เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ความอยากรู้อยากเห็นในตัวผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรัก!

บทที่ 28 ความอยากรู้อยากเห็นในตัวผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรัก!

บทที่ 28 ความอยากรู้อยากเห็นในตัวผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรัก!


เมื่อจูจู๋ชิงลืมตาตื่นขึ้น นางเห็นเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ อย่างเลือนราง นางตื่นตัวขึ้นมาทันที แต่แล้วก็สังเกตเห็นเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านบนร่างกายของตนเอง และความรู้สึกตึงแน่นจากผ้าพันแผลที่พันอยู่

อืม แม้เสื้อผ้าที่สวมอยู่จะดูคับไปหน่อยสำหรับนางก็ตาม

เสี่ยวอู่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย จึงหยุดการบำเพ็ญเพียรทันที และเอ่ยถามจูจู๋ชิงอย่างอ่อนโยน "รู้สึกยังไงบ้าง? ข้าชื่อเสี่ยวอู่ เมื่อกี้จู่ๆ เจ้าก็เป็นลมไป ข้าให้เจ้ากินยาที่พี่ใหญ่ให้มาแล้ว ลองสำรวจร่างกายดูสิ"

ใบหน้าของจูจู๋ชิงยังคงเย็นชา นางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะลองตรวจสอบสภาพร่างกาย แล้วต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าพิษในร่างกายถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น!

"เจ้ามีเสื้อผ้าสำรองติดตัวมาไหม? ชุดของข้ามันเล็กเกินไปสำหรับเจ้าจริงๆ"

น้ำเสียงของเสี่ยวอู่แฝงไปด้วยความอิจฉาและไม่ยอมแพ้ นางถามต่ออีกประโยคว่า "เจ้ายังไม่ได้บอกชื่อเลย แล้วปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่?"

"จูจู๋ชิง ปีนี้อายุสิบเอ็ดปี"

คำตอบของจูจู๋ชิงนั้นกระชับสั้น

เสี่ยวอู่รู้สึกว่าคนตรงหน้าดูจะเข้าถึงยากและถือตัวเล็กน้อย

ทว่าสิ่งที่ทำให้นางอยากจะร้องไห้คือ อีกฝ่ายอายุน้อยกว่านางเสียอีก!

แต่เสี่ยวอู่ก็รีบดึงสติกลับมา ไม่เป็นไร นางยังโตได้อีก จะไปเปรียบเทียบกับยัยปีศาจหน้าอกตูมนี่ทำไม

"พี่ใหญ่ ถังซาน ท่านอาจารย์ใหญ่ นางตื่นแล้ว"

หลังจากจูจู๋ชิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เสี่ยวอู่ก็เลิกม่านเต็นท์เดินออกมา

หลังจากพูดคุยทำความเข้าใจกัน พวกเขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันคือโรงเรียนสื่อไหลเค่อ

ความอยากรู้อยากเห็นของเสี่ยวอู่พุ่งพล่านทันที "จู๋ชิง เจ้ามาจากที่ไหนเหรอ? โรงเรียนสื่อไหลเค่อน่าจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงแท้ๆ..."

เสี่ยวเทียน: ...

เสี่ยวเทียนดึงมือเสี่ยวอู่เบาๆ เพิ่งเจอกันครั้งแรก ใครเขาจะไปบอกข้อมูลส่วนตัวกันง่ายๆ

จูจู๋ชิงสังเกตเห็นการกระทำเล็กๆ ของเสี่ยวเทียน นางมองไปที่ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนาง แววตาอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า "ข้ามาจากจักรวรรดิซิงหลัว มาที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อเพื่อตามหาคน"

อวี้เสี่ยวกันเกิดความสนใจขึ้นมาทันที คราวก่อนฟู่หลันเต๋อแอบบอกสถานการณ์ของโรงเรียนสื่อไหลเค่อให้เขาฟัง ซึ่งบรรยายได้คำเดียวว่า 'อนาถจนหาคำบรรยายไม่ได้'

ทั้งโรงเรียนมีนักเรียนแค่สามคน ช่างน่าขายหน้ากลุ่มสามเหลี่ยมทองคำจริงๆ!

ค่าสมัครเรียนที่เก็บไปก็ไม่เคยคืน แล้วทำไมเจ้าคนขี้เหนียวนั่นถึงไม่เอาไปปรับปรุงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนบ้างนะ!

ตามหาคน...

อวี้เสี่ยวกันครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วก็พอจะเดาได้ ในโรงเรียนสื่อไหลเค่อ ออสการ์เป็นเด็กที่ฟู่หลันเต๋อรับมาเลี้ยง ส่วนหม่าหงจวิ้นก็เป็นศิษย์สายตรง สองคนนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับจูจู๋ชิงได้

งั้นก็เหลือแค่ไต้ลู่ไป๋ คนหนึ่งแซ่จู อีกคนแซ่ไต้ เขาเข้าใจความสัมพันธ์ทันที

แม้เขาจะเก็บตัวอยู่ที่โรงเรียนนั่วติงมาหลายปี แต่เขาก็รู้สถานการณ์ของจักรวรรดิซิงหลัวดีพอสมควร

จูจู๋ชิงที่อยู่ตรงหน้ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็นคู่หมั้นของไต้ลู่ไป๋ พรุ่งนี้เขาต้องรั้งตัวนางไว้ที่สื่อไหลเค่อให้ได้ เมื่อรวมกับพวกถังซานอีกสามคน สื่อไหลเค่อก็จะสามารถเข้าร่วมการประลองวิญญาณจารย์ระดับทวีปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าได้

"จูจู๋ชิง พอจะบอกได้ไหมว่าเจ้ามาตามหาใครที่สื่อไหลเค่อ? บอกตามตรง โรงเรียนสื่อไหลเค่อก่อตั้งโดยฟู่หลันเต๋อ ผู้เป็นมุมบินแห่งสามเหลี่ยมทองคำ และข้าคืออวี้เสี่ยวกัน มุมปัญญา เจ้าเคยได้ยินชื่อพวกเราไหม?

มะรืนนี้ตอนที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อเปิดรับสมัคร เจ้าอย่าได้แปลกใจไปเมื่อไปถึงที่นั่น สื่อไหลเค่อรับแต่ปีศาจเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่มีความแข็งแกร่งพอตัว ก็คงเข้าไม่ได้หรอก"

อวี้เสี่ยวกันกล่าวกับจูจู๋ชิงด้วยรอยยิ้ม วาจาเต็มไปด้วยคำชักจูง ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้าสื่อไหลเค่อได้นะ!

จูจู๋ชิงเพียงพยักหน้าอย่างเย็นชาโดยไม่พูดอะไร

ทว่าในใจของนางกลับปั่นป่วน รับแต่ปีศาจงั้นหรือ?

ถ้างั้นการที่เขาหนีจากจักรวรรดิซิงหลัวมาที่สื่อไหลเค่อ ก็ไม่ใช่การหนีหัวซุกหัวซุน แต่เป็นการวางแผนเพื่อซุ่มฝึกฝนรอวันเอาคืนสินะ?

อวี้เสี่ยวกันหารู้ไม่ว่า คำพูดของเขาได้ฝังระเบิดลูกใหญ่ไว้ในใจของจูจู๋ชิงเสียแล้ว

หลังจากนั้น จูจู๋ชิงก็ขอบคุณเสี่ยวเทียนอีกครั้ง พวกเขานัดแนะว่าจะออกเดินทางไปเมืองสั่วทัวพร้อมกันในวันพรุ่งนี้ แล้วจึงแยกย้ายกันพักผ่อนในเต็นท์

ระหว่างนั้น จูจู๋ชิงได้รับรู้ระดับพลังวิญญาณปัจจุบันของพวกเขาจากปากเสี่ยวอู่ นางเอ่ยถามด้วยความตกใจทันที "พวกเจ้าบำเพ็ญเพียรกันยังไง? อายุมากกว่าข้าแค่ปีเดียว แต่ทำไมระดับพลังวิญญาณถึงสูงกว่าข้าขนาดนี้?"

จู่ๆ จูจู๋ชิงก็ชะงักไปแล้วกล่าวต่อว่า "หรือว่าพวกเจ้าทั้งสามคนมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด? ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?"

จูจู๋ชิงรู้สึกว่านางต้องเดาถูกแน่ๆ

พลังวิญญาณแต่กำเนิดของนางอยู่ที่ระดับเจ็ด บวกกับการฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน นางถึงมาถึงระดับยี่สิบเจ็ดได้ในวัยนี้ ซึ่งนับว่าทำลายสถิติของตระกูลแล้ว แต่นางไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่ฝึกฝนได้เร็วกว่านางอีก

ความเป็นไปได้เดียวคือ พลังวิญญาณแต่กำเนิดของพวกเขาสูงกว่านาง และความพยายามก็ไม่น้อยไปกว่านาง

เสี่ยวอู่ยิ้มอย่างมีเลศนัย "จู๋ชิง เจ้าทายถูกแค่ครึ่งเดียว ข้ากับถังซานมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดจริง แต่พี่ชายข้าไม่ใช่ พลังวิญญาณแต่กำเนิดของพี่ชายข้าแค่ระดับห้าเท่านั้น"

เสี่ยวอู่เรียกนางว่าจู๋ชิงอย่างสนิทสนม ยังไงอีกไม่กี่วันก็จะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแล้ว

"อะไรนะ! เสี่ยวอู่ เจ้าแน่ใจนะว่าพูดจริง? พลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับห้าเนี่ยนะ? ในประวัติศาสตร์ของทวีปนี้ ไม่เคยมีใครที่มีพื้นฐานแค่นั้นแต่ก้าวขึ้นมาระดับนี้ได้ด้วยอายุเท่านี้มาก่อน!"

จูจู๋ชิงพูดด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด น้ำเสียงสูงขึ้นจนผิดวิสัย นางไม่อาจรักษามาดเย็นชาได้อีกต่อไป ปากเล็กๆ เผยอค้าง ดวงตาเบิกกว้าง

นางรู้อยู่แล้วว่าความแข็งแกร่งของเสี่ยวเทียนน่าจะสูงสุดในกลุ่ม แต่ไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ตั้งต้นของเขาจะต่ำที่สุด?

เรื่องนี้ทำให้นางสับสนมาก

ถ้าหากนางเรียนรู้เคล็ดลับบางอย่างจากเสี่ยวเทียนได้ นางจะแข็งแกร่งขึ้นได้ไหม?

ในเวลานี้ จูจู๋ชิงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นในตัวเสี่ยวเทียนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แววตาของนางมุ่งมั่นขึ้นมาทันที นางต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้!

เสี่ยวอู่มีความสุขมากที่ได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของจูจู๋ชิง

ยังไงเสียเสี่ยวเทียนก็เป็นพี่ชายของนาง และถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ในการบำเพ็ญเพียรเลยไม่ใช่หรือ?

แม้ว่าวิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ แต่มันก็เพียงพอที่จะน่าภาคภูมิใจ!

หลังจากนั้น จูจู๋ชิงก็เริ่มเปิดใจมากขึ้น ระหว่างคุยเล่นกับเสี่ยวอู่ นางมักจะถามคำถามเกี่ยวกับเสี่ยวเทียนอยู่บ่อยๆ จนทำให้เสี่ยวอู่เริ่มระแวงขึ้นมาทันที

หรือว่าจู๋ชิงจะสนใจพี่ชายของนาง?

และตอนแรก เสี่ยวเทียนก็ดูจะชื่นชมรูปร่างและหน้าตาของจู๋ชิงอยู่ไม่น้อย

เสี่ยวอู่จำได้ว่าเสี่ยวเทียนเคยพูดไว้ว่า 'เมื่อไหร่ที่เจ้าเริ่มสนใจในตัวผู้ชายคนหนึ่ง ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าได้เริ่มถลำลึกแล้ว'

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เสี่ยวอู่ก็รู้สึกเปรี้ยวๆ ในใจขึ้นมา นั่นพี่ชายของนางนะ จะยอมให้คนอื่นมาแย่งไปง่ายๆ ได้ยังไง?

จบบทที่ บทที่ 28 ความอยากรู้อยากเห็นในตัวผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว