เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: เย่ฟาน: ทำไมผมถึงเป็นฝ่ายเสียหน้าซะเอง?

บทที่ 15: เย่ฟาน: ทำไมผมถึงเป็นฝ่ายเสียหน้าซะเอง?

บทที่ 15: เย่ฟาน: ทำไมผมถึงเป็นฝ่ายเสียหน้าซะเอง?


บทที่ 15: เย่ฟาน: ทำไมผมถึงเป็นฝ่ายเสียหน้าซะเอง?

ช่วงเวลานี้ ช่างเหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่มีผิด

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ชิวหย่งโหมวปะทะกับเย่ฟาน ฉินเทียนหมิงนั่งชมละครฉากใหญ่จากห้องส่วนตัว

แต่ตอนนี้เมื่อฉินเทียนหมิงปะทะกับเย่ฟาน หยางซือหนิงและจ้าวเยี่ยนหรานก็กำลังนั่งชมทุกอย่างจากห้องส่วนตัวเช่นกัน

เพื่อไม่ให้ฉินเทียนหมิงรู้ตัว ทั้งสองจึงมารอตั้งแต่หัววัน

ส่วนเหตุผลที่มา ต่างคนต่างก็มีเป้าหมายในใจ

จ้าวเยี่ยนหรานไม่อยากให้แผนการของฉินเทียนหมิงสำเร็จ หากเขาทำสำเร็จ ตระกูลจ้าวของเธอก็คงถึงคราวอวสาน เพื่อความปลอดภัยของตระกูลและตัวฉินเทียนหมิงเอง เธอจึงต้องมาจับตาดูสถานการณ์

ส่วนหยางซือหนิง เธอแค่มาเพื่อเจอจ้าวเยี่ยนหรานและ 'เย่ฟาน' คนที่ฉินเทียนหมิงเคยพูดถึง

วินาทีที่เย่ฟานปรากฏตัว เธอก็รู้สึกรังเกียจขยะแขยงขึ้นมาทันที ความรังเกียจนี้ดูเหมือนจะเป็นสัญชาตญาณติดตัวมา

ตอนนี้เมื่อเห็นผู้ชายของเธอกำลังจะฉีกหน้าเย่ฟาน หยางซือหนิงก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

ในขณะเดียวกัน เธอก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า 'พระเอก' อย่างเย่ฟานจะแน่สักแค่ไหน...

ห้องโถงที่เคยจอแจพลันเงียบกริบลงในพริบตา

ไม่รู้ทำไม พอฉินเทียนหมิงปรากฏตัว ทุกคนกลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมา

โดยเฉพาะเย่ฟาน เขาไม่คิดเลยว่าฉินเทียนหมิงจะโผล่มาที่นี่ แถมยังมาชี้หน้าด่าเขาอย่างหยิ่งยโส

"ฉินเทียนหมิง เรื่องวันนี้ไม่เกี่ยวกับแก!" เย่ฟานมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

【ใช่ เดิมทีมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก】

【แต่เพื่อเรียกตีนจากแก ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเสนอหน้าออกมา】

【อีกอย่าง วิธีอวดเก่งของแกมันน่าสะอิดสะเอียนเกินไป】

【การป่าวประกาศเรื่องอาการป่วยลับๆ ของคนอื่นต่อหน้าธารกำนัล มันสมควรแล้วเหรอ?】

"แกตีหมาของฉัน จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับฉันได้ยังไง?" ฉินเทียนหมิงแค่นหัวเราะ

"ถึงสิ่งที่ชิวหย่งโหมวทำจะไม่ถูกซะทีเดียว แต่แกก็ไม่ควรเอาปมด้อยของเขามาประจานในที่สาธารณะไม่ใช่เหรอ?"

"ถ้าหมอทุกคนไร้จรรยาบรรณเหมือนแก ต่อไปใครจะกล้าไปหาหมอ?"

คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่าผู้มีเกียรติรอบข้างพากันพยักหน้าเห็นด้วย

คนเราย่อมเจ็บป่วย โดยเฉพาะคนรวยเหล่านี้ที่ใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง โอกาสป่วยย่อมมีสูงกว่าคนทั่วไป

ถ้าหมอที่เจอไร้จรรยาบรรณเหมือนหมอเทวดาคนนี้ ต่อไปใครจะกล้าไปรักษาด้วย?

ฝ่ายเย่โหรวรู้สึกแปลกใจมาก ตั้งแต่ฉินเทียนหมิงปรากฏตัว ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเธอตลอดเวลา

และเสียงนั้นก็เหมือนกับเสียงของฉินเทียนหมิงเปี๊ยบ แต่ตอนที่เสียงดังขึ้น ปากของฉินเทียนหมิงไม่ได้ขยับเลยสักนิด

หรือว่าเธอจะหูแว่วไปเอง?

"กับคนเลวๆ อย่างมัน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงจรรยาบรรณหรอก!" เย่ฟานกล่าวอย่างชอบธรรม

"เหลวไหล!" ฉินเทียนหมิงตวาดลั่น

"ถ้าเป็นอย่างที่แกพูด งั้นตำรวจก็สามารถฆ่านักโทษประหารทิ้งเล่นๆ ได้เลยสิ?"

"นักโทษประหารล้วนเป็นอาชญากรร้ายแรง แต่ตำรวจอย่างพวกคุณจะละทิ้งจรรยาบรรณแล้ววิสามัญพวกเขามั่วซั่วได้หรือไง?"

"คนทำผิดย่อมมีกฎหมายลงโทษ ถ้าชิวหย่งโหมวทำผิด ก็เป็นหน้าที่ของฉันผู้เป็นเจ้านายที่จะสั่งสอนเขาเอง"

"คนนอกอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาเทศนาสั่งสอนเขา?"

"ใช่ นายน้อยฉินพูดถูก!" ชิวหย่งโหมวรีบผสมโรง

เย่ฟานจุกจนพูดไม่ออก เขาอัดอั้นอยู่นานก่อนจะเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง "แกกำลังบิดเบือนข้อเท็จจริง!"

"บิดเบือนข้อเท็จจริง?" ฉินเทียนหมิงแสยะยิ้มไม่หยุด

"งั้นฉันจะพูดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้"

"แกอยากจะเป็นฮีโร่ผดุงความยุติธรรม ฉันไม่คัดค้าน"

"แต่ตอนท้ายแกไม่ควรเอาปมด้อยของชิวหย่งโหมวมาแฉ"

"เกิดเขาจิตใจเปราะบางรับไม่ได้ แล้วกระโดดตึกตายขึ้นมาล่ะ?"

"เท่ากับแกฆ่าเขาทางอ้อมเลยนะ?"

จิตใจเปราะบางเนี่ยนะ?

ชิวหย่งโหมวกล้าข่มขู่เย่โหรวกลางวันแสกๆ จะไปจิตใจเปราะบางได้ยังไง!

แต่เย่ฟานกลับเถียงไม่ออก เขาหาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้เลย

"ใช่แล้ว ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดว่าฉันนกเขาไม่ขัน ฉันไม่มีหน้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว!"

ชิวหย่งโหมวรับมุกได้ดีเยี่ยม เขารีบปิดหน้าแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

【เชี่ย รับส่งมุกกันดีจริงๆ!】

ฉินเทียนหมิงมองเย่ฟานด้วยสายตาเหมือนมองแมลงวัน

"เย่ฟาน ช่วยอธิบายหน่อยสิว่าทำไมตอนที่ชิวหย่งโหมวเรียกค่าเสียหายจากคุณหนูคนนี้ แกถึงไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย แต่กลับยืนดูอยู่เฉยๆ?"

"รอจนสถานการณ์บานปลาย แกถึงค่อยโผล่ออกมาทำเท่เป็นฮีโร่?"

"เห็นชัดๆ ว่าแกสามารถระงับเหตุไม่ให้เลวร้ายลงได้ แต่แกกลับไม่ทำ"

"งั้นเป้าหมายของแกคืออะไร?"

"ก็เพื่อสร้างภาพลักษณ์วีรบุรุษผู้ผดุงความยุติธรรมอันน่าขบขันของแกไงล่ะ!"

"แกอยากให้ทุกคนที่นี่เชื่อว่าแกเป็นคนดีมีคุณธรรม เพื่อซื้อใจพวกเขา และซื้อใจคุณหนูท่านนี้ด้วย"

วาจาของฉินเทียนหมิงแทงทะลุเข้าไปในความคิดดำมืดของเย่ฟานอย่างจัง

【คนเขียนนิยายเรื่องนี้แม่งสุดยอด เขียนความคิดในใจของเย่ฟานออกมาหมดเปลือก】

【เพียงแต่ตอนนั้น ในฐานะพระเอก เย่ฟานดูไม่เหมือนคนจิตใจมืดดำ แต่ดูเป็นคนฉลาดเฉลียว】

【แต่พอมองดูตอนนี้ เขากับชิวหย่งโหมวมันก็ผีเน่ากับโลงผุนั่นแหละ】

สายตาของทุกคนที่มองเย่ฟานเปลี่ยนไปทันที

เย่ฟานโกรธจนหน้าแดงก่ำ

"ฉินเทียนหมิง แกจงใจใส่ร้ายฉันชัดๆ!"

"แกเพิ่งมาถึง จะไปรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ยังไง!"

ฉินเทียนหมิงชี้ไปยังห้องส่วนตัวชั้นบน "เมื่อกี้ฉันนั่งอยู่ในห้องนั้น เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชัดเจน"

เย่ฟานเหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายได้ รีบสวนกลับทันควัน

"ในเมื่อแกเห็นทุกอย่างชัดเจน ทำไมแกถึงไม่ออกมาห้าม?"

【ถามโง่ๆ ถ้าฉันออกมา แล้วฉันจะทำแกหน้าแตกได้ยังไง?】

【ไอ้หนู ฉันมาเพื่อเรียกตีนจากแกนะ】

"ฉันไม่ได้อยากเป็นคนดี และฉันก็ไม่ได้อยากใช้อุบัติเหตุพวกนี้มายกระดับตัวเองในใจของคุณหนูคนนี้"

"เหตุผลที่ฉันออกมาตอนนี้ ก็เพราะแกตีหมาของฉัน"

ฉินเทียนหมิงตอบเสียงเรียบ

ทุกคนรู้สันดานของฉินเทียนหมิงดีอยู่แล้ว คำพูดของเขาจึงฟังดูสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือ

แมเย่โหรวจะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้ยินเสียงในใจของฉินเทียนหมิง

แต่ตอนนี้ การอยู่ให้ห่างจากคนจิตใจอำมหิตคนนี้สำคัญกว่า

เย่โหรวก้าวถอยหลังไปหลายก้าว ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเย่ฟาน

เมื่อเห็นว่าแม้แต่ผู้หญิงที่ตัวเองช่วยไว้ยังเปลี่ยนท่าที เย่ฟานก็หน้าซีดเผือด

วินาทีนี้ เขาอยากจะซัดเข็มเงินปลิดชีพฉินเทียนหมิงให้รู้แล้วรู้รอด

ฝูงชนที่เมื่อครู่ยังมองชิวหย่งโหมวเป็นตัวตลก ตอนนี้กลับมองเย่ฟานเป็นตัวตลกแทน

【คับแค้นใจใช่ไหม? โกรธใช่ไหมล่ะ?】

【นั่นแหละผลลัพธ์ที่ฉันต้องการ!】

【ถ้าแกไม่โกรธ แกจะฆ่าฉันได้ยังไง?】

【แต่นี่ยังไม่พอ เดี๋ยวฉันจะแย่งหยกพกมาจากแกด้วย!】

【แล้วก็พาฉุดน้องสาวแกเข้าห้องซะเลย】

"นายน้อยฉิน เรื่องนี้เลิกแล้วต่อกันเถอะครับ เย่ฟานรู้ตัวว่าผิดแล้ว"

ลู่หยงอี้รีบก้าวออกมาไกล่เกลี่ย

"นายเป็นเพื่อนมันเหรอ?" ฉินเทียนหมิงเลิกคิ้วถาม

ลู่หยงอี้กัดฟันตอบ "ใช่ครับ เพื่อนกัน"

"งั้นฉันจะเห็นแก่หน้านาย" ฉินเทียนหมิงหันไปมองเย่โหรว

"คุณหนู สนใจไปกับผมไหม? ผมสนใจในตัวคุณมากนะ"

เย่โหรวเองก็อยากรู้มากว่าทำไมเธอถึงได้ยินเสียงในใจของฉินเทียนหมิง

"คุณไปกับมันไม่ได้นะ" เย่ฟานรีบหันไปบอกเย่โหรว

แต่ผิดคาด เย่โหรวปรายตามองเขาอย่างเย็นชา แล้วหันไปยิ้มให้ฉินเทียนหมิง "ขอโทษด้วยค่ะนายน้อยฉิน ฉันยังมีงานต้องทำ"

จบบทที่ บทที่ 15: เย่ฟาน: ทำไมผมถึงเป็นฝ่ายเสียหน้าซะเอง?

คัดลอกลิงก์แล้ว