- หน้าแรก
- ฟุตบอล เริ่มต้นจากการเป็นเศรษฐี จะบอกว่าครองห้าลีกใหญ่ก็ไม่เกินจริง
- บทที่ 21 ราคาถูกขนาดนี้... ยังไงก็ต้องสอย!
บทที่ 21 ราคาถูกขนาดนี้... ยังไงก็ต้องสอย!
บทที่ 21 ราคาถูกขนาดนี้... ยังไงก็ต้องสอย!
บทที่ 21 ราคาถูกขนาดนี้... ยังไงก็ต้องสอย!
“เฮ้ รอนนี่! ยินดีด้วยที่ชนะในเกมนี้” นักข่าวสาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “รู้สึกยังไงบ้างที่คว้าชัยชนะครั้งใหญ่ขนาดนี้ได้?”
“ยอดเยี่ยมไปเลย!” โรนัลดินโญ่ฉีกยิ้มกว้างอวดฟันจอบอันเป็นเอกลักษณ์
“วันนี้ฟอร์มคุณสุดยอดมาก เชื่อว่าในอนาคตคุณต้องพาทีมคว้าชัยได้มากกว่านี้แน่!”
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ผมเองก็ตั้งตารอทุกแมตช์หลังจากนี้เหมือนกัน”
“ว่าแต่รอนนี่ เท่าที่เรารู้มา ซัมเมอร์นี้ทั้งปารีสฯ, บาร์ซ่า แล้วก็มาดริด ต่างก็อยากได้ตัวคุณ... อะไรทำให้คุณตัดสินใจเลือกท็อตแนมในท้ายที่สุดคะ?”
โรนัลดินโญ่หัวเราะในลำคอ ...แน่นอนว่าเพราะเงินสิ!
ไอ้พวกสโมสรขี้งกพวกนั้น รวมหัวกันจ่ายยังสู้ท็อตแนมทีมเดียวไม่ได้เลย! ฉันไม่ได้โง่นะ!
แต่เรื่องแบบนี้จะพูดออกสื่อได้ที่ไหนกัน... โรนัลดินโญ่กระแอมเบา ๆ ยืดอกตอบอย่างจริงจัง “ผมชอบความท้าทายครับ... เกาะอังกฤษคือต้นกำเนิดของฟุตบอลสมัยใหม่ และพรีเมียร์ลีกก็เป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก ผมหลงรักบรรยากาศฟุตบอลที่นี่!”
โรนัลดินโญ่ไม่เพียงแต่เตะบอลเก่ง แต่ปากยังหวานเจี๊ยบอีกด้วย
ต่อหน้าสื่อเมืองผู้ดี เขาอวยพรีเมียร์ลีกจนตัวลอย
ถึงตรงนี้ โรนัลดินโญ่เสริมขึ้นว่า “จะว่าไป ผมอยากขอบคุณคนคนหนึ่งด้วยครับ... เขาเป็นคนที่ทำให้ผมตัดสินใจแน่วแน่ที่จะย้ายมาเล่นให้ท็อตแนม”
“คุณหมายถึงใครคะ?”
“หลิน... บอสของพวกเราครับ!” โรนัลดินโญ่ตอบพร้อมรอยยิ้ม
บนหน้าจอทีวี โรนัลดินโญ่บรรยายถึงความประทับใจที่หลิน เฟิงอุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาเขาถึงแซมบ้า เพื่อเซ็นสัญญาด้วยตัวเอง ทำเอาเขาซึ้งใจจนนอนไม่หลับไปหลายคืน
ทิ้งท้าย โรนัลดินโญ่ประกาศก้อง “ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าคุณหลินเลือกไม่ผิด และผมจะพาทีมคว้าชัยชนะให้มากกว่านี้!”
หลิน เฟิงมองดูโรนัลดินโญ่กล่าวคำปฏิญาณทางทีวีแล้วก็ยิ้มออกมา
หมอนี่ถึงจะลิ้นอ่อนกะล่อนพลิ้ว แต่ฝีเท้าก็ฉกาจฉกรรจ์สมราคาจริง ๆ
ช่วงนี้ท็อตแนมคงต้องพึ่งพาเขาไปก่อน
“ขออีกแก้วครับ”
หลิน เฟิงหันไปสั่งบลานซ์ที่หลังเคาน์เตอร์
“วันนี้คุณดื่มไปเยอะแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
บลานซ์ยื่นเบียร์ขมแก้วใหญ่ ให้หลิน เฟิง
จังหวะที่หลิน เฟิงเอื้อมมือไปรับแก้ว ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือแก้วอยู่ในมือก็เดินตรงเข้ามาหา
หน้าตาแต่ละคนแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ พอมาถึงตัวหลิน เฟิง พวกเขาก็ชูแก้วขึ้นสูง “ท็อตแนม! แชมป์เปี้ยน!”
หลิน เฟิงยิ้มแล้วลุกขึ้นชนแก้วกับพวกเขา
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย...
แฟนบอลคนอื่นในร้านเห็นดังนั้นก็พากันเข้ามาร่วมแจม
หลิน เฟิงเลยต้องกระดกแก้วแล้วแก้วเล่าไม่หยุดหย่อน
…
ดึกสงัด... หลังจากส่งลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้าน
บลานซ์บิดขี้เกียจคลายเมื่อย... หันไปมองหลิน เฟิงที่ฟุบหลับคาเคาน์เตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว
ชัยชนะนัดนี้ทำเอาแฟนบอลคึกกันสุดเหวี่ยง
หลิน เฟิงเองก็ดื่มหนักไปหน่อยเหมือนกัน
หลังจากเก็บกวาดร้านเสร็จ บลานซ์เดินมาที่เคาน์เตอร์ หยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมตัวให้หลิน เฟิง จากนั้นรินไวน์แดงให้ตัวเองแก้วหนึ่ง จิบช้า ๆ พลางจ้องมองใบหน้าหลิน เฟิงด้วยแววตาเปี่ยมรักใคร่
ผู้ชายคนนี้หล่อจริง ๆ โดยเฉพาะนัยน์ตาสีดำคู่นั้น... ลึกลับและเปี่ยมเสน่ห์อย่างน่าประหลาด
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของบลานซ์ ใบหน้าเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว
เธอโน้มตัวลงไป... ประทับริมฝีปากสีแดงสดแนบแน่นกับริมฝีปากของหลิน เฟิง
…
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิน เฟิงลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่ไม่คุ้นตา
หมอนและผ้าห่ม... อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมที่คุ้นเคย
ขณะที่หลิน เฟิงกำลังงัวเงียสงสัย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เสียงหวานอันคุ้นเคยดังขึ้น
พอหันไปมอง ก็เห็นบลานซ์ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์ ยืนส่งยิ้มให้เขาอยู่
“ที่นี่ที่ไหน?”
“บ้านฉันเองค่ะ หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจนะ มันอาจจะไม่ใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์ของคุณ” บลานซ์หัวเราะเบา ๆ
หลิน เฟิงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาเมาหนักไปหน่อย
จำได้ลาง ๆ ว่าบลานซ์เป็นคนพาเขากลับมา
“ไหนเมื่อวานบอกว่าจะให้รอไง... ขี้อวดจริง ๆ! ฉันทำมื้อเช้าไว้แล้ว ลุกมากินสิ”
หลิน เฟิงลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดินไปที่ห้องกินข้าว บนโต๊ะมีอาหารจานเล็ก ๆ วางเรียงราย ควันยังลอยกรุ่น ๆ ดูเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ
เขาลูบท้องตัวเอง... รู้สึกหิวขึ้นมาจริง ๆ หลังจากเมาค้างมาทั้งคืน ท้องไส้ว่างเปล่าโหวงเหวง
เขาหยิบมีดส้อม จิ้มสเต็กชิ้นหนึ่งใส่ปากเคี้ยว
“อื้ม... รสชาติดีเลย อาหารเช้าสไตล์ผู้ดีแท้ ๆ!” หลิน เฟิงเอ่ยชม
ได้ยินดังนั้น บลานซ์ก็เลิกคิ้วทำท่าภูมิใจ “แน่นอนสิ... ไม่ดูซะบ้างว่าฉันเป็นใคร!”
หลังมื้อเช้า หลิน เฟิงกับบลานซ์ก็ใช้เวลาสวีทกันอีกพักใหญ่
จนกระทั่งเที่ยง หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จ บลานซ์ก็เตรียมเปิดร้าน ส่วนหลิน เฟิงก็บึ่งรถกลับไปที่ศูนย์ฝึกท็อตแนม
ในห้องทำงาน
หลิน เฟิงเปิดคอมพิวเตอร์ สิ่งแรกที่ทำเป็นกิจวัตรคือเช็กตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ตอนนี้ท็อตแนมแข่ง 2 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 มี 4 คะแนน รั้งอันดับ 6 ของตาราง
นัดต่อไปอีก 3 วันข้างหน้า เป็นวันเสาร์... ท็อตแนมต้องบุกไปเยือนนิวคาสเซิล
หลิน เฟิงไม่ค่อยกังวลกับนัดนี้เท่าไหร่
นิวคาสเซิลแข่ง 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 มี 3 คะแนน
ดูเหมือนฟอร์มจะพอใช้ได้ แต่หลิน เฟิงรู้ดีว่านิวคาสเซิลฤดูกาลนี้เป็นแค่ทีมระดับกลางค่อนล่าง
ด้วยฟอร์มของโรนัลดินโญ่และการคุมทัพของคล็อปป์ การบุกไปเก็บชัยชนะคงไม่ใช่เรื่องยากเกินมือ
พอเช็กข่าวเสร็จ เซี่ยอวี่ก็เดินถือเอกสารปึกหนึ่งเข้ามาในห้อง
“เซี่ยอวี่... เรื่องหมอที่ให้ไปหา ได้เรื่องหรือยัง?”
หลิน เฟิงยังคงห่วงใยอาการของเมสซีเสมอ
เขารับปากพ่อของเมสซีไว้ว่าจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา และคำพูดของเขาไม่ใช่แค่ลมปาก
“คุณหลินคะ ติดต่อได้แล้วค่ะ ท่านนี้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมที่เก่งที่สุดในลอนดอน แถมยังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาระดับปริญญาเอกของคณะแพทยศาสตร์เคมบริดจ์ด้วย...”
เซี่ยอวี่ยื่นรายชื่อให้
หลิน เฟิงเปิดดู... พระเจ้าช่วย ดีกรีคุณหมอยาวเหยียดเต็มหน้ากระดาษ
แต่ละตำแหน่งล้วนไม่ธรรมดา
หลิน เฟิงพยักหน้าพอใจ “อืม ดีมาก... นัดเวลาเลย อีกชั่วโมงเจอกันที่บ้านเมสซี”
เซี่ยอวี่ทำหน้าลำบากใจ “หมอท่านนี้คิวทองมากค่ะคุณหลิน... นัดด่วนภายในชั่วโมงเดียวเกรงว่าจะไม่ได้”
หลิน เฟิง: “บอกเขาไปว่า... ชั้นจะบริจาคเงินให้คณะแพทย์ของเขา 1 ล้านยูโร! ถือซะว่าสมทบทุนเพื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์ของมวลมนุษยชาติ”
“รับทราบค่ะคุณหลิน” เซี่ยอวี่พยักหน้ารับคำสั่งแล้วเดินออกไป
หลิน เฟิงเอนหลังพิงเก้าอี้ นวดขมับเบา ๆ
ตลาดซื้อขายยังไม่ปิด แม้จะได้โรนัลดินโญ่มาแล้ว แต่จาก 2 นัดที่ผ่านมา หลิน เฟิงเริ่มรู้สึกตะหงิด ๆ
ทีมพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของโรนัลดินโญ่มากเกินไป
ทีมแบบนี้ไปไม่รอดแน่ในระยะยาว
ต้องเซ็นนักเตะเพิ่ม...
ไม่งั้นท็อตแนมคงไปไม่ถึงฝั่งฝัน
คิดได้ดังนั้น หลิน เฟิงเลยใช้เวลาว่างค้นหานักเตะในระบบอีกครั้ง
แต่นักเตะที่พร้อมใช้งานได้เลยทันที...
ณ ช่วงเวลานี้ แทบจะหาไม่ได้แล้ว
ขณะที่หลิน เฟิงกำลังจะถอดใจ จู่ ๆ ชื่อหนึ่งก็เด้งขึ้นมาเตะตา
เซร์คิโอ รามอส
อายุ: 15 ปี
สังกัดปัจจุบัน: อะคาเดมี เซบีย่า
โอกาสเซ็นสัญญาสำเร็จ: 60%
ค่าเหนื่อยที่คาดหวัง: 100,000 ยูโร
ค่าตัว: 200,000 ยูโร
ถูก! ถูกโคตร ๆ!
ต้องรู้ไว้เลยว่า รามอสคนนี้ ในอนาคตคือ “กัปตันเหล็ก” ขวัญใจแฟนบอลราชันชุดขาวเชียวนะ!
หมอนี่นอกจากเกมรับจะเหนียวแน่นแล้ว ทีเด็ดคือลูกโหม่งทำประตูในเวลาสำคัญ
ถึงจะเพิ่งอายุแค่ 15 ปีก็เถอะ...
แต่ค่าตัว 2 แสนยูโรนี่มันถูกเหมือนได้เปล่า!
ต้องเอา!
และในจังหวะที่หลิน เฟิงตัดสินใจจะสอยรามอสนั่นเอง...
พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นอีกชื่อหนึ่งในระบบ ที่ทำให้ดวงตาเขาเป็นประกายวาบ
และนักเตะคนนี้... ตอนนี้ก็อยู่ที่สเปนเหมือนกัน!