เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 13 ออกล่าสัตว์อสูรในคลิกเดียว

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 13 ออกล่าสัตว์อสูรในคลิกเดียว

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 13 ออกล่าสัตว์อสูรในคลิกเดียว


ใช้กำลังคงจะเป็นการแสดงออกที่ดีที่สุด

ไม่ต้องเสียเวลาพูดให้มากมาย ภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุดก็คือการพูดกันด้วยพลังที่เหนือกว่าเท่านั้น

ไม่พอใจใคร ก็แค่ทุบตีมัน

ถึงจะอยู่เขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูง แต่สำเร็จวิชาระดับละเอียดอ่อนสองวิชา ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกยุทธขั้นแรกยังต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างเป็นสักขีพยานของเหตุการณ์ทั้งหมด และได้ไขข้อสงสัยในตัวของซู่เสี่ยวไป่เป็นที่เรียบร้อย ทั้งอึ้ง ทั้งทึ่ง ทั้งรู้สึกยินดี และนับถือ

ก่อนหน้านี้ทุกคนไม่คิดเลยด้วยซ้ำ ว่าเรื่องจะลงเอ่ยแบบนี้

แม้แต่ขุมอำนาจที่มีชื่อเสียง ก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องที่มีตัวตนที่สามารถสำเร็จวิชาระดับละเอียดอ่อนถึงสองวิชาได้ และยังอยู่ในเขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธ และสามารถต่อสู้ชนะคนที่อยู่ในเขตแดนที่เหนือกว่าตน

ทั้งการบ่มเพาะและต่อสู้ รวมทั้งวิชาที่มี นับว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ผู้มีพรสวรรค์สูงมากกว่า 1 อย่างนั้น ของแบบนี้ไม่มีให้เห็นหรือได้ยินที่ไหนมาก่อน

สิ่งที่ซู่เสี่ยวไป่ได้แสดงออกมานั้น ทำให้ทุกคนในตระกูลจางถึงกับตกตะลึงและรู้สึกหวั่นเกรงถึงตัวตนของเขาที่ไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

แต่ถึงยังงั้น สิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึกทึ่งและตกตะลึงคือการสำเร็จวิชาละเอียดอ่อน 2 วิชา สำหรับซู่เสี่ยวไป่ก็แค่น้ำจิ้มเท่านั้นยังไม่ได้โชว์จานหลักเลยด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านี้ผู้คนเหล่านี้ ยังคิดอยู่เลยว่าเขตแดนของซู่เสี่ยวไป่ไม่ใช่ของจริง

แต่เวลานี้ทุกคนไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว

หากพวกเขารู้ว่านอกจากสองวิชาระดับละเอียดอ่อนที่ซู่เสี่ยวไป่สำเร็จแล้วนั้น ยังมีวิชาควบคุมธาตุอีกที่เขายังไม่ได้แสดงออกมา หากคนเหล่านี้รู้เข้าละก็ คงตกใจเข่าอ่อนกันเป็นแถวๆ แน่

“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ครับ”

ซู่เสี่ยวไป่พูดพร้อมกับโบกมือเล็กน้อย แต่ภายในใจของเขานั้นกลับพองโตด้วยความยินดี

ที่จริงแล้วเขาต้องการให้คนเหล่านี้บูชาเขามากกว่านี้อีกด้วยซ้ำ

แต่ที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อไม่ต้องคืนเงินให้ก็เท่านั้นเอง

“ฑูตซู่ ก่อนหน้านี้กระผมได้กล่าวไม่ดีกับฑูตซู่ไว้ กระผมต้องขออภัยด้วย”

จางเฟยอันคุกเข่าลงต่อหน้าซู่เสี่ยวไป่พร้อมกับกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ

เขาถูกเด็กน้อยผู้นี้ทุบตีจนไม่เหลือชิ้นดี

แม้ว่าเขายังไม่ได้ใช้อาวุธประจำกายก็ตาม แต่จางเฟยอันก็เชื่อว่าต่อให้ใช้อาวุธหรือพลังทั้งหมดที่มี เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซู่เสี่ยวไป่อยู่ดี เด็กผู้นี้อยู่ในเขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธแต่กลับแสดงพลังได้น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก

“ไม่ต้องคิดมาก ไม่มีเรื่องอะไรต้องขอโทษหรอก”

ซู่เสี่ยวไป่พูดอย่างเป็นกันเอง

“ตั้งแต่วันนี้ไป ฑูตซู่ จะเป็นฑูตคนที่ 8 ของตระกูลจางของพวกเรา”

“ต่อจากนี้ทุกคนในตระกูลจางหากพบเจอฑูตซู่ที่ไหน ให้แสดงความเคารพและมีมารยาทที่ดีต่อฑูตซู่ทุกครั้ง”

“เข้าใจใช่ไหม?”

จางเหิงล่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน

“รับคำสั่ง!!”

ทุกคนพูดพร้อมกัน

“และเรื่องในวันนี้ จะไม่มีทางหลุดออกไปภายนอกเด็ดขาด”

จางเหิงล่งเปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงที่ดูเย็นชาและมุ่งร้าย

“หากเรื่องในวันนี้หลุดรอดออกไป และฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำ มันผู้นั้นจะได้รับโทษอย่างแสนสาหัส!!”

สิ่งนี้ได้ถูกสะกดและฝั่งลงไปในหัวใจของทุกคน

ทุกคนนั้นรู้ดีกว่าคนอย่างซู่เสี่ยวไป่นั้นเป็นที่ต้องการของทุกตระกูล

ด้วยความที่เขาประสบความสำเร็จมากมายในวัยเด็ก ต่อไปเขาจะเติบโตเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งจนหาตัวจับได้ยากในอนาคต

ถึงยังงั้นตัวตนเช่นนี้ก็ได้เข้าร่วมกับตระกูลจางแล้ว หากเรื่องนี้ไปเข้าหูตระกูลอื่นหรือ หรือตระกูลคู่แค้นอย่างตระกูลหยวนรู้เรื่องนี้เข้า คงไม่นิ่งเฉยแน่

“ผมว่าไม่จำเป็นต้องเคร่งขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ..”

ซู่เสี่ยวไป่ถึงกับคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินสิ่งที่จางเหิงล่งกล่าวออกมา

ยังไงเขาก็มีแผนว่าจะอยู่กับตระกูลจางอย่างเงียบๆ ไม่เปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว

เพราะต่อให้มีพรสวรรค์หรือเก่งกาจขนาดไหน แต่อัจฉริยะหากไม่ได้เติบโตก็เท่านั้น เขาคงไม่อยากพบจุดจบเช่นนั้นแน่

ซู่เสี่ยวไป่รู้ว่าโลกใบนี้มันโหดร้ายขนาดไหน

การฆ่าคนโดยไม่ต้องพูดกันสักคำไม่ใช่เรื่องแปลกของโลกนี้

เพื่อไม่ให้ใครสักคนเติบโตมาเป็นหนามคอยทิ้มแทงพวกเขาในวันข้างหน้า บางตระกูลก็เลือกที่จะเก็บเหล่าอัจฉริยะเหล่านั้น เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้เติบโตมาเป็นศัตรูกับพวกเขา

ดังนั้นต้องแน่ใจก่อนว่าแข็งแกร่งพอแล้ว หากไม่มั่นใจก็เก็บตัวเงียบรักสันโดษเข้าไว้จะดีกว่า

“ไม่ได้!”

ทุกคนในที่นี่แทบจะพร้อมใจกันพูด

“ฑูตซู่ ผมดีใจมากที่คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลจาง และได้เป็นฑูตของตระกูลในวันนี้ ซึ่งเป็นเกียรติกับตระกูลของเรามาก”

“ดังนั้นตามธรรมเนียม นี่ถือว่าเป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ตระกูลจางของเรามอบให้ โปรดฑูตซู่รับไว้อย่าได้ปฏิเสธ”

จางเหิงล่งโบกมือเล็กน้อย ก่อนที่คนของเขาจะเดินเข้ามาใกล้ซู่เสี่ยวไป่พร้อมกับถือบัตรเงินสดและบัตรที่มีตราประทับสีทอง

“ทางซ้ายนี้คือบัตรเงินสดของหอฝึกยุทธ ข้างในนั้นมีเงินทั้งหมด 3 ล้านเหรียญจิต”

“ส่วนทางขวานี้คือบัตรประจำตัวของพลเมืองพื้นที่ส่วนใน เพียงลงชื่อในบัตรนี้ก็จะมีผลทันที คุณจะสามารถเดินทางเข้าออกพื้นที่ส่วนในได้อย่างอิสระ”

ตระกูลจางกำลังมอบของกำนันให้เขา

เมื่อซู่เสี่ยวไป่ได้ยิน แววตาของเขาลุกวาวทันที

ความจริงเขาก็มีความตั้งใจว่าจะมาขอเงินกับตระกูลจางอยู่แล้ว แต่นี้ซู่เสี่ยวไป่ยังไม่ทันเอ่ยปากขอ ตระกูลจางกลับยัดเงินใส่มือเขาเอง

ดูเหมือนว่าฉันจะเลือกถูกที่มาเป็นฑูตของตระกูลนี้

“ก็ถ้าเป็นความตั้งใจของท่านผู้นำ ผมก็เต็มใจรับ”

เมื่อคนที่นำของมาให้เดินออกไป จางเหิงล่งก็ได้ขอคุยกับซู่เสี่ยวไป่แบบเป็นการส่วนตัว

จากที่พูดคุยกัน ซู่เสี่ยวไป่จับใจความได้ 3 ข้อคือ

1.ตระกูลจางที่ตั้งอยู่ ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่ตระกูลใหญ่โต เรียกได้ว่าเป็นตระกูลเล็กๆ ด้วยซ้ำ มีชื่อเสียงเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเงินเพียง 3 ล้านเหรียญจิตมันอาจดูน้อย ขอให้ซู่เสี่ยวไป่อย่าได้ไม่พอใจ

2.ตระกูลจางมีศัตรูคู่แค้นคือตระกูลหยวน แม้ว่าจะเป็นตระกูลเล็กๆ เหมือนกัน แต่อีกฝั่งสะสมขุมอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้ขัดขวางตระกูลจางมาหลายปีแล้ว

3.หากตกอยู่ในอันตราย ให้ทำลายบัตรประจำตัวทันที จะเกิดเสียงดังขึ้นพร้อมกับจะมีคนเข้าไปช่วยเหลือทันที

การเป็นฑูตนั้นไม่ใช่เรื่องทั่วไปๆ

ขณะที่ซู่เสี่ยวไป่ได้รับผลประโยชน์มากมาย เขาก็ต้องแบกรับความเสี่ยงไว้ด้วย

แต่แค่นี้ไม่ทำให้ซู่เสี่ยวไป่เก็บไปคิดมากหรอก

ตราบใดที่มีเงินและมีเวลา จะสิบตระกูลหยวนหรือตระกูลใหญ่ก็ดาหน้าเข้ามาได้เลย

….

สุดท้ายซู่เสี่ยวไป่นั้นถูกพากลับมาส่งด้วยรถประจำตระกูลจาง

ในโลกใบนี้รถไม่ได้ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอีกต่อไป แต่เป็นกระแสพลังภายใน

ดังนั้นทำให้รถจึงมีราคาสูงมาก หากไม่รวยจริงไม่มีทางมีไว้ในครอบครองได้

“ผมจะฝึกบ่มเพาะสักหน่อย อย่าได้กวนผมเด็ดขาด”

ซู่เสี่ยวไป่บอกคนที่นั่งมากับเขาด้วยก่อนที่เขาจะหลับตาลง

เป็นเหมือนกับเหล่าอัจฉริยะทุกคน ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า

คนที่รับผิดชอบพาซู่เสี่ยวไป่มาส่งถึงกับชื่นชมในใจ

“-ติ๊ง ตรวจพบเจ้านายมีเงิน!!-”

“-เจ้านายที่รัก ต้องการใช้เงิน 400,000 เหรียญเพื่อเปิดใช้งานความสามารถใหม่หรือไม่?-”

เสียงที่คุ้นเคยจะมาตอนซู่เสี่ยวไป่มีเงินดังขึ้น

“เออ เปิดความสามารถใหม่เลย”

ซู่เสี่ยวไป่ตอบอย่างไม่ลังเล

“-ติ๊ง ความสามารถใหม่ถูกเปิดใช้งาน-

“-ขอแสดงความยินดีด้วยเจ้านาย เจ้านายได้ความสามารถ *ออกล่าสัตว์อสูรในคลิกเดียว*-”

จบบทที่ ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 13 ออกล่าสัตว์อสูรในคลิกเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว