เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 660 ภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคย (ฟรี)

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 660 ภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคย (ฟรี)

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 660 ภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคย (ฟรี)


ในขณะที่การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป ผู้ฝึกตนจำนวนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลแห่งความว่างเปล่าก็ได้นำร่างเงาของซู่เสี่ยวไป่กลับไปยังฐานที่มั่นของตน

เนื่องจากระยะทางที่ไกล และกลุ่มแรกที่นำร่างเงาของซู่เสี่ยวไป่กลับไปถึงฐานเลยคือกลุ่มจ้าวภัยพิบัติของสหัสจักรวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนัน

ความจริงแล้วสหัสจักรวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนันนั้นให้ความสนใจซู่เสี่ยวไป่มาแต่แรกอยู่แล้ว ตั้งแต่ซู่เสี่ยวไป่ปรากฏตัวออกมาในสนามรบ และจัดการจ้าวภัยพิบัติไปจำนวนมาก จึงเป็นที่จับตามองมาตั้งแต่ตอนนั้น

หลังจาก 12 ปีของสงคราม สหัสจักรวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนันแสดงบทบาทในสนามรบน้อยลง และปล่อยให้กองทัพของจักรวรรดิระดับสูงอื่นออกหน้าแทน ซึ่งมันส่งผลดีกับพวกเขา เพราะนอกจากจะรักษากำลังพลได้แล้ว ยังไม่ต้องปะทะกับจักรวรรดิระดับสูงอื่นจากความเข้าใจผิดหรือเกิดกระทบกระทัjงกัน

ซึ่งผู้ที่จะจุดชนวนและยุยงให้เกิดการต่อสู้ขึ้นคงเป็นตัวตนที่ชื่อซู่เสี่ยวไป่อย่างแน่นอน นี้คือสิ่งที่พวกเขาคาดเดาเอาไว้

นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สหัสจักรวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนัน หมายหัวซู่เสี่ยวไป่ พวกเขาพยายามจับกุมร่างเงาของซู่เสี่ยวไป่มาหลายครั้งแล้ว

แต่ร่างเงาพวกนี้หนีออกไปได้ทุกครั้ง และไม่สามารถหาทางกักขังมันได้สักที จนตอนนี้อยู่ๆ ร่างเงาก็ไม่หนีและยอมให้จับ ทำให้พวกเขามีสิทธิ์ที่จะค้นหาความจริงของร่างนี้ และเอาข้อมูลนั้นกลับไปเล่นงานซู่เสี่ยวไป่

และพวกเขายังจะสามารถสืบหาร่างต้นของซู่เสี่ยวไป่ได้อีกด้วยว่าอยู่ที่ไหน

ซู่เสี่ยวไป่มองผ่านสายตาของเงาจากที่ปลอดภัย

“เอาเลย!! อยากได้เท่าไรก็เอาไป และรีบเอาไปตรวจสอบเร็วๆ เข้าล่ะ”

เช่นเดียวกันกับจักรวรรดิพระแม่ศักดิ์สิทธิ์ สหัสจักรวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนันนั้นก็มีดินแดนที่ตัวเองปกครองและเป็นขอบชายแดนหรือจักรวรรดิชายแดนให้กับตน และมีมากถึง 20 แห่ง

แล้วตอนนั้นเองที่เงาของซู่เสี่ยวไป่มาถึงดินแดนแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับจักรวรรดิไท่เจียง ที่นี้มีชื่อว่าดินแดนผีสาง

ซึ่งตรงตามชื่อของมัน ดินแดนแห่งนี้เหมือนกับป่าช้า ผู้คนและสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่แค่ในอาณาเขตไม่ถึงล้านกิโลเมตร และพื้นที่อันกว้างใหญ่กลับเป็นที่ให้จิตวิญญาณร่อนเร่เท่านั้น

หลังจากผ่านด่านทั้ง 7 จุดแล้วจ้าวภัยพิบัติของสหัสจักรวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนันก้พาเงาของซู่เสี่ยวไป่มาถึงฐานทัพในดินแดนแห่งนี้

เมื่อมาถึงแววตาของซู่เสี่ยวไป่ถึงกับลุกวาว

“พวกสหัสจักวรรดิ 9 ฟ้าไร้อนัน มีทรัพยากรสำหรับรบเยอะจริงๆ”

สถานที่แห่งนี้เป็นฐานเสบียงหลักที่รับผิดชอบส่งทรัพยากรสนับสนุนไปยังแนวหน้า และเป็นที่พักฟื้นตัวของผู้ฝึกตนทั้งหลายที่กลับมาจากแนวหน้าด้วย

ซู่เสี่ยวไป่ใช้สายตาตรวจสอบดูคร่าวๆ และพอจะประเมินมูลค่าของฐานทัพนี้ ซู่เสี่ยวไป่คาดการณ์ว่าฐานแห่งนี้มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านผลึกต้นกำเนิด และยังมีวัตถุดิบและของระดับภัยพิบัติขั้น 7 อยู่ด้วย และในฐานแห่งนี้มีจ้าวภัยพิบัติขั้น 7 อยู่อีกสิบชีวิต

หากว่าซู่เสี่ยวไป่จัดการจ้าวภัยพิบัติได้ทั้งหมดคงได้ผลึกต้นกำเนิดไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน

นี้มันฝูงแกะอ้วนชัดๆ

ซู่เสี่ยวไป่ต้องหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ปล่อยจิตสังหารออกมา และไม่เลือกที่จะกระโจนเข้าใส่ขุมทรัพย์ตรงหน้าทันที

จ้าวภัยพิบัติโยนร่างเงาไปที่ด้านหน้าของใครสักคน

“ข้าจับมันได้ แต่มันทำตัวแปลกๆ ต่างไปจากเดิมราวกับยอมให้จับมากกว่า”

“แล้วมันจะแปลกตรงไหน? ร่างแยกพวกนี้มีขอบเขตพลังจ้าวภัยพิบัติขั้น 3 การจะจับมันมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรอยู่แล้ว”

มีสตรีร่างท้วมเดินเข้ามา พร้อมกับหัวเราะชอบใจ

ผู้ฝึกตนเขตแดนโบราณทั้งหมดต่างกลอกตาไปมาด้วยความเอือมระอา สตรีผู้นี้คือฮูก๋วยรู้จักกันดีในฉายาผู้กลืนกินพลังหยาง และแน่นอนว่าเธอมีความคิดมากมายที่จะเล่นกับร่างแยกนี้

จ้าวภัยพิบัติที่จับเงามาก็พูดขึ้น

“ร่างแยกนี้ไม่ธรรมดา…พวกมันตายไม่เป็น และไม่สามารถสืบหาตรรกะหรือโชคชะตาได้ และประมาทมันไม่ได้มันสามารถระเบิดพลีชีพตัวเองได้ และคร่าชีวิตทหารของเราไปมากมายแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ทำให้จ้าวภัยพิบัติหลายคนถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้

เริ่มมีจ้าวภัยพิบัติเข้ามามุงดู และตรวจสอบร่างเงาด้วยสารพัดวิธี เพื่อพิสูทคำพูดของจ้าวภัยพิบัติที่จับร่างเงามาได้

และพวกเขาก็ต้องพบความจริงที่น่าตกใจ

ไม่สามารถติดตามตรรกะหรือค้นหาโชคชะตาได้ แค่นี้ก็พอแล้วที่จะดึงดูดความสนใจจากทุกคน

เขตแดนภัยพิบัตินั้นแตกต่างจากเขตแดนโบราณ เพราะในเขตแดนนี้จะมีพลังพอที่จะบดบังหรือปกปิดตรรกะได้ แต่ในทางกลับกันพวกเขาเองก็มีวิธีการค้นหาที่ทรงพลังด้วยเช่นเดียวกัน

แต่ที่แปลกก็คือพลังของจ้าวภัยพิบัติขั้น 3 สามารถที่จะปกปิดตรรกะจากการสืบค้นของจ้าวภัยพิบัติขั้น 7 ได้ สิ่งนี้มันเกินความคาดหมายอย่างมาก

ทำให้พวกเขาคิดว่าร่างแยกของซู่เสี่ยวไป่นั้นน่าสนใจอย่างมาก

จ้าวภัยพิบัติที่จับเงามามองดูร่างเงาของซู่เสี่ยวไป่ตาไม่กระพริบ

ทางซู่เสี่ยวไป่เองก็ได้ตรวจสอบจ้าวภัยพิบัติเหล่านี้เหมือนกัน และได้รู้ว่าร่างของจ้าวภัยพิบัติขั้น 7 นั้นอัดแน่นไปด้วยกระแสพลังเหนือกว่าขั้น 6 อย่างชัดเจน

ในบรรดาจ้าวภัยพิบัติขั้น 7 ทั้งสิบคนนั้น มีห้าคนพึ่งจะเข้าสู่เขตแดนนี้ และที่เหลืออยู่ในเขตแดนนี้มานานแล้ว และเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดของกองทัพ

เนื่องจากขั้น 7 กับ ขั้น 8 นั้นมีกำแพงที่ขวางกั้นอยู่ หากไม่ถูกเลือกแล้วจริงๆ ไม่มีทางเลยที่จะก้าวข้ามไปได้ และติดอยู่ที่เขตแดนภัยพิบัติขั้น 7 ตลอดไป

“เจ้าพวกนี้ซ่อมศิลากาลเวลาได้พอๆ กับเรา!”

“แต่เรายังได้เปรียบเรื่องที่ฆ่าไม่ตาย และยังระเบิดพลีชีพได้อย่างไร้ขีดจำกัด แถมยังได้รับการปกป้องจากพลังสวรรค์มากมายหลายหมื่นเส้นทาง”

ซู่เสี่ยวไป่ได้เรียนรู้พลังของจ้าวภัยพิบัติที่อยู่ที่นี่ และเริ่มคิดแผนการจัดการทั้งหมดแล้ว

แผนแรกเขาจะฆ่าจ้าวภัยพิบัติขั้น 7 ที่พึ่งทะลวงเขตแดนมาได้ไม่นานก่อนเพื่อสะสมผลึกต้นกำเนิด จากนั้นก็เอาเงายักษ์ศักดิ์สิทธิ์เข้ามาแทนที่จ้าวภัยพิบัติทั้ง 5 คน ที่ฆ่าไป และแฝงตัวอยู่ในฐานแห่งนี้ เมื่อให้สัญญาณร่างเงาก็จะรเบิดตัวเองทันที

และทุกอย่างจะถูกลบออกไปอย่างสมบูรณ์ ต่อให้ร่างจริงไม่ต้องไปที่นั้นเองก็ตาม

หรือจะใช้อีกแผนการหนึ่งคือแฝงตัวต่อไปรอจนกว่าจะบรรลุเขตแดนภัยพิบัติขั้น 8 ได้ และไล่เก็บพวกมันที่ละคน

ถึงอย่างงั้นซู่เสี่ยวไป่ก็ไม่สามารถลดความโลภที่เกิดขึ้นมาได้เมื่อเห็นทรัยากรมากมายในฐานเสบียงแห่งนี้

ในช่วงที่เขายังไปไม่ถึงเขตแดนภัยพิบัติขั้น 8 การขัดเกลาจากระบบเป็นทางเดียวที่เขาจะแข็งแกร่งขึ้นได้ในตอนนี้

แต่ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มระดับต่อไปนั้นใช้มากถึง 500 ล้านผลึกต้นกำเนิด

แล้วขั้นต่อไปคือ 1 พันล้านผลึกต้นกำเนิด

……

มีหลายครั้งที่ซู่เสี่ยวไป่เริ่มคิดว่าระบบนั้นเริ่มที่จะเอาใหญ่ และผลาญเงินเป็นว่าเล่น และเอาเปรียบเขา

ตั้งแต่ขอบเขตพลังของเขามาถึงทางตันและไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้

ทั้งที่บรรลุวิชาระดับภัยพิบัติมากถึง 2 พันวิชา และยังจะมากขึ้นทุกวัน

แต่ด้วยการเติบโตของระบบแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะไปถึงจุดที่ต้องการได้วันไหน

และยิ่งเพิ่มระดับให้ระบบมากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งซู่เสี่ยวไป่ได้แต่อดทนกัดฟันแล้วเพิ่มระดับต่อไป

หากว่า 1 จักรวรรดิไท่เจียงไม่เพียงพอ ก็แค่ต้องหาอีกสองจักรวรรดิในระดับเดียวกัน ถ้าไม่พออีกก็เป็น สาม เป็น สี่ หรือ สิบจักรวรรดิ

และจะลืมไม่ได้เลยการเก็บเกี่ยวจากจักรวรรดิระดับสูงอื่นๆ อีก

ในเวลาเดียวกันขุมอำนาจทั้งหลายก็ได้นำร่างเงาของซู่เสี่ยวไป่กลับไปถึงฐานที่มั่นของตัวเองหมดแล้ว

ในมุมมองของพวกเขา เห็นว่าเงานั้นแปลกประหลาดอย่างมาก และเป็นอะไรที่พวกเขาไม่มีทางเข้าใจได้ พวกเขาได้แต่สงสัยว่าทำไมร่างพวกนี้ถึงไม่มีตรรกะและโชคชะตาอะไรเลย และพวกมันไม่มีทางถูกทำลายอย่างสมบูรณ์

มีหลายคนพยายามฆ่าเงาของซู่เสี่ยวไป่ตลอดเวลา และอยากรู้ว่าร่างเงาพวกนี้จะฟื้นตัวได้อีกกี่ครั้ง แต่ยิ่งทำลายเงาไปมากเท่าไร มันก็ฟื้นกลับมาได้ตลอดและกลายเป็นสิ้นเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์

ทำให้จ้าวภัยพิบัติขั้น 7 ต้องออกมาตรวจสอบด้วยตัวเอง

“เอาเลย อยากจะผ่าจะทำอะไรก็เชิญ ถึงเวลาเมื่อไรพวกแกไม่รอดแน่”

เงานั้นถูกสารพัดวิธีในการทรมาน และทำลายร่างกายจากจักรวรรดิระดับสูง  แม้ว่าพวกนั้นจะเป็นร่างเงาก็ตามแต่ซู่เสี่ยวไป่ก็ไม่ชอบใจเท่าไรนัก

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 660 ภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคย (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว