เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 437 เดี๋ยวศิษพี่จะแนะนำให้

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 437 เดี๋ยวศิษพี่จะแนะนำให้

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 437 เดี๋ยวศิษพี่จะแนะนำให้


เมื่อเห็นว่าผู้เรียกเขานั้นคือไต๋หลานเขาถึงกับแสดงสีหน้าที่ดูขึงขังทันที

เขาได้เห็นกับตาแล้วว่าผู้มาจากอาณาจักรคลื่นโบราณนั้นสามารถปลอมแปลงเป็นไต๋หลานได้อย่างสมบูรณ์ แล้วไต๋หลานผู้นี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่!

แต่ถ้าจะมาแบบนี้ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

เพราะซู่เสี่ยวไป่เองก็ได้ปรับแต่งปลอมแปลงตัวเองเช่นเดียวกัน ไม่มีทางที่ไต๋หลานจะจดจำเขาได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“คาราวะศิษพี่”

“ข้าพึ่งเข้านิกายมาไม่นาน และต้องการจะหาซื้อสมบัติสักชิ้นสองชิ้น แต่หลังจากสอบถามราคาแล้ว พบว่าต้องใช้แต้มนิกายในการแลกเปลี่ยน ข้าไม่รู้เลยว่าจะหาแต้มนิกายทีละมากๆ ได้อย่างไร”

ซู่เสี่ยวไป่ถามไปด้วยความใสซื่อ

“เอ้า!! พึ่งเข้านิกายมางั้นหรอ? เดี๋ยวนะ……กลิ่นไอสัมผัสแบบนี้หรือว่าเจ้าจะเป็นศิษใหม่ที่ว่ามีดาราจักรชีวิตที่ 9 และมีพรสวรรค์อันพิลึกพิลั่น!”

ไต๋หลานเมื่อตรวจสัมผัสกลิ่นไอดูแล้ว เขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างมาก เพราะเขาก็สนใจเรื่องศิษใหม่ที่โด่งดังนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

“แล้วเจ้าได้เลือกใครเป็นอาจารย์ของเจ้าละ”

“ศิษพี่ ข้านั้นเลือกเคารพและขอติดตามท่านจ้าวตำหนักแจกันวิญญาณ”

หลิงทิงนั้นได้บอกกับซู่เสี่ยวไป่ไว้ว่าหากเอ่ยถึงนางให้กล่าวด้วยชื่อของจ้าวตำหนักแจกันวิญญาณ

“ท่านบรรพชนบรรพกาลหลิงทิงงั้นหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของซู่เสี่ยวไป่ ไต๋หลานนั้นถึงกับอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจ

“ท่านผู้อาวุโสหลิงทิงนั้นโชคดีอย่างแท้จริง”

สำหรับไต๋หลานนั้นหลิงทิงพึ่งจะกลับมาดำรงตำแหน่งจ้าวตำหนักได้ไม่นาน และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นคืนพลัง แต่กลับได้ยอดอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในจักรวาลเป็นศิษ หากไม่เรียกว่าโชคดีก็ไม่รู้แล้วว่าจะกล่าวสิ่งใดได้อีก

“ศิษน้อง! งั้นเจ้าก็คือศิษน้องไป่หยินสินะ!! เจ้านะถามถูกคนแล้ว มาเดี๋ยวศิษพี่จะแนะนำให้!”

“แต้มนิกายไม่มีงั้นหรอมาทางนี้!!”

ไต๋หลานกล่าวอย่างเป็นมิตร ก่อนจะนำหน้าซู่เสี่ยวไป่

“ต้องรบกวนศิษพี่ชี้แนะแล้ว”

“ข้าเองก็คงไม่มีอะไรสอนเจ้ามากนัก และเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน”

“ถือว่านี้เป็นของขวัญต้อนรับสำหรับเจ้า”

ไต๋หลานกล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันกลับมาแล้วกวักมือเรียก

“เร็วสิช้าอยู่ได้ ตามข้ามา!!”

ทั้งสองมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่อนุสรณ์ของนิกาย

ที่ตรงนี้ซู่เสี่ยวไป่เคยผ่านมาก่อน

มันเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงเป็นหมื่นๆ เมตร สูงขึ้นไปจนเสียดท้องฟ้า ทุกที่บนอนุสรณ์แห่งนี้มีอักษรจารึกไว้มากมาย หลายสีสัน มันคือรายชื่อภารกิจของนิกาย

อักษรสีขาวคือภารกิจระดับ 1 ดาว

อักษรสีเขียวคือภารกิจระดับ 2 ดาว

อักษรสีน้ำเงินคือภารกิจระดับ 3 ดาว

อักษรสีม่วงคือภารกิจระดับ 4 ดาว

อักษรสีทองคือภารกิจระดับ 5 ดาว

แล้วภารกิจระดับ 5 ดาวนั้นถือว่าอันตรายสูงสุด และต้องมีขอบเขตเท่ากับบรรพชนสูงสุด หรือสูงกว่านั้นที่จะสามารถทำภารกิจระดับนี้สำเร็จ เนื่องจากว่าตอนนี้วิถีสวรรค์หายไป ทำให้ทุกนิกายได้เพิ่มภารกิจระดับ 6 ดาวเข้ามาด้วย

ภารกิจ 6 ดาวนั้นจะเป็นสีแดง และเป็นภารกิจเร่งด่วน ต้องเป็นตัวตนเขตแดนบรรพชนสูงสุดขึ้นไปถึงจะสามารถทำภารกิจระดับนี้สำเร็จ

หากประมาทมีแต่ความตายรออยู่

และซู่เสี่ยวไป่เห็นว่ารางวัลตอบแทนนั้นอยู่ที่ 100,000 แต้มต่อภารกิจถ้าเป็นระดับ 6 ดาว

และทุกๆ ชั่วโมงจะมีศิษสาวก วนเวียนผลัดกันเข้ามาดูรายชื่อภารกิจในสถานที่แห่งนี้

เนื่องจากบนอนุสรณ์อันนี้รายชื่อภารกิจจะถูกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากภารกิจใดสำเร็จแล้วรายชื่อจะหายไป หรือมีภารกิจใหม่ก็จะปรากฏขึ้นมา

ภารกิจของนิกายนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากหอภารกิจ และมีการป้องกันซื้อขายแต้มนิกายกัน ทำให้เหล่าศิษสาวกนั้นต้องทำภารกิจเหล่านี้ด้วยตัวเอง!

ทำให้เหล่าศิษสาวกมากมายจะคอยมองหาภารกิจที่เหมาะกับตัวเองอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้เก็บสะสมแต้มนิกาย!

“ศิษน้องไป่หยิน รู้กฏพื้นฐานของการรับภารกิจแล้วใช่ไหม?”

“แต้มนิกายมาจากทางนิกายเท่านั้น ดังนั้นเมื่อทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับแต้ม อันนี้คงจะรู้อยู่แล้ว”

ไต๋หลานนั้นจ้องมองไปยังอนุสรณ์ภารกิจก่อนที่จะพูดต่อ

“งานและภารกิจต่างๆ ของนิกายนั้นมันมีจุดประสงค์ของมันอยู่ คือการให้เหล่าศิษสาวกได้ออกไปฝึกฝนตนเอง ได้ผ่านประสบการณ์เฉียดเป็นเฉียดตาย และสัมผัสกับการต่อสู้จริงๆ ได้ลิ้มรสของความกลัวเมื่อความตายเข้ามาใกล้ เพื่อที่พวกเขาจะได้แข็งแกร่งขึ้นและมีจิตใจที่เข้มแข็ง”

“แต่มันก็มีภารกิจง่ายๆ น่าเบื่ออย่างการวิ่งไปรอบนิกายก็มีเช่นเดียวกัน”

“เพราะงั้นศิษพี่จะชี้ช่องโหว่ในการหาแต้มนิกายให้ และรวดเร็ว!”

“วิธีแรกเลย นั้นคือรับภารกิจระดับต่ำ!”

“ส่วนมากภารกิจระดับต่ำนั้น เป็นภารกิจตามหาของ ซึ่งสามารถหาซื้อวัตถุดิบ หรือสมบัติ ยารักษาพวกเนี่ยได้ทั้งหมด โดยปกติแล้วก็หาซื้อได้ทั่วไปนั้นแหละจากสถานที่นอกนิกาย ไม่สนใจหรอกว่าจะซื้อมาแพงหรือถูกเพียงมีของที่ระบุไว้ในภารกิจมาส่งได้ก็พอ”

“แต่แต้มนิกายนั้นได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไรนัก สำหรับศิษสาวกแล้วพวกเขาเลือกที่จะรับภารกิจหาของพวกนี้ แล้วไปสู้กับสัตว์อสูร และออกล่าวัตถุดิบกลับมามากกว่า เพราะหากโชคดีอาจจะเจอของในภารกิจอย่างอื่นอีกด้วย ทำให้การออกไปล่าหนึ่งครั้งสามารถรับได้หลายภารกิจ”

“แต่วิธีไปล่าของเองมันช้าเกินไป และกินพลังงาน มันไม่ตรงกับความต้องการของศิษน้องที่อยากได้แต้มเร็วๆ เพราะงั้น….”

“ศิษพี่เลยขอแนะนำนี้เป็นวิธีแรกในการหาแต้มนิกายคือใช้เงินแก้ปัญหา ด้วยการซื้อของตามภารกิจแล้วไปส่ง เท่านี้ก็จะหาแต้มนิกายได้มากมายในเวลาอันสั้นแล้ว”

“แต่ข้อเสียเดียวของวิธีการนี้คือ ไม่รวยจริงทำไม่ได้!!”

เมื่อได้ฟังซู่เสี่ยวไป่ก็พยักหน้าเงียบๆ

รับภารกิจส่งของเพื่อรับแต้มนิกาย วิธีการนี้ซู่เสี่ยวไป่ก็คิดออกเมื่อตอนที่เห็นรายชื่อภารกิจ แต่มันต่างจากที่ไต๋หลานแนะนำคือเขาไม่ต้องซื้อ เพียงใช้ร่างเงาของเขาจัดการ!

ส่วนมากแล้ววัตถุดิบนั้นหาได้จากพื้นที่ลึกลับที่เป็นแหล่งรวมสัตว์อสูรและวัตถุดิบตามธรรมชาติ

ซู่เสี่ยวไป่เพียงส่งเงาเข้าไปออกล่าในพื้นที่นั้น และเก็บเกี่ยวทุกอย่าง แต่วิธีการนี้ก็ยังใช้เวลามากเกินไป

“ยังมีอีกวิธีแต่ก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน”

“ภารกิจประเภท จับกุม ล่าค่าหัว”

“ทางนิกายไม่สนใจอยู่แล้วว่าจะฆ่าเป้าหมายด้วยวิธีการใด ขอเพียงแค่รายชื่อนั้นหายไปจากศิลาจารึกบาปและบุณพร้อมกัน ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จ”

“หากว่าศิษน้องไปรับภารกิจมาแล้ว เพียงแค่จ้างมือสังหารไปจัดการกับตัวตนนั้นก็ได้ โดยไม่ต้องลงมือเอง”

“แม้ว่ามีคนอื่นรับภารกิจเดียวกันไปด้วย แต่หากว่ามันสำเร็จในเวลาเดียวกันแต้มจะถูกหาร และภารกิจประเภทนี้จะอยู่ที่ระดับ 5 หรือ 6 ดาว ทำให้แต้มนิกายจะสูงกว่าระดับต่ำ อยู่ 5 ถึง 6 เท่า ทำให้มีศิษสาวกจับกลุ่มทำภารกิจระดับนี้กัน”

เมื่อพูดถึงจุดนี้ไต๋หลานก็ยิ้มออกมาอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับหันมองซู่เสี่ยวไป่

“สองวิธีแรกนั้น ค่อนข้างจะยุ่งยาก และต้องดูภูมิหลังของตัวเองด้วยหากว่าไม่ร่ำรวยจริงไม่มีทางทำได้”

“และหากว่าไม่มีเงินพอก็ต้องทุ่มกำลังกาย และเวลา ในการหาแต้มนิกายมา”

“แต่วิธีการต่อไปที่ศิษพี่คนนี้จะแนะนำนั้น จะไม่เพียงแต่ประหยัดเวลาและแรง แต่ยังประหยัดเงินอีกด้วย!”

“แต่ต้องการความแข็งแกร่งกับความบ้าดีเดือด….เพราะมันมีความยากเท่ากับภารกิจระดับ 6 ดาว!”

“สนใจอย่างฟังไหม?”

ต้องการความแข็งแกร่งกับความใจถึง เพื่อแลกกับผลกำไรงาม?

มีหรือซู่เสี่ยวไป่จะไม่อยากรู้

“ศิษพี่ โปรดชี้แนะด้วย”

ซู่เสี่ยวไป่ตอบกลับไปทันที

“ความจริงแล้วิธีการนี้มันง่ายมาก และเป็นวิธีที่ได้รับแต้มนิกายเร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่รู้กันมากนัก”

“อย่างที่รู้กันว่าหลังจากที่เข้าร่วมนิกายแล้ว ศิษสาวกทุกคนนั้นจะได้รับตราสัญลักษณ์ของนิกาย และต้องสาบานต่ออาจารย์ด้วยแก่นโลหิต เพื่อแสดงสถานะศิษอาจารย์กัน แล้วหยดเลือดนั้นจะนำมาสร้างเป็นตราประจำตัว เจ้าคงได้รับตราศิษนิกายวังวิญญาณเหนือภพมาแล้วใช่ไหม?”

ไต๋หลานนั้นถามขึ้น

“นิกายวังจิตวิญญาณเหนือภพนั้นมีตราประจำนิกายและบ่งบอกระดับสถานะของตัวตนในนิกาย และเช่นเดียวกันนิกายอื่นๆ ก็จะมีตราเช่นนี้ด้วยเช่นเดียวกัน…..สิ่งที่ต้องทำนั้ง่ายมากๆ เพียงแค่ไปไล่ฆ่าเหล่าศิษสาวกนิกายอื่น และเก็บตราพวกนั้นกลับมา และนำไปแลกแต้มจำนวนมากจากผู้อาวุโสในหอภารกิจ!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ไต๋หลานนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับกระซิบ

“แม้ว่าจะเป็นตราประจำตัวของศิษระดับจักรพรรดิบรรพชนก็ตาม แต่มูลค่าของมันนั้นก็เท่ากับภารกิจระดับ 5 ดาว”

ตราประจำตัวของศิษสาวกนิกายอื่นสามารถนำมาแลกแต้มนิกายได้งั้นหรอ?!

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ซู่เสี่ยวไป่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

เดี๋ยวก่อนนะ ตราประจำตัวของนิกายนั้น ต้องใช้แก่นโลหิตในการสร้าง ถ้างั้น…!!

แล้วยังข้อมูลตัวตนที่ระบุอยู่ในตราประจำตัวอีก…..

“ให้ตายสิ….พวกมันแอบแฝงมานานแค่ไหนแล้ว แม้แต่ผู้อาวุโสในหอภารกิจก็ยังเป็นพวกมัน!”

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 437 เดี๋ยวศิษพี่จะแนะนำให้

คัดลอกลิงก์แล้ว