เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 435 เป็นไปตามแผนของพวกมัน

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 435 เป็นไปตามแผนของพวกมัน

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 435 เป็นไปตามแผนของพวกมัน


“อืม…เออ….”

ซู่เสี่ยวไป่นั้นหูอือไปอยู่พักหนึ่งและมึนงง เพราะบรรพชนหลายคนรุมกันพูดไม่หยุด เมื่อเขาได้สติกลับมาเขาก็จ้องมองไปยังหลิงทิง

แม้ว่าเขายังไม่ได้พูดอะไรก็ตาม แต่หากใครพอมีสติปัญญาสักเล็กน้อยก็พอจะรู้ว่า สีหน้าที่ซุ่เสี่ยวไป่มองหลิงทิงนั้นไม่ธรรมดา ราวกับว่าเขาได้เจออะไรบางสิ่งที่ต้องการ และเหมือนซู่เสี่ยวไป่จะดูลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนทำท่าเหมือนจะพูด

ในเรื่องนี้ตัวของจ้าวนิกายนั้นก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น แต่รอยยิ้มอันเป็นมิตรไม่ได้เลือนหายไปจากหน้าเลย

และอย่างที่รู้กันว่าซู่เสี่ยวไป่จงใจปลอมตัวเข้ามา

แต่เมื่อเข้ามาได้แล้วซู่เสี่ยวไป่กลับต้องเผชิญหน้ากับสายลับจากอาณาจักรคลื่นโบราณ เขานั้นรู้ได้จากวิธีการเคลื่อนย้ายของตัวตนนี้ที่สร้างหลุมกระแสพลังสีดำ แต่ในที่นี้ไม่มีใครรู้เลยสักคน

ซู่เสี่ยวไป่หันมองจ้าวนิกายเหมือนจะถามอะไร แล้วเขาก็นิ่งไป เพราะกลัวว่าคำถามนั้นจะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว

แต่เมื่อมาถึงตอนนี้แล้วซู่เสี่ยวไป่ก็ต้องแสดงไปตามน้ำให้ดีที่สุด แม้ว่าจะไม่เป็นที่พึงพอใจของใครแถวนี้ก็ตาม เขาก็เลือกที่จะกลืนความรู้สึกเหล่านั้นลงท้องไป

“หลิงทิง….เขาเลือกให้เจ้าเป็นอาจารย์ แล้วเจ้ายินดีจะรับเขาไว้เป็นศิษหรือไม่?”

จ้าวนิกายกล่าวถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิม

บรรพชนบรรพกาลหลิงทิงเองก็จ้องมองซู่เสี่ยวไป่ตาไม่กระพริบ

“ไป่หยินใช่ไหม…..ต่อจากนี้เจ้าเป็นศิษของข้าแล้ว”

“บ้าเอ๊ยนี้มันเรื่องอะไรกัน!”

“เสียเวลาพูดต้องนานสุดท้ายก็กลายว่าเจ้าหนูนี้ไปอยู่กับคนอื่น”

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงหมิงหยานั้นน่าจะเป็นคนที่เจ็บใจสุด เขามอบสมบัติระดับบรรพชนบรรพกาลให้กับเด็กน้อยนั้นไปเลยนะ”

“เจ็บใจ?? เหตุใดข้าต้องรู้สึกเจ็บใจเสียใจด้วย! นี้เป็นถึงตัวตนยอดอัจฉริยะที่ไม่รู้กี่ล้านปีจะเกิดขึ้นมาสักคนหรืออาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้ สักวันเขาจะขึ้นมาเป็นเสาหลักของนิกายแห่งนี้ ดังนั้นข้าก็เหมือนได้ผูกมิตรเป็นการล่วงหน้าก่อนแล้ว!!”

……

เหล่าผู้อาวุโสของนิกายนั้นต่างบ่นกันระงมไปหมด ด้วยความเสียดายที่ไม่ได้ตัวซู่เสี่ยวไป่มา

“ศิษไป่หยิน คำนับท่านอาจารย์”

ซู่เสี่ยวไป่ทำความเคารพแบบศิษต่ออาจารย์ให้หลิงทิง

“ดี!!”

“วันนี้เป็นวันดี!! หลิงทิงนำแก่นโลหิตของเจ้าออกมาหนึ่งหยด และเด็กน้อยเจ้าก็นำออกมาด้วยหนึ่งหยด”

“ข้าจะผูกแก่นโลหิตของทั้งสอง และนำมันใส่เข้าไปในตราประจำนิกาย  ผู้เป็นศิษจะต้องสาบานต่อแก่นโลหิตว่าจะไม่ทรยศอาจารย์เด็ดขาด และผู้เป็นอาจารย์จะยอมรับเด็กน้อยผู้นี้เป็นศิษของตน!”

จ้าวนิกายหัวเราะด้วยความชอบใจ

แก่นโลหิต?

หัวใจของซู่เสี่ยวไป่สั่นสะท้านทันที

และแทบจะในทันทีมีประกายแสงแว๊บหนึ่งขึ้นบนนัยน์ตาของเขา

จ้าวนิกายคิดจะใช้การสาบานต่อแก่นโลหิตนี้เพื่อเก็บส่วนหนึ่งของร่างกายเขากับของหลิงทิง!!

เพราะในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานั้น ซู่เสี่ยวไป่ไม่ได้เพียงแค่บุกถล่มอาณาจักรคลื่นโบราณไปอย่างเดียว เขายังได้เรียนรู้จากเอกสารตำราจากซากปรักหักพังต่างๆ ที่เขาถล่มไป และได้รู้เรื่องราววิธีการต่างๆ ของอาณาจักรแห่งนี้

และได้รู้ถึงวิธีการปลอมแปลงตัวของอาณาจักรคลื่นโบราณ

อย่างแรกเขารู้แล้วว่าการที่ตัวตนพวกนี้จะปลอมเป็นใครได้นั้นต้องมีบางส่วนของร่างกายหรือเศษชิ้นพันธุกรรมของตัวตนนั้น อย่างเลือด เนื้อ ผิวหนัง

เมื่อมันผ่านกระบวนการพิเศษแล้ว พวกอาณาจักรคลื่นโบราณจะปลอมแปลงเป็นตัวตนเดียวกับเจ้าของพันธุกรรมนั้น อย่างแนบเนียน

“เขาจงใจให้เรายอมสาบานต่อหลิงทิงและยกให้เป็นอาจารย์ โดยใช้แก่นโลหิตเป็นเครื่องพันธะ และเขาจะได้แก่นโลหิตสองหยดพร้อมกัน นั้นแปลว่ามันจะให้คนอื่นปลอมเป็นเราและหลิงทิงเข้าไปแอบแฝงในที่ต่างๆ ในอนาคต”

“ไม่เพียงเท่านั้น”

“มันไม่น่าจะใช้วิธีนี้ครั้งแรก”

“นั้นก็แสดงว่า….”

เมื่อซู่เสี่ยวไป่คิดได้ถึงจุดนี้หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมากกว่าเก่า

“เป็นไปได้ไหมว่า มันได้ส่วนหนึ่งของร่างกายผู้อาวุโสทั้งนิกายแล้ว”

“มีความเป็นไปได้สูงด้วยว่าจะมีคนอื่นอยู่ด้วย นอกจากจ้าวนิกายที่เป็นสายลับของอาณาจักรคลื่นโบราณ”

ซู่เสี่ยวไป่นั้นราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

เขาคิดว่ายังมีเวลาอีกสองสามวันที่จะเตรียมตัว แต่ไม่คิดเลยว่าจ้าวนิกายมหาอำนาจจะกลายเป็นไส้ศึกจากฝั่งอาณาจักรโบราณ เป็นความจริงที่เกินความคาดหมายของเขาไปมาก!

ตอนนี้ที่จุดสูงสุดของนิกายยังถูกแทรกแซงได้ แค่นี้ก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมถึงไม่มีใครสังเกตถึงการใช้หลุมกระแสพลังสีดำนั้นของจ้าวนิกายเลย เพราะคงไม่มีใครคิดถึงเหมือนกันว่าจ้าวนิกายจะเป็นสายลับเสียเอง

แล้วตัวของหลิททิงนั้นก็พึ่งจะกลับมาดำรงตำแหน่งผู้อาวุโส เขาเองก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับส่วนหนึ่งของร่างกายหลิงทิง ทำให้เขาเห็นว่านี้เป็นโอกาสทองที่จะได้เก็บชิ้นส่วนของร่างกายของทั้งสองพร้อมกัน

“รับทราบท่านจ้าวนิกาย”

ต่อหน้าคำพูดของจ้าวนิกายแล้วนั้น หลิงทิงเองก็ไม่มีความเคลือบแคลงใจใดๆ ทั้งสิ้น

นางเปิดปากเล็กน้อยก่อนที่จะมีแก่นโลหิตลอยออกมา ตัวของแก่นโลหิตนั้นส่องแสงหลากสีสันมากและไปตกอยู่ในมือของจ้าวนิกายทันที

“ยังดีที่เรานั้นปรับเปลี่ยนทุกอย่างในตัวหมดแล้ว ต่อให้พวกม้นเอาหยดเลือดของเราไปก็ปลอมเป็นเราได้แค่ร่างนี้ของเราเท่านั้น”

“อย่างเดียวที่กลัวคือ ถึงเราจะเปลี่ยนและปรับแต่งตัวตนของเราไปมากขนาดไหน แต่นั้นก็คือแก่นโลหิตของเราจริงๆ มันอาจจะพบเจอบางอย่างในตัวของเราก็ได้ หากมันมีวิธีการสืบค้นขึ้นมา”

“มันจะรู้ถึงความลับทุกอย่างที่เราแอบซ่อนเอาไว้!”

“แต่…มันคงยังไม่รู้ในเร็วๆ นี้หรอก”

“พวกมันคงต้องส่งหยดเลือดของเรากลับไปยังอาณาจักรของมันก่อน และหลังจากที่ผ่านกรรมวิธีแล้ว พวกมันถึงจะรู้ความจริงทั้งหมด”

“ถึงการส่งข้อความสื่อสารของอาณาจักรคลื่นโบราณนั้นรวดเร็วก็จริง แต่ก็ยังใช้เวลาในการส่งเลือดของเราอยู่ดี”

“ช่วงเวลาตรงนั้นคงเพียงพอแล้วสำหรับเรา”

แล้วซู่เสี่ยวไป่ก็นำแก่นโลหิตของตัวเองออกมา และมันก็ลอยเข้าไปอยู่ในมือของจ้าวนิกาย

เขาสังเกตเห็นได้ทันทีว่ามุมปากของจ้าวนิกายนั้นยกสูงขึ้นผิดปกติ

“ข้าไป่หยิงขอสาบานด้วยแก่นโลหิตวิญญาณ…”

ซู่เสี่ยวไป่เริ่มกล่าวคำสาบาน

คำสาบานแก่นโลหิตจิตวิญญาณนั้นเป็นการสาบานต่อหลิงทิง มันพอแล้วที่กำราบและควบคุมเขาได้แต่นั้นจำเป็นต้องแข็งแกร่งกว่าเขา ซึ่งบรรพชนบรรพกาลหลิงทิงนั้นทำได้หากเป็นชาติก่อน

แต่ตอนนี้นางยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การสาบานต่อนางนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร

“เอาล่ะจากนี้ไป เจ้าไป่หยินจะถือว่าเป็นศิษของนิกายวังจิตวิญญาณ และเป็นศิษรุ่นที่ 27!”

“จงปฎิบัติตามกฏของนิกายอย่างเคร่งครัด และเชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์!”

“วันข้างหน้า เจ้าจะเป็นความหวังของนิกายวังจิตวิญญาณเหนือภพต่อไป”

“อีกหนึ่งเดือนการเปิดรับศิษสาวกนั้นจะจบลง จะมีการจัดพิธีการขึ้นสำหรับศิษสาวกใหม่ทุกคนรวมถึงเจ้าด้วย ตอนนี้เจ้าจงติดตามอาจารย์ของเจ้ากลับตำหนักไปก่อน”

เมื่อจ้าวนิกายพูดจบเขาก็หันหลังกลับไปพร้อมกับเดินหายเข้าไปในวงวนกระแสพลังหลุมสีดำ

ซู่เสี่ยวไป่นั้นมองตามหลังของจ้าวนิกายไปยังไม่ลดละ ด้วยแววตาที่ลึกล้ำ

“ไปกันได้แล้ว”

หลิงทิงนั้นกล่าวขึ้นก่อนจะบอกให้ซู่เสี่ยวไป่ติดตามนางไป ภายใต้สายตาที่อิจฉาริษยาจากผู้อาวุโสผู้อื่น ทั้งสองเดินทางมุ่งหน้ากลับไปยังตำหนักแจกันวิญญาณของหลิงทิง

“ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าอย่างบอกไม่ถูก….”

“ข้านั้นก็ไม่อาจจะหาสัมผัสเส้นทางแห่งตรรกะของเจ้ากับข้าได้ และไม่เห็นสายสัมพันธ์แห่งโชคชะตาระหว่างเราสองคน แต่ไหนข้ากลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าเจอเจ้ามาก่อน?”

ระหว่างทางหลิงทิงนั้นได้พูดขึ้นถามกับซุ่เสี่ยวไป่ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย และมองมาที่เขาด้วยความสงสัย

การส่งเสียงของนางนั้นมีเพียงซู่เสี่ยวไป่คนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน

“ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันท่านอาจารย์”

ซู่เสี่ยวไป่ก็ตอบไปอย่างไม่แสดงพิรุทอะไร

แน่นอนว่าไอความรู้สึกที่คุ้นเคยนั้นมันจะมาจากไหนได้อีก มันก็คือสายสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณที่ทั้งคู่ได้ใช้จิตวิญญาณทำการสร้างบุตรจักรพรรดิอมตะด้วยกัน และหลิงทิงนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้

แต่ซู่เสี่ยวไป่นั้นไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาสนใจบอกเรื่องนี้ ตอนนี้เขาคาดการณ์ว่าจ้าวนิกายนั้นคงได้เอาแก่นเลือดของทั้งเขาและหลิงทิงกลับไปยังอาณาจักรคลื่นโบราณแล้ว

แล้วเมื่อไรที่อาณาจักรคลื่นโบราณให้ตรวจสอบหยดเลือดของซู่เสี่ยวไป่อย่างละเอียดจะรับรู้ถึงดาราจักรชีวิตที่ 12 ภายในตัวของเขา และอีกหลายอย่างก็จะถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด!

“นี่คือของทำขวัญที่อาจารย์จะมอบให้เจ้า”

“ข้านั้นจำเป็นต้องปิดด่านฝึกอย่างสันโดษ เพื่อจะฟื้นพลังดั้งเดิมของข้ากลับมา เจ้าคงสามารถฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง หากว่ามีเรื่องอะไรให้ติดต่อข้าผ่านป้ายวิญญาณนี้”

หลิงทิงนั้นดูไม่ได้ต่อต้านเขา และมอบแหวนคลังให้กับซู่เสี่ยวไป่

ภายในนั้นเต็มไปด้วยสมบัติมากมาย ซึ่งเป็นสมบัติของชาติก่อนของนางที่เก็บสะสมเอาไว้ ทั้งวิชากึ่งบรรพชน และวิชาบรรพชนก็มีอยู่ในนี้ด้วย

“โห!”

ซู่เสี่ยวไป่นั้นถึงกับอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อได้เห็นทองคำเอกภพ จำนวนมากมาย

มันเหมือนกับศิลาบรรพชนเป็นใช้เป็นเงิน

ทองคำเอกภพนั้นเป็นสกุลเงินสูงสุดของจักรวาลทวีปใหญ่ และก็ถือว่าเป็นสมบัติชั้นยอดด้วยเช่นเดียวกัน

มันมีประโยชน์มากกว่าการนำมาเป็นหน่วยเงินในการซื้อขายแลกเปลี่ยน

เพราะมันอัดแน่นไปด้วยกระแสพลัง บรรพชนบรรพกาลจึงใช้มันในการฝึกบ่มเพาะได้ และตัวเนื้อของมันนั้นก็พิเศษ และแข็งมาก สามารถนำมาสร้างยุทธภัณฑ์ชั้นยอดได้

ไม่เพียงเท่านั้นหากนำมาบดเป็นผง มันจะเป็นส่วนประกอบในการกลั่นยาทิพย์มากมายให้กับตัวตนบรรพชนบรรพกาลอีก

ด้วยความสาระพัดประโยชน์ของมันนั้นทำให้มูลค่าของทองคำเอกภพนั้นสูงมาก เทียบอัตราส่วนโดยใช้ระบบแปลงศิลาบรรพชนเป็นทองคำจักวาลนั้นใช้ศิลาบรรพชนถึง 1 ล้านล้านก้อน จะได้ทองคำเอกภพเท่ากำปั้นเท่านั้น

และการใช้ทองคำเอกภพนั้นจะไม่นับเป็นก้อนอีกต่อไป แต่จะนับเป็นในหน่วยของน้ำหนักกิโลกรัมเท่านั้น

มูลค่าศิลาบรรพชนทั้งตัวของซู่เสี่ยวไป่นั้นสามารถแลกเป็นทองคำเอกภพได้ไม่กี่สิบกิโลกรัมเท่านั้น

แต่ภายในแหวนคลังที่หลิงทิงมอบให้มานั้น มีทองคำเอกภพหนักหลายร้อยกิโลกรัมอยู่

“ขอบคุณท่านอาจารย์”

ซู่เสี่ยวไป่รับแหวนคลังมาด้วยความดีใจ

เขาหายสงสัยแล้วว่าทำไมผู้คนมากมายถึงแย่งกันเป็นศิษของนิกายมหาอำนาจกัน และต้องการเป็นศิษของเหล่าผู้อาวุโส เพราะพวกเขาจะได้รับทรัพยากรที่มากมายในการฝึกฝน นี้ขนาดแค่ของทำขวัญรับเป็นศิษยังมากมายเท่ากับที่เขาหามาหลายเดือน!

ครั้งนี้ดูเสี่ยงอันตรายก็จริง แต่หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเขาก็แค่แทนที่กับเงาออกไปแล้วหลบไปอยู่เบื้องหลังอีกครั้งและสะสมพลังจนมากพอแล้วกลับมาสู้ใหม่!

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 435 เป็นไปตามแผนของพวกมัน

คัดลอกลิงก์แล้ว