เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 663 กลิ่นที่คุ้นเคย (ฟรี)

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 663 กลิ่นที่คุ้นเคย (ฟรี)

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 663 กลิ่นที่คุ้นเคย (ฟรี)


ก่อนที่จะออกท่องไปในทะเลแห่งความว่างเปล่า ซู่เสี่ยวไป่ได้เจอข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ซู่เสี่ยวไป่เข้าใจว่าทำไมดวงดาวทางเหนือถึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

เพราะดินแดนนี้เป็นจุดศูนย์กลางของจักวรรดิไท่เจียง ทำให้การเดินทางนั้นสะดวก และเงาที่สร้างความวุ่นวายที่แนวหลังของศัตรูทำให้แนวหน้าต้องยกทัพกลับ ทำให้กองทัพของซู่เสี่ยวไป่ง่ายที่จะบุกยึดพื้นที่เพิ่มทันที

“นายท่าน…ตอนนี้เรายึดจักรวรรดิดวงดาวหมีใหญ่ และดวงดาวหงส์อมตะได้แล้ว และจักรวรรดิดวงดาวนายพราน กับหมาป่าที่อยู่ใกล้ๆ ก็ใกล้จะตกเป็นของเราแล้ว”

จ้าวภัยพิบัติได้รายงานสรุปให้ซู่เสี่ยวไป่ฟัง

“ไม่เลว!! แต่เราจะต้องยิ่งใหญ่กว่านี้!”

พลังที่เพิ่มขึ้นของซู่เสี่ยวไป่ทำให้อำนาจของเขาแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว และปกคลุมไปเกือบทั่วจักรวรรดิไท่เจียง ตอนนี้เหลืออีก 6 จักรวรรดิดวงดาว ที่ซู่เสี่ยวไป่ยังไม่ได้ครอบครอง ว่ากันว่าเป็นจักรวรรดิที่ร่ำรวยมากในจักรวรรดิไท่เจียง

การยึดครอง ขยายอำนาจมันไม่ได้สำคัญอะไรกับซู่เสี่ยวไป่เลย เขาต้องการผลึกต้นกำเนิดเท่านั้น

แม้ว่าเขาจะทะลวงเขตแดนภัยพิบัติขั้น 8 มาได้แล้ว แต่ภายในใจของซู่เสี่ยวไป่กลับยังไม่พอใจและหยุดอยู่แค่นี้

เขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้อีก มันไม่ง่ายเหมือนตอนจัดการกับจ้าวภัยพิบัติขั้น 7 พลังที่จะต้องเจอต่อจากนี้คือจ้าวภัยพิบัติขั้น 8 หรือ 9 หรือขั้น 10

ระบบจะต้องเริ่มสำแดงพลังของมันออกมาแล้ว เพื่อเพิ่มขีดจำกัดให้ซู่เสี่ยวไป่ให้เร็วที่สุด

ระบบจะต้องรีบซ่อมแซมรอยร้าวบนศิลากาลเวลาทั้งหมด  และก่อนหน้านี้ที่ซู่เสี่ยวไป่ปรับปรุงระบบไปหลายครั้ง ทำให้ผลของมันแสดงออกมาพอตัว

ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องเติบโตไปให้มากกว่านี้

“พลังของเขตแดนภัยพิบัติขั้น 8 นั้นทรงพลังมาก แล้วถ้าเป็นขั้น 9 หรือ 10 หละ ต่อหน้าตัวตนระดับนี้ถึงจะมีเส้นทางสู่สวรรค์ที่มากกว่าก็ตามคงไม่สามารถที่จะรับมือได้”

“แต่ต่อให้สู้ไม่ได้….เราก็ยังมีระเบิดพลีชีพไร้ที่สิ้นสุดอยู่ หากร่างจริงของเราไม่ตายเราก็ยังมีโอกาสชนะ”

หลังจากที่บรรลุเส้นทางสู่สวรรค์ครบ 3 หมื่นเส้นทางมันมีบางสิ่งทำให้สายตาของซู่เสี่ยวไป่กว้างไกลขึ้น

แต่เมื่อเข้าสู่เขตแดนภัยพิบัติขั้น 8 มาได้แล้ว ซู่เสี่ยวไป่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องบุกทะลวงเขตแดนต่อไปเพราะเขามีเส้นทางสู่สวรรค์ครบหมดแล้ว

และตอนนี้ทำให้วิชาระดับภัยพิบัติกลับมาสำคัญกับซู่เสี่ยวไป่อีกครั้ง

การที่จะเพิ่มพลังให้เร็วกว่านี้ และทำให้เงาแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ เขาจำเป็นต้องใช้วิชาระดับภัยพิบัติมากกว่านี้

ซู่เสี่ยวไป่กำลังมองไปในท้องทะเลแห่งความว่างเปล่า และกำลังคิดอะไรสักอย่าง

เขากำลังคิดถึงสถานที่ร่ำรวยที่สุดในจักรวรรดิพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ และก็คิดออกเพียงสถานที่เดียว

นั้นคือที่ตั้งของฐานใหญ่ของจักรวรรดิพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสถานที่จักรพรรดินีของจักรวรรดิถูกสังหาร

การที่ผู้นำสูงสุดของจักรวรรดิตายลงอย่างกระทันหัน ทำให้แทบไม่มีใครรู้รายละเอียดว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้น สิ่งเดียวที่รู้คือตัวตนที่มีนามว่าท่านซือเป็นผู้ลงมือสังหารเท่านั้น

ซู่เสี่ยวไป่ก็ใกล้ยึกครองดินแดนของจักรวรรดิไท่เจียงเกือบหมดแล้ว เรื่องภายในเหล่านี้เขาต้องการจะรู้ข้อเท็จจริงเหมือนกัน

“เฉี่ยวเห้อไปเตรียมตัว…เราจะออกเดินทางไปเยี่ยมจักรวรรดิพระแม่ศักดิ์สิทธิ์กันสักหน่อย”

ซู่เสี่ยวไป่บอกมังกร 9 มายา และให้มันกลายร่างเป็นมังกรก่อนที่จะขึ้นขี่หลังของมัน

ทั้งสองออกเดินทางไปยังจักรวรรดิพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ จนในที่สุดก็มาถึง ภาพแรกที่เห็นคือวังขนาดใหญ่โตมโหฬาร

ที่แห่งนี้มีตำหนักวังอีกหมื่นๆ แห่ง และหอคอยสูงใหญ่หลายพันล้านหอ ทั้งภูเขาแม่น้ำนั้นล้อมรอบสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด แต่ทุกอย่างดูเสื่อมโทรมอย่างมาก แม้จะมีร่องรอยของความรุ่งโรจน์อยู่ก็ตาม

สะพานที่เชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินพังทลายหลายแห่ง คราบเลือดของจ้าวภัยพิบัติหรือผู้ฝึกตนมากมาย ยังติดอยู่บนพื้นดิน และตามกำแพง คาบเลือดนั้นยังคงดูชัดเจนอยู่เลยด้วยซ้ำ

สีหน้าของซู่เสี่ยวไป่ดูเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ที่นี่เคยเกิดการต่อสู้ของจ้าวภัยพิบัติขั้น 9 ขึ้น

เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่มาถึง มีขุมอำนาจอื่นมาถึงก่อนและเกิดการปะทะกันขึ้นหลายครั้ง

เป็นไปได้ไหมว่าตอนนี้ สมบัติของจักรวรรดิพระแม่ศักดิ์สิทธิ์จะถูกขโมยไปแล้ว

มังกร 9 มายานั้นมองดูรอบๆ ก่อนจะพูดขึ้น

“ข้าได้กลิ่นที่ไม่ชอบมาพากลเลยนายท่าน…..ข้าได้กลิ่นแบบเดียวกับตัวของข้า”

“แกจะบอกว่ามีมังกร 9 มายาอีกตัวงั้นหรอ?”

ซู่เสี่ยวไป่ถามด้วยความสงสัย

เฉี่ยวเห้อส่ายหัว

“มันไม่ใช่มังกร 9 มายา แต่เป็นเผ่าพันธ์มังกรชั้นสูงเช่นเดียวกับข้า เป็นเผ่าพันธ์ที่เหลือรอดมาจากยุคเก่าแก่ ไม่คิดว่าจะมีเผ่าพันธ์อื่นนอกจากข้าที่รอดมาถึงยุคนี้ด้วย”

ซู่เสี่ยวไป่นั้นไม่ได้แปลกใจเท่าไร เพราะขนาดมังกร 9 มายายังถูกผนึกเอาไว้ใต้ดินแดนดวงดาวทางเหนือ แล้วทำไมจะไม่มีสายพันธ์หรือเผ่าพันธ์ระดับเดียวกันแบบมังกร 9 มายาหลงเหลืออยู่อีกในจักรวรรดิระดับสูง

ไม่มีทางที่จักรวรรดิระดับสูงนั้นจะไม่ต้องการเผ่าพันธ์ระดับนี้ได้ เพราะขนาดซู่เสี่ยวไป่เองก็ไม่ปล่อยผ่านเผ่าพันธ์นี้ และเอามาเป็นข้ารับใช้ของตน

เผ่าพันธ์เช่นเดียวกับมังกร 9มายา คงผ่านยุคผ่านสมัย และอยู่ในหลายๆ ศึกสงครามและยังเหลือรอดมาถึงตอนนี้

ซู่เสี่ยวไป่เข้าไปในซากปรักหักพัง ที่เต็มไปด้วยความทรุดโทรม ไม่ต่างจากดินแดนที่ล่มสลาย

“สัมผัสแบบนี้มันอาคมผลึก…ข้าได้กลิ่นจากสิ่งนี้ ข้าสัมผัสได้!!”

อยู่ๆ มังกร 9 มายาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง มันมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่า ก่อนจะพูดขึ้นกับซู่เสี่ยวไป่

มีดทมิฬได้ปรากฏขึ้นในมือของซู่เสี่ยวไป่ ก่อนที่เขาจะขับเคลื่อนพลังสวรรค์ทั้ง 3 หมื่นเส้นทาง และฟันออกไปในทิศทางที่มังกร 9 มายาบอก

แววตาของมังกร 9 มายานั้นดูดุร้ายขึ้นและเฉียบคม เมื่อเห็นว่าเจ้านายของมันได้แสดงพลังอันมหาศาลออกมา ยิ่งทำให้มันรู้สึกฮึกเหิม

หากเป็นจ้าวภัยพิบัติทั่วไป เจอกับแรงกดดันขนาดนี้ พวกเขาคงรีบหนีหายไปทันที เพราะต่อให้เตรียมตัวเอาไว้แล้วก็ตามก็ไม่มีทางรับพลังโจมตีจากมีดทมิฬได้

พลังทำลายล้างของซู่เสี่ยวไป่จากเส้นทางสู่สวรรค์ และมีดทมิฬนั้นเรียกได้ว่า ต่อให้มีร่างเป็นเหล็กหรือวิญญาณที่แข็งดุจเพชรก็คงไม่ต่างจากก้อนเนยที่ถูกฟันด้วยดาบร้อน หากถูกมีดทมิฬของซู่เสี่ยวไป่ฟันเข้า

และเพียงแค่กระแสพลังกดดันที่แผ่ออกมาก็พอแล้วที่จะทำให้จ้าวภัยพิบัติรู้สึกแสบร้อนไปทั้งตัวได้

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 663 กลิ่นที่คุ้นเคย (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว