เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ตุน ตุน ตุน

บทที่ 3 ตุน ตุน ตุน

บทที่ 3 ตุน ตุน ตุน


"ขอโทษครับ" ชายสวมหมวกแก๊ปเดินเข้ามาในลิฟต์

เขาตัวสูงมาก น่าจะเกิน 185 ซม. บวกกับสวมหน้ากากอนามัย กดปีกหมวกลงต่ำ ไม่เผยให้เห็นลักษณะหน้าตาใดๆ

พอเห็นผู้ชายมายืนอยู่ข้างกาย เจียงเฝ่ยถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ เพื่อเว้นระยะห่าง

เธอไม่ชอบอยู่ใกล้คนแปลกหน้ามากเกินไป เผื่ออีกฝ่ายลงมือฉับพลัน เธอจะหนีเอาตัวรอดได้ยาก

นี่เป็นนิสัยที่ติดตัวเจียงเฝ่ยมาจากวันสิ้นโลก

ชายคนนั้นราวกับไม่สังเกตเห็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเจียงเฝ่ย เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน: "สวัสดีครับ ผมเป็นลูกบ้านห้อง 2203 พวกคุณเพิ่งย้ายมาใหม่เหรอครับ?"

เสี่ยวอู๋: "ก็ประมาณนั้นครับ"

เจียงเฝ่ย: "ไม่ใช่"

เจียงเฝ่ยกับเสี่ยวอู๋พูดขึ้นพร้อมกัน คำตอบที่ต่างกันทำให้บรรยากาศดูแปลกชอบกล

ชายคนนั้นเหมือนจะไม่รู้สึกอะไร น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังเจือรอยยิ้มจางๆ "พื้นที่สีเขียวของยวี่หลานย่วนดีมาก สวนหย่อมข้างล่างยังมีน้ำพุ ลูกบ้านไปปิ้งย่างกลางแจ้งตรงนั้นได้นะครับ......"

ฟังชายหนุ่มแนะนำหมู่บ้านเองเออเอง เจียงเฝ่ยปรายตามองเสี่ยวอู๋ที่อยู่ข้างๆ อย่างเย็นชา

นี่เหรอที่คุณบอกว่า ลูกบ้านห้อง 2203 พูดน้อย?

เป็นโรคกลัวการเข้าสังคม?

อ่านความหมายในสายตาเจียงเฝ่ยออก เสี่ยวอู๋หลบสายตาอย่างร้อนตัว

ทุกอย่างก็เพื่อเปิดบิลหาเงิน!

พูดไม่ได้! สัญญายังไม่ได้เซ็น!

ติ๊ง——ลิฟต์มาถึงชั้นหนึ่ง

ชายคนนั้นเหมือนจะยังคุยไม่จุใจ ร้องอ้อเบาๆ "ไว้มีโอกาสเราค่อยคุยกันใหม่นะครับ"

พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินออกจากลิฟต์

เจียงเฝ่ยกับเสี่ยวอู๋เดินตามหลังออกมา เห็นเพียงแผ่นหลังของชายหนุ่มหายลับไปนอกประตูอาคาร

เจียงเฝ่ยเดินออกไปพลาง พูดกับเสี่ยวอู๋พลาง "ข้อมูลการเช่าบ้านที่คุณให้ฉันกับความเป็นจริงไม่ตรงกันนะ"

ไม่ชดเชยหน่อยเหรอ?

ในฐานะคนหัวไว เสี่ยวอู๋เข้าใจความหมายแฝงของเจียงเฝ่ยทันที ยิ้มประจบ: "คุณเจียงครับ ครั้งนี้เป็นความผิดของผมเอง ผมจะให้ส่วนลดพนักงานกับคุณ ลดให้ 40% ดีไหมครับ?"

เจียงเฝ่ยพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง

เธอขาดเงินขาดที่อยู่ ชั้นสูงๆ และเหมาะสมมีน้อยจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดเหน็บเสี่ยวอู๋หรอก

ค่าเช่ารายเดือนของยวี่หลานย่วนคือ 15,000 เช่าสองห้องหนึ่งปีก็คือ 360,000

ตอนนี้ลดได้ 40% ประหยัดไปได้แสนกว่า

กำไรแล้ว!

ห้ามลำพองใจ!

เจียงเฝ่ยทำหน้านิ่งเดินตามเสี่ยวอู๋ออกไป หารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มที่หายไปแล้ว ปรากฏตัวขึ้นในป่าด้านหลังเธอ

มองดูแผ่นหลังของเจียงเฝ่ยกับเสี่ยวอู๋ไกลออกไป ชายหนุ่มเก็บมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกลับคืน

เขายังนึกว่าเป็นพวก "หนู" น่ารำคาญพวกนั้นเจอที่นี่แล้วซะอีก

ที่แท้ก็เพื่อนบ้านใหม่นี่เอง

ณ บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง

เจียงเฝ่ยกับเสี่ยวอู๋เซ็นสัญญาเช่าเสร็จ คำนวณเงินในมือ หักค่าเช่าบ้านสองห้องหนึ่งปีกับค่านายหน้าของเสี่ยวอู๋ เหลืออยู่ 1,330,000

หวังว่าตุนของจำเป็นครบแล้ว จะยังเหลือเงินปลดล็อกซูเปอร์มาร์เก็ตบ้างนะ

เจียงเฝ่ยกำลังจะกลับ เสี่ยวอู๋ก็วิ่งเข้ามา

"คุณเจียงครับ เมื่อกี้ที่ยวี่หลานย่วน ผมเห็นคุณเปลี่ยนใจตอนได้ยินว่าบ้านดัดแปลงได้ เลยอยากถามคุณว่า ต้องการช่างตกแต่งภายในไหมครับ?"

"พี่ชายผมทำรับเหมาตกแต่ง มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง คุณอยากได้วัสดุอะไรเขามีหมด"

เจียงเฝ่ยแปลกใจ "บริการครบวงจร?"

เสี่ยวอู๋เกาหัวอย่างเขินอาย "น้ำซึมบ่อทราย เพื่อนกินไม่ตกถึงท้องคนอื่นนี่ครับ"

"ไม่กลัวคุณเจียงหัวเราะเยาะ ความจริงเพราะพ่อของเราสองพี่น้องป่วยนอนโรงพยาบาล ต้องรีบใช้เงิน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ปิดบังข้อมูลลูกบ้านคนนั้น แต่คุณไม่ถือสา แถมยังให้ค่านายหน้าผมตั้งเยอะ ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณ คุณวางใจได้ ราคาตกแต่งสมเหตุสมผลแน่นอนครับ"

"พี่ชายผมอยู่แถวนี้พอดี จะลองเจอกันหน่อยไหมครับ?"

เจียงเฝ่ยตกลง

ถ้าราคาไม่เหมาะหรือทำไม่ได้ อย่างมากเธอก็หาคนอื่นเอง

ไม่นานนัก เสี่ยวอู๋ก็พาชายวัยเกือบสามสิบกลับมา

เพราะตากแดดตากลมมาหลายปี ผิวพรรณของชายหนุ่มจึงแดงคล้ำ ขับให้ดวงตายิ่งดูสดใส หน้าตาซื่อๆ คนละสไตล์กับเสี่ยวอู๋ที่ขาวเนียนและหัวไวอย่างสิ้นเชิง

เสี่ยวอู๋: "คุณเจียงครับ นี่พี่ชายผม อู๋ต้าหย่ง ผมชื่ออู๋เสี่ยวเวย คุณเรียกผมว่าเสี่ยวอู๋เหมือนเดิมก็ได้ครับ"

เจียงเฝ่ยพยักหน้า ยื่นแปลนห้องสองชุดให้อู๋ต้าหย่ง แล้วยื่นข้อเสนอของตัวเอง: "ฉันอยากเปลี่ยนหน้าต่างทั้งหมด ระดับความแข็งแรงขอแบบต้านทานพายุไต้ฝุ่นระดับ 12 ขึ้นไปได้"

"ประตูทางเข้าเปลี่ยนเป็นประตูเหล็กไฟฟ้า คุณภาพต้องเหมือนหน้าต่าง บ้านสองหลังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบกรองน้ำ เดินสายไฟแยกให้ฉันทั้งหมด ต้องสามารถใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลได้ในกรณีไฟดับ"

"เจาะทะลุห้อง 2201 กับ 2202 ทำประตูเล็ก ติดประตูเหล็กไฟฟ้า"

"นอกจากนี้ฉันขอประตูเหล็กไฟฟ้าคุณภาพเดียวกันอีก 5 บาน ไม่ต้องติดตั้ง วางไว้ให้ฉันที่ห้องรับแขกก็พอ"

เธอไม่รู้จักลูกบ้านยวี่หลานย่วน แต่เธอรู้จักสันดานมนุษย์ เพื่ออาหารสักคำ จิตใจวิปริตได้ขนาดไหน

ถ้ายวี่หลานย่วนแตกพ่าย เธอสามารถติดตั้งประตูเหล็กไฟฟ้าที่ทางเดินบันได ไม่ให้คนชั้นล่างขึ้นมา สร้างเป็นเซฟเฮาส์

ผนังของยวี่หลานย่วนหนาพอ ไม่ถูกทุบพังง่ายๆ

ต่อให้วันหน้าอยู่ที่ยวี่หลานย่วนไม่ได้ เธอไปอยู่ที่ใหม่ก็ยังมีหลักประกันเพิ่มอีกชั้น

สมบูรณ์แบบ!

อู๋เสี่ยวเวยกับอู๋ต้าหย่งฟังจนอึ้งไปแล้ว

เป็นอู๋เสี่ยวเวยที่ได้สติก่อน จุ๊ปากพูดว่า "คุณเจียงครับ คุณดัดแปลงแบบนี้มันจะปลอดภัยเกินไปหน่อยไหมครับ......"

เจียงเฝ่ยตีหน้าขรึม "ฉันอยู่คนเดียว ขี้ขลาด ขี้กลัว"

อู๋เสี่ยวเวยมองเจียงเฝ่ย หน้าตาสะสวย ร่างกายบอบบาง เหมือนหมัดเดียวก็ต่อยให้ร้องไหได้ ก็ต้องการความปลอดภัยมากหน่อยจริงๆ

"พี่ ข้อเรียกร้องของคุณเจียงพี่ทำได้ไหม?"

อู๋ต้าหย่งสีหน้าลังเล "ทำน่ะทำได้ แต่ระยะเวลาก่อสร้างจะนาน ต้องใช้เวลา 1 เดือน"

"คุณเจียงครับ ของที่คุณต้องการเป็นวัสดุดีที่สุด ราคาทุนก็แพง ผมลดให้คุณได้เต็มที่ 20% ประหยัดค่าแรงคนงาน รวมๆ แล้วประมาณ 350,000"

"ไม่" เจียงเฝ่ยปฏิเสธข้อเสนอของอู๋ต้าหย่ง "มากสุดหนึ่งสัปดาห์ ฉันต้องเห็นผลงาน"

"คุณหาคนงานเพิ่มได้ ฉันจ่ายเงินเอง ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีที่อยู่"

เห็นเจียงเฝ่ยยืนกรานเช่นนี้ อู๋ต้าหย่งจำต้องรับปาก สุดท้ายเคาะราคาที่ 400,000

ยังดีที่โรงงานใหญ่ที่เขาดีลด้วยส่งของไว แถมของดีราคาถูก

เจียงเฝ่ยรูดบัตรมัดจำครึ่งหนึ่ง "พูดจาดักคอกันไว้ก่อน ถ้าฉันเจอว่าพวกคุณลดสเปกของ ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่ต้องคืนมัดจำนะ"

สายตาของเด็กสาวเย็นชาเฉียบคม ราวกับน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ อู๋ต้าหย่งอดตัวสั่นไม่ได้ รับประกันว่า "คุณเจียงวางใจได้ ไม่เกิดปัญหาแบบนั้นแน่นอนครับ"

ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนประเภทคดโกงพลิกแพลงอยู่แล้ว

จัดการเรื่องบ้านเสร็จ ภายใต้ความช่วยเหลือของอู๋เสี่ยวเวย เจียงเฝ่ยใช้เงินสองพันเช่าโกดังขนาดใหญ่หนึ่งแห่ง แล้วเช่ารถบรรทุกตบตาอีกหนึ่งคัน มายังตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในหลินเฉิง

สินค้าที่นี่ครบครันจนเรียกได้ว่า มีแต่สิ่งที่คุณคิดไม่ถึง ไม่มีสิ่งที่คุณหาซื้อไม่ได้

เจียงเฝ่ยไปร้านวัสดุก่อสร้างก่อน เจอเถ้าแก่ก็พูดตรงประเด็น "เถ้าแก่ ฉันต้องการเครื่องปั่นไฟดีเซลในครัวเรือน 10 เครื่อง แผงโซลาร์เซลล์กำลังไฟสูงสุด 10 แผง ถังเก็บน้ำสิบตัน 20 ใบ เครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง เลื่อยไฟฟ้าขนาดเล็ก 5 อัน"

ซื้อน้ำอย่างเดียวแพงเกินไป สู้ซื้อเครื่องสูบน้ำกับถังน้ำ แล้วหาทะเลสาบเก็บน้ำเองดีกว่า

เถ้าแก่ที่นั่งสูบบุหรี่ในเคาน์เตอร์อึ้ง นึกว่าเจียงเฝ่ยอายุน้อยมาป่วน กำลังจะไล่คน แปะ——

เงินสดปึกละหนึ่งหมื่นวางลงบนเคาน์เตอร์

เจียงเฝ่ย: "แบบนี้ ฉันยังมีอีกเยอะ"

เถ้าแก่ยิ้มจนเห็นฟันเหลือง รีบดับบุหรี่ หยิบเครื่องคิดเลขออกมา:

"ดูตาถั่วๆ ของฉันสิ แม้แต่ลูกค้าใหญ่ก็ยังดูไม่ออก"

"แม่หนูอย่าเพิ่งใจร้อน เดี๋ยวฉันคิดเงินให้เดี๋ยวนี้แหละ"

ไม่กี่นาทีต่อมา เถ้าแก่วางเครื่องคิดเลขลง "ทั้งหมดแสนหนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อย หนูมาครั้งแรกฉันตัดเศษให้ คิดแค่แสนหนึ่งหมื่นหกพัน ฉันแถมบริการส่งของให้ฟรีด้วย"

เจียงเฝ่ยเขียนที่อยู่ลงไป "คืนนี้ 3 ทุ่มส่งไปที่นี่ให้ตรงเวลานะ"

เธอเช่าโกดังแค่สองวัน เดี๋ยวต้องไปซื้อเสบียงอย่างอื่นอีก นัดเวลารับของพร้อมกัน จะได้เก็บเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตทีเดียว

เถ้าแก่ยิ้มร่ารับปาก "ตามกฎของตลาด หนูต้องจ่ายเงินก่อน เงินสดหรือรูดบัตร?"

"รูดบัตร"

เจียงเฝ่ยจ่ายเงินเสร็จขาหน้าเพิ่งก้าวออกไป เถ้าแก่ขาหลังก็เดินกะเผลกออกมาจากเคาน์เตอร์ กวักมือเรียกลูกน้องที่สูบบุหรี่อยู่หน้าประตู:

"แกไปตามดูนังหนูคนนั้น ดูซิว่ามันมาทำอะไรที่ตลาด"

"ใช้เงินมือเติบขนาดนี้ ฉันเดาว่าเป็นหมูอ้วน ไม่แน่พวกเราอาจจะได้ลาภก้อนโต"

สัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่ามีคนตามตัวเอง แววตาเจียงเฝ่ยฉายแววเย็นเยียบ

เธอต่อสู้ไม่เป็น เป็นแต่ฆ่าคน

ตอนนี้คนพลุกพล่าน ไม่สะดวกลงมือ แต่ขอแค่อีกฝ่ายกล้าดักซุ่มโจมตี เธอก็มั่นใจว่าจะจัดการให้ตายในทีเดียว

เจียงเฝ่ยคลำมีดหั่นอาหารในกระเป๋าที่ขอมาจากโรงแรม แสร้งทำเป็นไม่รู้ตัวว่าถูกสะกดรอย ไปที่ร้านข้าวสารอาหารแห้ง สั่งข้าวสารกระสอบร้อยชั่ง 100 กระสอบ แป้งหมี่กระสอบร้อยชั่ง 100 กระสอบ น้ำมันถั่วเหลืองสิบลิตร 100 ถัง ยังมีธัญพืชและธัญพืชหยาบนานาชนิด ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง มันฝรั่ง ข้าวโพด ข้าวกล้อง ฯลฯ เอาอย่างละ 100 กระสอบ กระสอบละร้อยชั่ง

นอกจากนี้ เจียงเฝ่ยยังซื้อเครื่องปรุงและของแห้งต่างๆ อีกนับร้อยชุด ได้ส่วนลดจากเถ้าแก่ร้านข้าว รวมแล้วจ่ายไป 130,000 ให้ส่งไปที่โกดังที่เธอเช่าตอนกลางคืนเหมือนเดิม

ออกจากร้านข้าว เจียงเฝ่ยก็ไปร้านของใช้ในชีวิตประจำวันที่ใหญ่ที่สุดในตลาด แชมพู ครีมอาบน้ำ กระดาษชำระ ทิชชู่ป๊อปอัพ ทิชชู่เปียก ทิชชู่เปียกสำหรับเข้าห้องน้ำ น้ำยาซักผ้า สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน จานชามช้อนตะเกียบใช้แล้วทิ้ง กางเกงในใช้แล้วทิ้ง ไฟแช็ก ไม้ขีดไฟ เอาอย่างละ 100 ลังใหญ่

เธอไม่อยากเป็นเหมือนชาติที่แล้ว ที่ไม่ได้แปรงฟันไม่ได้ล้างหน้า ทุกวันตัวเหม็นจนแทบจะตายคาที่

ส่วนกางเกงซับในกับผ้าอนามัย เจียงเฝ่ยเหมามาทุกขนาดทุกความยาวอย่างละร้อยลัง ยังเหลือเงิน 650,000

จัดการของใช้พื้นฐานเสร็จ เจียงเฝ่ยหาร้านขายอุปกรณ์เดินป่า อ้างเหตุผลว่าจะไปสำรวจขั้วโลกเหนือกับรัฐหนึ่ง แล้วซื้อชุดกีฬาฤดูร้อนที่คล่องตัว เสื้อกางเกงกันลมกันน้ำกันหนาว รองเท้าถุงมือชุดชั้นในผ้าพันคอที่ให้ความอบอุ่น แว่นนิรภัย เต็นท์ ถุงนอน รองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง เลื่อน เรือยาง เรือบอร์ดยาง อย่างละ 50 ชิ้น

จ่ายไป 180,000 เจียงเฝ่ยเดินออกจากร้านอุปกรณ์เดินป่าอย่างพึงพอใจ แล้วไปร้านการเกษตรซื้อเมล็ดพันธุ์กับเครื่องมือการเกษตรต่างๆ อีก 80,000 ร้านผักผลไม้ซื้อผลไม้และผักสด 50,000 ร้านขายเนื้อซื้อเนื้อสดและเนื้อแช่แข็งชนิดต่างๆ 70,000 นัดแนะให้ส่งของตอนกลางคืนทั้งหมด

ถ้าที่ดินนอกซูเปอร์มาร์เก็ตปลูกพืชไม่ได้ เธอยังปลูกในโลกความเป็นจริงได้ หรือบริจาคให้ทางการ แก้ปัญหาเรื่องอาหารได้ส่วนหนึ่ง

เธอไม่ใช่นักบุญ แค่ไม่อยากให้โลกใบนี้ไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่เลย

เจียงเฝ่ยยุ่งจนตะวันตกดิน ถึงกลับมาที่รถบรรทุกที่เช่าไว้ ตรวจสอบรายการของที่ซื้อ

เงื่อนไขการปลดล็อกอัปเกรดซูเปอร์มาร์เก็ตผลาญเงินเกินไป แต่ตอนนี้ทุนเธอก็มีไม่มาก ทำได้แค่ซื้อทุกอย่างไว้อย่างละหน่อย พอให้ตัวเองใช้

ยังดี หลังวันสิ้นโลกสามารถหยิบฉวยฟรีได้ ถึงตอนนั้นการปลดล็อกกับอัปเกรดคงง่ายขึ้น

ครืดคราด——มือถือสั่น

เป็นข้อความจากเจียงเจิ้งคังส่งมาถามเจียงเฝ่ยว่าอยู่ที่ไหน

ยังมีสายที่ไม่ได้รับจากหลี่เยี่ยนผิงอีกสองสาย

หลังจากโอนบ้านเสร็จ เจียงเฝ่ยก็ลบวีแชทของครอบครัวหลี่เยี่ยนผิงทิ้งหมด

เดาว่าหลี่เยี่ยนผิงคงอยากหาข้ออ้างทวงเงินคืน ถึงได้โทรหาเธอ

เจียงเฝ่ยไม่ตอบกลับหลี่เยี่ยนผิงและเจียงเจิ้งคัง เช็กยอดเงินในบัญชีธนาคาร เหลือ 270,000 ไม่พอซื้อของที่เธอต้องการเลย

โดยเฉพาะยา อาวุธ น้ำมันเบนซิน ดีเซล การซื้อจำนวนมากไม่เพียงต้องใช้เงิน ยังต้องใช้เส้นสาย

ถ้าไม่ไหวจริงๆ หลังพายุฝนมาค่อยไปหยิบฉวยฟรี?

เจียงเฝ่ยนวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัว ตัดสินใจหาที่กินข้าวก่อน

เวลานี้ ในร้านวัสดุก่อสร้างที่ตลาดค้าส่ง

เถ้าแก่อ้วนหวังขาเป๋นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำครึ ฟังรายงานจากลูกน้องด้วยความตกตะลึง:

"แกบอกว่ามันใช้เงินที่นี่ไปเกือบล้าน???"

ลูกน้องพยักหน้า "ฟังเถ้าแก่ร้านข้าวบอกว่า หล่อนอยากเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ก็เลยซื้อทุกอย่าง"

"ดูท่าจะเป็นหมูอ้วนจริงๆ ด้วย" หวังขาเป๋ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น:

"บอกพวกพี่น้อง คืนนี้เตรียมอาวุธไปที่โกดังหมายเลข 11 เขตหลินเป่ย!"

จบบทที่ บทที่ 3 ตุน ตุน ตุน

คัดลอกลิงก์แล้ว