เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 45 กลับภูเขา เตรียมพร้อมการประลองยุทธ

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 45 กลับภูเขา เตรียมพร้อมการประลองยุทธ

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 45 กลับภูเขา เตรียมพร้อมการประลองยุทธ


ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 45 กลับภูเขา เตรียมพร้อมการประลองยุทธ

ฉีอู๋ฮุ่ยเดินทางมาอย่างมีความสุขและจากไปด้วยความโกรธ

เดิมทีเขาต้องการมาเมืองกวงหลิงในวันนี้เพื่อนมาหาตระกูลหยางเพื่อรับผลประโยชน์กลับไป ทว่าตนกลับไม่ได้รับอะไรเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังสูญเสียสมบัติบางส่วนไป

“ฮ่าฮ่า ไปกันเถอะ ไม่มีการแสดงให้ดูอีกต่อไปแล้ว…”

หลังจากฉีอู๋ฮุ่ยจากไป ฝูงชนก็เริ่มแยกย้าย ทุกคนต่างกลับบ้านของตนเอง

ก่อนที่เหออู๋ซวงจะจากไป เขาไม่ลืมที่จะคำนับเย่ชิว

หานเซิงอี้มองไปยังเหออู๋ซวงและส่ายหัว “เหยาเอ๋อ พวกเราไปกันเถอะ”

“ท่านลุงหานไปกันเถอะ” ก่อนที่ฝูเหยาจะจากไป นางมองไปยังเย่ชิวอย่างลึกซึ้งและจากไปโดยไม่พูดอะไร

ในไม่ช้า ทั้งถนนก็เหลือเพียงเย่ชิว ตระกูลเซียว ตระกูลหยางและสหายเต๋าทั้งสามคนจากภูเขาสวรรค์

“ท่านอาจารย์ เราจะไปที่ไหนกันต่อหรือ” จ้าวว่านเอ๋อดึงเสื้อคลุมสีแดงของนางและถามเบา ๆ

ในขณะนี้ เซียวจ้านแนะนำว่า “ท่านเย่เจินเหริน ท่านต้องการมาพำนักที่บ้านของข้าหรือไม่”

“ข้าซาบซึ้งในความตั้งใจดีของผู้อาวุโสเซียว การเดินทางลงเขาในครั้งนี้ล่าช้าไปมากเช่นกัน การลองยุทธเจ็ดขุนเขากำลังใกล้เข้ามา ได้เวลากลับของพวกข้าแล้ว” ขณะที่เขาพูด เย่ชิวมองไปยังเซียวอี้อย่างมีเลศนัยและกล่าวว่า “นายน้อยเซียว ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก! ดูเหมือนว่าเจ้าไม่ได้โกหกข้า…”

“ฮิฮิ ผู้อาวุโส ข้าจะกล้าโกหกท่านได้อย่างไร ข้าเป็นคนกตัญญูเป็นอย่างมาก ทุกคนในเมืองกวงหลิงล้วนรู้ว่าข้าเซียวอี้เป็นหนึ่งในลูกชายที่กตัญญูที่สุด” เซียวอี้เช็ดเหงื่อบนหน้าผากอย่างรู้สึกผิด

เย่ชิวแอบหัวเราะ “ดีมาก เช่นนั้นก็จงรักษามันต่อไป! เรื่องนี้ได้ยุติลงแล้ว ไปกันเถอะ…” เย่ชิวกล่าวอย่างใจเย็นและพาหลินชิงจู้และจ้าวว่านเอ๋อกลับไปยังขุนเขาเมฆาม่วง

เดิมทีเสี่ยวหลิงต้องการตามขึ้นไปบนภูเขา ทว่าจ้าวว่านเอ๋อบอกให้นางกลับบ้านและแสวงหาอิสรภาพที่ควรจะเป็นของนาง ไม่ใช่เป็นสาวใช้และรับใช้ผู้อื่นไปตลอดชีวิต

เสี่ยวหลิงรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก แต่นางก็ยังลังเลที่จะแยกทางกับองค์หญิง ในท้ายที่สุดเย่ชิวก็ให้สัญญาว่า หากนางคิดถึงองค์หญิง นางสามารถขึ้นมายังภูเขาเพื่อมาหาจ้าวว่านเอ๋อได้

“ท่านพ่อ ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือ” หลังจากที่เย่ชิวจากไป เซียวจ้านกลับยืนอยู่ที่เดิมด้วยความงุนงง ขณะที่เขาคุ่รนคิดกับตนเอง เซียวอี้จึงถามด้วยความสงสัย

เซียวจ้านถอนหายใจและกล่าวจากก้นบึ้งของหัวใจว่า “เย่เจินเหรินเป็นอัจฉริยะในโลกใบนี้อย่างแท้จริง เขามีระดับการบ่มเพาะสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความแข็งแกร่งของเขาเอง เขาได้โจมตียอดฝีมือทั้งสามจากภูเขาสวรรค์จนบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้หยิบสมบัติของเขาออกมาใช้ด้วยซ้ำ”

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความสำเร็จของเขาในเต๋ากระบี่จะมาถึงขอบเขตดังกล่าวแล้ว”

“ยิ่งกว่านั้นไป ศิษย์ทั้งสองของเขาเป็นเหมือนกับนกฟีนิกซ์ในสวรรค์ทั้งเก้า พรสวรรค์ของทั้งคู่นั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก อนาคตของพวกเขานั้นไร้ขีดจำกัด”

“ดูเหมือนว่าการที่เราเดิมพันกับขุนเขาเมฆาม่วงจะเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว”

หลังจากนั้นไม่นาน เซียวจ้านก็หันกลับมาและกล่าวกับเซียวอี้อย่างจริงจังว่า “อี้เอ๋อ ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก! หากเจ้าไม่ได้ปกป้องศิษย์สองคนของเย่เจินเหริน ตระกูล เซียวของเราคงไม่สามารถเกาะขาขุนเขาเมฆาม่วงได้อย่างง่ายดาย”

“เมื่อก่อนนั้นข้าสงสัยในความสามารถของเจ้าเป็นอย่างมาก หลังจากเหตุการณ์วันนี้ ข้าจะมองเจ้าในระดับใหม่ ข้าสามารถส่งต่อตระกูลเซียวให้เจ้าได้อย่างสบายใจเสียที”

เซียวอี้ตาค้างเมื่อได้ยินคำพูดของบิดา หลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดเขาก็ได้รับการยกย่องจากบิดา

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดอีกครั้ง เอ๊ะ… เช่นนั้น ข้าก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ฮี่ฮี่ หากเทียบกับหยางเสี่ยวผู้โง่เขลาแล้ว ข้าช่างโดดเด่นเกินไป

หวังไห่กล่าวว่า “ผู้อาวุโส ตอนนี้ตระกูลใหญ่ทั้งหมดในเมืองกวงหลิงต่างล่วงรู้ว่าเรามีความสัมพันธุ์กับขุนเขาเมฆาม่วง ท่านคิดว่าเราควรแสดงความขอบคุณต่อเขาหรือไม่”

“เอาล่ะเจ้าพูดถูก! นำทองคำหนึ่งหมื่นตำลึงมมอบเป็นของขวัญและปรับปรุงขุนเขาเมฆาม่วงใหม่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังคงเป็นผู้สนับสนุนตระกูลเซียวของข้า พลังอำนาจภายนอกของเราไม่สามารถด้อยกว่าได้”

“พวกเราขาดแคลนทุกอย่างยกเว้นเงินทอง!” เซียวจ้านกล่าวอย่างกล้าหาญ เขามองดูหยางเหอผู้น่าสงสารที่อยู่ไม่ไกลอย่างภาคภูมิใจและจากไปด้วยความภาคภูมิ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา

บนขุนเขาเมฆาม่วง ร่างสามร่างค่อย ๆ ร่อนลงบนพื้นหญ้าหน้ากระท่อมไม้

“นี่คือขุนเขาเมฆาม่วงหรือ” จ้าวว่านเอ๋อกล่าวด้วยความงุนงงขณะที่นางมองไปยังเมฆาม่วงท่ามกลางเวหา ทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับสรวงสวรรค์ต่างทำให้ผู้คนดื่มด่ำไปโดยไม่รู้ตัว

นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเซียนอย่างแท้จริง

มีพลังวิญญาณอบอวลอยู่มีมากมาย ภูเขาแม่น้ำ และทิวทัศน์ต่างงดงาม

“ชิงจู้! พาศิษย์น้องหญิงของเจ้าไปเดินเล่น ทำความเข้าใจกับอาณาเขตของขุนเขาเมฆาม่วง ในเวลาเดียวกัน บอกนางเกี่ยวกับกฎของสำนัก หลังจากนั้นก็กลับไปพักผ่อน พวกเราจะพูดคุยกันใหม่ในวันพรุ่งนี้” ทันทีที่กลับมายังขุนเขาเมฆาม่วง เย่ชิวก็เข้าไปในห้องของเขาอย่างหมดอาลัยตายอยากและสั่งหลินชิงจู้

“เอาล่ะศิษย์น้องหญิง! ตามข้ามา…”

หลินชิงจู้จากไปพร้อมกับจ้าวว่านเอ๋อ

ในห้อง เย่ชิวปิดประตูแน่นและเดินไปยังเตียง เขาหยิบกระดูกสัตว์อสูรออกมาจากหยกวิญญาณเร้นลับและศึกษามัน

กระดูกสัตว์อสูรนี้มีกลิ่นอายแห่งความมืดมิดที่แปลกประหลาดซึ่งกำลังรุกรานอย่างน่าสะพรึงกลัว

“นี่คือที่มาของความวุ่นวาย! แปลกยิ่งนัก… เกิดอันใดขึ้น”

หลังจากศึกษากระดูกสัตว์อสูรในมือแล้ว เย่ชิวก็นั่งลงบนเตียงและครุ่นคิด

เขาได้เก็บกระดูกสมบัตินี้มาจากหุบเหวหลังจากที่เข้าไปยังส่วนลึกของดินแดนรกร้าง กลิ่นอายความมืดบนกระดูกนี้มีลักษณะเดียวกันกับสัตว์อสูรที่เขาเจอก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายบนกระดูกนี้กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า นี่ควรเป็นกระดูกของสัตว์กลุ่มแรกที่ติดเชื้อ

ครั้งนี้ หลังจากเข้าไปยังดินแดนรกร้างแล้ว เย่ชิวยังบังเอิญค้นพบรอยแยกในแนวกั้นของดินแดนรกร้างทางตะวันออก นอกเหนือจากการค้นพบกระดูกชิ้นนี้ กลิ่นอายแปลกประหลาดเหล่านี้ยังได้หลั่งไหลเข้ามาจากดินแดนภายนอกและเริ่มแพร่เชื้อจากส่วนลึกของดินแดนรกร้าง

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ เขาเห็นเพียงสัตว์อสูรที่ติดเชื้อและยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

เย่ชิวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่ามีเงื่อนงำซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

หลังจากพบรอยร้าวเขาก็เฝ้าดูอยู่นาน ทว่าก็ไม่พบอะไรจึงรีบเดินทางกลับมา

ระหว่างทางกลับ เขาได้ค้นพบสุสานของจักรพรรดิด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบมัน

เหตุผลที่เหออู๋ซวงและคนอื่น ๆ ปรากฏตัวในเมืองกวงหลิงอาจเป็นเพราะสุสานของจักรพรรดิ

เหล่าตระกูลโบราณเหล่านี้ต่างรู้ดี

น่าเสียดายที่ตราประทับบนสุสานของจักรพรรดิยังคงแข็งแกร่งมากและไม่สามารถเปิดออกได้ในระยะเวลาอันสั้น เย่ชิวจึงตัดสินใจพาศิษย์ของเขากลับมาก่อน

ท้ายที่สุดแล้ว การเตรียมการสำหรับการลองยุทธเจ็ดขุนเขาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในสำนักเยียวยาสวรรค์

“ปวดหัวยิ่งนัก… ข้าจะนอนพักและหยุดคิดเรื่องนี้ สิ่งนี้กินพลังสมองของข้าเกินไป…”

เย่ชิวกุมหัวของเขาและนอนลงบนเตียง

ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบ

เช้าวันรุ่งขึ้น

“อา…” ยืดเส้นยืดสายอย่างเกียจคร้าน เย่ชิวได้เดินออกจากห้องของเขา หลังจากพักผ่อนมาหนึ่งคืน พลังวิญญาณที่เขาใช้ไปเมื่อวานก็ฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์

“เอ๊ะ สาวน้อยทั้งสองคนนั้นอยู่ที่ไหนกัน ยังไม่ตื่นอีกหรือ” เย่ชิวชำเลืองมองห้องสองห้องด้านข้างเมื่อเขาเดินออกไป ประตูห้องทั้งคู่ยังคงปิดอยู่

เขาคิดว่าทั้งสองยังคงหลับอยู่ ทว่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายที่ลอยอยู่บนหน้าผา

“ฮ่าฮ่า พวกเขาขยันไม่น้อย…” เย่ชิวยิ้มจาง ๆ

หลินชิงจู้และจ้าวว่านเอ๋อตื่นแต่เช้าตรู่ ทั้งสองคนกำลังชื่นชมทิวทัศน์ของขุนเขาเมฆาม่วง

เย่ชิวไม่ได้รบกวนพวกเขา เขากลับไปยังห้องฝึกซ้อมและเริ่มวันแห่งการบ่มเพาะของเขาเอง

หลินชิงจู้และจ้าวว่านเอ๋อเดินกลับมาพร้อมจับมือกันในตอนเที่ยง

“ท่านอาจารย์ พวกเรากลับมาแล้ว…” จ้าวว่านเอ๋อกล่าวอย่างมีความสุขทันทีที่นางเดินเข้ามา

ในวันนี้ หลินชิงจู้พานางตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกฝนและเที่ยวชมทิวทัศน์ของขุนเขาเมฆาม่วง และรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองมีอิสระเช่นนี้มาก่อน

เพียงวันเดียวนางก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้ ที่นี่อบอุ่นเป็นอย่างมาก

ศิษย์พี่หญิงของนางดูแลตนเป็นอย่างดี และท่านอาจารย์ของนางก็ปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี มันดีกว่าผู้คนในพระราชวังที่เย็นชามากโข

ในห้องโถงฝึกซ้อม เย่ชิวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ศิษย์ข้า นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าขึ้นภูเขามา เจ้าปรับตัวได้หรือไม่”

“ท่านอาจารย์ ข้าปรับตัวได้ดี สถานที่นี้ดียิ่งนัก เต็มไปด้วยความอบอุ่นราวกับอยู่บ้าน ข้าชื่นชอบที่นี่เหลือกัน”

“เช่นนั้นก็ดีมาก!”

[ปล. ช่วยกันซื้อตอนเยอะ ๆ จะได้แปลเยอะ ๆ ถึงจะปวดหลัง แค่เห็นยอดคนซื้อก็มีพลังแปลละครับ555]

จบบทที่ ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 45 กลับภูเขา เตรียมพร้อมการประลองยุทธ

คัดลอกลิงก์แล้ว