เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 52 สองพี่น้องสกุลจางมึนงง

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 52 สองพี่น้องสกุลจางมึนงง

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 52 สองพี่น้องสกุลจางมึนงง


ตระกูลหยวนถือเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่ กลับต้องล้มสลายเพียงเพราะเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่ไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง

แม้ว่าหยวนเฟ่ยเคอสิ้นชีพไปแล้ว แต่สีหน้าและแววตาของหยวนเฟ่ยเคอกลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่เมื่อหัวของเขาตกลงสู่พื้นดินบรรยากาศรอบๆ ก็เย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

ซู่เสี่ยวไป่ชายตามองดูหัวของหยวนเฟ่ยเคอเล็กน้อย ในแววตาของซู่เสี่ยวไป่ไร้ซึ้งความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

นี่คือสิ่งที่ซู่เสี่ยวไป่ยึดถือ

หากเป็นการกระทบกระทั้งกันธรรมดา เขายังพอเมตตาให้อภัยได้ แต่ในเมื่ออีกฝั่งหวังจะฆ่าเขา เขาก็จะไม่แสดงความเมตตาใดๆ กับศัตรูของเขาเช่นเดียวกัน!!

ซู่เสี่ยวไป่วาดนิ้วออกไปกลางอากาศก่อนที่จะเกิดช่องว่างมิติขึ้น แล้วเขาก็นำสมบัติทั้งหมดที่ได้มาโยนเข้าไปเก็บไว้ในมิติเก็บของ

“นั้นมันธาตุมิติ”

“เขาสามารถฝึกฝนวิชาควบคุมธาตุของมิติได้!!”

เหล่าสมาชิกตระกูลหยวนที่เห็น ก็ต่างตื่นตกใจอย่างมากกับภาพนี้

เพราะพวกเขารู้ดีว่าธาตุมิตินั้นเป็นอะไรที่หาได้ยากมาก แต่ที่ยิ่งกว่าความหายากของมัน นั่นคือความยากในการเข้าใจวิชาและฝึกฝน อีกทั้งยังต้องทุ่มเทเวลาให้อย่างมหาศาล ไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกยุทธขั้นสูง ต่อให้เป็นจอมยุทธขั้นสูงหรือยอดยุทธขั้นสูงก็ไม่อาจจะสำเร็จวิชานี้ได้ง่ายๆ

ทำให้เหล่าสมาชิกตระกูลหยวนที่เหลืออยู่เข้าใจแล้วว่าทำไม หยวนเฟ่ยเคอถึงถูกจัดการได้อย่างง่ายดายในดาบเดียว โดยที่ซู่เสี่ยวไป่ไม่ต้องออกแรงเลย

“หนีเอาตัว รอด!!!”

เมื่อเห็นฉากนี้สมาชิกตระกูลหยวนคนหนึ่งถึงกับตะโกนออกมา ก่อนที่จะวิ่งหนีสุดชีวิต

พวกเขาจะเอาอะไรไปสู้ ในเมื่อคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มตอนนี้ก็แค่จอมยุทธขั้นกลางสองคนเท่านั้น รวมตัวของหยวนฉีแล้ว

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าร่างเงาของซู่เสี่ยวไป่ที่มีความเร็วระดับเดียวกับจอมยุทธขั้นสูง หรืออาจจะใกล้เคียงยอดยุทธขั้นแรก ไม่มีทางที่พวกเขาจะหนีพ้น

ก่อนพวกที่เหลือจะหนีไปได้ไกล ก็โดนร่างเงาของซู่เสี่ยวไปจัดการอย่างไม่ปราณี

ละอองเลือดสาดกระเซ็นเป็นริ้วๆ ระยิบระยับอยู่กลางอากาศ แล้วร่างของสมาชิกตระกูลหยวนคนสุดท้ายก็ล้มลง

กลิ่นเลือดลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

สถานที่แห่งนี้ที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนของตระกูลหยวน

แต่บัดนี้ตระกูลหยวนนั้นไม่เหลือใครอีกเลย กระทั้งผู้หญิงคนแก่และเด็ก ทุกชีวิตถูกสังหารจนหมดสิ้น

“กลับไปได้!”

ซู่เสี่ยวไป่นำเสื้อคลุมสีดำออกมาใส่ ก่อนที่จะทิ้งซากศพมากมายไว้ที่บ้านตระกูลหยวน

ร่างเงาทั้งสองร่างเมื่อได้รับคำสั่งก็สลายหายไปในทันที และไปปรากฏตัวขึ้นที่พื้นที่ล่าสัตว์อสูรตามที่ระบบจัดหาให้

ภายนอกบ้านตระกูลหยวนนั้นดูเงียบสงบ

แต่ภายในนั้นไม่ต่างจากนรกบนดิน ทะเลโลหิตและกองซากศพเป็นภูเขา!!

“ต่อจากนี้ไป เราจะเดินใต้แสงอาทิตย์ได้อย่างสง่าผ่าเผยสักที!!”

เมื่อซู่เสี่ยวไป่ออกมาจากพื้นที่ส่วนในแล้ว เขาก็เก็บอุปกรณ์พรางตัวของเขาและเดินไปตามท้องถนนอย่างสบายอารมณ์

ความรู้สึกกดดันที่มีมันหายไป เขาสามารถเดินบนท้องถนนโดยที่ไม่ต้องกลัวใครทั้งสิ้น

แต่ถึงยังงั้น เขาก็ยังต้องสะกดระดับกระแสพลังเอาไว้

เพราะหากเขาเดินไปไหนมาไหนด้วยกระแสพลังของผู้ฝึกยุทธขั้นสูง และด้วยอายุเท่านี้มันอาจจะไปสะดุดตาใครเข้าง่ายๆ และเรื่องนี้มันอาจจะถึงหูตัวตนระดับจ้าวยุทธ

เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมาอีก ทำให้เขายังต้องสะกดกระแสพลังของตัวเองไว้ก่อน

ซู่เสี่ยวไป่ได้คิดบัญชีกับตระกูลหยวน ไม่พอเขายังได้ส่วนที่ขาดหายไปของวิชาวิถีควบคุมมิติ เขากลับมาบ้านด้วยความอารมณ์ดีแบบสุดๆ แต่เมื่อเขาเข้าใกล้บริเวณบ้านซู่เสี่ยวไป่ก็รับรู้ถึงสองพี่น้องตระกูลจางที่นั่งอยู่บนยอดตึกที่จางเหิงเต่อเคยใช้เฝ้าดูเขา

“ฑูตซู่!!”

เมื่อทั้งสองเห็นซู่เสี่ยวไป่กลับมาก็รีบเข้ามาหาทันที และทำความเคารพ

แต่ก่อน ซู่เสี่ยวไป่นั้นจะเรียกได้ว่าเป็นฑูตแค่ในชื่อเท่านั้น ไม่ได้รับการยอมรับสักเท่าไร แต่เวลานี้ซู่เสี่ยวไป่นั้นได้รับความเคารพในฐานะฑูตอย่างแท้จริง และเป็นฑูตที่สำคัญที่สุดของตระกูลจาง

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”

ซู่เสี่ยวไป่มองไปยังทั้งสองคนก่อนจะถาม

จางเหิงล่งนั้นเป็นถึงผู้นำตระกูล เขาไม่ใช่คนที่จะปรากฏตัวให้เห็นได้บ่อยๆ แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายมาหาซู่เสี่ยวไป่เอง นั้นแปลว่าเขาต้องมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรสักอย่างที่แก้ไขไม่ได้อย่างแน่นอน

“ฑูตซู่…คาดเดาได้ถูกต้องแล้ว ตอนนี้ตระกูลจางของเรากำลังมีปัญหาใหญ่ และไม่สามารถจัดการได้จึงอยากจะขอให้ฑูตซู่ช่วยเหลือ!”

จางเหิงล่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ

“เราเข้าไปคุยข้างในดีกว่า”

ซู่เสี่ยวไป่ให้ทั้งสองคนเข้าไปในบ้านก่อน

ทั้งสามคนนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะกินข้าว

“เรื่องมันเป็นเช่นนี้ฑูตซู่ ตอนนี้ตระกูลจางกำลังประสบปัญหาหนัก เพราะตระกูลหยวนบีบให้ตระกูลจางของเราจนตรอก!!”

จางเหิงล่งนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างมาก

“ตระกูลหยวนกำลังบีบตระกูลจาง?”

ซู่เสี่ยวไป่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจิบน้ำ

“มันเกิดอะไรขึ้นละ ท่านผู้นำ”

“คือ…ฑูตซู่อาจจะไม่รู้ แต่แท้จริงแล้วตระกูลจางของเรานั้นมีการตั้งอาณาเขตนอกพื้นที่อยู่อาศัย และล่าสัตว์อสูรเพื่อนำชิ้นส่วนมาขายนำเงินเข้าตระกูลเพื่อใช้สอยต่อไป”

“ตอนแรกตระกูลจางของเราเอง ก็มีอาณาเขตอยู่มากมาย แต่ตระกูลหยวนนั้นกลับบุกรุกอาณาเขตของเราและยึดไปครอบครอง ในช่วงที่ผ่านมานักรบของเราก็ต่อสู้และบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนมาก แต่พวกตระกูลหยวนเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และยังบุกอย่างต่อเนื่องแถมยังข่มขู่เราอีกด้วยว่าหากไม่ยอมถอยออกจากอาณาเขตไป จะฆ่านักรบของตระกูลจางทุกคน!!”

“ตระกูลจางของเราตอนนี้อ่อนแอลงอย่างมาก และต้องยอมละทิ้งอาณาเขตครั้งแล้วครั้งเล่าอีกทั้งนักรบของเรายังถูกสังหารอยู่เรื่อยๆ”

ระหว่างที่จางเหิงล่งพูด ซู่เสี่ยวไป่นั้นก็แสดงออกถึงความโกรธอย่างชัดเจน

การถูกกดขี่ข่มเหง บีบตอนให้จนมุม ความรู้สึกคับแค้นนี้เขาพอจะเข้าใจได้

“นั้นแปลว่า ตระกูลหยวนยังมีอาณาเขตอยู่นอกพื้นที่เขต18!!”

คำพูดของจางเหิงล่งทำให้ซู่เสี่ยวไป่เข้าใจอะไรได้

ที่บ้านตระกูลหยวนในพื้นที่ส่วนใน เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการใหญ่ จะเป็นที่อยู่ของสมาชิกระดับสูงๆ แต่ภายนอกพื้นที่เขต 18 ก็ยังมีคนของตระกูลหยวนเหลืออยู่

แบบนี้เท่ากับว่าสิ่งที่ซู่เสี่ยวไป่ทำไปก็ไม่ต่างจากตัดหญ้าไม่ถอนโคน เพียงลมฤดูใบไม้ผลิพัดมามันก็จะงอกขึ้นมาใหม่

แม้ว่าซู่เสี่ยวไป่จะไม่ได้เกรงกลัวกับพวกคลื่นลูกใหม่ของตระกูลหยวน แต่เขานั้นไม่ใช่คนที่ใจดีกับศัตรู!!

“เข้าใจแล้ว”

“เอาเป็นว่า…ช่วยบอกที่ตั้งของอาณาเขตของตระกูลหยวนมาให้หมด แล้วหลังจากวันพรุ่งนี้ไป จะไม่มีตระกูลหยวนเหลืออยู่อีก!!”

ซู่เสี่ยวไป่พูดอย่างไม่แยแส

เมื่อสองพี่น้องตระกูลจางได้ยินก็ถึงกับดีใจ

เพราะซู่เสี่ยวไป่นั้นสามารถสังหารตัวตนระดับจอมยุทธขั้นสูงได้ในพริบตา การที่จะกวางล้างฐานที่มั่นในอาณาเขตของตระกูลหยวนก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากแต่อย่างใด ที่นี่ตระกูลหยวนจะต้องเจอกับความยากลำบากและต้องสูญเสียนักรบเป็นจำนวนมาก!!

“ผมจางเหิงล่ง ในฐานะผู้นำตระกูลจาง ขอขอบพระคุณในความเมตตาของฑูตซู่อย่างที่สุด!!”

จางเหิงล่งคำนับให้กับซู่เสี่ยวไป่

จาเหิงเต่อเองก็รีบคำนับเช่นเดียวกัน

“ฑูตซู่ หากต่อไปตระกูลหยวนกล้ามาทำให้ฑูตซู่ลำบากใจอีก ผมและตระกูลจางจะไม่นิ่งเฉยอย่างแน่นอน!!”

จางเหิงล่งพูดขึ้นอย่างหนักแน่นและจริงจัง

“ไม่จำเป็น…”

“ตอนนี้ตระกูลหยวนหลักได้ถูกล้างบางไปแล้ว เหลือเพียงฐานที่ตั้งอยู่นอกพื้นที่เขต 18 เท่านั้น..”

ซู่เสี่ยวไป่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ถูกล้างบางไปแล้ว?”

ทั้งจางเหิงล่ง และจางเหิงเต่อต่างแสดงสีหน้าที่มึนงงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของซู่เสี่ยวไป่ เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ซู่เสี่ยวไป่พูดนั้นคืออะไร

“ใช่…ก่อนผมกลับมาบ้าน…ผมได้เข้าไปยังพื้นที่ส่วนในและเข้าไปในบ้านตระกูลหยวน และผมก็เริ่มกวาดล้างทั้งตระกูลหยวนทันที ไม่มีขุมพลังใดในตระกูลหยวนอีกแล้ว และไม่ต้องพูดถึง

หยวนเฟ่ยเคอด้วยซ้ำ..”

ซู่เสี่ยวไป่พูดออกมาพร้อมกับจิบน้ำ แล้วก็พูดต่ออย่างใจเย็น

“ส่วนหยวนเฟ่ยเคอ….ปานนี้ศพของเขาก็น่าจะเริ่มเย็นแล้ว หากนับเวลาหลังจากที่ผมกลับมาที่นี่!!”

คำพูดเหล่านี้ ทำให้ทั่วทั้งห้องรับแขกนั้นเงียบดุจป่าช้า

จางเหิงล่งและจางเหิงเต่อต่างมองหน้ากันและตกตะลึงกับคำพูดของซู่เสี่ยวไป่อย่างที่สุด!!!

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 52 สองพี่น้องสกุลจางมึนงง

คัดลอกลิงก์แล้ว