- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 41 ผีหลอกวิญญาณหลอน!
บทที่ 41 ผีหลอกวิญญาณหลอน!
บทที่ 41 ผีหลอกวิญญาณหลอน!
"ตอนแรกฉันให้สินสอดคุณไป 2 ล้าน ถือเป็นค่าสินสอดขอเจียงเฝ่ย ตอนนี้มีภัยพิบัติจัดงานแต่งไม่ได้ แต่ฉันต้องได้เจอตัวคนสิ" ซุนเต๋อเฉียงพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าหลี่เยี่ยนผิง
กลิ่นซิการ์ราคาถูกฉุนกึกแสบจมูก
หลี่เยี่ยนผิงสำลักไอโขลกๆ แต่ไม่กล้าโวยวาย ยิ้มประจบ "นังเด็กนั่นอยู่ที่......"
ยังพูดไม่จบ เจียงจื่อซวนก็กดมือหลี่เยี่ยนผิงไว้เป็นสัญญาณให้เงียบ
"เจียงเฝ่ยนิสัยหยาบกระด้าง ไร้เหตุผล ไม่เหมือนฉันที่เพิ่งกลับจากเรียนต่อนอก แถมยังผ่านคอร์สอบรมมารยาทมาแล้ว เถ้าแก่ซุนจะไปหาไกลทำไมคะ ในเมื่อของดีอยู่ตรงนี้แล้ว?"
ซุนเต๋อเฉียงพิจารณาเจียงจื่อซวนที่กำลังยิ้มหวานหยด
ก่อนมา ครอบครัวหลี่เยี่ยนผิงใช้น้ำท่วมขังล้างหน้าล้างตามาบ้างแล้ว ไม่สกปรกมอมแมมเหมือนก่อนหน้านี้
บนแก้มเจียงจื่อซวนมีตุ่มหนองเล็กๆ สองสามจุด แต่ไม่กระทบความสวย
เขาตั้งใจจะหาเด็กสาวๆ สวยๆ มามีลูกอยู่แล้ว
คู่หมั้นจะเปลี่ยนเป็นใครก็เหมือนกัน
"ต่อไปพวกคุณก็พักอยู่ชั้นนี้ เดี๋ยวฉันให้ลูกน้องเอาของใช้จำเป็นมาให้ แล้วก็ยารักษาแผลยุงกัดด้วย"
ซุนเต๋อเฉียงส่งสายตาเจ้าชู้ให้เจียงจื่อซวน "คืนนี้อาบน้ำให้สะอาด แล้วมาหาฉันที่ห้องชั้นบนสุดนะ"
เจียงจื่อซวนข่มความรังเกียจ พยักหน้าอย่างว่าง่าย
ซุนเต๋อเฉียงพาลูกน้องกลับไปแล้ว หลี่เยี่ยนผิงก็อดถามไม่ได้ "จื่อซวน ทำไมลูกต้องไปแต่งงานกับเถ้าแก่ซุนแทนเจียงเฝ่ยด้วยล่ะ?"
"เขาแก่คราวปู่ลูกได้เลยนะ!"
"แล้วไงคะ?" เจียงจื่อซวนไม่ยี่หระ:
"เถ้าแก่ซุนทำให้ฉันกินอิ่มนอนอุ่นได้ แถมยังมีเงินมีอิทธิพล ช่วยฉันสั่งสอนเจียงเฝ่ยได้ ฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะแก่หรือจะน่าเกลียด"
หลี่เยี่ยนผิงฟังแล้วก็เห็นด้วย
เบื้องหลังเถ้าแก่ซุนคือแก๊งเจิ้นหู่ จะจัดการเจียงเฝ่ยสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหรอ?
"ดูท่าเรือยางที่เราโดนเจาะ จะเป็นลิขิตสวรรค์ อยากให้เรามาเจอเถ้าแก่ซุนที่จัตุรัสกลางเมือง เพื่อแก้ปัญหาให้ครอบครัวเรา"
"แต่จื่อซวนลูกต้องหาวิธีปิดบังเรื่องที่ลูกไม่บริสุทธิ์แล้วนะ เถ้าแก่ซุนต้องถือสาเรื่องนี้แน่"
เจียงจื่อซวนพูดแทรกอย่างรำคาญ "พอเถอะแม่ หนูมีวิธีน่า"
เธอเคยแกล้งทำมาสองครั้งแล้วที่ยวี่หลานย่วน เรื่องนี้เธอชำนาญ
เจียงเจิ้งคังที่เงียบมาตลอด ทนฟังต่อไปไม่ไหว "เยี่ยนผิง ลูกเดินผิดทาง คุณไม่ห้ามแล้วยังสนับสนุนลูกอีกเหรอ?"
"ทางการเริ่มกู้ภัยแล้ว เราจะขายลูกกินเพราะของกินไม่กี่คำไม่ได้นะ......"
"ใครขาย?!" หลี่เยี่ยนผิงโกรธจนลุกขึ้นยืน หลุดปากออกมา:
"ถ้าไม่มีลูก แกจะมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้เหรอ?!"
"แกนึกว่าของกินที่แกกินที่ยวี่หลานย่วน คนใจดีเขาให้มาฟรีๆ จริงๆ เหรอ?!"
เจียงเจิ้งคังชะงัก "หมายความว่าไง......"
หลี่เยี่ยนผิงรีบกลืนความจริงลงคอ กำลังจะเปลี่ยนเรื่อง เจียงจื่อซวนก็มองพวกเขาอย่างหงุดหงิด
"เลิกทะเลาะกันสักทีได้ไหม?!"
"ของกินเมื่อก่อน หนูเอาตัวแลกมาทั้งนั้น! เพราะแม่ไปขายแล้วไม่มีใครเอา! พอใจหรือยัง!"
หลี่เยี่ยนผิงลนลาน "ลูกพูดออกมาทำไม......"
เพียะ——!
เจียงเจิ้งคังลงไม้ลงมือเป็นครั้งแรก ตบหน้าหลี่เยี่ยนผิงฉาดใหญ่ "คุณยังเป็นคนอยู่ไหม?!"
"จื่อซวนยังเด็กนะ!"
"ถ้าแกมีปัญญา พวกฉันแม่ลูกจะโดนบีบให้ทำแบบนี้ไหม?! ตอนนี้ยังกล้ามาตบฉันอีก?! ฉันจะสู้ตายกับแก!" หลี่เยี่ยนผิงร้องห่มร้องไห้พุ่งเข้าใส่เจียงเจิ้งคัง
เจียงเจิ้งคังยืนนิ่งปล่อยให้หลี่เยี่ยนผิงระบายอารมณ์ แววตาว่างเปล่า
หลี่เยี่ยนผิงพูดถูก
เป็นเพราะเขาไม่มีปัญญา โทษใครไม่ได้
—
กลางดึก
เจียงเฝ่ยสวมชุดป้องกันเรียบร้อย พายเรือยางออกไปคนเดียว ไม่ได้เรียกลู่ยู่และคนอื่นๆ ไปด้วย
หนึ่งคือพาคนไปหาทองไม่สะดวก สองคือเธอสงสัยว่าผู้ชายที่ให้ข่าวคนนั้นพูดไม่หมด
ถ้าย่านการค้าของหาง่ายขนาดนั้น ทำไมหมอนั่นถึงกลับมามือเปล่า แถมยังหิวจนต้องมาแลกอาหารกับเธอล่ะ?
จัดการงูน้ำที่พยายามเลื้อยขึ้นเรือยางเสร็จ เจียงเฝ่ยก็เข้ามาในย่านการค้า
เสียงหึ่งๆ ของยุงพิษดังชัดเจนในค่ำคืนที่เงียบสงัด
ผิวน้ำมีระลอกคลื่นกระเพื่อมเป็นระยะ ไม่รู้ว่าใต้น้ำมีงูหรือตะขาบกันแน่
ไม่เห็นศพหรือเงาคน เจียงเฝ่ยยิ่งระวังตัวมากขึ้น ชักปืนออกมา ค่อยๆ เข้าไปใกล้ตึกสามชั้นของร้าน UN
จอดเรือยางเสร็จ เจียงเฝ่ยปีนหน้าต่างชั้นสองที่แตกเข้าไป จู่ๆ ยุงพิษฝูงใหญ่สีดำมืดก็พุ่งออกมา
ฟู่——
เจียงเฝ่ยใช้ปืนพ่นไฟเผาพวกมันจนเกลี้ยง รวมถึงตะขาบและแมลงสาบที่ไต่ยั้วเยี้ยในห้อง
เธอเปิดไฟฉายส่อง
โต๊ะเก้าอี้เคาน์เตอร์ล้มระเนระนาด พื้นมีน้ำขังแค่ระดับพื้นรองเท้า
ของที่เคยวางอยู่บนชั้นและในตู้โชว์ ถูกน้ำซัดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
มีทั้งชุดดำน้ำ ไฟฉาย เครื่องช่วยหายใจ ถังออกซิเจน เข็มทิศ หน้ากากดำน้ำ ปืนยิงปลา ตีนกบ และอุปกรณ์ดำน้ำอื่นๆ
เจียงเฝ่ยเห็นอะไรก็เก็บเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วเดินขึ้นชั้นบน
กำจัดยุงและแมลงเสร็จ เจียงเฝ่ยใช้ไฟฉายส่องไปรอบๆ
ชั้นสามของน้อยกว่าชั้นสอง แต่มีเครื่องตรวจจับโลหะใต้น้ำ กล้องใต้น้ำ ตาข่ายกู้ภัย เสื้อชูชีพปรับระดับ และชุดกันหนาวสำหรับดำน้ำ
เจียงเฝ่ยตาลุกวาว
ชุดกันหนาวดำน้ำนี่ของดีเลย!
ไม่เพียงป้องกันอุณหภูมิร่างกายลดต่ำ วัสดุพิเศษยังป้องกันสัตว์น้ำกัดต่อยได้ด้วย
มีทั้งหมดสองลังใหญ่ แบ่งเป็นแบบแห้งและแบบเปียก เจียงเฝ่ยเก็บเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหมดเกลี้ยง
ได้ของที่ต้องการแล้ว เจียงเฝ่ยเดินลงมาอย่างพอใจ แต่จู่ๆ ก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อ
จระเข้ตัวมหึมานอนหมอบอยู่ตรงทางลงบันได ดวงตาวาววับจ้องเขม็งมาที่เธอ
นอกหน้าต่างชั้นสอง ยังมีจระเข้อีกหลายตัวโผล่หัวขึ้นมา
บางตัวถึงกับปีนเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ที่แตกแล้ว
เจียงเฝ่ยขนลุกซู่
จระเข้หนังหนา ฆ่าให้ตายยากในเวลาสั้นๆ
เธอจะเปลืองกระสุนไม่ได้
เจียงเฝ่ยลองถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
จระเข้ตรงบันไดพุ่งเข้าใส่ทันที อ้าปากกว้างโชว์เขี้ยว
เจียงเฝ่ยรีบหนีเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต
เกือบไปแล้ว!
ออกไปไม่ได้ เจียงเฝ่ยเลยขลุกอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต เอาเครื่องมือในโกดังออกมา เก็บเกี่ยวผักที่ปลูกไว้
ได้ฟักทอง 3 ลังใหญ่ มันฝรั่ง 3 ลังใหญ่ แครอท 3 ลังใหญ่ พริกกับผักโขมอย่างละลัง
เจียงเฝ่ยเลือกแครอทมาหัวหนึ่ง ล้างน้ำกัดกิน
กรอบหวานฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อร่อยกว่าแครอทที่ขายตามท้องตลาด
รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าค่อยๆ หายไป เจียงเฝ่ยมองแครอทในมืออย่างตกตะลึง
ผักที่ปลูกในซูเปอร์มาร์เก็ต ช่วยขจัดความเหนื่อยล้าได้ด้วย?!
ถ้ากินบ่อยๆ...... จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นไหมนะ?
เจียงเฝ่ยรู้สึกเหมือนขุดเจอสมบัติ อยากจะแปลงร่างเป็นวัวแก่ไถนาปลูกผักให้เต็มพื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเดี๋ยวนั้นเลย
ยังดีที่สติยังอยู่ครบ
ไม่ลืมจุดประสงค์ของคืนนี้ เจียงเฝ่ยกินแครอทหมด ถือปืนยิงปลาออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต
จระเข้ตัวที่อยู่ตรงบันได นอนจมกองเลือด หัวเละไปครึ่งหนึ่ง
จระเข้ตัวอื่นๆ ถอยไปอยู่ที่ริมหน้าต่างชั้นสอง
ฝีมือผู้รอดชีวิตเหรอ?
เจียงเฝ่ยกำลังจะย่องขึ้นชั้นสามเพื่อหนี ปัง ปัง ปัง——!
กระสุนชุดใหญ่กราดยิงเข้ามา เจียงเฝ่ยรีบมุดกลับเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต
เกือบไป!
เกือบโดนยิงพรุนเป็นรังผึ้งแล้ว!
บนดาดฟ้าตึกตรงข้ามร้าน UN
เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หลังปืนไรเฟิลซุ่มยิง ขยี้ตาตัวเอง
เมื่อกี้เขาตาฝาดเห็นคนโผล่มาแวบๆ เหรอ???
น่าจะตาฝาดมั้ง
คนบ้าอะไรจะโผล่มาแล้วหายไปได้ ยังกับผี
เด็กหนุ่มคิดพลางเล็งปืนไปที่จระเข้ในร้าน UN ใหม่
ส่วนเจียงเฝ่ยรออยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตสักพัก ก็ออกมาดูลาดเลาอีกรอบ
ปัง——!
กระสุนเป่าหัวจระเข้ตัวหนึ่งกระจาย
เจียงเฝ่ยรีบมุดกลับเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตอีกครั้ง
เด็กหนุ่มบนดาดฟ้าเงยหน้าขวับ นัยน์ตาใสซื่อฉายแววหวาดกลัว
เขาไม่ได้ตาฝาด!
ผีหลอกจริงๆ ด้วย!
แถมยังเป็นผีพรายที่หน้าตาดีซะด้วย!
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายเอือก โยนปืนไรเฟิลให้คนข้างหลัง "น้าหลิว รีบหนีเร็ว รีบไปจากที่นี่!"
"ที่นี่มีผี!"
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าน้าหลิว โดนเด็กหนุ่มลากไปอย่างงงๆ
ผีเผออะไร?
เขาเพิ่งพาคนมาเคลียร์พื้นที่ไปเองไม่ใช่เหรอ???