เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ดาบสิบห้าสองมาตรฐาน

บทที่ 11 ดาบสิบห้าสองมาตรฐาน

บทที่ 11 ดาบสิบห้าสองมาตรฐาน


เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

ถังซานตื่นแต่เช้ามาดูดซับไอม่วงจากทิศบูรพา ก่อนจะเก็บสัมภาระอย่างเงียบเชียบเพื่อไปหาอวี้เสี่ยวกัน

อวี้เสี่ยวกันจะพาเขาไปยังป่าล่าวิญญาณเพื่อหาวงแหวนวิญญาณวงแรก

หลังจากถังซานออกจากหอพักไป เสี่ยวเทียนก็ลืมตาขึ้นทันที เขามองไปที่ประตูก่อน จากนั้นก็หันไปมองเสี่ยวอู่ที่ยังคงหลับสนิทอยู่ข้างๆ

แปะ แปะ แปะ!

แปะ แปะ แปะ!

เสี่ยวเทียนตบแก้มเนียนนุ่มไร้ที่ติของเสี่ยวอู่อย่างเบามือ ความนุ่มนิ่มนั้นทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่จะหยิกและถูแก้มของนางเล่นอีกสองสามที

"ตื่นได้แล้ว ตะวันส่องก้นแล้ว! ไหนบอกว่าอยากจะตั้งใจบำเพ็ญเพียรไง? แผนการของวันเริ่มต้นที่ยามเช้า รีบลุกเร็วเข้า!"

"ได้เวลากินข้าวแล้ว!"

เสี่ยวอู่ขยี้ตาอย่างงัวเงีย พึมพำเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ "หือ? กินข้าวเหรอ? สายป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย?"

ทันทีที่เสี่ยวอู่ได้ยินว่ามีของกิน หูเล็กๆ ของนางก็กระดิกทันที

เสี่ยวเทียนยิ้มอย่างจนใจ เมื่อคืนนางยังบอกว่าจะตื่นเช้ากว่าเขาเพื่อมาฝึกฝน แต่ดูสภาพตอนนี้สิ ป่านนี้ยังนอนอุตุอยู่เลย

เสี่ยวเทียนมองดูดวงอาทิตย์ที่ขึ้นสูงแล้วด้านนอก

เสี่ยวอู่ลุกขึ้นอย่างอิดออด รีบล้างหน้าแปรงฟัน แล้วตามเสี่ยวเทียนออกไปข้างนอก

หือ?

ทำไมวันนี้เขาไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบเลยล่ะ?

"ระบบ ตรวจสอบซิว่าถังเฮ่าอยู่แถวนี้ไหม?"

[ติ๊ง โฮสต์ เทพสังหารถังเฮ่าไม่ได้อยู่บริเวณนี้]

มุมปากของเสี่ยวเทียนยกยิ้มเล็กน้อย พลังจิตของเขาตอนนี้ยังไม่สูงมากนัก แต่เขาสามารถใช้เจ้าระบบปัญญาอ่อนนี่ตรวจสอบได้ว่าถังเฮ่าอยู่แถวนี้หรือไม่

ถังเฮ่าน่าจะแอบตามถังซานและอวี้เสี่ยวกันไปห่างๆ เพื่อคอยคุ้มกันถังซานอย่างลับๆ

กล่าวคือ ในต้นฉบับ ต่อให้ถังซานไม่ได้ใช้อาวุธลับ ถังเฮ่าก็น่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยอยู่ดี

เดิมทีเขาเคยสงสัยว่าถังเฮ่าอาจจะไม่สนใจถังซาน แล้วหันมาเฝ้าจับตาดูเสี่ยวอู่อยู่แถวโรงเรียนแทน

แต่พอลองคิดดูอีกที แบบนี้ก็ปกติแล้ว เสี่ยวอู่ไม่รู้ตัวว่าฐานะสัตว์วิญญาณแสนปีของนางถูกเปิดเผย และในเมื่อนางเข้าเรียนแล้ว นางก็คงไม่หนีไปไหน

ส่วนทางฝั่งถังซาน อวี้เสี่ยวกันก็นับว่าดื้อดึงนัก ตัวเองไม่มีพลังต่อสู้ แต่กลับไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากคนอื่น พาถังซานไปล่าสัตว์วิญญาณในป่าล่าวิญญาณกันตามลำพัง นี่มันเอาชีวิตไปทิ้งชัดๆ ไม่ใช่หรือ?

พอนึกถึงตอนที่อวี้เสี่ยวกันเปลี่ยนลูกมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นหมูที่ทำได้แค่ผายลม เขาก็อดขำไม่ได้ คนแบบนี้คู่ควรกับคำว่าปรมาจารย์แห่งทฤษฎีจริงๆ หรือ?

คนปกติที่อาจจะไม่รู้ทฤษฎีลึกซึ้ง แต่ถ้ามีวิญญาณยุทธ์แบบนั้นและพลังวิญญาณต่ำเตี้ยเรี่ยดิน หากมีความหวังที่จะพัฒนาได้จริง พวกเขาต้องพยายามหาวงแหวนวิญญาณจากสัตว์วิญญาณที่มีระดับใกล้เคียงขีดจำกัดและอยู่ในวิสัยที่ล่าได้มาดูดซับอย่างแน่นอน!

ทว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีภูมิหลังแบบอวี้เสี่ยวกัน การเริ่มต้นด้วยพลังวิญญาณครึ่งระดับแล้วสามารถไปถึงระดับยี่สิบเก้าได้ ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว!

ในเมื่อถังเฮ่าตามไปคุ้มกันถังซานและอวี้เสี่ยวกันอย่างลับๆ เขาก็สามารถเริ่มลงมือตามแผนของตัวเองได้เช่นกัน

เพราะตอนนี้เขามีพลังวิญญาณถึงระดับสิบแล้ว ถึงเวลาที่ต้องหาวงแหวนวิญญาณที่เหมาะสมให้ตัวเองเสียที

แม้การไม่ดูดซับวงแหวนวิญญาณชั่วคราวจะยังสะสมพลังวิญญาณได้ แต่การมีวงแหวนวิญญาณจะช่วยเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ของร่างกาย ทำให้การฝึกฝนรวดเร็วขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น หลังดูดซับวงแหวนวิญญาณ ปริมาณพลังวิญญาณรวมของเขาก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เขามีกระบวนท่าดาบมากมายที่ต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาล ดังนั้นปริมาณพลังวิญญาณจึงสำคัญกับเขามาก!

ตัดสินใจแล้ว! เช้าพรุ่งนี้ เขาจะไปป่าล่าวิญญาณอีกแห่งที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อหาวงแหวนวิญญาณวงแรก!

หนึ่งชั่วโมงแรก เสี่ยวเทียนฝึกกวัดแกว่งดาบและกระบวนท่าอื่นๆ ตามปกติ

จากนั้น เสี่ยวเทียนก็วางดาบเหล็กไว้ข้างกาย แล้วเรียกวิญญาณยุทธ์ 'ดาบสิบห้า' ออกมา

เสี่ยวอู่มองเสี่ยวเทียนอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร

"สิบห้า วันนี้เราจะมาฝึกท่าใหม่กัน 'ขี่กระบี่เหินเวหา'! เจ้าช่วยใช้พลังของเจ้าพาข้าบินหน่อยได้ไหม?"

เสี่ยวเทียนยื่นคำขอที่ดูจะเป็นไปไม่ได้

เคร้ง~~

ตัวดาบของสิบห้าพลันอ่อนยวบลงทันที ปลายดาบชี้ไปที่เสี่ยวเทียนอย่างมีจริตจะก้าน แล้วส่ายไปมาซ้ายขวา

ดาบสิบห้า: หม่อมฉันทำไม่ได้เพคะ!

เสี่ยวอู่ทนดูไม่ไหว เอ่ยขึ้นว่า "เสี่ยวเทียน ข้าอยากถามมาตั้งนานแล้ว วิญญาณยุทธ์ของเจ้าดูมีชีวิตชีวามากก็จริง แต่... คำขอของเจ้ามันเกินไปหน่อยไหม? สิบห้าเป็นแค่ดาบนะ ถ้าจะให้มันแบกเจ้า ยังไงก็ต้องใช้พลังวิญญาณเจ้าช่วยหนุนไม่ใช่เหรอ?"

เสี่ยวเทียนหัวเราะ "วิญญาณยุทธ์ของข้าค่อนข้างพิเศษและมีสติปัญญาในระดับหนึ่ง ข้าชอบเรียกมันว่าวิญญาณยุทธ์ทรงปัญญา หรือเจ้าจะคิดว่าวิญญาณยุทธ์ดาบของข้ามีจิตวิญญาณดาบสิงสถิตอยู่ก็ได้ แต่เจ้าแน่ใจเหรอว่าคำขอของข้ามันเกินไป?"

เสี่ยวเทียนมองเจ้าสิบห้าที่นอนอ่อนระทวยอยู่ พลางกลอกตาไปมาอย่างเจ้าเล่ห์

"สิบห้า เจ้าแน่ใจนะว่าไม่อยากลอง? ดูเสี่ยวอู่ข้างๆ ข้านี่สิ ถึงหุ่นนางจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่หน้าตาก็จัดว่าน่ารักใช้ได้นะ แม้จะมีแก้มยุ้ยๆ แบบเด็กก็เถอะ ลองพานางไปขี่เล่นสักรอบไหม?"

ติ๊ง!

เจ้าสิบห้าที่อ่อนปวกเปียกเมื่อครู่กลับคืนสู่สภาพเดิมทันที ตัวดาบทั้งเล่มพุ่งออกจากมือเสี่ยวเทียนไปลอยอยู่ตรงหน้าเสี่ยวอู่อย่างกระตือรือร้น

เสี่ยวเทียน: ...

เสี่ยวเทียนหมดคำจะพูดจริงๆ เจ้าสิบห้านี่นิสัยเหมือนหมาไม่ผิดเพี้ยน พอเห็นสาวงามหน่อย ท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว ช่วยทำดีกับเจ้านายอย่างข้าหน่อยได้ไหม?

สมชื่อจริงๆ... ดาบสิบห้า... จอมสองมาตรฐาน!

เสี่ยวอู่มองเสี่ยวเทียนอย่างลังเล พูดตามตรง นางยังกลัวอยู่นิดหน่อย

ต่อให้เจ้าสิบห้าจะพานางบินได้จริง แต่ถ้าเกิดพลาดตกลงมาจากที่สูง นางคงได้กลับไปหาท่านแม่แน่ๆ

เสี่ยวเทียนจ้องเขม็งไปที่ดาบสิบห้าอย่างดุดัน ก่อนจะโบกมือแล้วกล่าวว่า "ลองขึ้นไปยืนดูสิ ให้เจ้าสิบห้าลอยสูงจากพื้นแค่ไม่กี่เซนติเมตร แล้วลองพามันเหาะเล่นเตี้ยๆ ดูก่อน"

เสี่ยวอู่เห็นว่าเสี่ยวเทียนไม่ได้โกรธ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างไรเสีย สิบห้าก็เต็มใจให้นางขี่ แต่กลับ 'ไม่เต็มใจ' ให้เสี่ยวเทียนขี่ ซึ่งทำให้นางรู้สึกแปลกใจ เพราะไม่ว่าจะยังไง วิญญาณยุทธ์ก็ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของโดยสมบูรณ์

เสี่ยวอู่หารู้ไม่ว่า หากเสี่ยวเทียนมีความรู้สึกไม่ยินยอมแม้แต่นิดเดียว ดาบสิบห้าก็คงทำแบบนี้ไม่ได้ เหตุผลที่มันพุ่งมาหาเสี่ยวอู่ เป็นเพราะการชี้แนะแฝงนัยในคำพูดของเสี่ยวเทียนต่างหาก

จากนั้น เสี่ยวอู่ก็ลองก้าวเท้าขึ้นไปยืนบนดาบสิบห้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ พยายามทรงตัวให้มั่น ดาบสิบห้าค่อยๆ พานางลอยไปรอบๆ สนามหญ้าอย่างช้าๆ

ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขาลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ชัดเจนเลย... นี่ไม่ใช่พลังของสิบห้า แต่เป็นพลังวิญญาณของเขาเองที่ถูกดึงไปใช้!

อย่างไรก็ตาม เสี่ยวอู่ได้ลองเล่นเพียงครู่เดียว นางยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่

จากนั้น ภายใต้การควบคุมของเสี่ยวเทียน สิบห้าก็ถูกเรียกกลับมาที่เท้าของเขาอย่างไม่เต็มใจนัก คราวนี้ถึงตาเขาลองบ้างล่ะ!

เสี่ยวเทียนประกบนิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาเข้าด้วยกัน เจตจำนงแห่งกระบี่พลันปะทุขึ้น ชี้ไปที่สิบห้าเบื้องล่าง ตัวดาบของสิบห้าดูคมกล้าขึ้นทันตา ถูกห่อหุ้มด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่จางๆ

เสี่ยวเทียนตั้งใจจะใช้เจตจำนงแห่งกระบี่เพื่อลดการใช้พลังวิญญาณ เขาไม่รู้ว่านี่เป็นความคิดที่เพ้อเจ้อหรือเปล่า แต่ในชาติก่อน ไม่ว่าจะดูหนังจีนกำลังภายในหรืออะไรก็ตาม คนที่ขี่กระบี่เหินเวหามักจะมีรัศมีจางๆ ห่อหุ้มตัวดาบเสมอ นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การขี่กระบี่ดูเท่ระเบิดก็ได้

จบบทที่ บทที่ 11 ดาบสิบห้าสองมาตรฐาน

คัดลอกลิงก์แล้ว