- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 160 เจียงเฝ่ยฟังเรื่องชาวบ้าน
บทที่ 160 เจียงเฝ่ยฟังเรื่องชาวบ้าน
บทที่ 160 เจียงเฝ่ยฟังเรื่องชาวบ้าน
เพื่อล่อไอ้ตาเดียวออกมา ให้โอกาสอีกฝ่ายลงมือแก้แค้น เจียงเฝ่ยจึงออกไปเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกทุกวัน
บางครั้งก็ได้ยินคนเดินผ่านไปมาคุยกัน
"พวกเธอได้ยินข่าวไหม? ในฐานที่มั่นมีฆาตกรโรคจิตโผล่มา ฆ่าเฉพาะคนแก่อายุ 60 ปีขึ้นไป ปู่ฉันกลัวจนไม่กล้าออกจากห้องเลย"
"เรื่องนี้ฉันรู้แล้ว ฝนตกทุกวันก็แย่พอแล้ว ตอนนี้ยังมีฆาตกรโรคจิตโผล่มาอีก ทางการจะรับประกันความปลอดภัยพวกเราได้ไหมเนี่ย?"
"พอใจเถอะ อย่างน้อยระบบระบายน้ำของฐานที่มั่นก็ทำไว้ดี ไม่งั้นถ้าน้ำท่วมอีกรอบ ทั้งนายทั้งฉันตายแน่"
วันฝนตกที่ทั้งร้อนทั้งชื้นทำให้จิตใจหดหู่ แถมยังต้องคอยระวังฆาตกรโรคจิต บรรยากาศในฐานที่มั่นจึงกดดันเป็นพิเศษ
สองสัปดาห์ติดต่อกัน ทั้งทางเจียงเฝ่ยและหวังขาเป๋ ต่างก็ไม่พบร่องรอยของไอ้ตาเดียวเลย
ไอ้สารเลวนั่นอดทนรอเก่งเกินไปแล้ว
ไม่อยากเสียเวลาอีก เจียงเฝ่ยจึงเลือกที่จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
วันนี้
ได้รับแจ้งว่าหวังขาเป๋กับเหยาต้าหม่างจะเอาทองคำมาส่ง เจียงเฝ่ยลงไปที่ห้อง 203 เพื่อเก็บทองคำก่อน
ระบบ: 【ติ๊ง——ตรวจพบทองคำ: 660,000 กรัม】
กำไรของทั้งสองร้านได้ปลาช่อนกับปูแม่น้ำช่วยดึงยอดไว้แท้ๆ
ดูท่าต้องขายสัตว์น้ำให้เยอะขึ้น
เจียงเฝ่ยคิดพลางขับรถไปที่โกดังถนนหลังร้านผิงอัน
พวกหวังขาเป๋วางทองคำเสร็จก็กลับไปแล้ว
เปิดประตูเข้าไป ชั้นหนึ่งเต็มไปด้วยกล่องใส่ทองคำวางเรียงราย เจียงเฝ่ยเก็บเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตทันที
【ติ๊ง——ตรวจพบทองคำ: 23,185,000 กรัม】
【ความคืบหน้าการปลดล็อกปัจจุบัน: 99%】
เจียงเฝ่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
รอบเดียวดันแถบความคืบหน้าไปถึง 99 เลยเหรอ สองคนนี้ไปปล้นคลังทองมาหรือไง?
อดไม่ได้ที่จะหยิบวิทยุสื่อสารติดต่ออาเหมิ่ง
"วันนี้ลูกพี่นายส่งทองมาเท่าไหร่?"
อาเหมิ่ง: "เก้าพันกว่ากิโลครับ"
"นอกจากขายปลาเป็นปูเป็นกับสมุนไพรแล้ว เขายังเอาเสบียงที่ปล้นมาจากภัตตาคารมาขายบางส่วนด้วยครับ"
"จริงสิคุณเจียง ลูกพี่บอกว่าของใกล้จะขายหมดแล้ว ฝากบอกให้คุณว่างเมื่อไหร่ช่วยเติมของด้วยครับ"
"ฉันจะเอาไปส่งให้วันพรุ่งนี้หรือไม่ก็มะรืนนี้" เจียงเฝ่ยปิดวิทยุสื่อสาร แล้วเดินขึ้นไปดูชั้นบน
มีแค่แมวทองคำตัวใหญ่ตัวนั้น
น่าเสียดาย ขาดอีกแค่ 1% ก็จะปลดล็อกโซนใหม่ได้แล้ว
ปิดประตูใหญ่ของโกดัง เจียงเฝ่ยไม่ได้ขับรถ แต่เดินไปที่มินิมาร์ทผิงอันแทน
ในร้านไม่ค่อยมีลูกค้า
เหยาจินกำลังเช็ดฝุ่นบนชั้นวางของ ซูหลิวหย่วนนั่งคิดบัญชีอยู่ที่เคาน์เตอร์
เจียงเสี่ยวสือกำลังดีดลูกแก้วเล่นกับเด็กผู้ชายอายุห้าหกขวบคนหนึ่งที่ลานว่าง
เด็กผู้ชายหน้าตาจิ้มลิ้ม คือเด็กที่ลู่ยู่ช่วยไว้ในวันที่พายุทรายเข้า
ลูกชายของหยางจ้านกั๋ว ห้าวห้าว
เจียงเฝ่ยเดินไปที่เคาน์เตอร์ กระซิบถามซูหลิวหย่วน: "ห้าวห้าวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
"ช่วงนี้เธอไม่ได้มาที่ร้านเลยไม่รู้ หลายวันก่อนเหยาต้าหม่างพาห้าวห้าวออกมาเที่ยว แต่ดันมีธุระด่วน เลยเอาเด็กมาฝากไว้ที่ร้าน"
"ห้าวห้าวกับเสี่ยวสืออายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เล่นด้วยกันได้ ห้าวห้าวเลยมาหาเขาบ่อยๆ"
"ทุกวันตอน 5 โมงเย็น หยางจ้านกั๋วจะส่งคนมารับห้าวห้าวกลับ"
ซูหลิวหย่วนอดไม่ได้ที่จะชื่นชม: "สกิลการเข้าสังคมของเหยาต้าหม่างนี่สุดยอดจริง ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ก็กลายเป็นพี่น้องกับหยางจ้านกั๋วไปแล้ว"
"หยางจ้านกั๋วไม่เพียงแค่วางใจฝากลูกไว้กับเขา ยังแนะนำธุรกิจให้ตั้งเยอะ ทั้งหมดเป็นออเดอร์ใหญ่ๆ โสม 10 ปีต้นเดียวก็ขายได้ทองคำตั้งสองร้อยกว่ากิโล"
มิน่าล่ะในโกดังถึงมีทองเยอะขนาดนั้น
ตั้งใจว่าเย็นนี้จะไปกินฟรีที่ร้านสาขา เจียงเฝ่ยจึงนั่งลงที่เก้าอี้หน้าประตู แทะเมล็ดแตงโมชมฝนไปพลาง
จู่ๆ แขนเสื้อก็ถูกกระตุก
ห้าวห้าวเดินมาข้างกายเจียงเฝ่ยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ดึงแขนเสื้อเธอเบาๆ
"พี่สาว กินลูกอมครับ"
มือน้อยๆ แบออก กลางฝ่ามือมีลูกอมห่อกระดาษพลาสติกหลากสีสามเม็ด
"พ่อบอกว่า ต้องขอบคุณคนที่ช่วยเหลือเรา พี่ลู่ช่วยผมไว้ พี่ช่วยพวกเราออกมา แถมยังให้แท่งพลังงานกับน้ำเราด้วย พี่ชอบของขวัญอะไรครับ?"
"คราวหน้าผมจะเอามาให้" ห้าวห้าวมองเจียงเฝ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
ท่าทางทำตัวเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย ทำให้เจียงเฝ่ยลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู
"ไม่ต้องให้ของขวัญพี่หรอก แค่หนูมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยก็พอแล้ว"
เธอยังไม่ถึงขั้นจะไปหลอกเอาทองคำเด็กหรอกนะ
ห้าวห้าวทวนคำพูดของเจียงเฝ่ยซ้ำ ยัดลูกอมใส่มือเธอ แล้วก็กลับไปเล่นกับเจียงเสี่ยวสือต่อ
เจียงเฝ่ยแกะลูกอมกินเม็ดหนึ่ง
รสหวานเจี๊ยบ
กำลังจะแบ่งลูกอมอีกสองเม็ดให้ซูหลิวหย่วนกับเหยาจิน หางตาก็เหลือบไปเห็นคนรู้จัก
ที่ถนนฝั่งตรงข้าม
เฉินเฟิงผิงมือหนึ่งถืองร่ม อีกมือเข็นรถวีลแชร์ เข้าไปในร้านขายของใช้เด็กอ่อน
คนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ คือเฉินเหวินเหวิน
สวมชุดกันฝนตัวใหญ่สีเขียว ใบหน้าดูแก่ชรา สีหน้าเลื่อนลอย ราวกับหุ่นเชิดที่ปล่อยให้คนจับวาง
ซูหลิวหย่วนมองผ่านหน้าต่าง ก็เห็นเฉินเฟิงผิงกับเฉินเหวินเหวินเหมือนกัน เดาะลิ้นทีหนึ่ง: "สองคนนี้มาอีกแล้ว"
เจียงเฝ่ยหันมามองด้วยความสงสัย: "นายเคยเจอพวกเขาเหรอ?"
"อาทิตย์ที่แล้วพวกเขาก็มา"
ในร้านมีเด็ก ไม่ควรให้ได้ยินเนื้อหาที่จะพูดต่อไป ซูหลิวหย่วนเดินไปที่ประตู ลดเสียงลงพูดกับเจียงเฝ่ย:
"เถ้าแก่ร้านค้าแถวนี้ฉันสนิทหมด วันนั้นพอพวกเขาไป ฉันก็ไปสืบดู"
"เฉินเหวินเหวินท้อง ได้ยินว่าไปเกาะผู้ชายโสดคนหนึ่งได้ ฝ่ายชายมีงานการทำเป็นเรื่องเป็นราวในฐานที่มั่น ได้รับแต้มเดือนละสามสิบสี่สิบแต้ม แล้วก็ไม่ขาดแคลนเสบียงด้วย"
"ที่ตลกคือ เถ้าแก่ร้านนั้นเคยได้รับใบปลิวที่เฉินเฟิงผิงแจก เคยไปอุดหนุนฟางเยี่ยนบ่อยๆ เขาบอกฉันว่า ขาของเฉินเหวินเหวินถูกเฉินเฟิงผิงตีจนหัก"
"เฉินเหวินเหวินคิดจะฆ่าเฉินเฟิงผิง ใครจะรู้ว่าจู่ๆ เฉินเหวินฮ่าวก็เกิดคลุ้มคลั่ง ทำลายแผนการของเธอ"
"เฉินเฟิงผิงโกรธจัดเลยตีขาเฉินเหวินเหวินจนหัก ตัดลิ้นเธอ แล้วบังคับให้เธอขายตัวรับแขก คนเลยถูกทรมานจนเอ๋อไปแบบนั้น จนกระทั่งมาเจอหนุ่มโสดคนนั้น แล้วก็ท้อง"
"ทุกครั้งที่เฉินเฟิงผิงไปที่ร้าน ก็จะอวดกับเถ้าแก่ พูดประมาณว่า ขอแค่ลูกในท้องเฉินเหวินเหวินเป็นผู้ชาย ชีวิตครึ่งหลังของเขาก็สบายแล้ว"
เมาท์มอยจบ ซูหลิวหย่วนก็เสริมอีกว่า: "ฟางเยี่ยนถูกคนเล่นจนตายเมื่อเดือนที่แล้ว เฉินเฟิงผิงเอาศพเธอไปทิ้งถังขยะ"
เจียงเฝ่ยรู้สึกสะใจเป็นที่สุด
ขยะก็ควรอยู่ในถังขยะ
เวลานั้น เฉินเฟิงผิงออกมาจากร้านตรงข้าม เห็นเจียงเฝ่ยนั่งอยู่หน้าร้าน ก็เข็นวีลแชร์เข้ามาหา
เชิดหน้าขึ้น ปิดบังความลำพองใจไว้ไม่มิด
"ฉันจะซื้อของ"
"เอาหม้อไฟอุ่นร้อนเองมาสามกล่อง"
ไม่เอากำไรก็โง่แล้ว
เจียงเฝ่ยส่งสัญญาณให้ซูหลิวหย่วนไปหยิบมา แล้วบอกราคา: "ทองคำ 1,000 กรัม"
แพงกว่าราคาปกติ 10 เท่า
เพื่อความสะใจ เฉินเฟิงผิงไม่สนใจราคาสูงลิ่วแม้แต่น้อย ล้วงทองคำแท่งขนาด 500 กรัมสองแท่งออกมาโยนให้
นี่เป็นของที่ลูกเขยในอนาคตให้เขา
ลูกสาวทรพีไม่ช่วยเขา เขายังมีลูกสาวอย่างเฉินเหวินเหวินอีกคน!
ถึงชีวิตจะไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ดีกว่าผู้รอดชีวิตทั่วไปเยอะ
เฉินเฟิงผิงแสร้งทำเป็นห่วงใย แต่จริงๆ คืออวดเบ่งใส่เจียงเฝ่ยทางอ้อม:
"แกเปิดร้านสองร้านคนเดียวลำบากแย่ เชื่อพ่อเถอะ แกควรจะทำเหมือนน้องสาวแก หาคนดีๆ แต่งงานด้วย ตอนนี้พวกเรามีเนื้อกินทุกมื้อ กินจนจุกก็กินไม่หมด"
"ยังไงฉันก็เป็นพ่อแก พอดีรู้จักคนหนุ่มอนาคตไกลอยู่สองสามคน จะแนะนำให้รู้จัก"
"คนหนุ่มอนาคตไกล? ไม่ใช่แขกของแกหรอกนะ" เจียงเฝ่ยสายตาเย้ยหยัน พูดแทงใจดำเฉินเฟิงผิง:
"ขันทีที่ขายลูกขายเมียกิน ไม่มีสิทธิ์มาเรียกตัวเองว่าพ่อฉัน"
"ถ้ายังไม่ไสหัวไป ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้"
ซูหลิวหย่วนหยิบไม้ถูพื้นขึ้นมาอย่างรู้กัน
เฉินเฟิงผิงโกรธเจียงเฝ่ยจนปวดตับ แต่ก็กลัวเธอลงมือจริงๆ จึงได้แต่ข่มความโกรธไว้ไม่ปริปาก
กำลังจะเข็นเฉินเหวินเหวินที่นั่งเหม่อลอยจากไป รถยนต์รุ่นเจ็ตต้าคันหนึ่งก็มาจอดที่ถนนฝั่งตรงข้าม
"ลูกเขย! พ่ออยู่นี่!"
ชายที่ลงจากรถสวมชุดกันฝนวิ่งเข้ามา: "คุณอาเฉิน ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ?"
พอเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นชัดๆ เจียงเฝ่ยก็ชะงัก
โลกใบนี้ มันจะกลมเกินไปไหม?