เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 48 คิดจะฆ่าผมงั้นหรอ!!

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 48 คิดจะฆ่าผมงั้นหรอ!!

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 48 คิดจะฆ่าผมงั้นหรอ!!


ในขณะที่ทุกคนในห้องโถงกำลังตกใจกับระดับพลังของซู่เสี่ยวไป่ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรณ์

พวกเขาทั้งหมดทึ่งจนพูดไม่ออก บรรยากาศภายในห้องนั้นทั้งเงียบและเย็นเฉียบ มันเงียบมาก มันเงียบขนาดที่ว่าสามารถได้ยินเสียงของเข็มตกลงพื้นได้อย่างชัดเจน

แววตาของทุกคนต่างตกใจอย่างสุดขีด

ผู้ฝึกยุทธขั้นสูง อายุ 17 ปี!!

นี่ไม่ใช่อัจฉริยะอีกต่อไปแล้ว

ไอแบบนี้มัน…ปีศาจหรืออสูรกายชัดๆ

เป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่อาจจะหาใครมาต่อกรได้

ด้วยความเร็วในการเติบโตเช่นนี้ อนาคตของเขานั้นไร้ที่สิ้นสุด อาจจะเหนือกว่า จ้าวยุทธภพหรือเหนือจ้าวยุทธ?

กลัวว่าแม้แต่เขตแดนเทพยุทธก็อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับซู่เสี่ยวไป่

1 พันล้านมากไปไหม?

บอกเลยว่าไม่มากเลย หากเป็นเช่นนี้

เพราะหากตระกูลใหญ่มาเจอซู่เสี่ยวไป่ ต่อให้หมื่นล้านพวกเขาก็ยอมจ่าย เงินมันของนอกกายยังไงก็หาใหม่ได้ แต่บุคคลที่มากพรสวรรค์เช่นนี้ 100 ปี 1000 ปีจะมีสักคน หรืออาจจะเป็นหมื่นๆ ปี

“น-นี้ มะ-มัน”

หยวนเฟ่ยเคอรู้สึกจุกอยู่ในลำคอ เขาอยากจะพูดออกมาแต่มันพูดไม่ออก เขาพยายามสูดหายใจอย่างแรง และสงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะพูดออกมา

“ฑูตซู่ เกรงว่าตอนนี้ พันล้านเหรียญจิตนั้นมากเกินไป ตระกูลหยวนเองยังไม่อาจจะมอบให้ได้ หากเข้าร่วมกับเราแล้ว ตระกูลหยวนสัญญาว่าจะหามาให้จนครบพันล้านแน่นอน!”

หยวนเฟ่ยเคอพยายามประณีประนอมข้อเสนอของซู่เสี่ยวไป่

เพียงตัวตนระดับผู้ฝึกยุทธขั้นสูงก็คู่ควรที่จะคว้าตัวเอาไว้แล้ว เพราะตระกูลหยวนนั้นยังเป็นตระกูลเล็กๆ อยู่จำนวนผู้ฝึกยุทธก็ยังไม่ได้มีจำนวนมาก

ทำให้ระดับตั้งแต่ผู้ฝึกยุทธขั้นสูงขึ้นไปก็ถือว่าเป็นขุมพลังของตระกูลแล้ว ทำให้พวกเขาประกาศรับผู้ฝึกยุทธจำนวนมาก

แล้วพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของซู่เสี่ยวไป่ที่เรียกได้ว่า อยู่ระดับเดียวกับปีศาจ หากได้ตัวซู่เสี่ยวไป่มาเข้าร่วมกับตระกูล ในไม่ช้าตระกูลหยวนจะพุ่งทะยานและยกระดับเป็นตระกูลใหญ่ในไม่ช้า!!

“ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร งั้นผมจะกลับล่ะ”

“แต่ต่อให้ท่านผู้นำมีในตอนนี้ ผมก็ไม่สนใจอีกแล้ว..”

ซู่เสี่ยวไป่ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

“ฑูตซู่…ดูเหมือนว่าฑูตซู่จะเข้าใจสถานการณ์อะไรผิดไปนะ ว่าคุณไม่ใช่คนคุมเกมส์นี้”

แววตาของหยวนเฟ่ยเคอส่องแววเป็นประกายที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยจิตสังหาร

เขาเค้นเสียงพูดอย่างเย็นชาออกมาจากลำคอของเขา

หากไม่เข้าร่วมกับเขาก็มีหนทางเดียวให้กับซู่เสี่ยวไป่

สำหรับพวกตระกูลหยวนแล้ว ไม่มีทางปล่อยซู่เสี่ยไป่ไปเด็ดขาด ไม่ มี ทาง!!!

ใครมันจะกล้าปล่อยตัวตนที่แสนอันตรายเช่นนี้เติบโตมาเป็นศัตรูกับพวกเขา

“อะไร….นี้อย่าบอกนะ…ว่าท่านผู้นำต้องการจะฆ่าผม?”

“ผมมีบัตรประจำตัวของพื้นที่ส่วนในอยู่นะ!!”

ซู่เสี่ยวไป่พูดขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองดูกิริยาของหยวนเฟ่ยเคอ

“ฮะ-ฮ่าๆๆๆๆๆ”

หยวนเฟ่ยเคอกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ฑูตซู่….ต้องขออภัยด้วย ดูเหมือนว่าฑูตซู่จะไม่รู้ตัว ว่าตั้งแต่ฑูตซู่เหยียบเข้ามาในตระกูลก็มีม่านพลังปิดกันเอาไว้แล้ว”

“ไม่ต้องพูดถึงสัญญาณช่วยเหลือของบัตรประจำตัวเลย ต่อให้มีตัวสื่อสารที่ดีขนาดไหน ก็ไม่สามารถส่งสัญญาณใดออกนอกม่านพลังได้!!”

“นี่เป็นของขวัญที่ทางตระกูลหยวนเตรียมเอาไว้ให้ฑูตซู่โดยเฉพาะ หวังว่าฑูตซู่คงจะชอบ!!”

สมาชิกตระกูลหยวนที่อยู่ภายในห้องเริ่มส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ

ที่นี่มีจอมยุทธไม่ต่ำกว่า 20 คนในห้องแห่งนี้

และผู้ฝึกยุทธขั้นสูงอีก 7-8 คน

และนักรบจำนวนมากที่รออยู่นอกห้อง

ภายใต้การถูกปิดล้อมเช่นนี้และไม่มีการช่วยเหลือจากภายนอก ต่อให้เป็นจอมยุทธขั้นสูงก็ไม่สามารถหลบหนีออกไปได้แม้จะมีปีกบินก็ตาม

“โอ้ โห…..”

“แบบนี้ นี้เอง!!”

ซู่เสี่ยวไป่ทำสีหน้าเหมือนเข้าใจอะไรอย่างแจ่มแจ้ง พร้อมกับรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง

“ถ้าเป็นแบบนี้ผมก็สบายใจหน่อย!!”

เมื่อเห็นท่าทีสบายๆ ของซู่เสี่ยวไป่ ยิ่งทำให้ผู้คนจากตระกูลหยวนต่างมึนงง หยวนเฟ่ยเคอเอกก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล และเกิดความกังวลขึ้นในใจของเขา

ซู่เสี่ยวไป่ราวกับไม่ได้ตกเป็นเหยื่อ แต่กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกเป็นเหยื่อของซู่เสี่ยวไป่!!

“ซู่เสี่ยวไป่ ฉันจะให้โอกาสแกครั้งสุดท้าย”

“ถ้าตกลงก็กินยาเม็ดนี้เข้าไปซะ!!”

หยวนเฟ่ยเคอล้วงมือเข้าไปในเสื้อเพื่อหยิบยาออกมา เป็นเม็ดยาสีเขียว

และด้วยการสะบัดนิ้วแค่นิดเดียว ยาเม็ดนั้นก็ลอยไปตกอยู่ต่อหน้าซู่เสี่ยวไป่

“นั่นคือ ยาหวนกลับ เมื่อกินเข้าไปแล้ว ร่างกายจะรู้สึกแปลกไปเล็กน้อย แล้วหนังจากนั้นจะหายดี แต่เมื่อผ่านไป 7 วัน แกจะรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว แต่ไม่ต้องกลัว ที่ตระกูลหยวนของเรามียาแก้ให้ หากแกกลับมารายงานที่ตระกูลหยวนทุกๆ 7 วัน และทำตามคำสั่งของฉันอย่างไม่ขัดขืน ฉันก็จะมอบยาระงับให้!!”

หยวนเฟ่ยเคอมองซู่เสี่ยวไป่ตาไม่กระพริบ

“แน่นอนว่าแกเลือกที่จะปฏิเสธก็ได้ แต่แกคงรู้ตัวเองดี แกเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธขั้นสูง แต่ตอนนี้กำลังถูกล้อมไปด้วยจอมยุทธ และผู้ฝึกยุทธจำนวนมากยืนรอแกอยู่ข้างนอก ต่อให้ส่งสัญญาณช่วยเหลือได้ คิดหรอว่า จะรอดถึงตอนที่มีคนมาช่วย!!”

“ครั้งหนึ่งเคยมีคนปฏิเสธฉัน ตอนนี้หรอ มันได้กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ในสวนของตระกูลหยวนแล้วยังไงล่ะ!”

“ซู่เสี่ยวไป่ นี้เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว รับมันไว้สะ…”

ต้องพูดเลยว่าสิ่งที่หยวนเฟ่ยเคอทำนั้นอำมหิตมาก

เขาใช้วิธีนี้บีบให้ใครหลายคนนั้นทำเรื่องเสี่ยงชีวิตให้เขา สำหรับผู้ฝึกตนคนอื่นเขาไม่มีทางเลือก

หากไม่ทำตามก็มีแต่ความตายที่รออยู่

หยวนเฟ่ยเคอใช้วิธีการนี้อยู่หลายครั้ง

แล้วเขาก็ทำเช่นเดียวกันกับซู่เสี่ยวไป่ เพราะเขาคิดว่าซู่เสี่ยวไป่ต้องรักตัวกลัวตาย เพราะพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขานั้นไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ เขาจะต้องเลือกรักชีวิตตัวเองก่อนอย่างแน่นอน

และเมื่อได้ที่ซู่เสี่ยวไป่อยู่ใต้อาณัติของตระกูลหยวน จะทำให้ตระกูลหยวนเหมือนเสือติดปีก และพุ่งทะยานสู่ความรุ่งโรจณ์

“นี่คือวิธีการที่ท่านผู้นำชอบใช้สินะ!!”

“มันดูน่ากินมากเลย…”

ซู่เสี่ยวไป่หยิบเม็ดยาขึ้นมา ก่อนที่จะค่อยๆ ออกแรงบีบจนเม็ดยาแตกละเอียดเป็นผุยผงต่อหน้าหยวนเฟ่ยเคอ

แล้วในทันใด นักรบของตระกูลหยวนทุกคนก็ตั้งท่าพร้อมสู้ และจ้องไปยังซู่เสี่ยวไป่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ประตูนรกปิดตายดึงดันเข้ามา ประตูสวรรค์เปิดอ้ากลับไม่ไป”

หยวนเฟ่ยเคอถึงกับถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัว

“ในเมื่อแกเลือกความตาย ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้อีกแล้ว ฆ่ามัน!!!”

เมื่อสิ้นประโยคของหยวนเฟ่ยเคอ ก็เกิดเสียงของความวุ่นวายขึ้นนอกห้องโถง

ทุกคนต่างโห่ร้อง และเกิดเสียงดังโกลาหลไปทั่ว มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และโหยหวนไม่หยุด

“อะไร?”

ทุกคนภายในห้องต่างจ้องไปที่ประตู

“มันเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก?!”

หยวยเฟ่ยเคอถึงกับขมวดคิ้ว

“ออกไปดู..ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!”

นักรบคนหนึ่งได้รับคำสั่งก่อนจะเดินไปที่ประตูทันทีและเปิดออก เมื่อประตูเปิดออกนักรบผู้นั้นก็แน่นิ่งไป และล้มลงก้นจ้ำเบ้า

ทุกคนเห็นทันทีว่านักรบผู้นี้ถูกฟันคอขาด จนหัวกระเด็นออกจากร่างเลือดพุ่งเป็นสายน้ำพุ

และที่ตรงประตูนั้นมีชายปริศนาสวมชุดดำใส่หน้ากากดำยืนอยู่!!

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 48 คิดจะฆ่าผมงั้นหรอ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว