- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 180 ถุงยังชีพจากทางการ
บทที่ 180 ถุงยังชีพจากทางการ
บทที่ 180 ถุงยังชีพจากทางการ
เจียงเฝ่ยกลับมาที่ห้อง 302 นำกล่องเปล่าออกมา ใส่ผลไม้และน้ำดื่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต เตรียมให้เซียวชูเซี่ยนำกลับไปกินที่หอพัก
จัดไป 5 กล่องใหญ่ เจียงเฝ่ยนำวัตถุดิบสดใหม่มาทำอาหาร
ซุปไก่โสมถั่งเช่า, หมูผัดเปรี้ยวหวาน, หน่อไม้ฝรั่งผัดเห็ดออรินจิ, สลัดกุ้งสด อาหารหลักคือข้าวสวยผสมข้าวฟ่าง
ไม่เพียงช่วยเสริมสารอาหาร แต่ยังเป็นของโปรดของแม่คนช่างจ้อทั้งนั้น
ทำกับข้าวเสร็จก็เที่ยงพอดี
ลู่ยู่ยังไม่เลิกงานกลับมา เจียงเฝ่ยแบ่งกับข้าวส่วนหนึ่งใส่ปิ่นโตเก็บความร้อนไว้ให้เขา
นำกุญแจสำรองห้อง 301 ไปวางไว้บนโต๊ะบ้านเขา เจียงเฝ่ยยกส่วนที่เหลือไปที่ห้อง 303 เรียกซูหลิวหย่วนมากินด้วยกัน
ซูหลิวหย่วนหมดไฟในการกินข้าวเพราะเรื่องหลิงเจ้าหรุย กินไปไม่กี่คำก็วางตะเกียบ
ดูออกว่าซูหลิวหย่วนกำลังเศร้าซึม เจียงเฝ่ยปลอบว่า: "หลิงเจ้าหรุยต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน"
"เจ้านายฉันจะส่งสมุนไพรให้ทางการวันพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนนี้ ทางสถาบันวิจัยน่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้แหละ"
"หวังว่านะ" ซูหลิวหย่วนพูดเสียงอ่อย สวมอุปกรณ์ป้องกัน แล้วไปขนกล่องที่ห้อง 302 ลงไปไว้ที่รถกระบะข้างล่างก่อน
รอจนเจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ยกินข้าวเสร็จลงมา ซูหลิวหย่วนก็ขนเสร็จหมดแล้ว
เจียงเฝ่ยขับรถพาเซียวชูเซี่ยไปรับสายรัดข้อมือที่ชุมชน
โควตาของวันนี้หมดแล้ว
พอดีเสี่ยวเจี่ยอยู่ที่ชุมชน รู้ว่าเจียงเฝ่ยจะออกไปข้างนอก จึงบอกกับเธอว่า:
"ทีมกู้ภัย หน่วยลาดตระเวน และบุคลากรทางการแพทย์ ล้วนจัดเป็นบุคคลพิเศษครับ"
"คุณเจียงสามารถใช้บัตรประจำตัวผ่านเข้าออกชุมชนได้เลยครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
ออกจากที่ทำการชุมชน เจียงเฝ่ยขับรถไปที่ประตูใหญ่ของชุมชน แสดงบัตรประจำตัวทีมกู้ภัย
ตรวจสอบบัตรถูกต้อง ทหารที่เฝ้าประตูจึงปล่อยพวกเธอผ่านไป
ชั่วโมงกว่าต่อมา เจียงเฝ่ยส่งเซียวชูเซี่ยถึงใต้หอพัก ขนกล่องเข้าไปในห้องของเธอ
"ถ้าอุปกรณ์ป้องกันไม่พอ ก็วิทยุมาบอกฉัน ฉันจะเอามาให้"
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องรับประกันความปลอดภัยของตัวเองนะ"
เซียวชูเซี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย กอดเจียงเฝ่ยไว้: "พี่สาว จบเรื่องไวรัสนี้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนพี่ทุกวันเลย"
เจียงเฝ่ย: "......ก็ไม่จำเป็นขนาดนั้น"
เธอไม่อยากให้มีแมลงวันมาบินว่อนข้างหูตอนนอน
ถูกเจียงเฝ่ยปฏิเสธทางอ้อม เซียวชูเซี่ยไม่โกรธเลยสักนิด กลับกลั้นขำแทน
พี่สาวแค่ภายนอกดูเย็นชาแต่จิตใจดี! เธอเข้าใจ!
—
กลับมาจากหอพักโรงพยาบาล เจียงเฝ่ยก็เข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อบรรจุสมุนไพรลงกล่อง
ผู้รอดชีวิตทุกคนถูกไวรัสขังไว้แต่ในบ้าน ฐานที่มั่นหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง
ลู่ยู่ก็ได้รับคำสั่งจากเบื้องบน ให้กักตัวอยู่บ้านไม่ออกไปไหน
นอกจากโรงพยาบาลและเขตกักกัน ทุกที่เงียบสงัดไปหมด
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวคือ เวลาจ่ายน้ำเพิ่มขึ้น เปลี่ยนเป็นทุกวัน 7:00 – 8:00 น. และตอนเย็น 18:00 – 19:30 น.
น้ำยังไหลเบา แต่ก็ทำให้ทุกบ้านไม่ขาดน้ำใช้
เจ้าหน้าที่ชุมชนจะมาตรวจหาเชื้อก่อโรคทุกวันหลังเวลาจ่ายน้ำ
เช้าเย็นรอบละครั้ง เอาสำลีก้านยาวแหย่จมูก
เจียงเฝ่ยรู้สึกว่าในจมูกจะบวมอยู่แล้ว
โชคดีที่ใช้เวลาไม่ถึงห้าวันก็บรรจุสมุนไพรจนครบ
ทั้งหมด 11,000 กล่อง
กล่องละ 100 ต้น สมุนไพรแต่ละชนิดมี 1,100 กล่อง
เจียงเฝ่ยใช้วิทยุสื่อสารติดต่อพวกหวังขาเป๋ให้เอารถมาส่ง กำชับไปประโยคหนึ่ง:
"จำไว้ว่าให้จอดรถในที่เปลี่ยวๆ ไม่มีคนนะ"
จะได้ไม่ต้องให้เธอขับเองอีก
ตกค่ำ พวกหวังขาเป๋ขับรถมาถึง
สวมชุดป้องกัน เจียงเฝ่ยใช้บัตรประจำตัวออกจากชุมชน
ไปยังย่านการค้าที่ใกล้หมิงซ่างที่สุดตามที่อยู่ทิ่อาเหมิ่งบอก
ร้านค้าแถวนี้ปิดหมดแล้ว ไม่มีคนอาศัยอยู่ ไม่ต้องกังวลว่าตอนขนของขึ้นรถจะมีคนเห็น
รถบรรทุกขนาดใหญ่ 5 คันจอดอยู่ริมถนน
เห็นเจียงเฝ่ยมาถึง พวกหวังขาเป๋สวมอุปกรณ์ป้องกันลงจากรถ
"ลูกพี่ พวกเราจะไปขนของที่ไหนครับ?"
"พวกนายไม่ต้องขน ฉันหาคนมาช่วยแล้ว"
เจียงเฝ่ยโกหกอย่างชำนาญ พูดต่อว่า:
"เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ พวกนายมารับรถที่ย่านการค้าตอน 6 โมงเช้า กับ 3 ทุ่ม เอาของไปส่งที่สถานีตำรวจ"
"ส่งเสร็จก็ขับรถกลับมาไว้ที่นี่ ให้อาเหมิ่งรับผิดชอบติดต่อฉัน ส่งกุญแจ รับกุญแจ"
"วันละสองรอบ สองสามวันนี้พวกนายลำบากหน่อยนะ"
รถบรรทุกหนึ่งคันจุสมุนไพรได้ 320 กล่อง สี่วันก็ส่งหมด
หวังขาเป๋รับปากอย่างตรงไปตรงมา ทันใดนั้นก็ฉุกคิดได้ว่ามีอะไรผิดปกติ: "ลูกพี่ไม่ไปกับพวกเราเหรอครับ?"
"ไม่ไป"
เจียงเฝ่ยยกมือตบไหล่หวังขาเป๋ ทำหน้าจริงจัง: "นายต้องรู้จักเอาชนะความกลัวนะ"
หวังขาเป๋: "......"
เขายอมใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาของทางการไปตลอดชีวิตดีกว่า!
เวลานั้นอู๋ต้าหย่งพูดขึ้นว่า: "ลูกพี่ ผมสื่อสารกับทางการได้ครับ"
จริงด้วย! น้องชายเขาไม่กลัวนี่หว่า!
หวังขาเป๋กลับมายิ้มได้อีกครั้ง ส่งกุญแจรถ 5 ดอกให้เจียงเฝ่ยแล้วจากไป
ตอนนี้อากาศร้อน สมุนไพรทิ้งไว้ในตู้รถข้ามคืนจะเสียหาย เจียงเฝ่ยตัดสินใจจะตื่นเช้ามาขนขึ้นรถพรุ่งนี้
พอกลับถึงหมิงซ่าง ก็เห็นชาวบ้านสวมอุปกรณ์ป้องกันจำนวนไม่น้อย ในอ้อมแขนกอดถุงสีเขียวไว้ คุยกันอย่างตื่นเต้น
"เมื่อกี้ฉันแอบเปิดดู ในถุงยังชีพของทางการมีเนื้อวัวตั้งชิ้นหนึ่ง ทีนี้ฉันไม่ต้องกลุ้มแล้วว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร"
"มีของฟรีให้กิน ปิดชุมชนไปตลอดฉันก็ไม่มีปัญหา!"
"ถุยๆๆ แกไม่อยากออก แต่ฉันอยากออกนะโว้ย!"
เดินผ่านที่ทำการชุมชน ได้ยินเสียงประกาศจากลำโพง เจียงเฝ่ยถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ถุงยังชีพจากทางการลงมาแล้ว
ทุกคนสามารถใช้บัตรประจำตัวรับได้คนละหนึ่งถุง
มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หม้อไฟอุ่นร้อน ขนมปัง บิสกิต ผักผลไม้และเนื้อสัตว์จำนวนเล็กน้อย แถมแอลกอฮอล์ 500 มล. หนึ่งขวด และหน้ากากอนามัยแพ็คแยกชิ้น 10 ชิ้นอีกหนึ่งกล่อง
แอลกอฮอล์กับหน้ากากอนามัยมีให้ทุกถุง อาหารสุ่มชนิด รับประกันว่าหนึ่งคนกินพอหนึ่งสัปดาห์
รับได้สัปดาห์ละครั้ง
เจียงเฝ่ยไม่ขาดแคลนเสบียง จึงไม่ได้ไปรับที่ชุมชน กลับขึ้นตึก 2 ไป
พอเข้าห้อง ต้าหวงก็วิ่งมาที่เท้า เอาหัวถูไถขาเธอ ออดอ้อนอย่างบ้าคลั่ง
เจ้าสองขา ข้าอยากได้หญ้าแห้งสีเขียวๆ นั่น!
ไม่ได้ฟินนานแล้ว!
น่าเสียดายที่เจียงเฝ่ยไม่เข้าใจความหมายของต้าหวง นึกว่ามันหิว เลยหยิบเนื้อไก่บดถุงหนึ่งเทใส่ชามให้
ต้าหวงมองเนื้อบดในชามอย่างลังเล สุดท้ายก็ยอมกิน
ไม่มีหญ้าแห้ง เนื้อบดก็ยังดี!
เจียงเฝ่ยถือโอกาสนำอาหารที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ออกมาวางบนโต๊ะ เรียกลู่ยู่กับซูหลิวหย่วนมากินข้าวเย็น
กินผักจากซูเปอร์มาร์เก็ตเยอะๆ ดีต่อสุขภาพ!
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็มาที่ห้อง 302
ซูหลิวหย่วนมือหนึ่งถือวิทยุสื่อสาร อีกมือหิ้วเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก
"ฉันจะบอกให้นะพวก มื้อเย็นวันนี้หัวหน้าทำซี่โครงตุ๋นมันฝรั่ง บรอกโคลีผัดกระเทียม ไข่คนเนื้อนุ่ม ดูแล้วน่ากินโคตรๆ"
เสียงหลิงเจ้าหรุยดังมาจากวิทยุสื่อสาร
"ไม่ต้องมายั่วหรอก ฉันกลับไปก็ได้กินฝีมือพี่เจียงเหมือนกัน"
เจียงเฝ่ยพอจะเดาสาเหตุที่ซูหลิวหย่วนเอาเครื่องปั่นไฟมาได้แล้ว: "นายคุยกับหลิงเจ้าหรุยทุกวันเลยเหรอ?"
"ใช่ครับ ที่เขตกักกันมีเครื่องปั่นไฟ หลิงเจ้าหรุยชาร์จแบตวิทยุได้ ผมกลัวเขาคิดมาก เลยคุยกับเขาทุกวัน"
"ตอนนี้หลิงเจ้าหรุยดีขึ้นมากแล้วครับ ไม่มีไข้ไม่ไอ มีแค่อาการปวดหัว"
ซูหลิวหย่วนอธิบายให้เจียงเฝ่ยฟังเสร็จ ก็หันไปคุยกับหลิงเจ้าหรุยต่อ
แค่รสชาติอาหารจานเดียว ซูหลิวหย่วนสามารถพล่ามได้น้ำไหลไฟดับเป็นสิบนาที
จนเจียงเฝ่ยแอบสงสัยแวบหนึ่งว่า ที่หลิงเจ้าหรุยปวดหัวไม่ใช่เพราะไวรัส แต่เป็นเพราะโดนซูหลิวหย่วนบ่นกรอกหู
ความจริงพิสูจน์แล้วว่า เจียงเฝ่ยคิดมากไปเอง
หลิงเจ้าหรุยพูดเยอะกว่าซูหลิวหย่วนซะอีก
ไอ้พวกช่างจ้อสองคน!
—
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นตอนตีห้าครึ่ง เจียงเฝ่ยตื่นมาใส่ชุดป้องกันไปที่ย่านการค้า นำกล่องสมุนไพรออกจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต ใส่รถบรรทุก 5 คัน
พอพวกหวังขาเป๋มาถึง เอากุญแจให้พวกเขา เจียงเฝ่ยก็กลับไปนอนต่อได้
ตอนค่ำก็มาล่วงหน้าครึ่งชั่วโมงเพื่อขนสมุนไพรล็อตใหม่ขึ้นรถ ให้หวังขาเป๋ไปส่ง
วนเวียนแบบนี้อยู่สามวัน
คืนวันที่สี่ เจียงเฝ่ยขนสมุนไพรล็อตสุดท้ายขึ้นรถเสร็จ นำรถบรรทุกใหญ่ออกมาหนึ่งคัน เตรียมไปรับทองคำที่สถานีตำรวจ แต่รอแล้วรอเล่าหวังขาเป๋ก็ไม่มาสักที
มองนาฬิกาข้อมือ 22:15 น.
เกิดเรื่องแล้วเหรอ?