เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: โดนตบหน้าอีกฉาด

บทที่ 22: โดนตบหน้าอีกฉาด

บทที่ 22: โดนตบหน้าอีกฉาด


บทที่ 22: โดนตบหน้าอีกฉาด

"เวลาหมาของฉันมันไม่เชื่อง ฉันก็มักจะให้โอกาสมันแบบนี้เหมือนกัน"

คำพูดของฉินเทียนหมิงทำให้หลายคนในงานหลุดขำออกมา

เปรียบเทียบเย่ฟานเป็นหมา แถมยังพูดออกมาหน้าตาเฉยต่อหน้าธารกำนัล

ในบรรดาคนมากมายที่นี่ คงมีแค่ฉินเทียนหมิงคนเดียวที่กล้าทำแบบนี้

เย่ฟานกำหมัดแน่นจนข้อกระดูกลั่นกรอบแกรบ อยากจะพุ่งขึ้นไปบนชั้นสองแล้วอัดฉินเทียนหมิงให้น่วมคามือ

ผู้ดำเนินการประมูลบนเวทีมีท่าทีอิดออดเล็กน้อย เขาไม่อยากเริ่มประมูลจี้หยกใหม่เลย

ราคาหนึ่งร้อยสิบล้าน ถ้าปิดประมูลราคานี้ เขาจะได้ค่าคอมมิชชั่นตั้งหนึ่งเปอร์เซ็นต์เชียวนะ!

ถ้าต้องเริ่มประมูลใหม่ พวกเขาไม่มีทางสู้ราคาดุเดือดขนาดนั้นอีกแน่

"นายน้อยฉิน แบบนี้มันจะไม่ผิดกฎไปหน่อยเหรอครับ?" ผู้ดำเนินการประมูลเอ่ยด้วยความลำบากใจ

"หืม?" น้ำเสียงของฉินเทียนหมิงเริ่มแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

"นายแน่ใจนะว่าจะมาคุยเรื่องกฎกับฉัน?"

"ขอประทานโทษครับนายน้อยฉิน เราจะเริ่มประมูลจี้หยกชิ้นนี้กันใหม่เดี๋ยวนี้เลยครับ" ผู้ดำเนินการประมูลรีบเปลี่ยนท่าทีทันควัน

มาคุยเรื่องกฎกับฉินเทียนหมิง ก็ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตายไม่ใช่รึไง?

แม้แต่เจ้าของโรงประมูลอี้ฟานยังไม่กล้าหือเลย

เมื่อครู่ผู้ดำเนินการประมูลแค่ถูกตัวเลขกำไรมหาศาลบังตา เลยเผลอหลุดปากพูดไปแบบนั้น

ตอนนี้พอนึกถึงน้ำเสียงเย็นเยียบของฉินเทียนหมิง เขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

"ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าแสนหยวน เสนอราคาเพิ่มขึ้นครั้งละไม่ต่ำกว่าสองแสนหยวนครับ"

สิ้นเสียงประกาศของผู้ดำเนินการประมูล ฉินเทียนหมิงก็ตะโกนสวนขึ้นมาทันที: "หกล้าน!"

ถ้าฉินเทียนหมิงจำไม่ผิด ครั้งนี้หลูหย่งอี้นำเงินติดตัวมาแค่หกล้าน

นั่นหมายความว่าขีดจำกัดของเย่ฟานอยู่ที่หกล้านพอดิบพอดี

อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ถ้าเย่ฟานสู้ราคาต่อ ฉินเทียนหมิงก็จะเกทับต่อไปเรื่อยๆ

เมื่อได้ยินฉินเทียนหมิงเปิดราคามาที่หกล้าน เย่ฟานถึงกับรูม่านตาขยาย

ไอ้เวรนี่!

ผ่านไปหลายวินาที เย่ฟานก็ยังนิ่งเงียบไม่ยอมเสนอราคา

"เยี่ยมมาก ดึงค่าความเกลียดชังจากมันได้อีกแล้ว"

มุมปากของฉินเทียนหมิงยกขึ้นเล็กน้อย เขามองลงไปที่เย่ฟานด้วยสายตาเหมือนมองมดปลวกตัวหนึ่ง

"เย่ฟาน ทำไมไม่ตามล่ะ?"

"อย่าบอกนะว่าเงินหมดแล้ว?"

"ไม่จริงน่า คงไม่มีใครพกเงินมาแค่หกล้านเพื่อจะมาแข่งประมูลของกับฉันหรอกนะ จริงไหม?"

น้ำเสียงแดกดันของเขาทำให้บรรดาเศรษฐีในงานต่างพากันยกมือป้องปากหัวเราะเบาๆ

เย่ฟานจ้องมองไปที่กระจกบนชั้นสองด้วยสายตาเย็นชา แล้วแค่นเสียงตอบ "ฉินเทียนหมิง แกรู้วิธีใช้จี้หยกนั่นหรือเปล่า?"

"ไม่รู้" ฉินเทียนหมิงตอบอย่างไม่ยี่หระ

"ฉันจะไปสนทำไมว่ามันเอาไว้ทำอะไร! เป้าหมายของฉันคือการขัดขวางไม่ให้แกได้จี้หยกชิ้นนี้ไปต่างหาก"

ความจริงแล้วฉินเทียนหมิงรู้ดีว่าจี้หยกชิ้นนี้มีไว้ทำอะไร

สำหรับคนธรรมดา จี้หยกชิ้นนี้แทบจะไร้ประโยชน์

มันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่ฝึก 'วิชาเทพอวี้หมิง' อย่างเย่ฟานเท่านั้น

ที่ฉินเทียนหมิงซื้อมันมา ก็เพื่อปั่นหัวเย่ฟานเล่นล้วนๆ

เย่ฟานแววตาหมองลง "หึหึ ความจริงแล้วจี้หยกนั่นมันก็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง!"

"ที่ฉันสู้ราคาเมื่อกี้ ก็เพื่อล่อให้แกติดกับเท่านั้นแหละ!"

ขยะเหรอ?

"ขยะแล้วยังไง? เงินทองสำหรับฉันมันก็แค่เศษกระดาษ" ฉินเทียนหมิงย้อนเจ็บแสบ

"เอาเศษกระดาษไปแลกขยะมาสักชิ้น ฉันไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหน"

สิ้นเสียงของฉินเทียนหมิง เสียงชราภาพแต่ทรงพลังก็ดังขึ้นมาจากหลังเวที

"ใครบังอาจบอกว่าจี้หยกชิ้นนี้เป็นขยะ?"

ทันใดนั้น ชายชราผมขาวโพลนราวขนกระเรียนแต่ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์ก็เดินออกมาจากหลังม่าน

เมื่อเห็นชายชราผู้นี้ เหล่าผู้มีเกียรติในงานต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ

ฉินเทียนหมิงมองชายชราผู้นั้น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ผู้เฒ่ามู่ ทำไมท่านถึงออกมาด้วยตัวเองล่ะครับ?" ผู้ดำเนินการประมูลมองชายชราด้วยความเคารพ

"ฉันเพิ่งได้ยินคนพูดว่าจี้หยกชิ้นนี้เป็นขยะ!" สายตาดุจพญาอินทรีของมู่เกิงเหนียนกวาดมองไปทั่วห้องประชุม

มู่เกิงเหนียน นักประเมินสมบัติประจำโรงประมูลอี้ฟาน

สมบัติทุกชิ้นที่ผ่านตาเขา ไม่เคยมีการประเมินพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

จี้หยกชิ้นนี้ รวมถึงภาพวาดมูลค่าหลายสิบล้านที่จะนำออกมาประมูลในภายหลัง ล้วนผ่านการตรวจสอบจากมือของเขาทั้งสิ้น

ในต้นฉบับเดิม ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ ว่าจี้หยกชิ้นนี้เป็นขยะ มู่เกิงเหนียนจึงไม่ได้ปรากฏตัวออกมา

กว่าเขาจะโผล่มาก็ตอนที่เย่ฟานชี้ว่าภาพวาดมูลค่าหลายสิบล้านเป็นของปลอมนั่นแหละ

แต่ตอนนี้ พอได้ยินคนดูถูกจี้หยกที่ตัวเองประเมินว่าเป็นขยะ มู่เกิงเหนียนย่อมทนไม่ได้

เย่ฟานไม่เกรงกลัวมู่เกิงเหนียน เขาสบตาชายชราอย่างมั่นใจ

เย่ฟานมั่นใจว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่รู้วิธีใช้จี้หยกที่แท้จริง

ต่อให้ตาแก่นี่รู้วิธีใช้จี้หยก ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี

เพราะมีเพียงผู้ฝึก 'วิชาเทพอวี้หมิง' เท่านั้นที่จะสามารถดูดซับ 'พลังปราณ' จากจี้หยกได้

มู่เกิงเหนียนมองลงไปที่เย่ฟาน "เจ้าหนุ่ม แกใช่ไหมที่บอกว่าจี้หยกชิ้นนี้เป็นขยะ?"

"ถูกต้อง ผมพูดเอง!" เย่ฟานตอบอย่างภาคภูมิใจ

"ตอนแรกนึกว่าเป็นคนตาถึงซะอีก" มู่เกิงเหนียนส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน

มู่เกิงเหนียนเห็นเหตุการณ์การประมูลจี้หยกทั้งหมด

"ก็ได้ ฉันจะแสดงให้พวกแกเห็นว่าจี้หยกชิ้นนี้ทำอะไรได้บ้าง!"

มู่เกิงเหนียนหยิบจี้หยกแล้วเดินมาที่หน้าเวที

เย่ฟานขมวดคิ้ว สงสัยว่ามู่เกิงเหนียนจะทำอะไร

มู่เกิงเหนียนหยิบมีดพกออกมาจากกระเป๋า

ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน เขาใช้มีดกรีดลงบนฝ่ามือตัวเอง

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาทันที ย้อมฝ่ามือจนแดงฉาน

"นั่น... เขาทำอะไรน่ะ? จะหยดเลือดเพื่อทำสัญญานายบ่าวเหรอ?"

"ผู้เฒ่ามู่เป็นคนจริงจังขนาดนั้น ท่านไม่มีทางมาเล่นมุกตลกคาเฟ่แบบนี้หรอก"

"หรือว่าจี้หยกชิ้นนี้จะมีสรรพคุณในการรักษาบาดแผล?"

ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสน มู่เกิงเหนียนก็นำจี้หยกไปวางไว้เหนือบาดแผล

จี้หยกที่ดูธรรมดาเมื่อครู่ พลันเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ออกมา

แสงสีฟ้านั้นปกคลุมฝ่ามือของมู่เกิงเหนียน

บาดแผลที่เลือดกำลังไหลซึม จู่ๆ ก็แข็งตัว และเนื้อเยื่อเริ่มสมานเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

บาดแผลยาวเท่าความยาวนิ้วหายสนิทไปภายในเวลาไม่ถึงห้าวินหลังจากนำจี้หยกไปอังไว้ ราวกับไม่เคยมีบาดแผลเกิดขึ้นมาก่อน

ถ้าคนที่ยืนอยู่บนเวทีไม่ใช่มู่เกิงเหนียน ทุกคนคงคิดว่าเขากำลังเล่นมายากล

"อย่างที่ทุกท่านเห็น จี้หยกชิ้นนี้ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นสมบัติล้ำค่าที่มีพลังในการรักษาอย่างน่าอัศจรรย์!" มู่เกิงเหนียนไพล่มือไว้ด้านหลัง

"บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ อย่างเมื่อครู่ สามารถรักษาให้หายได้ในพริบตาโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น"

"แม้แต่การบาดเจ็บสาหัส ก็สามารถย่นระยะเวลาการฟื้นตัวได้"

"หากสวมใส่ในระยะยาว จะช่วยปัดเป่าโรคภัยและทำให้อายุยืนยาว!"

มู่เกิงเหนียนมองไปที่เย่ฟานแล้วพูดเสียงเย็น "สมบัติวิเศษขนาดนี้ ยังจะเรียกว่าขยะอยู่อีกไหม?"

นี่มันของวิเศษของจริง!

ทุกคนในงานจ้องมองจี้หยกด้วยสายตาเป็นมัน

มีเพียงเย่ฟานที่หน้าเขียวคล้ำ

เย่ฟานรู้เรื่องความสามารถในการรักษาของจี้หยกที่มู่เกิงเหนียนเพิ่งแสดงให้ดู

แต่การใช้จี้หยกแบบนั้น มีแต่จะผลาญพลังปราณที่อยู่ภายใน

ถ้าพลังปราณหมดเกลี้ยง จี้หยกชิ้นนี้ก็จะกลายเป็นแค่ขยะจริงๆ

ที่สำคัญที่สุดคือ เย่ฟานไม่สามารถอธิบายวิธีใช้ที่แท้จริงของจี้หยกให้คนพวกนี้เข้าใจได้

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" ฉินเทียนหมิงที่ยืนอยู่บนชั้นสองระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

"ดูเหมือนวันนี้นายน้อยผู้นี้จะได้ของดีซะแล้วสิ!"

"เย่ฟาน ฉันต้องขอบคุณนายจริงๆ!"

เสียงหัวเราะของฉินเทียนหมิง สำหรับเย่ฟานแล้ว มันบาดหูยิ่งกว่าเสียงเล็บขูดกระดานดำเสียอีก

อุตส่าห์หลอกหลูหย่งอี้ให้มาด้วยได้แล้วเชียว แต่กลับกลายเป็นว่าฉินเทียนหมิงคาบชิ้นปลามันไปกินซะงั้น

"เร็วเข้า รีบเอาจี้หยกมาให้ฉัน!"

จบบทที่ บทที่ 22: โดนตบหน้าอีกฉาด

คัดลอกลิงก์แล้ว