- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายวายร้าย ที่อยากจะกลับโลก แต่นางเอกดันไม่เล่นตามบทซะงั้น
- บทที่ 13: นักแสดงประจำที่
บทที่ 13: นักแสดงประจำที่
บทที่ 13: นักแสดงประจำที่
บทที่ 13: นักแสดงประจำที่
ถึงจะสวมชุดเดียวกัน แต่งหน้าเหมือนกัน แต่แสงสว่างของดวงดารา ย่อมไม่อาจถูกบดบังด้วยแสงหิ่งห้อย
ไม่ใช่แค่ฉินเทียนหมิงเท่านั้น แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ในงานต่างก็จับจ้องไปที่เย่โหรว
เธอสูงเกือบ 170 เซนติเมตร ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะ ใบหน้างดงามราวกับดอกท้อผลิบาน เส้นผมสีดำขลับดั่งน้ำตกถูกเกล้าขึ้นปักด้วยปิ่นหยกขาว
แม้อายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี แต่เย่โหรวกลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจแบบสาวเต็มตัว เรือนร่างอรชรของเธอถูกขับเน้นให้เด่นชัดด้วยชุดกี่เพ้าสีขาวปักลายคราม
เย่โหรวเพียงแค่ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น กลับดึงดูดสายตาของผู้ชายทุกคนได้อยู่หมัด
การปรากฏตัวของเธอทำให้เหล่าคุณหนูไฮโซและสาวสังคมในงานดูหมองลงไปถนัดตา
ในนิยายต้นฉบับ แม้เย่โหรวจะไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ปรากฏตัว แต่เธอคือนางเอกอย่างไม่ต้องสงสัย
ความรักที่เย่ฟานมีต่อเธอนั้นเรียกได้ว่าฝังลึกถึงกระดูกดำ
ทว่า เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ฉินเทียนหมิงก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
รักต้องห้าม นี่มันเรื่องผิดศีลธรรมชัดๆ!
แต่ยิ่งผิดศีลธรรม คนก็ยิ่งชอบดู
เหมือนกับหนังของประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศนั่นแหละ
อะแฮ่ม ออกทะเลไปไกลแล้ว
เพื่อความไม่ประมาท ฉินเทียนหมิงตัดสินใจให้คนไปสืบประวัติของเย่โหรวดู
เพื่อดูว่าเธอตรงกับคำบรรยายในนิยายหรือไม่
เพราะจ้าวเยี่ยนหรานก็มีจุดที่ผิดเพี้ยนไปแล้ว ฉินเทียนหมิงจึงต้องระวังตัวให้มากขึ้น
ฉินเทียนหมิงเรียกบอดี้การ์ดเข้ามา ชี้ไปที่เย่โหรว แล้วสั่งด้วยแววตาร้อนแรง "สามนาที! ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดของผู้หญิงคนนั้น!"
"ครับ"
ในขณะเดียวกัน เย่ฟานที่อยู่ในโถงงานเลี้ยงก็กำลังจ้องมองเย่โหรวอย่างตั้งใจเช่นกัน
ลู่ยงอี้ ลูกสมุนของเขาสังเกตเห็นสายตาของเย่ฟาน จึงยิ้มแล้วเอ่ยถาม "พี่เย่ สนใจเธอเหรอครับ?"
ในฐานะพระเอก เย่ฟานย่อมไม่ทำตัวเหมือนพวกตัวร้ายอยู่แล้ว
"หน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน" เย่ฟานกล่าวอย่างจริงจัง
ลู่ยงอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย
ถ้าอยากได้ตัวเธอก็บอกมาตรงๆ เถอะ
พวกเรามันก็จิ้งจอกเฒ่าด้วยกันทั้งนั้น จะมาเล่นตัวทำไม?
"งั้นเดี๋ยวผมจัดการให้ หลังจบงานประมูล ให้พวกคุณสองคนได้ทำความรู้จักกัน?" ลู่ยงอี้ขยิบตาให้เย่ฟาน
เย่ฟานยิ้มแหยๆ "ก็ได้ รบกวนนายด้วยแล้วกัน"
"รบกวนอะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น" ลู่ยงอี้หัวเราะร่า
ทันทีที่ทั้งสองคุยกันจบ อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น
เย่โหรวที่กำลังถือถ้วยชาอยู่ จู่ๆ ก็ถูกผู้ชายข้างๆ ชนเข้าอย่างจัง
เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน เย่โหรวเสียหลักจนเซ ถ้วยชาในมือจึงหกใส่สูทของชายคนนั้น
น้ำชาร้อนๆ หกใส่สูทของเขาจนเปียกโชก
ชายคนนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจากการถูกน้ำร้อนลวก แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
มาแล้ว ตัวร้ายโผล่หัวออกมาแล้ว!
ชิวหย่งโหมว ตัวร้ายที่จะโดนเย่ฟานตบหน้าฉาดใหญ่ในครั้งนี้
ตอนอยู่ที่เมืองหลินเจียง ฉินเทียนหมิงมักจะไปเที่ยวคลับกับหมอนี่บ่อยๆ
พ่อของเขาตั้งชื่อนี้โดยหวังให้เขามีทั้งความกล้าและสติปัญญา
แต่ไอ้เด็กนี่กลับไม่มีทั้งสมองและไม่มีทั้งความกล้า
ในตอนหลัง เย่ฟานแค่ขู่หน่อยเดียว มันก็ยอมขายตระกูลชิวทิ้งทันที
"คุณคะ ขอโทษด้วยค่ะ" เย่โหรวหน้าตื่นเมื่อเห็นว่าตนก่อเรื่องใหญ่
"เดี๋ยวฉันจะรีบเช็ดให้นะคะ"
เย่โหรวหยิบทิชชูขึ้นมา ตั้งใจจะเช็ดคราบน้ำชาบนตัวของชิวหย่งโหมว
เพียะ!
เสียงตบดังสนั่นก้องห้องโถง
ชิวหย่งโหมวปัดมือของเย่โหรวออก แล้วจ้องมองเธอด้วยความเกรี้ยวกราด
"รู้ไหมว่าสูทชุดนี้ราคาเท่าไหร่? ต่อให้ขายตัวเธอทั้งตัวก็ยังจ่ายไม่ไหวเลย!"
"แล้วเธอยังทำน้ำร้อนลวกฉันอีก คิดว่าแค่เช็ดน้ำชาออกแล้วเรื่องจะจบเหรอ?"
เขาถลึงตาใส่เย่โหรว แววตาเย็นเยียบ แต่ลมหายใจที่พ่นออกมากลับร้อนแรงดั่งดวงอาทิตย์ด้วยความโกรธ
แม้จิตใจของเย่โหรวจะเข้มแข็งพอสมควร แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เธอก็อดตื่นตระหนกไม่ได้
ที่นี่คือสถานที่ระดับสูง คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นบุคคลที่เธอไม่อาจล่วงเกินได้
"คุณ... คุณคะ เมื่อกี้คุณเดินมาชนฉันเองนะคะ ฉันถึงได้..."
ยังไม่ทันพูดจบ ชิวหย่งโหมวก็พูดแทรกขึ้นมา
"นี่เธอกำลังโทษฉันงั้นเหรอ?"
"เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" เย่โหรวยิ่งลนลานหนักกว่าเดิม
"แล้วเธอหมายความว่ายังไง?" ชิวหย่งโหมวก้มมองเธอ รู้สึกเพลิดเพลินกับแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของหญิงสาว
ชิวหย่งโหมวชอบเห็นภาพแบบนี้ที่สุด
ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ แสดงสีหน้าสิ้นหวังต่อหน้าเขา
"ฉะ... ฉันจะเอาสูทของคุณไปซักให้ แล้วฉันจะชดใช้ค่าเสียหายที่คุณโดนน้ำร้อนลวกด้วยค่ะ" เย่โหรวพูดอย่างร้อนรน
"ชดใช้?" ชิวหย่งโหมวแค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
"สูทของฉันสั่งตัดพิเศษจากปารีส ราคาเป็นล้าน"
"ค่าซักครั้งหนึ่งก็ปาไปแสนนึงแล้ว เธอมีปัญญาจ่ายไหม?"
หา?
หนึ่งแสน!
พอได้ยินตัวเลขนี้ สมองของเย่โหรวก็หยุดทำงานทันที สีหน้าว่างเปล่า ขาเริ่มสั่นเทาเหมือนจะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อ
เย่โหรวที่เป็นเด็กกำพร้า ต้องทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียนมาโดยตลอด
ถ้าไม่ใช่เพราะค่าจ้างพนักงานเสิร์ฟคืนนี้สูงลิ่ว เย่โหรวก็คงไม่มา
แต่ต่อให้ค่าจ้างสูงแค่ไหน เธอก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายอยู่ดี
เมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าและเหม่อลอยของเธอ ชิวหย่งโหมวก็รู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว
"สาวน้อย นายน้อยคนนี้ก็ไม่ได้ไร้เหตุผลขนาดนั้นหรอกนะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของชิวหย่งโหมว ความหวังของเย่โหรวก็ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ประโยคถัดมาของชิวหย่งโหมว กลับผลักเย่โหรวลงสู่ขุมนรกแห่งความสิ้นหวัง
"มานอนกับฉันสักคืน แล้วค่าสูทชุดนี้ฉันจะยกให้ ไม่ต้องชดใช้"
เมื่อเห็นชิวหย่งโหมวเผยธาตุแท้ออกมา แววตาของทุกคนก็ฉายแววรังเกียจ
ที่นี่คือแหล่งรวมของผู้มีอำนาจและคนร่ำรวย
และพวกที่เรียกตัวเองว่าชนชั้นสูง ย่อมไม่ใช้วิธีป่าเถื่อนกดขี่ข่มเหงคนอื่นเช่นนี้
พวกเขามักจะวางตัวเป็นสุภาพบุรุษ ให้ฝ่ายหญิงยอมรับในตัวพวกเขาก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องสำคัญกันทีหลัง
คนส่วนใหญ่ในงานจึงไม่ใช้วิธีหยาบคายและต่ำช้าแบบชิวหย่งโหมว
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในสถานที่แบบนี้
แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองเขาด้วยความอิจฉา
สาวงามระดับเย่โหรวนั้นหาตัวจับยาก
อย่าว่าแต่หนึ่งล้านเลย ต่อให้สองล้าน พวกเศรษฐีในงานก็จ่ายไหว
เย่โหรวยิ่งตกตะลึงหนักเข้าไปอีกเมื่อได้ยินข้อเสนอของชิวหย่งโหมว
แค่ทำน้ำหกใส่สูท ต้องถึงกับให้ไปนอนด้วยเลยเหรอ?
คนคนนี้ทำไมถึงได้เลวร้ายขนาดนี้?!
เย่โหรวทำงานมาหลายปี แต่เธอก็ยังคงไม่แปดเปื้อนโคลนตม รักษาความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเอาไว้ได้
"คุณคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ได้โปรดเมตตายกโทษให้ฉันเถอะนะคะ" เย่โหรวยังคงขอโทษต่อไป โดยหวังเพียงความเห็นใจเล็กน้อย
แต่ชิวหย่งโหมวกลับโกรธจัด ตวาดลั่น "ยกโทษให้? แล้วใครจะชดใช้ค่าสูทให้ฉัน!"
เขายื่นมือออกไปหมายจะบีบแก้มของเย่โหรว
ทันใดนั้น ก้อนหินก้อนเล็กๆ ก็พุ่งเข้าใส่หลังมือของชิวหย่งโหมวอย่างจัง จนเขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"หยุดนะ!"
เย่ฟานก้าวขายาวๆ เดินเข้ามาหาเย่โหรวด้วยท่วงท่าสง่างาม