เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เกิดใหม่

บทที่ 1 เกิดใหม่

บทที่ 1 เกิดใหม่


"เจียงเฝ่ย ถึงแม้เถ้าแก่ซุนจะอายุรุ่นปู่เธอได้ แต่เขารวยนะ ยินดีให้สินสอดเธอตั้งสองล้าน เธอแต่งไปทนแค่ไม่กี่ปี พอเขาตาย ทรัพย์สินหลายสิบล้านก็ตกเป็นของเธอแล้ว!"

"ถ้าเธอไม่ตกลงแต่ง ฉันจะเอาอะไรไปซื้อบ้านใหม่หาเมียให้ลูกพี่ลูกน้องเธอ?"

เมื่อได้ยินเสียงแหลมแสบแก้วหูที่คุ้นเคย เจียงเฝ่ยก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว สายตาที่พร่ามัวกลับมาชัดเจนในขณะนี้

หญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปี ทาลิปสติกสีแดงสดนั่งอยู่บนโซฟา ร่างกายที่อ้วนท้วนแทบจะกินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่ง

หลี่เยี่ยนผิง......

ป้าสะใภ้คนที่อยากจะกินเนื้อเธอ!

และข้างกายหลี่เยี่ยนผิง คือลูกพี่ลูกน้องเจียงจื่อหมิงที่กำลังดูเรื่องสนุก กับลุงเจียงเจิ้งคังที่นั่งสูบบุหรี่เงียบๆ

เธอตายไปตอนปีที่สี่ของวันสิ้นโลกแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยังเจอครอบครัวของลุงอีก?

เจียงเฝ่ยเหลือบไปเห็นมือทั้งสองข้างที่ห้อยตกลงมาของตัวเองอย่างกะทันหัน มันสะอาดขาวผ่อง ไร้ซึ่งบาดแผลใดๆ

เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เจียงเฝ่ยรีบหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาดูวันที่——

12.5.2222

สองเดือนก่อนวันสิ้นโลกจะมาเยือน

เธอ... เกิดใหม่แล้ว!

ลมหายใจของเจียงเฝ่ยถี่กระชั้นขึ้นมาทันที เพิ่งจะยอมรับความจริงนี้ได้ เสียงของหลี่เยี่ยนผิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"แม่เธอตายเร็ว พ่อเธอก็ไม่เอาเธอแล้ว อาศัยฉันกับลุงเลี้ยงเธอจนโต เธอจะเปลี่ยนชื่อตามแซ่แม่ พวกเราก็ยอมแล้ว ตอนนี้บ้านเราเจอความลำบาก เธอสมควรจะช่วยเหลือพวกเราไหม?"

"อีกอย่าง ฉันให้เธอไปเสวยสุขนะ ไหนๆ เธอก็เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ควรแต่งงานมีลูกได้แล้ว"

แววตาของเจียงเฝ่ยฉายแววเย้ยหยัน

ห้าปีก่อน หลี่เยี่ยนผิงอยากได้มรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้เธอ จึงยุยงให้ลุงมาเป็นผู้ปกครองของเธอ

รวมอสังหาริมทรัพย์แล้ว มูลค่าทั้งหมดสามล้าน หลายปีมานี้ถูกหลี่เยี่ยนผิงผลาญจนแทบไม่เหลือ ไม่เพียงแค่ซื้อวิลล่าหลังเล็ก ยังส่งเจียงจื่อซวนลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ไปเรียนต่อเมืองนอก

ส่วนเธอไม่ได้ใช้เงินสักแดงเดียว ใส่เสื้อผ้าเก่าที่เจียงจื่อซวนไม่เอา กินเศษอาหารเหลือเดนของหลี่เยี่ยนผิง อาศัยอยู่ในห้องเก็บของที่เล็กและโทรมที่สุดในบ้าน เธอจำต้องทำงานส่งตัวเองเรียน อดทนต่อการกลั่นแกล้งด่าทอจากลูกพี่ลูกน้อง

กว่าจะทนจนเรียนจบ สามารถย้ายออกไปใช้ชีวิตเองได้ กลับมาถูกบีบให้แต่งงานอีก

เจียงจื่อหมิงออกจากโรงเรียนกลางคันมาเกาะพ่อแม่กินตั้งนานแล้ว อายุสามสิบก็ยังไม่มีแฟน หลี่เยี่ยนผิงร้อนใจเรื่องนี้ เพื่อจะให้เจียงจื่อหมิงสร้างครอบครัวได้ ก็เลยบีบให้เธอแต่งงานกับตาแก่รวยๆ หวังจะเอาสินสอดของเธอ ไปซื้อบ้านซื้อรถให้เจียงจื่อหมิง จะได้หาคู่ได้

ชาติที่แล้วเธออดอาหารประท้วง เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ถึงทำให้หลี่เยี่ยนผิงล้มเลิกความคิด แต่ชาตินี้ เธอจะไม่ทำแบบนั้นแล้ว

เธอต้องการเงินมาตุนเสบียงเพื่อผ่านพ้นวันสิ้นโลก

เถ้าแก่ซุนไม่ใช่คนที่จะไปแหยมด้วยได้ง่ายๆ งั้นก็ให้หลี่เยี่ยนผิงมารับผลกรรมของการหลอกแต่งงานไปเถอะ

เจียงเฝ่ยซ่อนความประสงค์ร้ายในแววตา "ฉันตกลงแต่งงานกับเถ้าแก่ซุน แต่ฉันต้องการกรรมสิทธิ์บ้านเก่าที่แม่ฉันทิ้งไว้ รวมถึงสินสอดครึ่งหนึ่ง"

พอได้ยินคำนี้ หลี่เยี่ยนผิงก็แสร้งทำเป็นใจดีต่อไปไม่ไหว "แกเรียนจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือไง?! ยังกล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับฉัน? บอกตามตรงนะ! เงินของเถ้าแก่ซุนฉันรับมาแล้ว! อีกสามเดือนจัดงานแต่ง! แกไม่แต่งก็ต้องแต่ง!"

"เจียงเฝ่ย อย่าให้มันมากนัก แม่ฉันหาบ้านดีๆ แบบนี้ให้แก ถือเป็นบุญวาสนาของแกแล้ว!"

เจียงจื่อหมิงง้างมือจะสั่งสอนเจียงเฝ่ยด้วยความเคยชิน แต่กลับถูกล็อคแขนไว้

ปัง——!

"โอ๊ย!"

เจียงเฝ่ยจับเจียงจื่อหมิงทุ่มข้ามไหล่จนล้มคว่ำ แล้วคว้ามีดปลอกผลไม้บนโต๊ะรับแขกขึ้นมา จ่อไปที่เป้ากางเกงของอีกฝ่าย

อย่างน้อยก็ดิ้นรนเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกมาตั้งสามปีกว่า ถึงแม้พละกำลังของร่างกายตอนนี้จะยังไม่พอ แต่ความเร็วและการตอบสนองของเธอมันฝังลึกเข้าไปในกระดูกแล้ว

เจียงจื่อหมิงนอนกองอยู่บนพื้น กลัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อน กลัวว่าเจียงเฝ่ยจะมือสั่น แล้วจับเขา "ตอน" ขึ้นมา

หลี่เยี่ยนผิงก็ลนลาน คว้าตัวเจียงเจิ้งคังที่อยู่ข้างๆ "คุณรีบไปช่วยลูกสิ!"

"เฝ่ยเฝ่ย พวกเราค่อยพูดค่อยจากันนะ หลานวางมีดลงก่อน......"

"อ๊ากกก!!!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนบาดหูของเจียงจื่อหมิงขัดจังหวะคำพูดของเจียงเจิ้งคัง

มีดปลอกผลไม้ในมือเจียงเฝ่ยปักเข้าไปที่ต้นขาของเจียงจื่อหมิง "ลุงคะ ถ้าเดินเข้ามาอีกก้าวเดียว หนูไม่รับประกันนะว่าถ้ามือลั่นคราวหน้าจะแทงโดนตรงไหน"

เจียงเจิ้งคังหยุดยืนอยู่ที่เดิมทันที

พอเห็นเลือดบนขาของเจียงจื่อหมิง หลี่เยี่ยนผิงก็โกรธจนไขมันบนหน้าสั่นกระเพื่อม "นังสารเลว! ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับแกเดี๋ยวนี้!"

"ป้าสะใภ้ไม่อยากได้สินสอดของเถ้าแก่ซุนแล้วเหรอ?" เจียงเฝ่ยย้อนถามอย่างสงบนิ่ง พอเห็นหลี่เยี่ยนผิงเงียบไป ก็หัวเราะเบาๆ:

"ถ้าหนูเป็นอะไรไป ใครจะแต่งงานกับเถ้าแก่ซุน? พี่จื่อซวนเหรอ?"

"ไม่มีทาง!" หลี่เยี่ยนผิงโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

เธอตัดใจยกลูกสาวสุดที่รักให้แต่งงานกับเถ้าแก่ซุนที่ทั้งแก่ทั้งน่าเกลียดไม่ลงหรอก!

"แค่ป้าโอนเงินให้หนูเดี๋ยวนี้ แล้วพาหนูไปโอนกรรมสิทธิ์บ้าน หนูจะปล่อยตัวพี่จื่อหมิง"

"ไม่อย่างนั้นถ้าพี่จื่อหมิงเสียความเป็นชายไป นอกจากจะหาเมียไม่ได้แล้ว สินสอดที่คุณรับมา ก็จะถูกเถ้าแก่ซุนทวงคืน เผลอๆ จะโดนแก้แค้นเอาด้วย"

"คนมีหน้ามีตาอย่างเถ้าแก่ซุน คงไม่ยอมให้ใครมาหลอกต้มง่ายๆ หรอกมั้ง"

คำขู่ซึ่งหน้าของเจียงเฝ่ย ทำให้หลี่เยี่ยนผิงจุกจนพูดไม่ออก

ติดที่ว่าสิ่งที่เจียงเฝ่ยพูดมาเป็นเรื่องจริง หลี่เยี่ยนผิงทำได้เพียงหยิบมือถือออกมา กัดฟันพูดว่า "เลขบัญชีแก!"

ทำให้ยอมไปก่อน พอนังเด็กเวรนี่แต่งงานกับเถ้าแก่ซุนเสร็จ ค่อยหาโอกาสจัดการมัน เอาให้หมดตัวเลยคอยดู!

เจียงเฝ่ยดูแผนการในใจของหลี่เยี่ยนผิงออก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วให้เลขบัญชีธนาคารของตัวเองไป

ไม่นาน มือถือก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร——เงินเข้าหนึ่งล้าน

เจียงเฝ่ยโยนมีดทิ้งอย่างพึงพอใจ แล้วสั่งการขั้นต่อไป "ตอนนี้เราเอาเอกสารไปโอนบ้านกัน"

"นังเด็กบ้า แกจะรีบอะไรนักหนา? ไม่เห็นเหรอว่าพี่แกบาดเจ็บ?!"

หลี่เยี่ยนผิงด่ากระปอดกระแปดพลางพยุงเจียงจื่อหมิงลุกขึ้น ให้เจียงเจิ้งคังพาลูกชายไปโรงพยาบาล ส่วนตัวเองก็กลับเข้าห้องไปหยิบเอกสาร

บ้านที่แม่เจียงทิ้งไว้ให้เป็นบ้านชั้นเดียวเก่าๆ แถบชานเมือง ขายไม่ได้ราคา และไม่มีคนเช่า หลังจากหลี่เยี่ยนผิงกวาดเอาของมีค่าข้างในไปขายจนเกลี้ยง ก็ปล่อยบ้านทิ้งร้างไว้ตลอด

ถ้าเจียงเฝ่ยไม่พูดถึงวันนี้ เธอคงลืมไปแล้วว่ายังมีบ้านเก่าอยู่อีกหลัง

ถึงอย่างนั้น หลี่เยี่ยนผิงก็ยังไม่สบอารมณ์ ชักสีหน้าใส่เจียงเฝ่ยตลอดทาง แต่ก็รีบจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้เสร็จก่อนสำนักงานที่ดินจะพักเที่ยง

พร้อมกับมอบกุญแจบ้านเก่าให้เจียงเฝ่ยไปด้วย

เจียงเฝ่ยกับหลี่เยี่ยนผิงเดินออกจากอาคารสำนักงานที่ดิน บังเอิญเจอกับเจียงเจิ้งคังที่รีบตามมาพอดี

"เยี่ยนผิง ผมส่งเจ้าหมิงกลับบ้านแล้ว หมอบอกว่าแผลไม่เป็นอะไรมาก พักสักไม่กี่วันก็หาย"

พอแน่ใจว่าลูกชายตัวเองไม่เป็นไร หลี่เยี่ยนผิงก็เริ่มหาเรื่องเจียงเฝ่ยอีกครั้ง "ลุงแกมาพอดี งั้นเรามาพูดกันให้รู้เรื่อง"

"ตอนนี้แกมีบ้านแล้ว ตั้งแต่วันนี้ย้ายออกไปซะ อย่ามาซุกหัวอยู่ที่บ้านฉัน"

"ถ้าแกอยากกลับมาขนเศษขยะสัมภาระของแก ก็คืนเงินมาห้าแสน เป็นค่ารักษาพยาบาลของเจ้าหมิง"

หลี่เยี่ยนผิงยังคงไม่ตัดใจจากเงินของเจียงเฝ่ย

เจียงเจิ้งคังขมวดคิ้วแน่น "คุณจะทำเกินไปหน่อยไหม......"

"หลานสาวตัวดีของคุณเกือบจะทำให้ลูกชายคุณพิการนะ! ฉันจะเอาเงินหน่อยมันจะเป็นไรไป?!"

หลี่เยี่ยนผิงเท้าสะเอว ถลึงตาใส่เจียงเจิ้งคัง

เจียงเจิ้งคังขยับปากพะงาบๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

เมื่อเห็นท่าทางขี้ขลาดและยอมคนของเจียงเจิ้งคัง ในใจของเจียงเฝ่ยก็เกิดระลอกคลื่นความรู้สึกบางอย่าง

อันที่จริงชาติที่แล้วเจียงเจิ้งคังดีกับเธอมาก มักจะแอบซื้อของอร่อยมาให้ และคอยห้ามไม่ให้ลูกพี่ลูกน้องรังแกเธอ

กระทั่งตอนที่ทรัพยากรขาดแคลน และหลี่เยี่ยนผิงคิดจะกินเนื้อเธอเพื่อประทังชีวิต เจียงเจิ้งคังก็เป็นคนปล่อยเธอหนีไป

ถ้าไม่ใช่เพราะต่อมาเธอตาบอด เชื่อใจคนผิด ก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพต้องตายในกองเพลิง......

เจียงเฝ่ยระงับอารมณ์ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา:

"ของในบ้านหนูไม่เอาแล้ว ป้าอยากทิ้งก็ทิ้งไปเถอะ"

ไม่สนใจเสียงบ่นพึมพำของหลี่เยี่ยนผิง เจียงเฝ่ยหันไปพูดกับเจียงเจิ้งคังว่า:

"หนูเห็นในเน็ตบอกว่า ประเทศ Y ปิดข่าวเรื่องกัมมันตรังสีรั่วไหลมาหลายปี บวกกับประเทศ R แอบปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนรังสีมานาน ระบบนิเวศได้รับผลกระทบแล้ว ช่วงนี้อากาศอาจจะแปรปรวน ลุงหาซื้ออาหารมาตุนไว้ที่บ้านบ้างก็ดีนะ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน"

เจียงเจิ้งคังเป็นคนขี้ขลาดตาขาว แถมยังกลัวเมียสุดขีด ไม่กล้าขัดใจหลี่เยี่ยนผิงเลย เธอไม่สามารถไว้ใจญาติคนนี้ได้ ทำได้เพียงเตือนไว้สักประโยค

จะเชื่อหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ตัวเจียงเจิ้งคังเอง

ไม่อยากฟังเสียงน่ารำคาญของหลี่เยี่ยนผิงอีก เจียงเฝ่ยเก็บโฉนดที่ดิน แล้วเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปชานเมืองทันที

เมืองที่เธออาศัยอยู่นี้ชื่อว่าหลินเฉิง ช่วงหลายปีมานี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ชานเมืองต่างพากันย้ายเข้าไปในตัวเมือง จนทำให้แถบนี้ถูกทิ้งร้างโดยสมบูรณ์

มองออกไปเห็นแต่บ้านชั้นเดียวสภาพทรุดโทรม ไม่มีร่องรอยผู้คนอยู่อาศัย

เจียงเฝ่ยจ่ายค่ารถให้คนขับ แล้วเดินมายังบ้านเก่าท้ายถนนหลังหนึ่งที่สภาพยังถือว่าสมบูรณ์อยู่

หยิบกุญแจไขเปิดประตูรั้ว กลิ่นเหม็นอับจางๆ ก็ลอยมาปะทะหน้า

เจียงเฝ่ยสวมหน้ากากอนามัยแล้วตรงเข้าไปค้นหาในตัวบ้านหลักทันที

ชาติที่แล้ว เธอถูกชาวบ้านกินคนพวกนั้นขังไว้ในห้องใต้ดิน และได้เจอกับเจียงจื่อซวน

นึกว่าเจียงจื่อซวนจะเป็นเหยื่อเหมือนกัน ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายอยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ออกไปได้ แถมยังกลายเป็นแขกวีไอพี

เจียงจื่อซวนร่วมมือกับปีศาจพวกนั้นทรมานเธอ

ก่อนตาย เธอถึงได้รู้ว่า ที่แท้หลังจากหมู่บ้านจัดสรรที่หลี่เยี่ยนผิงอยู่ล่มสลาย พวกเขาครอบครัวก็หนีมาหลบที่บ้านเก่าหลังนี้

เจียงจื่อซวนบังเอิญเจอของวิเศษที่สามารถเก็บรักษาอาหารได้ ซึ่งเป็นของดูต่างหน้าที่แม่ทิ้งไว้ให้เธอ

เธอจำได้ไม่ลืม สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของเจียงจื่อซวนตอนลูบคลำกำไลข้อมือนั้น——

"ต้องขอบคุณของวิเศษที่ป้าใหญ่ทิ้งไว้ให้แก ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายในวันสิ้นโลกแบบนี้"

"น่าเสียดาย ลิ้นของแกกำลังจะถูกตัดทิ้งแล้ว แกไม่มีโอกาสบอกคนอื่นอีกแล้วล่ะ"

สักวันหนึ่ง เธอจะเอาคืนสิ่งที่เจียงจื่อซวนทำกับเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า!

เจียงเฝ่ยพยายามกดความแค้นที่พลุ่งพล่านในใจลงไป พลางค้นตู้เสื้อผ้าตรงหน้าต่อไป ทันใดนั้นก็ไปแตะโดนกล่องใบหนึ่งที่มีเสียงดัง

จบบทที่ บทที่ 1 เกิดใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว