- หน้าแรก
- ใครจะไปคิด ลูกค้าร้านออนไลน์ของผม ดันเป็นนักท่องเวลากันหมด
- บทที่ 23 หมีสตรอว์เบอร์รีมอบของขวัญ
บทที่ 23 หมีสตรอว์เบอร์รีมอบของขวัญ
บทที่ 23 หมีสตรอว์เบอร์รีมอบของขวัญ
บทที่ 23 หมีสตรอว์เบอร์รีมอบของขวัญ
เมื่อได้ยินเธอกล่าวเช่นนั้น ไทยมุงรอบข้างต่างพากันถอนหายใจด้วยความอิจฉา มีรางวัลจริงๆ ด้วย! เด็กคนนี้โชคดีชะมัดที่แย่งมาได้!
เย่ซิงหยิบตุ๊กตา 'หมีสตรอว์เบอร์รี' ตัวใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แล้วยื่นส่งให้ตงถัง เด็กน้อยรับไปกอดด้วยความดีใจพร้อมกล่าวขอบคุณยกใหญ่
คนบ้านตงเองก็รีบกล่าวขอบคุณเช่นกัน แต่ในใจกลับนึกฉงน ตุ๊กตาตัวนี้ดูธรรมดามาก ไม่เห็นเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ที่ตงฮั่นอีบอกไว้เลยนี่นา?
ขณะที่พวกเขากำลังสงสัย เย่ซิงก็ดันกระเป๋าเดินทางใบนั้นส่งให้พวกเขา "นี่เป็นของขวัญปริศนาค่ะ! แนะนำว่าให้กลับไปเปิดดูที่บ้านนะคะ!"
พูดจบ เธอก็หันไปขอโทษขอโพยฝูงชนที่มุงดูอยู่ "ของขวัญวันนี้แจกหมดแล้วค่ะ ฉันเลิกงานแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันได้เลยนะคะ"
เมื่อเห็นว่าแจกตุ๊กตาไปแล้ว แถมกระเป๋าเดินทางก็ยกให้ไปแล้ว ในมือของหมีสตรอว์เบอร์รีว่างเปล่า ฝูงชนจึงหมดความสนใจและทยอยสลายตัวไปเหมือนผึ้งแตกรัง
ป้าตงรับกระเป๋าเดินทางมาและลองยกดูตามสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่ามันหนักอึ้งจนแทบยกไม่ขึ้น
นางอุทานด้วยความตกใจ "พ่อหนุ่ม นี่ใส่อะไรไว้ข้างในเนี่ย?"
เย่ซิงกำชับเสียงหนักแน่น "คุณป้าคะ กลับไปเปิดดูที่บ้านเถอะค่ะ ของดีแน่นอน นี่เป็นของขวัญที่มีคนฝากฉันมาส่งให้พวกคุณโดยเฉพาะ ฉันเลิกงานแล้ว อย่าลืมนะว่าต้องกลับไปเปิดที่บ้านเท่านั้น"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เธอก็หันหลังเดินจากไปทันทีโดยไม่รีรอ
คนบ้านตงพยายามจะตะโกนถามอีกสองสามคำแต่ก็รั้งเธอไว้ไม่ทัน สุดท้ายจึงจำใจต้องลากกระเป๋าเดินทางใบนั้นกลับบ้าน
เนื่องจากกระเป๋ามันหนักผิดปกติ พวกเขาจึงรู้สึกตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวว่าข้างในจะเป็นของผิดกฎหมาย แล้วจะโดนตำรวจจับโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกลับถึงบ้าน พวกเขารีบเปิดกระเป๋าออกดูด้วยความกระหายใคร่รู้ พบวัตถุทรงสี่เหลี่ยมวางอยู่ภายใน ห่อหุ้มด้วยถุงผ้าสีดำและพันเทปกาวปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
ป้าตงลองเอามือลูบคลำดู มันแข็งโป๊ก นางถามด้วยความสงสัย "ก้อนอิฐเหรอ?"
ตอนที่ลูกสาวมาเข้าฝัน บอกว่าจะส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ หรือจะเป็นแค่อิฐก้อนนี้?
"เปิดดูก็รู้!" พ่อตงไปหากรรไกรมาช่วยตัดถุงผ้าออก
คมกรรไกรกรีดผ่านถุงผ้าสีดำจนเกิดรอยแยก เผยให้เห็นมุมของวัตถุสีเหลืองอร่ามด้านใน
หัวใจของป้าตงเต้นผิดจังหวะ นางรีบเอื้อมมือไปฉีกถุงผ้าออกจนหมด ทันใดนั้น ทองคำแท่งขนาดมหึมาก็ปรากฏแก่สายตา ส่องแสงแวววาวเจิดจ้าจนแสบตาไปทั้งบ้าน
ป้าตงถามเสียงสั่น "นะ...นี่คงไม่ใช่ทองคำหรอกนะ?"
นางเงยหน้ามองด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา หวังจะหาคำยืนยันจากสามีและลูกเขย
ทว่าพ่อตงและเผยถงกวงเองก็ตกตะลึงจนตาค้างเช่นกัน ในที่สุด เผยถงกวงก็ตั้งสติได้ เขาหยิบทองคำแท่งนั้นขึ้นมา แล้วใช้ปืนพ่นไฟสำหรับทำอาหารลองลนดู เมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลง เขาก็พูดอย่างไม่แน่ใจนัก "แม่ครับ ดูเหมือนจะเป็นทองคำจริงๆ..."
พ่อตงใจร้อนทนไม่ไหว ปัดมือลูกเขยออกแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "ทองแท้ต้องนิ่ม ฉันกัดดูก็รู้แล้ว!"
ยังไม่ทันที่ป้าตงจะห้ามทัน เขาก็อ้าปากกว้างแล้วกัดลงไปที่มุมหนึ่งของทองคำแท่งเต็มแรง จนปรากฏรอยฟันบุ๋มลงไปอย่างชัดเจน
ทั้งสามคน: !!!
พวกเขามองหน้ากัน เลิ่กลั่กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ความตกใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความปิติ ทั้งสามคนอ้าปากกว้างแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ตงฮั่นอีพูดจริง! เธอให้เจ้าหมีสตรอว์เบอร์รีส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้จริงๆ ด้วย!
นี่มันทองคำแท่งทั้งแท่ง! ทองก้อนใหญ่ขนาดนี้จะมีมูลค่าสักกี่ล้านกันนะ?
ป้าตงตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาไหลพราก วินาทีนี้ความปวดเมื่อยตามเนื้อตัวหายเป็นปลิดทิ้ง ขาที่เคยเจ็บก็หายสนิท แม้แต่โรคความดันโลหิตสูงก็เหมือนจะมลายหายไปสิ้น!
ไม่กี่วันก่อน ตอนที่รู้ว่าลูกสาวทิ้งกรมธรรม์ประกันภัยไว้ให้ นางก็รู้สึกว่าเป็นลาภลอยก้อนโตแล้ว
ไม่นึกเลยว่าลูกสาวจะถึงขั้นมาเข้าฝันเพื่อส่งทองคำก้อนโตขนาดนี้มาให้อีก
โฮๆๆ ลูกสาวที่แสนดีของแม่ แม้จะจากไปแล้วก็ยังไม่ลืมที่จะดูแลครอบครัว
เผยถงกวงเม้มปากแน่น แม้จะดีใจ แต่ลึกๆ ก็ยังมีความกังวลซ่อนอยู่ "พ่อครับ แม่ครับ ทองคำแท่งนี้ที่มาที่ไปไม่ชัดเจน เราเก็บไว้จะเสี่ยงไหมครับ?"
แต่ป้าตงปักใจเชื่อเรื่องความฝันไปแล้ว นางมั่นใจมากว่านี่ต้องเป็นของที่ลูกสาวให้มา นางหันไปบอกลูกเขยว่า "นี่เป็นของที่ตงฮั่นอีให้มาในฝัน แล้วเจ้า... หมีสตรอว์เบอร์รีนั่นก็เอามาให้เองกับมือกลางวันแสกๆ เราไม่ได้ไปลักขโมยใครมา ต่อให้ตำรวจมาเราก็ไม่ผิด กลัวอะไรกัน!"
จู่ๆ พ่อตงก็ฉุกคิดขึ้นได้ "มัวแต่ดีใจเรื่องของ จนลืมเจ้าหมีสตรอว์เบอร์รีตัวนั้นไปเลย รู้งี้เราน่าจะรั้งเขาไว้ถามให้รู้เรื่อง เขาต้องรู้เรื่องลูกสาวเราแน่ๆ!"
แม้จะเป็นยุควิทยาศาสตร์ แต่ในจิตใต้สำนึกของผู้คนก็ยังเชื่อว่ามีใครบางคนที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้
ลูกสาวมาเข้าฝันแถมยังส่งทองมาให้ได้ แสดงว่าต้องมีผู้มีวิชาอาคมคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังแน่ๆ
ป้าตงเองก็นึกขึ้นได้และรู้สึกเสียดายอย่างสุดซึ้ง "ทำไงดีล่ะ? แล้วทีนี้จะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน! หรือว่าพ่อหนุ่มคนนั้นจะเป็นนักพรต?"
พ่อตงถอนหายใจ "ป่านนี้ไม่รู้ไปไหนแล้ว คงต้องรอเสี่ยงดวงเอาวันหน้าแล้วล่ะ"
ทองคำแท่งใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาก็คิดเหมือนเย่ซิง คือไม่กล้าให้คนอื่นรู้และไม่กล้าเก็บไว้ที่บ้าน ราคาทองช่วงนี้กำลังพุ่งสูง การจะเอาไปแลกเป็นเงินสดทันทีก็ดูจะไม่คุ้มค่า ปรึกษากันสักพักจึงตกลงว่าจะไปเปิดตู้เซฟที่ธนาคารเพื่อฝากเก็บไว้ก่อน
ทันทีที่ปรึกษาเรื่องที่เก็บทองเสร็จ โทรศัพท์ของป้าตงก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นชื่อเย่ซิง นางก็รีบกดรับสาย "ฮัลโหล!"
เสียงเย่ซิงดังมาจากปลายสาย "ป้าตงคะ หนูทำเรื่องนัดหมายให้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ป้าสะดวกเข้ามาที่เมือง A ไหมคะ?"
มีหรือที่ป้าตงจะปฏิเสธ นางรีบตอบรับทันที "สะดวกจ้ะ สะดวก! เดี๋ยวป้าจะจองตั๋วเดี๋ยวนี้เลย พรุ่งนี้เจอกันนะ!"
เย่ซิงวางสายพลางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก จากนั้นก็รีบบึ่งรถกลับโดยไม่หยุดพัก
เธอวุ่นจนแทบเท้าไม่ติดพื้น ทางฝั่งบ้านตงเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน
ก่อนธนาคารจะปิดทำการ พวกเขารีบขนทองไปเปิดตู้เซฟและฝากเก็บไว้อย่างระมัดระวัง
จากนั้นก็โทรหาทนายความที่ติดต่อไว้ เพื่อรอนัดแนะเดินทางไปเมือง A พร้อมกันในวันพรุ่งนี้
ขณะที่เย่ซิงกำลังจัดการเรื่องสัญญากับบริษัทประกันภัยเจี้ยนอัน ป้าตงก็นั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาที่บ้าน รู้สึกราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียงความฝัน
ลูกสาวซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินทิ้งไว้เมื่อสิบปีก่อน และบริษัทการเงินนั้นก็น่าเชื่อถือถึงขนาดตามมาจ่ายผลประโยชน์ให้หลังจากผ่านไปตั้งสิบปี
ลูกสาวมาเข้าฝัน แล้วพวกเขาก็ได้รับทองคำแท่งจริงๆ
เรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นปาฏิหาริย์ที่คนธรรมดาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง แต่กลับเกิดขึ้นกับครอบครัวของนางพร้อมกันถึงสองเรื่อง
นางสะกิดสามี "ตาแก่ ลองหยิกฉันทีซิ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนยังไม่ตื่นเลย"
พ่อตงเองก็ยังใจลอยคิดถึงทองคำแท่งที่ยังสัมผัสไม่หนำใจ เมื่อได้ยินภรรยาพูด เขาไม่ได้หยิกนาง แต่กลับหยิกตัวเองอย่างแรง
"โอ๊ย เจ็บ!" เขาเจ็บจนเกือบจะกระโดดตัวลอย โซฟาเก่าคร่ำครึส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนขาจะหักเพราะแรงสะเทือน
ปกติถ้าทำแบบนี้ต้องโดนป้าตงด่าเปิงแน่ แต่วันนี้นางอารมณ์ดีจึงไม่ถือสาหาความ
รอให้ได้รับเงินอีกก้อนของลูกสาวในวันพรุ่งนี้ พวกเขาก็จะได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่และซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เสียที!
ป้าตงปาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา ความรู้สึกในใจช่างหลากหลายปนเป ลูกสาวผู้อาภัพอายุสั้นของนาง แม้ตัวตายไปแล้วแต่ก็ยังพยายามหาหนทางส่งเงินมาให้ ช่างห่วงใยครอบครัวจนวาระสุดท้ายจริงๆ