- หน้าแรก
- กฎสุดท้ายของผู้ถูกลืม
- บทที่ 120 เมืองหลวง
บทที่ 120 เมืองหลวง
บทที่ 120 เมืองหลวง
รถยนต์โบราณสีดำแล่นข้ามสะพาน มุ่งหน้าผ่านซุ้มประตูหินขนาดมหึมาที่สูงเกือบร้อยเมตร กว้างสี่สิบเมตร
จิลันนั่งอยู่เบาะหลัง แหงนมองซุ้มประตูผ่านกระจกหน้ารถ
ซุ้มประตูนั้นมีสีเหลืองหม่นทั่วทั้งแผ่น ผิวเป็นเม็ดละเอียดแน่น ไม่รู้ว่าเป็นหินชนิดใด ผิวด้านบนสลักลายประติมากรรมรูปคนอย่างหนาแน่น
ด้วยสายตาของเขา มองเห็นรายละเอียดได้อย่างง่ายดาย ประติมากรรมนั้นดูเหมือนจะเล่าถึงฉากสงครามอันโหดร้าย บรรดาอัศวินมากมายกำลังต่อสู้ฟาดฟัน
ด้านข้างของซุ้มประตูเป็นขบวนธงสองขบวนที่คดเคี้ยวราวกับงูเลื้อย กำลังเคลื่อนขบวนฝ่าฟัน และยังมีธงจริงเสียบอยู่หลายสิบผืนที่ข้างซุ้มประตู ลวดลายกากบาทสีขาวบนพื้นดำคือตราแผ่นดินของจักรวรรดิบราเมอ
บนยอดซุ้มประตูคือรูปอัศวินผู้หนึ่งยืนอยู่บนกองซากศพ เงยหน้ารับแสงสว่างที่สาดกระจายจากด้านบน พร้อมกับชูดาบกางเขนขึ้นสูง
"ประตูแห่งเกียรติยศ" จิลันพึมพำเบาๆ
รถแล่นลอดซุ้มประตู ผ่านด่านตรวจอีกหลายชั้น จนกระทั่งทิวทัศน์ของเมืองใหญ่
ค่อยๆ ปรากฏตรงหน้า
ความรุ่งเรืองของที่นี่เหนือกว่าย่านคนรวยในเมืองแบล็กรัคเสียอีก ทั้งความสูงของอาคารและงานออกแบบล้วนดูสูงส่งและโอ่อ่า
ผนังอาคารส่วนใหญ่เป็นสีเทาขาว บางหลังก็สลับสีส้มทองหรือดำเงา
สไตล์โดยรวมให้ความรู้สึกเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์
ถนนตรงเป็นเส้น อาคารเป็นทรงลูกบาศก์ หอคอยเป็นปลายแหลม และไฟถนนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ นั่นคือภาพแรกที่จิลันมีต่อมิวส์ซิตี้
ถนนกว้างขวาง มีรถม้าเล็กใหญ่สวยงามวิ่งสวนไปมา บางครั้งก็มีรถยนต์โบราณสีดำสี่ล้อปะปนอยู่
สองฟากทางมีคนเดินสวมหมวกหรูหราไปมา ทั้งชายหญิง
แต่จิลันสังเกตว่า ผู้คนที่นี่ดูจะนิยมหมวกใบเล็กและประณีตมากกว่า ส่วนการแต่งกาย ล้วนเป็นเสื้อโค้ตยาวสีดำ น้ำตาล หรือขาวแทบทั้งนั้น
โค้ตยาวกับหมวกใบเล็ก ดูจะเป็นชุดมาตรฐานของชาวมิวส์เหนือ
จิลันจดบันทึกเรื่องนี้ไว้ในใจ ตั้งใจว่าเมื่อได้ที่พักแล้ว จะซื้อเสื้อผ้าแบบเดียวกันเพื่อให้กลมกลืนกับที่นี่ได้ง่ายขึ้น
เขามองไปยังปลายถนนที่ทอดยาวออกไป
ในระยะไกลอีกฟากแม่น้ำ ณ ใจกลางเขตไทรอัมฟ์ มีประติมากรรมรูปมนุษย์ขนาดใหญ่ที่สูงไม่ต่ำกว่าร้อยเมตร ตั้งตระหง่านอยู่ ตัวรูปปั้นทำจากหินขาวล้วน แต่ดูเหมือนจะยังสร้างไม่เสร็จ เพราะส่วนหัวหายไป
รอบนอกเต็มไปด้วยโครงนั่งร้านเหล็กและไม้เป็นวง ๆ เหล่าคนงานตัวเล็กจิ๋วเดินไปมาดุจมด ดูเหมือนกำลังก่อสร้างบางอย่างกับตัวประติมากรรมอยู่
"นั่นคือ 'รูปสลักผู้นำ' ที่กำลังก่อสร้าง"
ชาร์ ฟาฮัน คนขับรถผู้เฒ่ามองเห็นสายตาสงสัยของจิลันจากกระจกหลัง จึงยิ้มอธิบาย
"ออกแบบโดยประติมากรชื่อดัง เกร็ก อาเชอร์ เขาเป็นคนลงมือแกะสลักใบหน้าผู้นำด้วยตนเอง... นี่คือหนึ่งในงานฉลองครบรอบ 20 ปีการดำรงตำแหน่งของท่านไคเซอร์ กีเดอ ใช้เวลาสร้างมากว่าสามปี คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปลายปีนี้หรือไม่ก็ต้นปีหน้า"
"เมื่อถึงวันนั้น จักรวรรดิจะมีสิ่งมหัศจรรย์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสิ่ง"
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ ก่อนจะเอ่ยถึงสิ่งปลูกสร้างน่าอัศจรรย์อื่นๆ ของจักรวรรดิ เช่น ตึกไทรอัมฟ์, ประตูแห่งเกียรติยศ, รูปหล่อทองแดงนักรบแขนขาด, และสุสานชีลู
สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดนี้ล้วนตั้งอยู่ในนครหลวงมิวส์ซิตี้
ชาวมิวส์ย่อมต้องภาคภูมิใจกับมัน
ว่ากันว่าศิลปะไม่ควรถูกจำกัดโดยกฎหมาย แต่จิลันก็เข้าใจดีว่า บัญญัติเซเคร็ตไม่ได้ห้ามสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือรูปปั้นเหล่านี้จริงๆ
เพราะมันคือเครื่องมือเผยแผ่อำนาจของจักรวรรดิ อีกทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของผู้นำ การได้ใจผู้นำก็เป็นประโยชน์ไม่แพ้กัน
สิ่งใดมีสองด้าน เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่โบราณ
ไม่นาน
ชาร์ ฟาฮันจอดรถริมถนนในย่านอพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่ง
"คุณชาย คุณนกกระจอก รบกวนรอสักครู่ในรถ"
เขาดับเครื่อง ก่อนก้มตัวเข้ามาบอกเบาะหลัง
"ผมจะรีบหาที่พักให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด"
"รบกวนด้วยนะ ชาร์ ฟาฮัน" จิลันพยักหน้า
"ยินดีรับใช้ครับ คุณชาย" ชาร์ ฟาฮันยิ้ม "การรับใช้ท่าน เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว"
เขาถอดหมวกคำนับหนึ่งครั้ง แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
และความสามารถในการจัดการกับเรื่องต่างๆ ของเขา ก็ทำให้จิลันประทับใจอีกครั้ง
ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ชาร์ ฟาฮันก็กลับมา
ในมือยังถือถุงของชำใบโตหลายถุง
แกร๊ก
เขาเปิดประตูรถให้สองคน พลางโค้งตัวเล็กน้อย
"คุณชาย ผมหาที่พักไว้ให้เรียบร้อย อยู่ถัดไปข้างหน้าอีกไม่ไกล เป็นอาคารแถว แต่สภาพแวดล้อมดี ห้องพักเงียบ กว้างขวางและสะอาด ที่สำคัญ เจ้าของเป็นผู้ศรัทธาในแสงอรุณ ใจดีและไม่คิดค่าเช่าแพง"
หลังจากจิลันช่วยคุณนกกระจอกลงจากรถ พ่อบ้านชาร์ ก็เดินนำหน้า พร้อมถือถุงของชำ
ขณะเดิน เขาพูดต่อว่า
"ของพวกนี้เป็นของใช้จำเป็นที่ผมซื้อไว้ให้ ถ้ายังขาดอะไรอีก บอกผมได้เลย ผมจะรีบจัดหามาให้"
"ขอบคุณ" จิลันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่ต้องเกรงใจครับ คุณชาย"
ชาร์ ฟาฮันยิ้ม พูดประโยคเดิมอีกครั้ง
ทั้งสามเดินตรงไปตามทางเท้า ราวสามร้อยเมตร ก็ถึงทางเข้าบ้านแถวหลังหนึ่งที่มีรั้วเหล็กล้อม ซ้ายขวามีไม้ดอกหลายชนิดปลูกอยู่
จิลันเหลือบมองป้ายชื่อพื้นดำตัวอักษรขาวที่ผนังปูนข้างประตู
"ถนนพรัสส์ เลขที่ 32"
ชาร์ ฟาฮันผู้เฒ่าหยิบพวงกุญแจออกมา เปิดประตูรั้วเหล็กอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็พาจิลันและคุณนกกระจอกขึ้นไปยังชั้นสาม
เมื่อถึงสุดทางเดินด้านซ้ายหน้า ห้องหมายเลข "3201" เขาใช้กุญแจอีกดอกไขเข้าไป
ทันทีที่เข้าไป เป็นผนังทางเข้ากั้นอยู่ เดินเข้าไปสี่ถึงห้าเมตร ก็เป็นห้องนั่งเล่นกว้างขวาง มีโต๊ะน้ำชา โซฟา โคมไฟแขวน โต๊ะอาหาร เก้าอี้ และเคาน์เตอร์ครบครัน ทั้งยังดูเป็นของหรูทั้งหมด
"อพาร์ตเมนต์เช่านี้มีพื้นที่ 150 ตารางเมตร มีห้องนอนใหญ่หนึ่งห้อง ห้องนอนรองสองห้อง ห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร และห้องเก็บของครบถ้วน"
ชาร์ ฟาฮันวางถุงของชำลงบนโซฟาแล้วหันมาบรรยาย
จากนั้นเขาก็หันมาถามจิลันด้วยความนอบน้อม: "คุณชาย ไม่ทราบว่าพอใจหรือไม่ หากไม่พอใจ ผมจะรีบจัดหาหลังใหม่ให้ทันที"
จิลันมองสำรวจอพาร์ตเมนต์แล้วพยักหน้า
"ดีมาก อพาร์ตเมนต์ระดับนี้ ในเขตมิวส์เหนือน่าจะแพงไม่น้อยใช่ไหม?"
"ถือว่าเป็นราคาสมเหตุสมผล ค่าเช่ารายสัปดาห์แค่ 2 ไคเซอร์เท่านั้น"
ชาร์ ฟาฮันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
2 ไคเซอร์ต่อสัปดาห์? เดือนหนึ่งก็ 8 ไคเซอร์ ปีหนึ่งก็ราว 100 ไคเซอร์!
จิลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
ราคาค่าครองชีพในย่านชนชั้นสูงของเมืองหลวงนั้น เทียบกับเมืองชายขอบอย่าง
แบล็กรัคไม่ได้เลยจริงๆ
เห็นสีหน้าครุ่นคิดของคุณชาย ชาร์ ฟาฮันจึงพูดเสียงเบา:
"คุณชายไม่ต้องกังวล ผมได้ชำระค่าเช่าล่วงหน้าไว้หนึ่งปีเรียบร้อยแล้ว เจ้าของห้องคุณเดอลาครูซดีใจมาก ภรรยาของเขาคือคุณนายมาสลันเปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ดเล็กๆ อยู่ตรงข้ามฝั่งถนน ว่างๆ ท่านอาจแวะไปทักทายได้"
"ขอบคุณมาก คุณช่วยได้เยอะเลยนะ ชาร์ ฟาฮัน"
จิลันกล่าว
ชาร์ ฟาฮันส่ายหน้าเล็กน้อย พลางมองทั้งสองคน
"เดินทางมาไกล คงเหนื่อยกันไม่น้อย คุณชายกับคุณออโรล่าควรอาบน้ำพักผ่อนก่อน ส่วนผมต้องกลับคฤหาสน์ของท่านเคานต์เพื่อรายงานผล"
ก่อนกลับ เขายื่นกุญแจอพาร์ตเมนต์ให้จิลัน พร้อมถาม:
"ไม่ทราบว่าคุณชายมีอะไรให้ผมช่วยอีกไหม?"
จิลันเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาทำทีเปิดกระเป๋าเดินทาง แต่จริง ๆ แล้วหยิบซองกระดาษเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเล่นแร่แปรธาตุ
เขาเดินมาหาชาร์ ฟาฮัน แล้วยื่นซองให้
"ช่วยเอาสิ่งของพวกนี้ไปขาย แล้วแลกเป็นเงินกลับมาให้หน่อยได้ไหม"
จิลันพูดเสริมอีกว่า:
"พอขายแล้ว ขอให้คุณรับไปเลย 150 ไคเซอร์เป็นของคุณ ส่วนเงินที่เหลือ ช่วยซื้อเครื่องฉายภาพให้ฉันสักเครื่อง ได้ไหม?"
เขาคำนวนมูลค่าของเครื่องประดับและนาฬิกาทองพวกนั้นไว้แล้ว
น่าจะเกิน 200 ไคเซอร์ โดยเฉพาะทองแท่งสองอันนั้น
น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 100 ไคเซอร์
ชาร์ ฟาฮันเปิดซองดูแล้วก็พยักหน้าด้วยความมั่นใจ
เขายิ้มและพูดว่า:
"แน่นอน ไม่มีปัญหา เพียงแต่ท่านเคานต์มีเงินเดือนให้ผมทุกสัปดาห์ ค่าเช่าที่จ่ายให้คุณชายก็เบิกคืนได้ ไม่จำเป็นต้อง..."
จิลันยกมือขัดทันที: "เงินเดือนก็ส่วนหนึ่ง แต่นี่เป็นค่าตอบแทนจากฉันต่างหาก"
ชาร์ ฟาฮันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา
"ขอบคุณครับ คุณชาย"
เขากล่าว พร้อมลดเสียงลง: "แม้ตอนนี้ 'บัญญัติเซเคร็ต' จะเข้มงวด แต่ตระกูลฟาฮันก็ยังมีช่องทางอยู่ คุณชายวางใจเถอะ ไม่เกินสามวัน ผมจะหาจัดหาเครื่องฉายภาพมือสองสภาพดีให้ท่านได้แน่นอน"
..........