- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 210 ลู่ยู่รวยจนเจียงเฝ่ยยากจะจินตนาการ
บทที่ 210 ลู่ยู่รวยจนเจียงเฝ่ยยากจะจินตนาการ
บทที่ 210 ลู่ยู่รวยจนเจียงเฝ่ยยากจะจินตนาการ
พวกเจียงเฝ่ยพักผ่อนที่อวี่เฉิงหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าขับรถมุ่งหน้าไปชางไห่
ม่อเหยียนอันอยากลองนั่งรถบ้านสีทองอร่ามดูสักครั้ง เลยเอาผักผลไม้หนึ่งลังมาแลกที่นั่งกับเจียงเฝ่ย
เบาะหนังแท้นุ่มสบาย โอบรับสรีระร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ สบายกว่าเบาะรถของเขาเสียอีก
พี่สาวเทพธิดามีของดีไม่น้อยเลยแฮะ
เวลานั้นเซียวชูเซี่ยที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ก็ร้องอุทานออกมา
ห่างออกไปนอกหน้าต่างหนึ่งกิโลเมตร คือทะเลสีครามกว้างใหญ่ เป็นประกายระยิบระยับใต้แสงแดด
"ทะเลสวยจังเลย พี่สาวเราไปเล่นกันได้ไหมคะ?"
เจียงเฝ่ย: "ไม่ได้"
"น้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์ที่ประเทศ R ปล่อยออกมา มาถึงน่านน้ำประเทศเราแล้ว ตอนนี้ชายทะเลไม่ปลอดภัย"
"พี่เจียงเฝ่ยพูดถูกครับ" ม่อเหยียนอันเข้าร่วมวงสนทนา:
"พวกเราเคยส่งคนมาตรวจสอบทะเลแถบอวี่เฉิง พบสารกัมมันตรังสีสูงถึงหกสิบกว่าชนิด สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ การกิน หรือการสัมผัสทางผิวหนัง ทำให้เซลล์เสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง"
"สิ่งมีชีวิตในทะเลก็จะได้รับผลกระทบ เช่น การกลายพันธุ์ อายุขัยสั้นลง เป็นต้น"
"ฐานเมืองหลวงส่งคนมาเดือนละครั้ง"
"เดือนที่แล้วตอนพวกเขามาตรวจสอบ สิ่งมีชีวิตในทะเลยังไม่กลายพันธุ์ แต่อาหารทะเลกินไม่ได้แล้วครับ"
ม่อเหยียนอันอดเสียดายไม่ได้: "อวี่เฉิงได้รับฉายาว่าเป็นอาณาจักรแห่งท้องทะเล การทำอาหารทะเลถือเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ"
"ต่อให้เป็นแค่เถ้าแก่ร้านข้างทางธรรมดาๆ ฝีมือก็ยอดเยี่ยมมาก"
"เสียดายที่ต้องมาพังเพราะน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์ ทางเมืองหลวงก็ไม่เหมาะจะเลี้ยงสัตว์ทะเล ผมแทบจะลืมรสชาติอาหารทะเลไปแล้ว"
เซียวชูเซี่ยเริ่มกังวลขึ้นมา: "งั้นพวกเราอยู่ใกล้ทะเลขนาดนี้ จะไม่เป็นไรเหรอคะ..."
ม่อเหยียนอันนึกย้อนดู: "ดูจากผลตรวจของฐานเมืองหลวงเดือนที่แล้ว ขอบเขตผลกระทบของสารกัมมันตรังสีในปัจจุบันอยู่ที่ระยะร้อยเมตร ระยะห่างของพวกเราตอนนี้ปลอดภัยครับ แต่วันหน้าก็พูดยาก"
"ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ขอบเขตการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น"
น่านน้ำอวี่เฉิงเป็นหนามยอกอกของเมืองหลวง
แม้สองเมืองจะอยู่ไกลกัน แต่หากสารกัมมันตรังสีแพร่กระจาย บริเวณใกล้เคียงเมืองหลวงย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน
ดังนั้น เบื้องบนจึงอยากสร้างสถาบันวิจัยสาขาที่ชางไห่ เพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ
ต่อให้กำจัดให้สิ้นซากไม่ได้ ก็ต้องหาวิธีลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด
โชคดีอย่างเดียวคือ หลายเดือนก่อนภูเขาไฟประเทศ R ระเบิด ทำลายล้างทั้งประเทศ ไม่สามารถปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์ใหม่ลงทะเลได้อีก
"น่าจะฆ่าไอ้พวกเดรัจฉานพวกนั้นให้หมดตั้งแต่หลายสิบปีก่อนแล้ว! ไม่ให้เหลือสักคน!" เซียวชูเซี่ยพูดอย่างโกรธแค้น
เจียงเฝ่ยรินน้ำให้เธอแก้วหนึ่ง ในใจครุ่นคิดเรื่องอื่น
ชาติที่แล้ว เธอมีชีวิตอยู่ถึงแค่ปีที่สี่ของวันสิ้นโลก ไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสีเลย
น่าจะเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหลังจากเธอตายไปแล้ว
สารกัมมันตรังสีหลบเลี่ยงยาก เจียงเฝ่ยตัดสินใจว่าจะแอบจิ๊กอุปกรณ์ป้องกันรังสีของม่อเหยียนอันมาอีกสักหน่อย
ช่วยไม่ได้ ตอนนี้เธอหาเสบียงป้องกันรังสีไม่ได้จริงๆ นี่นา
เที่ยงวัน ขบวนรถก็เข้าสู่เมืองชางไห่
ชางไห่เป็นเมืองเอกของมณฑลอวิ๋น มีพืชพรรณกว่าหมื่นชนิด ได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งความฝัน
คำว่า 'ไห่' (ทะเล) ในชื่อ ไม่ได้หมายถึงทะเลจริงๆ แต่หมายถึงทุ่งดอกไม้ที่เคยพบเห็นได้ทั่วไปในที่แห่งนี้
แต่เพราะภัยพิบัติต่างๆ ในเมืองจึงไม่เห็นต้นไม้สักต้นอีกเลย
ในฐานะคนท้องถิ่น ลู่ยู่รู้สึกหนักอึ้งในใจ
ขบวนรถหยุดพักกินมื้อเที่ยง ณ จุดเดิม
ม่อเหยียนอันรู้กาละเทศะดี ไม่ได้ขอติดรถต่อ
"พี่เจียงเฝ่ย ผมจะรอพี่อยู่ที่นี่นะครับ มีอะไรใช้วิทยุสื่อสารติดต่อผมได้"
เขาเชื่อใจพี่สาวเทพธิดา ว่าจะไม่กวาดคลังอาวุธของเขาหนีไป
เห็นเจียงเฝ่ยพยักหน้ารับปาก ม่อเหยียนอันก็กลับไปที่รถบ้านของตัวเอง
บนรถมีแค่ลุงหลิวคนเดียว
ปิดประตูรถ ลุงหลิวก็ถามขึ้น: "นายน้อย ทำไมท่านต้องพาคุณเจียงไปที่คลังอาวุธตระกูลม่อด้วยครับ?"
ลุงหลิวเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องคลังอาวุธ นอกจากม่อเหยียนอันและประมุขตระกูลม่อ
"เขามีเพื่อนที่ช่วยผมขนอาวุธกลับเมืองหลวงได้ และจะไม่มีใครพบเห็น"
"ถ้าพ่อผมถามขึ้นมา ลุงก็บอกประโยคนี้กับเขาไป"
พูดจบ ม่อเหยียนอันก็เข้าห้องนอนไปงีบหลับ
ท่าทางไม่อยากพูดมากความ ทำให้ลุงหลิวสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปถาม ได้แต่บ่นพึมพำในใจ
เพื่อนของคุณเจียงเป็นใครมาจากไหนกันแน่ เรื่องที่ตระกูลม่อทำไม่ได้ พวกเขาทำได้งั้นเหรอ?
—
กินข้าวเสร็จ เจียงเฝ่ยทั้งสามคนแยกทางกับขบวนของม่อเหยียนอัน
ลู่ยู่ขับรถพาพวกเธอมายังคฤหาสน์ร้างแห่งหนึ่ง
ประตูใหญ่ล้มคว่ำอยู่บนพื้น ไม่รู้ถูกใครชนเปิดออก
สวนดอกไม้และฟาร์มถูกตั๊กแตนทำลาย บวกกับมีผู้รอดชีวิตผ่านมาค้นหาเสบียง สภาพจึงเสียหายยับเยิน
แต่ตัวคฤหาสน์สามชั้นกลับสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน
ประตูนิรภัยปิดสนิท หน้าต่างด้านในปิดม่าน มองไม่เห็นข้างใน
คฤหาสน์หลังนี้สร้างด้วยวัสดุพิเศษเหมือนบ้านซูหลิวหย่วน กันสะเทือนกันระเบิด ต้านพายุไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหว
คนอื่นเข้าไม่ได้ และทำลายรูุญแจไม่ได้ด้วย