- หน้าแรก
- กฎสุดท้ายของผู้ถูกลืม
- บทที่ 145 หลอมกะโหลก
บทที่ 145 หลอมกะโหลก
บทที่ 145 หลอมกะโหลก
จิลันครางฮึ่มในลำคอ ขบกรามแน่น
ผ่านการฝึกฝนด้วยวิชานั่งสมาธิ “สิบสองหนาม” ทำให้ความสามารถในการทนต่อความเจ็บปวดของเขาพุ่งสูงขึ้น ระดับความเจ็บนี้จึงยังไม่ถึงขั้นทำให้เขาร้องลั่นออกมาได้
เขาฝืนทนความปวดแสบ มองร่างที่มัดกล้ามกำลังฉีกขาด เลือดไหลไม่หยุดด้วยสายตาเย็นชา
ความเปลี่ยนแปลงนี้ดำเนินต่อเนื่องอยู่หลายนาที
จนกระทั่งกล้ามเนื้อเริ่มผ่อนคลาย ค่อยๆ ยุบตัวกลับสู่สภาพเดิม แม้แต่แผลฉีกเล็กๆ บนผิวหนังที่ปรากฏทั่วร่าง ก็กลับกลายเป็นสะเก็ดคล้ายรอยแต้มสีแดงเข้ม
ความเจ็บค่อยๆ ลดลง
แต่จู่ๆ จิลันกลับรู้สึกคันไปทั้งร่าง คันลึกจากภายในสู่ภายนอก
ราวกับมีมดไต่ในไขกระดูก มันแทรกเข้าสู่หลอดเลือด กล้ามเนื้อ และไขมัน วิ่งพล่านไปทั่ว
และความคันนี้ กลับน่าทรมานยิ่งกว่าความเจ็บ
มันซึมลึกจากกระดูก ทำเอาแทบขาดใจ
กร๊อบ!
จิลันกำมือแน่น ข้อนิ้วลั่นกร๊อบ เส้นหน้าเคร่งเครียด ขัดสมาธินั่งลงอย่างไร้อารมณ์
เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกซู่ ตัดสินใจหลับตาและนึกภาพลูกโลหะกลมสีดำ เริ่มเข้าสู่ภาวะสมาธิเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
แรกเริ่มยังไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้ แต่ไม่นานก็เข้าสู่ภาวะได้สำเร็จ ลูกโลหะดำเริ่มหมุนช้าๆ จากนิ่งสนิท พื้นผิวเรียบเริ่มนูนขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆ
ผั่บ!!
ลูกโลหะดำระเบิดออก!
หนามเหล็กสิบสองเล่มแผ่กระจายออกในสำนึกของเขา!
จิลันเชิดหน้า ใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยว
ความเจ็บปวดลวงประสาทถาโถมเข้ามาราวคลื่นยักษ์ กลบกลืนความคันไปสิ้น
กลับกัน มันยิ่งทำให้เขา "รู้สึกดีขึ้น" เล็กน้อยด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังยิ่งดังชัดขึ้นในขณะนั้น
จิลันรู้สึกแม้กระทั่งอากาศรอบตัวเริ่มเหนียวหนืด
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน
ในที่สุด ทั้งความปวดลวงและความคันก็สลายหาย เขาทิ้งตัวลงบนพื้นไม้แข็งอย่างหมดแรง
ในที่สุดจิลันก็ทนไม่ไหว หลับใหลไปอย่างสิ้นสติ
...
เมื่อเขาลืมตาตื่นอีกครั้ง ก็เป็นช่วงเช้าของวันถัดมาแล้ว
นกปีกทองส่งเสียงจิ๊บจ๊าบอยู่บนขอบหน้าต่าง ปลุกจิลันให้ลืมตาขึ้น
เขาลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งทันที
ห้องยังมืด มีเพียงแสงรำไรเล็ดลอดผ่านผ้าม่าน
มองไปที่ผนัง เข็มนาฬิกาชี้ตรงหกโมงเช้า
เขาหลับไปเกือบสิบหกชั่วโมง
จิลันลุกขึ้น ก้าวไม่กี่ก้าวไปยังหน้าต่าง ก่อนจะดึงผ้าม่านเปิดออกพรึ่บ
แสงยามเช้าสาดเข้ามาทั่วห้องนอน ทำให้ห้องสว่างทันตา จิลันสูดลมหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย รู้สึกได้ว่าร่างกายตนเองอยู่ในสภาพดีที่สุด
ทั้งกระปรี้กระเปร่า ความคิดแจ่มชัด
ประสาทสัมผัสแม่นยำ และร่างกายมีกำลัง
‘ร่างกายปรับเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากวิชาเฉพาะเรียบร้อยแล้ว’
จิลันรับรู้การเปลี่ยนแปลงในตนเอง
เขามองทิวทัศน์ด้านล่างผ่านหน้าต่าง มีทั้งคนเดินและรถม้าแล่นผ่านไปมา เหล่าผู้อยู่อาศัยชนชั้นสูงละแวกนี้ดูเหมือนคุ้นเคยกันดี กล่าวคำทักทายกันอย่างสง่างามเมื่อผ่านไปมา
กลิ่นหอมของนมอบโชยมาจากร้านเบเกอรีฝั่งตรงข้ามถนน
เด็กน้อยสองคนวิ่งเล่นส่งเสียงหัวเราะ ถือกังหันกระดาษไล่กันไปในระยะไกล
จิลันละสายตา ยกแขนขวาที่เปลือยเปล่าขึ้น กำหมัดแน่น
‘วิชาเฉพาะนี้มีชื่อว่า “หลอมกะโหลก”!’
ต้นกำเนิดมาจากหนึ่งในสี่อัศวินใหญ่แห่งกองอัศวินรักษาเยียวยา "อัศวินหลอมกะโหลก" คาร์ล เรกา ผู้พัฒนาเป็นวิชาเฉพาะส่วนตัว
ครืด!
เขาออกแรงบีบหมัด
ทันใดนั้น มัดกล้ามบนแขนขวาโป่งพองขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกล้ามหัวไหล่ กล้ามแขนหน้า และกล้ามแขนหลัง พองตัวรุนแรงราวกับระเบิด
เมื่อเทียบกับแขนซ้ายแล้ว แขนขวาดูใหญ่โตจนผิดปกติ
จิลันกำหมัดงอข้อแขนขวาของเขาเหมือนสปริงที่ถูกอัดแน่นด้วยแรงอันมหาศาล รอแค่ปลดปล่อยออกไป
เขารู้สึกถึงพลังมหาศาลที่แฝงอยู่ในแขนขวานั้น ฝืนกลั้นความอยากออกหมัด แล้วจึงคลายกล้ามเนื้อเพื่อระบายพลังออก
แขนที่โป่งนูนทันใดก็กลับคืนรูปร่างปกติ
'"หลอมกระโหลก" เป็นทักษะลับที่ทำให้แขนขามีพลังสะสม และระเบิดออกเป็นหมัดเต็มแรงเหนือขีดจำกัดในพริบตา'
จิลันคิดในใจ
'บางทีหมัดนี้อาจจะสามารถทุบกระโหลกที่แข็งที่สุดของมนุษย์ให้แหลกได้ สมชื่อจริงๆ'
แน่นอนว่าทักษะลับสามารถใช้พร้อมกันได้
อย่างตอนที่เขาสู้กับมิสเตอร์มิค แพะดำ เขาใช้ทั้ง "อาบโลหิต" และ "เตะแหลกกระดูก" พร้อมกันจนได้ผลลัพธ์เกินคาด
ตอนนี้ เมื่อเขาสืบทอดทักษะลับของหัวหน้าหน่วยอัศวินสามคน หากใช้พร้อมกันทั้งสาม... แค่หนึ่งเตะเดียว จะรุนแรงขนาดไหนกัน?
แต่ว่าจะรุนแรงแค่ไหนก็ตาม จิลันก็มีลางสังหรณ์ชัดเจนอยู่อย่างหนึ่ง
ขาของเขา... คงทนรับไม่ไหวแน่
"ร่างกายตอนนี้ยังรับไม่ไหวแน่ ถ้าเตะออกไปจริงๆ ขาฉันต้องหักแน่นอน"
จิลันพึมพำ
นี่เป็นปัญหาของการที่ "พลังยิง" มันแรงเกินไป มีโอกาสระเบิดตัวเอง
"งั้นก็ต้องรีบฝึกศาสตร์กายาให้ถึงขั้นสุดท้ายให้ได้เร็วที่สุดแล้ว"
ขั้นที่สี่ของศาสตร์ฝึกกายาไม้กางเขนขาว คือ "น้ำดีดำ" แม้แต่ในกองอัศวินรักษาเยียวยา ก็มีไม่กี่คนที่ฝึกถึงขั้นนี้ได้
ในเมื่อแค่ขั้นที่สาม "เลือด" ก็ถือว่าเทียบได้กับปรมาจารย์ต่อสู้ของจักรวรรดิแล้ว ขั้นที่สี่ก็ย่อมเหนือกว่านั้น เป็นพลังในระดับใหม่ที่ไม่มีใครรู้
จิลันยังไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นอย่างไร แต่เขารอคอยอย่างมาก
เขายืนอยู่หน้า หน้าต่าง มองไกลไปยังแสงทองที่ขอบฟ้า พยายามนึกถึงเนื้อหาของศาสตร์ฝึกกายา ทว่า ตัวเลขสีรุ้ง “64” ในมุมสายตากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร แสดงว่ายังไม่พอ
'ยังมี "มหันตภัยโรคร้ายแห่งรอนดอน #2" ด้วย ศัตรูในหนังชุดนี้ ฉันยังไม่ได้ทำให้พวกมันเน่าเปื่อยสักตัว... รอชมรอบหน้า คงเก็บแต้มได้ครบ'
จิลันคิดอยู่ในใจ
เขาก้มมองรอยเลือดแห้งบนตัว กับคราบเลือดบนพื้นไม้ข้างเตียง ก่อนจะเดินตรงไปห้องล้างตัว
เขาถูพื้นเรียบร้อย จากนั้นก็อาบน้ำ
แต่งตัวใหม่ ใส่ชุดสะอาด สวมเสื้อคลุมดำและหมวกปีกสั้น
แล้วก็ออกจากห้อง
วันนี้ เขาถูกน้องสาวแนนซี่ชวนให้ไปร่วมกิจกรรมกับพี่น้องในตระกูล ไปชมการแข่งขันต่อสู้ที่คลับซิลเวอร์ลิซาร์ด และถือโอกาสทำความรู้จักกับเหล่าหนุ่มสาวชนชั้นสูงในกลุ่มนั้น
จิลันแวะร้านขนมฝั่งตรงข้ามถนน ซื้อเค้กหิมะสองชิ้น ขนมปังพันไส้ไก่ย่างชิ้นใหญ่หนึ่ง ชุดข้าวโอ๊ตสองก้อน เค้กนุ่มสองก้อน พุดดิ้งเหลืองอีกหลายถ้วย และชานมเปลือกไม้เหนียวร้อนหนึ่งแก้ว
รวมแล้วจ่ายไป 4 เฟนนี
เค้กหิมะประกอบด้วยเค้กรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสามชั้นหกชิ้น โรยน้ำตาลไอซิ่งขาวบนผิวหน้า เลยดูเหมือนเกล็ดหิมะ จึงได้ชื่อนี้
เมื่อคืนเขาไม่ได้กินข้าวเย็น แถมโดยพื้นฐานก็เป็นคนกินจุ จึงนั่งกินที่โต๊ะใต้ร่มหน้าร้านจนอิ่มได้แค่ประมาณ 60-70%
จากนั้น เขาก็เดินไปเรียกรถม้าข้างทาง บอกคนขับว่า
"ถนนเทโอ หมายเลข 4 คฤหาสน์เคานต์ฟาฮัน"
"ได้เลยครับ เชิญนั่งให้ดีครับ"
คนขับรถม้าเป็นชายหนุ่ม เขาหันมาโค้งหัวให้จิลัน ก่อนสั่นกระดิ่งสองครั้ง แล้วสะบัดแส้ บังคับม้าขับออกไป
คฤหาสน์ของเคานต์อยู่ไม่ไกลจากถนนพรัสส์นัก ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที รถม้าก็มาถึง
จิลันจ่ายค่าโดยสาร 1 เฟนนี กับทิปอีก 4 เมลอง แล้วก็เดินเข้าไปทางประตูหน้า
ที่หน้าประตู ยังคงเป็นคนรับใช้สองคนเดิม
พวกเขาจำจิลันได้ จึงกล่าวต้อนรับพร้อมกันอย่างนอบน้อมว่า "คุณชายจิลัน" แล้วเปิดประตูเหล็กลายทันที
เขาเดินตรงไปตามทางกรวดในสวน ผ่านระยะร้อยเมตรเข้าไปในตัวบ้าน จากนั้นก็เห็นชาร์ ฟาฮัน ซึ่งเพิ่งลงมาจากชั้นบน รีบเดินมารับ
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณชาย" ชาร์ทักทาย "คุณชายมาถึงเช้ามากเลยครับ คุณชายปรินซ์กับคุณหนูแนนซี่ยังไม่ตื่นเลย ขอเชิญนั่งรอสักครู่ที่โซฟาห้องรับแขกครับ"
"อืม รู้แล้ว"
จิลันพยักหน้า แล้วเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องรับแขกด้วยตัวเอง
เขาเหลือบดูชั้นหนังสือขนาดเล็กข้างมือ แล้วดึงหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าบนสุดออกมาเปิดอ่าน
พอเห็นหัวข่าว เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที...
...........