู่แต่ในบ้านตัวเองค่ะ"
"งั้นเหรอคะ"
เซ่าจื่อเยว่พาลูกน้องกลับไปอย่างผิดหวัง
ปิดประตูรั้ว เจียงเฝ่ยเก็บกรงเหล็กเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต
จู่ๆ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ลูกวัวสองตัวยิ่งหงุดหงิด เริ่มกัดซี่กรง ส่งเสียงร้องขู่ต่ำๆ ไม่หยุด
เสียงดังแชะ เจียงเฝ่ยหยิบปืนพ่นไฟขึ้นมาจุด
เปลวไฟร้อนแรงพุ่งออกมาทันที
ลูกวัวสองตัวสัมผัสได้ถึงอันตรายตามสัญชาตญาณ ถอยกรูดหนีจากซี่กรงด้วยความกลัว
เจียงเฝ่ยจงใจขู่ลูกวัว:
"ฉันจะไม่ทำร้ายพวกแก แต่ถ้าไม่เชื่อฟัง ยังกระแทกไปมาอีก คืนนี้จะจับทำวัวหันทั้งตัวเลย"
ราวกับฟังเจียงเฝ่ยรู้เรื่อง ลูกวัวทั้งสองสงบลงทันที
กลายพันธุ์จริงๆ ด้วย
สัตว์กลายพันธุ์ก็เหมือนต้าหวง ฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง ฉลาดเป็นกรด
เจียงเฝ่ยตักน้ำพุมาหนึ่งชาม เปิดประตูกรง วางชามน้ำไว้บนพื้น ทดสอบอีกครั้ง
"กินน้ำซะ แล้วฉันจะดับไฟ"
ลูกวัวสองตัวกระพริบตาปริบๆ เหมือนกำลังทำความเข้าใจความหมายของเจียงเฝ่ย
จนกระทั่งเจียงเฝ่ยชี้ไปที่ชามน้ำ ทำท่าดื่มน้ำ ลูกวัวทั้งสองถึงเดินเข้ามากินน้ำพุ
เส้นเลือดฝอยในดวงตาค่อยๆ จางหายไป
กินน้ำหมด ลูกวัวขยับเข้ามาใกล้เจียงเฝ่ย เอาหัวถูแขนเธอเบาๆ
ลูกวัวอีกตัวกลัวปืนพ่นไฟ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ลูกวัวทั้งสองตัวดูเชื่องลงอย่างเห็นได้ชัด
นึกไม่ถึงว่าน้ำพุจะรักษาพวกสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกสีเทาได้ด้วย
เจียงเฝ่ยดับไฟอย่างแปลกใจ พาลูกวัวทั้งสองไปที่คอกวัว
เติมน้ำพุใส่รางน้ำจนเต็ม เจียงเฝ่ยไปขนลังผักผลไม้และหญ้าแห้งจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ตมาเทใส่รางอาหาร
ตัวผู้ลายสีดำเยอะกว่า ตัวเมียลายสีขาวเยอะกว่า
เจียงเฝ่ยตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่: "ต่อไปแกชื่อต้าเฮย (ดำใหญ่)"
"แกชื่อต้าไป๋ (ขาวใหญ่)"
"อยู่ที่นี่ดีๆ นะ ครั้งหน้าเข้ามาฉันจะเอาอาหารมาให้อีก"
จัดการลูกวัวสองตัวเรียบร้อย เจียงเฝ่ยออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต นำรถตู้ธุรกิจออกมา
ใช้วิทยุสื่อสารเรียกพวกเจียงเจิ้งคัง พอรู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของฐานเมืองหลวง ก็ขับรถไปสมทบ
จอดรถเสร็จ เจียงเฝ่ยเดินไปที่ร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
ทุกคนยืนรออยู่หน้าร้าน ในมือถือถุงคนละใบ
เจียงเสี่ยวสือเปลี่ยนชุดและรองเท้าใหม่ทั้งตัวแล้ว
ลู่ยู่หาเวลาว่างมาได้ ช่วยซูหลิวหย่วนถือของ
เห็นโหย่วอวี่ซีอยู่ด้วย เจียงเฝ่ยถามด้วยความสงสัย: "คุณโหย่วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?"
"เมื่อกี้ฉันเดินซื้อของเจอซูหลิวหย่วน ก็เลยขอแจมด้วยน่ะ"
โหย่วอวี่ซีควงแขนเจียงเฝ่ยอย่างสนิทสนม: "คุณเจียงจะซื้ออะไรคะ? เดี๋ยวฉันพาไป"
"วันนี้ฉันเลี้ยงพวกคุณเอง!"
"แต้มผลงานที่พ่อแม่โอนให้ ฉันใช้ตั้งนานก็ไม่หมดสักที พวกคุณช่วยฉันใช้หน่อยนะ"
มีคนจ่ายให้ เจียงเฝ่ยเลยเดินดูของในย่านนี้
ห้างผิงอันมีครบทุกอย่าง พวกเจียงเจิ้งคังเลยซื้อแค่เสื้อผ้าใส่เปลี่ยน
เจียงเฝ่ยกับลู่ยู่ไม่มีของที่อยากได้ เน้นเดินเป็นเพื่อน
เดินกันค่อนวัน ฟ้าก็มืด เจียงเฝ่ยชวนทุกคนไปกินมื้อเย็นที่ร้านอาหาร
เป็นร้านอาหารผสมผสานตะวันตกและจีนที่เคยมา
ชั้นหนึ่งนั่งไม่พอ เจียงเฝ่ยเลยจองห้องส่วนตัวชั้นสอง
โหย่วอวี่ซีสั่งไวน์แดงมาหนึ่งขวด
คงเพราะไม่เคยดื่มเหล้า โหย่วอวี่ซีดื่มไปแก้วเดียวหน้าก็แดงแล้ว
ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เด็กน้อยก็นึกถึงคนที่คิดถึงไม่ได้ขึ้นมาอีก
"พวกคุณว่า... ฉันต้องทำยังไง เหยียนอันถึงจะชอบฉันคะ?"
คราวนี้เจียงเฝ่ยมีประสบการณ์แล้ว เม้มปากแน่นไม่ส่งเสียง
เหยาจิน: "คุณโหย่ว คุณทั้งสวย น่ารัก นิสัยดี ไม่จำเป็นต้องเป็นม่อเหยียนอันก็ได้นี่ครับ"
หานหยาง: "นายน้อยม่อก็ดี แต่ไม่เหมาะกับคุณหรอก"
เจียงเจิ้งคัง: "หนูเอ๊ย ทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล อย่าไปยึดติดกับต้นไม้ต้นเดียวเลย"
เฉาซิ่วหงปิดหูเจียงเสี่ยวสือ: "คนโบราณว่าไว้ คางคกสองขายังหายากกว่าผู้ชายสามขาอีกนะ" (เปรียบเปรยว่าผู้ชายหาง่าย)
เจียงเสี่ยวสือกระพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจ
ทำไมป้าต้องปิดหูเขาด้วยล่ะ?
ทุกคนผลัดกันพูดปลอบใจโหย่วอวี่ซี
ลู่ยู่ ซูหลิวหย่วน หนิวเอ้อร์ นั่งกินข้าวเงียบๆ
เห็นโหย่วอวี่ซีเมาจนตาหวานเยิ้ม เจียงเฝ่ยลุกออกไปข้างนอกกะจะหาบริกรขอน้ำอุ่น ทันใดนั้นก็สบตากับดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาเขม็ง