- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 220 เกรดแค่นี้ เพื่อนบ้านไม่แลหรอก
บทที่ 220 เกรดแค่นี้ เพื่อนบ้านไม่แลหรอก
บทที่ 220 เกรดแค่นี้ เพื่อนบ้านไม่แลหรอก
เจียงเฝ่ยไม่มีความคิดที่จะคืนต้าหวงให้ลู่ยู่เลยสักนิด
แมวเป็นของเธอแล้ว!
แต่ภายนอกกลับทำท่าทางจริงจังพูดว่า:
"ต้าหวงอยู่บ้านฉันนายวางใจได้ ไม่เป็นอะไรหรอก"
ส่งลู่ยู่กลับไปแล้ว เจียงเฝ่ยปล่อยไก่และห่านไปที่สนามหญ้า จากนั้นก็ไปที่ห้องว่างชั้นสองของวิลล่า นำของใช้แมวออกมาจัดห้องให้ต้าหวง ในใจก็คิดไปด้วยว่า——
ชั้นล่างมีห้องรับแขกทิศรับแดดห้องหนึ่งไม่เลว เก็บไว้ให้แม่คนช่างจ้อได้
ไม่รู้ว่าแม่คนช่างจ้ออยู่ที่เมืองใต้ดินจะสบายดีไหม...
ด้วยความเป็นห่วงเซียวชูเซี่ย เจียงเฝ่ยจึงอดไม่ได้ที่จะหยิบวิทยุสื่อสารพิเศษเรียกหาม่อเหยียนอัน บอกว่าถ้าคนของเขาไปเมืองชางไห่ ให้เอาเสบียงไปให้อีกฝ่ายด้วย
"ฉันจะเอาเสบียงใส่ไว้ในรถบรรทุก จอดไว้ที่หน้าประตู นายว่างเมื่อไหร่ก็ส่งคนมาเอาไปนะ"
ม่อเหยียนอัน: "งั้นเดี๋ยวผมเรียกบอดี้การ์ดไปเลยครับ"
"คนของผมจะออกเดินทางในอีกหนึ่งชั่วโมง"
ตัดสายเสร็จ เจียงเฝ่ยรีบลงไปข้างล่าง นำรถบรรทุกออกมาจอดไว้หน้าประตูหนึ่งคัน
บรรจุอาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนม นม น้ำผลไม้ เสื้อผ้าและรองเท้าจนเต็ม
ไม่นานนัก บอดี้การ์ดก็มา
ส่งกุญแจรถให้บอดี้การ์ด เจียงเฝ่ยก็กลับเข้าวิลล่าไปจัดของต่อ
วันรุ่งขึ้น
ม่อเหยียนอันใช้วิทยุสื่อสารติดต่อให้เจียงเฝ่ยออกมา
เสบียงในรถบรรทุกถูกขนย้ายไปแล้ว บอดี้การ์ดนำรถมาจอดคืนไว้ที่หน้าวิลล่าหมายเลข 11
กุญแจรถแขวนอยู่ที่กระจกมองหลัง
โซนวิลล่าเฟิงหลินมีบอดี้การ์ดของม่อเหยียนอันลาดตระเวนทั้งวันทั้งคืน ปลอดภัยมาก ไม่มีพวกคิดไม่ซื่อแอบเข้ามาขโมยของแน่
เห็นลุงหลิวอยู่ด้วย เจียงเฝ่ยไม่สะดวกเก็บรถบรรทุก เลยหยิบมาแค่กุญแจรถ
กำลังจะขึ้นรถกระบะ ม่อเหยียนอันก็เรียกเธอไว้
"พี่เจียงเฝ่ย ผมมีของขวัญชิ้นหนึ่งจะให้เพื่อนที่บาดเจ็บของพี่ครับ"
ลุงหลิวเปิดกระโปรงหลังรถ นำวีลแชร์ไฟฟ้าแบบตีนตะขาบออกมาสาธิตให้เจียงเฝ่ยดู: "คุณเจียงครับ วีลแชร์คันนี้สามารถขึ้นลงบันไดได้ ควบคุมการเคลื่อนที่ได้เอง ไม่ต้องมีคนเข็นครับ"
"วีลแชร์ยังมีเข็มขัดนิรภัย เวลาขึ้นลงบันไดปลอดภัยมาก ไม่ตกลงมาแน่นอนครับ"
"ต่อให้พวกคุณไม่อยู่ เพื่อนของคุณก็นั่งวีลแชร์ออกไปเที่ยวเล่นได้"
ม่อเหยียนอัน: "เอาอย่างนี้ไหมครับ เราพาเขาไปดูทำเลร้านด้วยกัน ให้ลองใช้วีลแชร์ดู?"
"งั้นฉันไปหาซูหลิวหย่วน"
เจียงเฝ่ยเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปที่วิลล่าหมายเลข 9
ซูหลิวหย่วนที่นอนเบื่ออยู่บนโซฟา พอได้ยินสรรพคุณของวีลแชร์ ก็ลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นเต้น
"ไปๆๆ!"
"ช้าๆ หน่อย" เจียงเฝ่ยพยุงซูหลิวหย่วนนั่งลงบนวีลแชร์
วีลแชร์ไฟฟ้าชาร์จไฟมาเต็ม ซูหลิวหย่วนลองขับในห้องนั่งเล่นไม่กี่นาที ก็เรียนรู้วิธีใช้ได้อย่างรวดเร็ว
พอกดปุ่มควบคุมที่ที่วางแขน วีลแชร์ก็พุ่งฟิ้วออกไปเลย
เจียงเฝ่ย: "......"
"วิ่ง" เร็วใช้ได้เลยแฮะ
ตีนตะขาบของวีลแชร์สามารถขึ้นลงรถได้ แต่พื้นที่รถกระบะของเจียงเฝ่ยเล็กเกินไป ซูหลิวหย่วนเลยเลือกตู้สินค้าด้านหลังที่กว้างขวาง
ถือซะว่านั่งรถเปิดประทุนแล้วกัน!
มั่นใจว่ายึดวีลแชร์ไฟฟ้าของซูหลิวหย่วนแน่นหนาดีแล้ว เจียงเฝ่ยก็ขึ้นนั่งฝั่งคนขับรถกระบะ
ขับตามรถตู้ธุรกิจของม่อเหยียนอัน ออกจากโซนวิลล่า
ตลอดทางไม่กล้าเหยียบคันเร่ง กลัวจะเหวี่ยงซูหลิวหย่วนข้างหลังกระเด็นออกไป
ร้านของม่อเหยียนอันล้วนตั้งอยู่ในย่านการค้าที่คึกคักและเจริญรุ่งเรืองของฐาน
แต่ทว่า ไม่พื้นที่เล็กไป ก็จัดวางผังไม่เหมาะสม
เดินดูอยู่ค่อนวัน สุดท้ายเจียงเฝ่ยก็ถูกใจห้างสรรพสินค้าเล็กๆ สูงสามชั้นบนถนนสายหลัก
ไม่เพียงมีที่จอดรถใต้ดิน ยังมีโกดังขนาดใหญ่เบิ้ม
ประตูหลังของโกดัง ทะลุออกไปซอยเล็กๆ ด้านนอก รอบข้างไม่มีบ้านคน สะดวกเวลาเธอเข้าออกเติมของ
ภายในห้างตกแต่งเสร็จแล้ว เดิมทีทำเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ไม่เหมือนห้างสรรพสินค้าทั่วไปที่มีล็อกร้านค้าแยก
แต่ละชั้นเป็นพื้นที่โล่งกว้าง วางชั้นวางของเปล่า ตู้โชว์ ตู้กระจก ตู้แช่แข็ง ตู้แช่เย็นไว้เต็มไปหมด สามารถเปิดขายได้เลย
ลิฟต์และบันไดเลื่อน ถูกดัดแปลงเป็นบันไดธรรมดา
เจียงเฝ่ยไม่คิดว่าเป็นข้อเสีย
นอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว ช่องว่างของบันไดเลื่อนยังดูดเชือกรองเท้าหรือชายกระโปรงยาวเข้าไปได้ง่าย ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดี ยังอาจเกิดเหตุขัดข้อง ดูดคนเข้าไป เนื้อหนังหลุดลุ่ย
ก่อนวันสิ้นโลกก็มีเหตุการณ์ "บันไดเลื่อนกินคน" เกิดขึ้นหลายครั้ง เธอไม่กล้าใช้จริงๆ
เวลานั้นซูหลิวหย่วนถามเจียงเฝ่ย: "หัวหน้า คุณกะจะขายอะไรครับ?"
เขารู้แล้วว่าเจ้านายเบื้องหลังของหัวหน้าไม่ใช่ม่อเหยียนอัน แต่เป็นตัวเธอเอง
เจียงเฝ่ยคิดสักครู่: "อาหาร, เครื่องดื่มน้ำดื่ม, ผักผลไม้, สัตว์น้ำจืด, ถั่วและผลไม้แห้ง, ของใช้ในชีวิตประจำวัน, เครื่องประดับ บุหรี่ และเหล้า"
ซูหลิวหย่วนวางแผนทันที: "เราแบ่งเป็นสองโซนได้ครับ"
"ชั้นหนึ่งกับชั้นสองเน้นขายชาวบ้านทั่วไปและชนชั้นกลาง"
"ชั้นบนสุดเน้นบริการคนรวยในฐาน ขายสินค้าเกรดพรีเมียม"
เชื่อมั่นในหัวการค้าของซูหลิวหย่วน เจียงเฝ่ยพยักหน้าตกลง: "วันนี้ถ้านายว่างก็ลองวางแผนสินค้าที่จะขายแต่ละชั้น แล้วตั้งราคาไว้นะ"
"คืนนี้เราจะขนของกัน"
ม่อเหยียนอัน: "แล้วชื่อห้างล่ะครับ?"
"ห้างสรรพสินค้าขนาดย่อมผิงอัน"
สิ่งที่เธอต้องการมาตลอดคือความสงบสุข (ผิงอัน)
เรื่องทำป้ายชื่อและเครื่องคิดเงิน มอบหมายให้ม่อเหยียนอันรับผิดชอบ ทั้งสองนัดเจอกันตอนสองทุ่ม
ยังพอมีเวลา เจียงเฝ่ยขับรถพาซูหลิวหย่วนไปที่บริษัทรักษาความปลอดภัยสำนักงานใหญ่
หนึ่งคือที่นั่นอยู่ใกล้ศูนย์กู้ภัย เธออยากถามว่าทีมกู้ภัยรับพนักงานชั่วคราวไหม จะได้พกปืนได้อย่างถูกกฎหมาย
สองคือถือโอกาสแวะไปดูว่าลู่ยู่สัมภาษณ์งานเป็นยังไงบ้าง
—
เวลานี้ ที่บริษัทรักษาความปลอดภัยสำนักงานใหญ่
ลู่ยู่ถือใบประวัติส่วนตัวเพิ่งเดินออกมา จู่ๆ รถสปอร์ตสีแดงก็วิ่งผ่านหน้าไป
วินาทีถัดมา รถสปอร์ตก็กลับรถขับย้อนมา จอดที่ริมถนน
โหย่วเฉิงอวี่ในชุดสูทสีชมพู ลงมาจากรถ สั่งลู่ยู่: "พาฉันไปหาเจียงเฝ่ยหน่อย"
คราวที่แล้วที่เจียงเฝ่ยจากไป เขากำชับเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้าออกไว้แล้ว ว่าถ้าเจอเธอมาเมืองหลวง ให้รีบแจ้งเขาทันที
ผลคือเมื่อวานเขาเมา เลยคลาดกัน
รู้แค่ว่าเจียงเฝ่ยกับเพื่อนๆ ถูกม่อเหยียนอันรับตัวไป
ม่อเหยียนอันไม่มีทางบอกที่อยู่เขาแน่ วันนี้เขาเลยแต่งตัวจัดเต็ม ออกมาเสี่ยงดวง ไม่นึกว่าจะเจอเพื่อนเจียงเฝ่ย
ตอนที่ผู้กำกับหนิงนำทีมมาเมืองหลวงคราวก่อน เขาเคยเจอคนคนนี้ที่ร้านอาหาร
หน้าตาโดดเด่น เขาอยากลืมยังยาก
แต่ก็ไม่หล่อเท่าเขาหรอก!
โหย่วเฉิงอวี่คิดอย่างอิจฉา
มาแบบไม่ประสงค์ดี ลู่ยู่จึงลองเชิงถามจุดประสงค์ของโหย่วเฉิงอวี่: "คุณหาเจียงเฝ่ยมีธุระอะไรเหรอครับ?"
"ก็ต้องนัดกินข้าว จีบหล่อนน่ะสิ"
"นี่ นายเป็นเพื่อนหล่อน รู้ไหมว่าหล่อนชอบอะไร?"
พูดยังไม่ทันจบ โหย่วเฉิงอวี่ก็พูดอย่างหลงตัวเอง: "ช่างเถอะ ไม่สำคัญ แค่มีหน้าตาอย่างฉันก็พอแล้ว"
แววตาของลู่ยู่เย็นชาลงวูบหนึ่ง เพียงชั่วพริบตา ก็กลับมาอ่อนโยนสุภาพเหมือนเดิม
"เจียงเฝ่ยอยู่ในตรอกตรงนั้น รถเข้าไม่ได้ เราเดินไปกันเถอะครับ"
"เดี๋ยวก่อน" โหย่วเฉิงอวี่กลับไปหยิบช่อกุหลาบแดงที่วางอยู่เบาะข้างคนขับ ส่องกระจกเช็คความหล่อ
ไม่พบจุดบกพร่อง ก็เดินตามลู่ยู่ไปที่ตรอก ถามไปประโยคหนึ่ง
"หล่อนมาทำอะไรแถวนี้?"
"เจียงเฝ่ยอยากเปิดร้าน เลยมาเลือกทำเล" ลู่ยู่มองไปรอบๆ
ไม่มีคน เหมาะแก่การลงมือ
โหย่วเฉิงอวี่ขมวดคิ้ว: "ทำไมฉันไม่เห็นรู้ว่าแถวนี้มีร้านค้า? นายหลอกฉันหรือเปล่า... อื้อๆๆ!!!"
พูดยังไม่ทันจบ โหย่วเฉิงอวี่ก็ถูกลู่ยู่ปิดปาก
หมัดหนักๆ ประเคนใส่ตัวเขา รัวหมัดใส่ไม่ยั้ง
จนกระทั่งโหย่วเฉิงอวี่นอนร่อแร่ แม้แต่เสียงร้องโหยหวนยังเปล่งไม่ออก ลู่ยู่ถึงยอมปล่อยมือ
ปล่อยให้อีกฝ่ายนอนกองกับพื้น เหยียบกุหลาบแดงจนแบนติดดิน
เกรดแค่นี้ เพื่อนบ้านไม่แลหรอก
ลู่ยู่จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยให้เรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอเดินออกจากตรอก รถกระบะที่คุ้นตาก็ขับเข้ามาพอดี