เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ใช้ทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง

บทที่ 20 ใช้ทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง

บทที่ 20 ใช้ทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง


บทที่ 20

ใช้ทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง

คืนนั้นหลิงอวี่จื้อนอนหลับแต่หัวค่ำ ทั้งยังหลับไปอย่างมีความสุขเสียด้วย

ด้านอนุเหลียนไม่อาจข่มตาลงได้ ดึกดื่นแล้วนางยังคงตื่นเต็มตาด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มเรื่องเงิน เพียงแค่คิดว่าต้องยกเงินทั้งปีให้กับหลิงอวี่จื้อก็เจ็บใจไปชั่วระยะหนึ่งแล้ว

“อวี่หรง เจ้าไปได้ข่าวมาจากไหน ทำอะไรนางโง่นั้นไม่ได้เลย” อนุเหลียนกุมขมับ “คราวก่อนนางก็พูดจาเหลวไหลต่อหน้าผู้แทนพระองค์และทำให้ข้าเจ็บตัว...”

อนุเหลียนอับอายจนไม่กล้าจะเอ่ยคำต่อมาต่อหน้าลูกสาว วันนั้นหลิงไส้เทียนโกรธมาก เขาโมโหเต็มทีและตบหน้านางจนฟันหลุดไปสองซี่ ตอนนี้นางเด็กนั่นยังมาแย่งชิงเงินรายเดือนของนางตลอดทั้งปีไปอีก

“ใครจะไปรู้ว่านางจะบาดเจ็บกัน ดูท่าทางของนางสิ ท่านแม่ ท่านไม่คิดว่านางดูแปลกไปตั้งแต่ถูกลงโทษในวันนั้นบ้างหรือ?”

อนุเหลียนครุ่นคิดตามก่อนพยักหน้า “ใช่แล้ว ดูผิดปกติไปจริง ๆ นางรู้ว่าตนเองโกหกอยู่ ไม่แน่นางอาจหายดีมาตั้งนานแล้วเพียงแค่แสร้งทำเท่านั้น นางเด็กคนนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ นางอาจจะคิดเอาคืนก็ได้ อวี่หรง ช่วงนี้เจ้าอย่าไปหาเรื่องนาง คอยดูสถานการณ์ไปก่อน เราจะได้ไม่พลาดท่าเสียที”

หลิงอวี่หรงจะยอมกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมได้อย่างไร นางทำแบบนี้ก็เพื่อให้จูจิ่นล้มเลิกการแต่งงาน หากจูจิ่นเป็นฝ่ายเสนอก่อน อัครเสนาบดีย่อมไม่กล้าปฏิเสธแน่

หรือเขาต้องการแต่งงานกับหลิงอวี่จื้อจริง ๆ? เขาจะหลงรักคนโง่เขลาไปได้อย่างไร?

นางต้องล้มการแต่งงานครั้งนี้ให้ได้ และงัดทุกวิถีทางมาใช้เพื่อหยุดยั้ง

หลิงอวี่จื้อ ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าแต่งงานกับซื่อจื่อจูเด็ดขาด

น่าเสียดายที่หลิงอวี่จื้อยังอยู่ในห้วงฝัน ไม่เช่นนั้นนางคงตอบไปแล้วว่านางเองไม่ได้ต้องการแต่งงานแม้แต่น้อย ทั้งยังกังวลว่าจะหาคนมาเป็นตัวแทนไม่ได้อีกต่างหาก

“อวี่หรง คิดอะไรอยู่ ได้ยินที่ข้าบอกหรือไม่?”

หลิงอวี่หรงได้สติและเก็บสีหน้าเอาไว้ ก่อนรับคำอย่างว่าง่าย “ข้าจะจดจำไว้ให้ดี ท่านแม่ ดึกมากแล้ว ท่านพักผ่อนเถิด ข้าขอตัวกลับห้องก่อน”

อนุเหลียนโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกสาวกลับไป         นางเองก็คิดแค้นเช่นกัน หากสบโอกาสนางต้องสั่งสอนหลิงอวี่จื้อให้รู้สำนึก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมถูกคนโง่ข่มเหงรังแกเป็นแน่

วันถัดมาหลิงอวี่จื้อหลับยาวไปกระทั่งช่วงสายกว่าจะตื่นขึ้นมาได้ เดิมทีจวนเสนาบดีมีธรรมเนียมต้องไปคารวะฮูหยินเฒ่าทุกเช้า นางเคยตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นมาก่อนจึงเป็นธรรมดาที่ไม่ต้องทำ หากแต่ตอนนี้นางหายดีแล้ว แต่ฮูหยินเฒ่ายังไม่ถือโทษนางด้วยต้องการให้รักษาอาการบาดเจ็บให้หาย ซึ่งเป็นสิ่งที่นางไม่ได้ต้องการ

หลังทานมื้อเช้า นางให้คนยกเก้าอี้เข้าไปไว้ในสวน ก่อนนอนอาบแดดอย่างสบายอารมณ์ แสงอาทิตย์ฤดูใบไม่ผลิช่างอบอุ่นสบายเหลือเกิน

ตอนนี้เองที่หลูเยี่ยนลนลานเข้ามาพร้อมสีหน้าตื่นเต้นดีใจ “คุณหนูเจ้าคะ ซื่อจื่อจูมาพบคุณหนูที่นี่เจ้าค่ะ”

“เจ้าพูดว่าใครนะ?” หลิงอวี่จื้อลุกพรวดขึ้นทำให้บังเอิญไปกระทบแผลเข้าจึงนิ่วหน้า คงต้องเจ็บแบบนี้ไปอีกหลายวัน “เจ้าบอกว่าคู่หมั้นข้ามาที่นี่อย่างนั้นหรือ?”

“เจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าซื่อจื่อจูจะเป็นห่วงคุณหนูมากนะเจ้าคะ คุณหนูพร้อมแล้วก็ไปกันเถิด ซื่อจื่อจูรอคุณหนูที่ด้านหน้าเจ้าค่ะ?”

หลิงอวี่จื้อไม่ได้มีความสุขแม้แต่น้อย นางเป็นกังวลว่าจะล้มการแต่งงานนี้อย่างไรดี ทว่าพวกเขากลับบุกเข้ามาถึงหน้าประตูห้องนาง

เมื่อเห็นว่าหลิงอวี่จื้อไม่สนใจหลูเยี่ยนก็ถามอย่างงุนงง “คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ? ซื่อจื่อจูทั้งมีความสามารถและเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ หากได้แต่งงานด้วยแล้วคุณหนูไม่มีทางผิดหวังเจ้าค่ะ”

“หลูเยี่ยน หากเจ้าเป็นชายที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์และรูปงามขนาดนี้ เจ้าจะยอมแต่งงานกับคนสติเลอะเลือนหรือ?”

หลูเยี่ยนชะงักไปกับคำถามนี้ หากเป็นสถานการณ์ปกติคงไม่เป็นเช่นนั้น

จบบทที่ บทที่ 20 ใช้ทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว